สวัสดีค่ะ วันนี้อยากมาระบายปัญหาชีวิตตัวเองมาก ตอนนี้เราอายุ 20 ต้นๆนะคะ มีพี่สาวต่างพ่อ 1 คน เราทั้งคู่ต่างมีครอบครัวแล้ว ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาด้วยกัน เราโตมากับแม่ ส่วนเธอโตมากับญาติ ทุกครั้งที่เราเจอกัน เราจะทะเลาะกันทุกครั้ง เธอถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ จะต้องเป็นผู้สั่ง และอยากได้อะไรนางก็ต้องได้ ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เราจะโดนโทษว่าเป็นฝ่ายผิดทุกครั้ง จนมันกลายมาเป็นความโกรธแค้น ทุกครั้งที่เธอมาเที่ยวหาแม่ อะไรที่เธออยากได้ของเรา เธอก็จะเอา และแม่บอกว่าให้เราเอาให้เธอไป ทุกๆครั้งๆ นางเป็นคนหนักไม่เอา เบาไม่สู้ เข้ากรุงเทพฯแต่ละที ต้องนั่งแท็กซี่ตลอด เราก็ไม่สนหรอก ถ้ามันไม่ใช่เงินเก็บสะสมในกระเป๋าเราจ่าย
เราโตมาหน้าตาเหมือนทางพ่อ ดำ ขี้ริ้วขี้เหร่ นางขาว สวย สง่า เวลาที่นางมาหาแม่ แม่จะพาไปโชว์เพื่อนที่ทำงาน พานางไปทำงานด้วยทุกครั้ง ซึ่งเราไม่เคยได้ไปเลย แม่ให้เหตุผลที่ว่าดูสารรูปการแต่งตัวเราสิ แม่อายเพื่อนที่ทำงาน เราเสียใจมาก แต่ไม่เคยบอกใคร เป็นแบบนี้มาตลอด มีบางครั้งที่แม่ลืมของจะให้เราเอาไปให้ที่ทำงาน แม่จะนัดเจอข้างนอก ไม่ให้คนที่ทำงานเห็น
แม่จะชอบว่าเราหน้าตาขี้เหร่ อุบาต ว่าเราไม่สวย บอกตรงๆเลย เราไม่ชอบต่อให้เป็นแม่เราก็เถอะ ชอบว่าเราทำอะไรไม่ดูหนังหน้าตัวเองบ้างล่ะ หลายต่อหลายครั้งที่เราโดนว่าแบบนี้
มีครั้งนึงเราทะลเาะกันถึงขั้นลงไม้ ลงมือ พี่สาวมาเยี่ยมแม่เรา ที่กรุงเทพฯ เราทะเลาะกันค่ะ เราโมโห ทุบของบนโต๊ะแล้วกะว่าจะเดินหนีออกไปนอกห้อง เธอกระขากหัวเรา เริ่มทำร้ายเรา ตอนแรกเราไม่สู้ เราปล่อยให้เธอทำ จนโมโหหันกลับไปซัดนางเต็มที่ค่ะ เธอเป็นคนแรก รีบโทรไปฟ้องแม่ ทั้งๆที่เอากระป๋องแป้งตางูปาหัวเราต่างๆนาๆ แต่ปากนางกลับบอกแม่ว่าเราเริ่มก่อน เราตีนางก่อน เอากระป๋องปาใส่นาง เอาที่หนีบผมจี้ขานาง สรุปแม่โทษเราค่ะ เราเถียงๆๆๆๆๆๆ ตอนแม่กลับมา ว่าเราไม่ได้ทำก่อน นางเริ่มก่อน จนแม่หยุดเราไม่ไหว โทรตามตากะยายมาจัดการ พอตอนที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้า นางเงียบบบบบ!!!!! เราอธิบาย กลายเป็นเถียง โดนตาตบหน้าไปทีนึง หน้าชา เจ็บมากกก เสียใจมาก ตอนนั้นนางฟ้องแม่ว่า เราด่านางว่า มาบ้านกูทำไม แม่เลยหันมาด่าเรา นี่มันบ้านกู ลูกกู มันจะมาตอนไหนก็ได้ เราน้ำตาตกค่ะ เพราะจริงๆแล้ว ตอนทะเลาะกันพี่สาวเรามันูดว่ากูเกลียด ไม่เคยนับเป็นน้องด้วยซ้ำ เราเลยบอกว่าถ้าเกลียดกูแล้วมาบ้านที่กูอยู่ทำไม แค่นั้น เราพยายามบอกแม่ แต่แม่ไม่เคยฟังเลย แล้วคืนนั้นเราก็โดนแม่เนรเทศไล่ออกจากบ้านไปนอนบ้านยาย ตากับยายให้เหตุผลที่ว่าต้องทำเรา เพราะว่ากลัวพี่สาวเรากลับบ้านที่ต่างจังหวัด แล้วไปฟ้องยายๆ ญาติคนอื่น ว่านางมาแล้วเรารังแกนาง เราจำค่ะ ทุกวันนี้ผ่านไป 4-5 ปีคำๆนั้นมันอยู่ในสมองตลอด คำที่แม่พูด แม่ไม่เคยฟังเราเลย
เราเคยท้องค่ะ ตอนั้นท้องได้ 4 เดือน แม่พาเราไปทำแท้ง ผ่านไป 1 เดือน พี่เราท้อง ในวัยเรียนเช่นกัน แต่ว่าเธอได้แต่งงาน แม่ให้เธอเก็บลูกไว้ เราเข้าใจว่าแฟนเราตอนนั้น มันเป็นคนไม่เอาไหน ไม่เอาอะไรเลย แม่บอกว่าถ้าเรามีลูกมา แม่ก็ต้องเลี้ยงทั้งเรา ลูกเราและแฟนเรา เราเชื่อแม่ หลังจากทำแท้งแม่ซื้อทองให้เราบาทนึง เราไม่เคยว่าอะไรเรื่องที่พี่สาวมีลูกและได้แต่งงาน แฟนเค้าเรียนที่เดียวกัน มีการศึกษา มีหน้ามีตา ผู้ชายนำเงินมาแต่งแสนนึง แม่เราเป็นคนเก็บเงินไว้ แต่แม่เราก็ไม่ได้เอาไปใช้ฟุ่มเฟือยนะ ระหว่างที่นางตั้งครรภ์ แม่ต้องออกค่าใช้จ่าย ค่ากิน ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายทุกอย่างของนางและแฟนนาง จนพอมาถึงวันคลอด แม่ก็ต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ด้วย แม่บอกเราว่าเอาเงินค่าสินสอดมาออกให้ พี่สาวเรานางต้องฝากพิเศษ ต้องอยู่ห้องแอร์พิเศษ ทุกอย่างเธอต้องเอาพิเศษ ข้าวของใช้ ของลูกแม่เราเป็นคนซื้อให้หมด โดยบ้านผู้ชายไม่เคยมาให้อะไรเลย ถือว่าแต่งแล้วก็จบ เราอิจฉาบอกตรง แต่ก็ไม่เคยพูดอะไร เพราะหลังคลอดค่าใช้จ่ายทุกอย่างยังอยู่ที่แม่เรา แม้กระทั่งแฟนของพี่สาว เค้าไม่ทำงาน เค้าบอกว่าเค้าเรียน จบ ปวส. ทำไมถึงจะให้เค้าไปทำงาน เคเอฟซี แม็คโดนัล คือเค้าอยู่ต่างจังหวัดนะ แม่เราเห่อหลานมากตอนนั้น ไปกลับต่างจังหวัดหาหลานทุกเดือน พอหลานโตมาได้ ญาติคนที่เลี้ยงพี่สาวเรามา เค้าเสีย พี่สาวเราเอาลูกไปให้บ้านฝ่ายชายเลี้ยง และตัวเองกลับมาเรียนต่อ แล้วยังไงล่ะ .... แม่เราจ่ายเช่นเคย มีบ้างส่งเงินค่านมไปให้หลาน พี่สาวเราเธอไม่ทำงานพาร์ทไทม์นะ เธอบอกทำไม่ไหว เหนื่อย ไม่มีใครว่าค่ะ อ้อ! ลืมบอกไปวันงานศพเราทำทองหาย หลังจากนั้นผ่านไป นางไปอยู่บ้านแฟน ทางภาคอีสาน ตอนนั้นเรากับพี่สาวไม่พูดกัน จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร เธอบล้อกเฟสบุ๊คเรา แต่เราทำอะไรซักอย่าง เข้าไปดูเฟสเธอได้ ปรากฏว่าสร้อยที่เธอใส่อยู่เป็นของเรา เราเอาไปให้ยายดู ยายก็จำได้ เพราะยายเป็นพาไปเปลี่ยนมา แต่ไม่เคยมีใครพูดอะไร เพราะว่าหลักฐานไม่พอ ไม่เห็นตอนที่เค้าเอาไป เลยพูดไม่ได้
ผ่านไปหลายเดือน วันนึงนางมีปัญหากับทางบ้านสามี พาลูกหนีกลับมา ไปเช่าห้องอยู่ แทนที่จะกลับมาอยู่ที่บ้านที่ต่างจังหวัด เธอไปเช่าห้องอยู่ ก็ไม่พ้นเงินแม่ค่ะ ค่าใช้จ่ายของเธอและลูกและสามีของเธอ ตกอยู่ที่แม่ เราสงสารแม่ค่ะ แม่ทำงานเหนื่อย อยากช่วยแม่แบ่งเบาภาระ จริงๆนะคะ จากใจเลย เราใช้เงินฟุ่มเฟือย ไม่อยากขอแม่เพราะกระเป๋าข้าวของเราใบละหลายพัน เรากลับมาคุยกันกับพี่สาว ตอนนั้นเราออกไปทำงาน เราเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย แต่เราทำงานกลางคืนนะคะ ขอไม่บอกว่าทำอะไร ได้เงินมามากมาย เราส่งให้พี่เรา บางทีนางโทรมาบอกหลานไม่สบาย เราก็ต้องส่งให้ เดี๋ยวนั้น มันไม่ได้มากมายอะไรหรอกค่ะ ครั้งละ 1-2 พันบาท หลายยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครั้ง ถ้าเราไม่ให้ที่บ้านจะด่าเราทันทีไม่ว่าจะเป็นยาย หรือ แม่ บอกว่าพี่น้องกัน อย่าใจดำ แต่ว่าไม่มีใครถามเลยนะคะ ว่าเราหาเงินมาได้ยังไง บอกแต่ว่ามีก็ต้องส่งให้พี่ ให้หลาน มีอะไรก็ต้องแบ่งกัน ผ่านไปไม่นานพี่เราก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านที่เธอเคยโตมา มันจะงงหน่อยนะคะ ที่เราเล่า เวลาเรากลับไปบ้านต่างจังหวัด อย่างน้อยก็ต้องหาเงินเป็นหมื่นกลับไป ซึ่งตอนนั้นเราอายุเพียงแค่ 18 ปี ไม่เคยมีใครเห็นความดี พี่สาวเราเธอไม่เคยมาให้อะไรเรา เธอได้สมบัติตอนญาติคนที่เลี้ยงนางตาย บาทนึงไม่เคยกระเด็นมาหาเรา ตนให้ไม่เคยมีใครว่าดี เค้าว่าแต่ตอนที่ไม่ให้
ตอนที่เราไปทำงาน แม่เค้าก็มีแฟนของเค้า ผู้ชายคนนั้นดีมาก แต่ช่วงตอนแรกๆ เราจำได้ว่าเรากลับานอนบ้านแม่ เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าแม่มีแฟนนอนอยู่ด้วย เรากลับมาตอนตี 2 แต่งตัวแรงกลับเข้าบ้านมา แม่ด่าถามว่ามาทำไม สรุปโดนแม่ไล่ออกจากบ้านอีกค่ะ ตอนตี 3 ชีวิตย่ำแย่มาก ไม่รู้จะไปนอนที่ไหน เลยไปนอนบ้านเพื่อนค่ะ ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง เพาะลัวคนว่าแม่เราไม่ดี เห็นผู้ชายดีกว่าลูก ถ้าตอนนั้นออกไปแล้วโดนข่มขืน ชีวิตคงบัดซบมาก
เราเจอแฟนใหม่ค่ะ เค้าเป็นฝรั่ง เค้าดีกับเรามากกกกก ให้เราหยุดทำงานและเค้าส่งเสียเรา ค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนต่างๆ เดือนละ 5-6 หมื่น เราใช้หมดค่ะ ไม่เคยเก็บ เพราะญาติเราเยอะ ตอนนั้นหลงระเริงมาก ท้องอีกค่ะ งานบันเทิงเลยค่ะ แต่แฟนบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง เราไม่ได้บอกใครค่ะ บอกแค่ว่ามีแฟนฝรั่งเฉยๆ จนผ่านไป 4 เดือน เค้ามาคุยกับที่บ้าน ที่บ้านเรียกสินสอด 3 ล้านค่ะ แต่ว่าเงินนั้นทางบ้านไม่เอาหรอกนะ ให้เอาไปซื้อบ้านให้เรา แฟนเราตกลงค่ะ ครั้งที่มาขอยังไม่มีใครรู้เรื่องท้องนะคะ เรามาบอกแม่อีกทีตอนนั้นเราท้องได้เกือบ 5 เดือนแล้วค่ะ ทีนี้แม่ไม่ว่าเพราะผู้ชายสามารถเลี้ยงดูเราได้ แม่มั่นใจว่าผู้ชายดูแลเราได้ เค้าซื้อแหวนแต่งงานให้วงละแสนกว่าบาทค่ะ เค้าเริ่มซื้อของเตรียมให้ลูก รถเข็นคันละเกือบสามหมื่น เปลเด็ก ฝากท้องโรงพยาบาลเอกชน อันดับหนึ่ง คือทุกอย่างตอนนั้นชีวิตเราดีมาก พี่สาวเราก็ดันมาท้องอีกเช่นกันค่ะ ห่างกัน 2 เดือนได้ ตอนนี้เลยเกิดการอิจฉากัน เราคิดว่านะ เพราะพี่สาวเราขนของ ย้ายหนีจากบ้านไปเลย ไม่มีปี่ มีขลุ่ย
หลังจากแต่งงานเสร็จ ตอนนั้นเราท้องได้ 7 เดือน แม่หันกลับมาดูแลเราอย่างดี รับเรากลับมาอยู่กลับแม่ ดีทุกอย่าง จนคลอด ลืมพี่สาวเราไปเลยตอนนั้น เรากับพี่สาวเรา ไม่เคยติดต่อกันอีกเลยหลังจากนั้นเกือบ 5 ปีแล้ว เราซื้อบ้านใหม่ค่ะ ตกแต่งไป พร้อมอยู่ได้เลย 5 ล้านกว่า แต่เราก็ย้ายมาอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ ให้แม่อยู่บ้านเรา บ้านแม่ปล่อยให้คนเช่า ชีวิตเราเปลี่ยนไป ตอนนี้อยู่บ้านเฉยๆเลี้ยงลูก อยากได้อะไรสามีหาให้ เหมือนจะเพอร์เฟคนะคะ แต่ว่าสามีก็ไม่ได้ให้เงินใช้แบบเมื่อก่อนแล้วค่ะ เค้าบอกว่าเราไม่รู้จักเก็บ ตอนนี้มีลูกแล้ว ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ปัญหาตามมมาค่ะ ... ไม่ส่งเงินให้แม่ ปล่อยให้แม่ไปทำงานหนัก พอได้ดีแล้วลืมครอบครัว ตากับยายลำบากมาก แต่แฟนเราไม่ส่งค่ะ บอกแต่ว่าถ้ามีปัญหา เดือดร้อน เจ็บป่วย ไม่สบาย ต้องหาหมอ มาบอก จะยืนอยู่ตรงนี้และพร้อมช่วยเหลือเสมอ แต่ให้ส่งทุกเดือน ทำไม่ได้ค่ะ แล้วด้วยเนื่องจากที่เราไม่ส่งเงินให้ กลายเป็นว่าเราอกตัญญู ตอนนี้ญาติพี่น้องเรา เราไม่เหลือใครเลยค่ะ เราทะเลาะกับที่บ้านจากที่เคยให้ แต่ตอนนี้ไม่ได้ให้แล้ว เค้าเอาอดีตของเรามาด่าเราให้เจ็บช้ำใจ เราเลยตัดการติดต่อทุกคน ยกเว้นแม่เรา ที่สามีเราเค้าไม่ได้ส่งเพราะแม่เราขับรถคันละเป็นล้าน ใช้แต่ของแบรนด์เนม เค้าเห็นว่าแม่เราไม่เดือนร้อน แต่เราอึดอัดใจอยู่ เพราะแม่อายุ 40 แล้ว ยังต้องมาทำงานเป็นลูกน้องเค้า แม่ก็บ่นว่าแม่เหนื่อย สามีเราเค้าไม่รู้ตัวค่ะว่าญาติเรา ผู้มีอุปการคุณทั้งหลายของเรา ไม่ชอบขี้หน้าเค้า เราก็ไม่เคยบอกเค้าว่าทะเลาะกันปัญหาเรื่องเงิน จะให้เรากลับบ้านไป ไปขอโทษที่บ้าน ให้เราเป็นฝ่ายเร่ิ่มก่อน เราไม่ไปค่ะ พอเพราะรู้ว่าปัญหาจะตามมาอีกมากมาย เรากำลังคิดว่ากลับไปครั้งหน้าจะกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดดีหรือไม่ ถ้าพวกคุณเป็นเราจะทำยังไงคะ แม่เราบอกให้เราปล่อยวาง อย่าโกรธแค้น ถือโทษกันเลยกับพี่เรา เราไม่รู้จะอธิบายยังไง ปัญหามันมากมาย เราอึดอัดใจเหลือเกิน เราอยู่ต่างประเทศมีความสุขมากค่ะ ไม่อยากกลับไปไทยเลย แต่สามีดันอยากย้ายไปทำงานที่เมืองไทย และจะเกษียณที่ไทยค่ะ สามีไม่รู้เรื่องในอดีตทั้งหมดนี่เลย รู้แค่ว่าเรามีปัญหากับครอบครัวแค่นั้น ฮืมมมมมมมม ไม่รู้ชีวิตจะเป็นยังไต่อไป แค่มาบ่นเฉยๆพูดกับใครไม่ได้ค่ะ
มันพูดกับใครไม่ได้
เราโตมาหน้าตาเหมือนทางพ่อ ดำ ขี้ริ้วขี้เหร่ นางขาว สวย สง่า เวลาที่นางมาหาแม่ แม่จะพาไปโชว์เพื่อนที่ทำงาน พานางไปทำงานด้วยทุกครั้ง ซึ่งเราไม่เคยได้ไปเลย แม่ให้เหตุผลที่ว่าดูสารรูปการแต่งตัวเราสิ แม่อายเพื่อนที่ทำงาน เราเสียใจมาก แต่ไม่เคยบอกใคร เป็นแบบนี้มาตลอด มีบางครั้งที่แม่ลืมของจะให้เราเอาไปให้ที่ทำงาน แม่จะนัดเจอข้างนอก ไม่ให้คนที่ทำงานเห็น
แม่จะชอบว่าเราหน้าตาขี้เหร่ อุบาต ว่าเราไม่สวย บอกตรงๆเลย เราไม่ชอบต่อให้เป็นแม่เราก็เถอะ ชอบว่าเราทำอะไรไม่ดูหนังหน้าตัวเองบ้างล่ะ หลายต่อหลายครั้งที่เราโดนว่าแบบนี้
มีครั้งนึงเราทะลเาะกันถึงขั้นลงไม้ ลงมือ พี่สาวมาเยี่ยมแม่เรา ที่กรุงเทพฯ เราทะเลาะกันค่ะ เราโมโห ทุบของบนโต๊ะแล้วกะว่าจะเดินหนีออกไปนอกห้อง เธอกระขากหัวเรา เริ่มทำร้ายเรา ตอนแรกเราไม่สู้ เราปล่อยให้เธอทำ จนโมโหหันกลับไปซัดนางเต็มที่ค่ะ เธอเป็นคนแรก รีบโทรไปฟ้องแม่ ทั้งๆที่เอากระป๋องแป้งตางูปาหัวเราต่างๆนาๆ แต่ปากนางกลับบอกแม่ว่าเราเริ่มก่อน เราตีนางก่อน เอากระป๋องปาใส่นาง เอาที่หนีบผมจี้ขานาง สรุปแม่โทษเราค่ะ เราเถียงๆๆๆๆๆๆ ตอนแม่กลับมา ว่าเราไม่ได้ทำก่อน นางเริ่มก่อน จนแม่หยุดเราไม่ไหว โทรตามตากะยายมาจัดการ พอตอนที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้า นางเงียบบบบบ!!!!! เราอธิบาย กลายเป็นเถียง โดนตาตบหน้าไปทีนึง หน้าชา เจ็บมากกก เสียใจมาก ตอนนั้นนางฟ้องแม่ว่า เราด่านางว่า มาบ้านกูทำไม แม่เลยหันมาด่าเรา นี่มันบ้านกู ลูกกู มันจะมาตอนไหนก็ได้ เราน้ำตาตกค่ะ เพราะจริงๆแล้ว ตอนทะเลาะกันพี่สาวเรามันูดว่ากูเกลียด ไม่เคยนับเป็นน้องด้วยซ้ำ เราเลยบอกว่าถ้าเกลียดกูแล้วมาบ้านที่กูอยู่ทำไม แค่นั้น เราพยายามบอกแม่ แต่แม่ไม่เคยฟังเลย แล้วคืนนั้นเราก็โดนแม่เนรเทศไล่ออกจากบ้านไปนอนบ้านยาย ตากับยายให้เหตุผลที่ว่าต้องทำเรา เพราะว่ากลัวพี่สาวเรากลับบ้านที่ต่างจังหวัด แล้วไปฟ้องยายๆ ญาติคนอื่น ว่านางมาแล้วเรารังแกนาง เราจำค่ะ ทุกวันนี้ผ่านไป 4-5 ปีคำๆนั้นมันอยู่ในสมองตลอด คำที่แม่พูด แม่ไม่เคยฟังเราเลย
เราเคยท้องค่ะ ตอนั้นท้องได้ 4 เดือน แม่พาเราไปทำแท้ง ผ่านไป 1 เดือน พี่เราท้อง ในวัยเรียนเช่นกัน แต่ว่าเธอได้แต่งงาน แม่ให้เธอเก็บลูกไว้ เราเข้าใจว่าแฟนเราตอนนั้น มันเป็นคนไม่เอาไหน ไม่เอาอะไรเลย แม่บอกว่าถ้าเรามีลูกมา แม่ก็ต้องเลี้ยงทั้งเรา ลูกเราและแฟนเรา เราเชื่อแม่ หลังจากทำแท้งแม่ซื้อทองให้เราบาทนึง เราไม่เคยว่าอะไรเรื่องที่พี่สาวมีลูกและได้แต่งงาน แฟนเค้าเรียนที่เดียวกัน มีการศึกษา มีหน้ามีตา ผู้ชายนำเงินมาแต่งแสนนึง แม่เราเป็นคนเก็บเงินไว้ แต่แม่เราก็ไม่ได้เอาไปใช้ฟุ่มเฟือยนะ ระหว่างที่นางตั้งครรภ์ แม่ต้องออกค่าใช้จ่าย ค่ากิน ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายทุกอย่างของนางและแฟนนาง จนพอมาถึงวันคลอด แม่ก็ต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ด้วย แม่บอกเราว่าเอาเงินค่าสินสอดมาออกให้ พี่สาวเรานางต้องฝากพิเศษ ต้องอยู่ห้องแอร์พิเศษ ทุกอย่างเธอต้องเอาพิเศษ ข้าวของใช้ ของลูกแม่เราเป็นคนซื้อให้หมด โดยบ้านผู้ชายไม่เคยมาให้อะไรเลย ถือว่าแต่งแล้วก็จบ เราอิจฉาบอกตรง แต่ก็ไม่เคยพูดอะไร เพราะหลังคลอดค่าใช้จ่ายทุกอย่างยังอยู่ที่แม่เรา แม้กระทั่งแฟนของพี่สาว เค้าไม่ทำงาน เค้าบอกว่าเค้าเรียน จบ ปวส. ทำไมถึงจะให้เค้าไปทำงาน เคเอฟซี แม็คโดนัล คือเค้าอยู่ต่างจังหวัดนะ แม่เราเห่อหลานมากตอนนั้น ไปกลับต่างจังหวัดหาหลานทุกเดือน พอหลานโตมาได้ ญาติคนที่เลี้ยงพี่สาวเรามา เค้าเสีย พี่สาวเราเอาลูกไปให้บ้านฝ่ายชายเลี้ยง และตัวเองกลับมาเรียนต่อ แล้วยังไงล่ะ .... แม่เราจ่ายเช่นเคย มีบ้างส่งเงินค่านมไปให้หลาน พี่สาวเราเธอไม่ทำงานพาร์ทไทม์นะ เธอบอกทำไม่ไหว เหนื่อย ไม่มีใครว่าค่ะ อ้อ! ลืมบอกไปวันงานศพเราทำทองหาย หลังจากนั้นผ่านไป นางไปอยู่บ้านแฟน ทางภาคอีสาน ตอนนั้นเรากับพี่สาวไม่พูดกัน จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร เธอบล้อกเฟสบุ๊คเรา แต่เราทำอะไรซักอย่าง เข้าไปดูเฟสเธอได้ ปรากฏว่าสร้อยที่เธอใส่อยู่เป็นของเรา เราเอาไปให้ยายดู ยายก็จำได้ เพราะยายเป็นพาไปเปลี่ยนมา แต่ไม่เคยมีใครพูดอะไร เพราะว่าหลักฐานไม่พอ ไม่เห็นตอนที่เค้าเอาไป เลยพูดไม่ได้
ผ่านไปหลายเดือน วันนึงนางมีปัญหากับทางบ้านสามี พาลูกหนีกลับมา ไปเช่าห้องอยู่ แทนที่จะกลับมาอยู่ที่บ้านที่ต่างจังหวัด เธอไปเช่าห้องอยู่ ก็ไม่พ้นเงินแม่ค่ะ ค่าใช้จ่ายของเธอและลูกและสามีของเธอ ตกอยู่ที่แม่ เราสงสารแม่ค่ะ แม่ทำงานเหนื่อย อยากช่วยแม่แบ่งเบาภาระ จริงๆนะคะ จากใจเลย เราใช้เงินฟุ่มเฟือย ไม่อยากขอแม่เพราะกระเป๋าข้าวของเราใบละหลายพัน เรากลับมาคุยกันกับพี่สาว ตอนนั้นเราออกไปทำงาน เราเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย แต่เราทำงานกลางคืนนะคะ ขอไม่บอกว่าทำอะไร ได้เงินมามากมาย เราส่งให้พี่เรา บางทีนางโทรมาบอกหลานไม่สบาย เราก็ต้องส่งให้ เดี๋ยวนั้น มันไม่ได้มากมายอะไรหรอกค่ะ ครั้งละ 1-2 พันบาท หลายยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครั้ง ถ้าเราไม่ให้ที่บ้านจะด่าเราทันทีไม่ว่าจะเป็นยาย หรือ แม่ บอกว่าพี่น้องกัน อย่าใจดำ แต่ว่าไม่มีใครถามเลยนะคะ ว่าเราหาเงินมาได้ยังไง บอกแต่ว่ามีก็ต้องส่งให้พี่ ให้หลาน มีอะไรก็ต้องแบ่งกัน ผ่านไปไม่นานพี่เราก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านที่เธอเคยโตมา มันจะงงหน่อยนะคะ ที่เราเล่า เวลาเรากลับไปบ้านต่างจังหวัด อย่างน้อยก็ต้องหาเงินเป็นหมื่นกลับไป ซึ่งตอนนั้นเราอายุเพียงแค่ 18 ปี ไม่เคยมีใครเห็นความดี พี่สาวเราเธอไม่เคยมาให้อะไรเรา เธอได้สมบัติตอนญาติคนที่เลี้ยงนางตาย บาทนึงไม่เคยกระเด็นมาหาเรา ตนให้ไม่เคยมีใครว่าดี เค้าว่าแต่ตอนที่ไม่ให้
ตอนที่เราไปทำงาน แม่เค้าก็มีแฟนของเค้า ผู้ชายคนนั้นดีมาก แต่ช่วงตอนแรกๆ เราจำได้ว่าเรากลับานอนบ้านแม่ เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าแม่มีแฟนนอนอยู่ด้วย เรากลับมาตอนตี 2 แต่งตัวแรงกลับเข้าบ้านมา แม่ด่าถามว่ามาทำไม สรุปโดนแม่ไล่ออกจากบ้านอีกค่ะ ตอนตี 3 ชีวิตย่ำแย่มาก ไม่รู้จะไปนอนที่ไหน เลยไปนอนบ้านเพื่อนค่ะ ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง เพาะลัวคนว่าแม่เราไม่ดี เห็นผู้ชายดีกว่าลูก ถ้าตอนนั้นออกไปแล้วโดนข่มขืน ชีวิตคงบัดซบมาก
เราเจอแฟนใหม่ค่ะ เค้าเป็นฝรั่ง เค้าดีกับเรามากกกกก ให้เราหยุดทำงานและเค้าส่งเสียเรา ค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนต่างๆ เดือนละ 5-6 หมื่น เราใช้หมดค่ะ ไม่เคยเก็บ เพราะญาติเราเยอะ ตอนนั้นหลงระเริงมาก ท้องอีกค่ะ งานบันเทิงเลยค่ะ แต่แฟนบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง เราไม่ได้บอกใครค่ะ บอกแค่ว่ามีแฟนฝรั่งเฉยๆ จนผ่านไป 4 เดือน เค้ามาคุยกับที่บ้าน ที่บ้านเรียกสินสอด 3 ล้านค่ะ แต่ว่าเงินนั้นทางบ้านไม่เอาหรอกนะ ให้เอาไปซื้อบ้านให้เรา แฟนเราตกลงค่ะ ครั้งที่มาขอยังไม่มีใครรู้เรื่องท้องนะคะ เรามาบอกแม่อีกทีตอนนั้นเราท้องได้เกือบ 5 เดือนแล้วค่ะ ทีนี้แม่ไม่ว่าเพราะผู้ชายสามารถเลี้ยงดูเราได้ แม่มั่นใจว่าผู้ชายดูแลเราได้ เค้าซื้อแหวนแต่งงานให้วงละแสนกว่าบาทค่ะ เค้าเริ่มซื้อของเตรียมให้ลูก รถเข็นคันละเกือบสามหมื่น เปลเด็ก ฝากท้องโรงพยาบาลเอกชน อันดับหนึ่ง คือทุกอย่างตอนนั้นชีวิตเราดีมาก พี่สาวเราก็ดันมาท้องอีกเช่นกันค่ะ ห่างกัน 2 เดือนได้ ตอนนี้เลยเกิดการอิจฉากัน เราคิดว่านะ เพราะพี่สาวเราขนของ ย้ายหนีจากบ้านไปเลย ไม่มีปี่ มีขลุ่ย
หลังจากแต่งงานเสร็จ ตอนนั้นเราท้องได้ 7 เดือน แม่หันกลับมาดูแลเราอย่างดี รับเรากลับมาอยู่กลับแม่ ดีทุกอย่าง จนคลอด ลืมพี่สาวเราไปเลยตอนนั้น เรากับพี่สาวเรา ไม่เคยติดต่อกันอีกเลยหลังจากนั้นเกือบ 5 ปีแล้ว เราซื้อบ้านใหม่ค่ะ ตกแต่งไป พร้อมอยู่ได้เลย 5 ล้านกว่า แต่เราก็ย้ายมาอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ ให้แม่อยู่บ้านเรา บ้านแม่ปล่อยให้คนเช่า ชีวิตเราเปลี่ยนไป ตอนนี้อยู่บ้านเฉยๆเลี้ยงลูก อยากได้อะไรสามีหาให้ เหมือนจะเพอร์เฟคนะคะ แต่ว่าสามีก็ไม่ได้ให้เงินใช้แบบเมื่อก่อนแล้วค่ะ เค้าบอกว่าเราไม่รู้จักเก็บ ตอนนี้มีลูกแล้ว ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ปัญหาตามมมาค่ะ ... ไม่ส่งเงินให้แม่ ปล่อยให้แม่ไปทำงานหนัก พอได้ดีแล้วลืมครอบครัว ตากับยายลำบากมาก แต่แฟนเราไม่ส่งค่ะ บอกแต่ว่าถ้ามีปัญหา เดือดร้อน เจ็บป่วย ไม่สบาย ต้องหาหมอ มาบอก จะยืนอยู่ตรงนี้และพร้อมช่วยเหลือเสมอ แต่ให้ส่งทุกเดือน ทำไม่ได้ค่ะ แล้วด้วยเนื่องจากที่เราไม่ส่งเงินให้ กลายเป็นว่าเราอกตัญญู ตอนนี้ญาติพี่น้องเรา เราไม่เหลือใครเลยค่ะ เราทะเลาะกับที่บ้านจากที่เคยให้ แต่ตอนนี้ไม่ได้ให้แล้ว เค้าเอาอดีตของเรามาด่าเราให้เจ็บช้ำใจ เราเลยตัดการติดต่อทุกคน ยกเว้นแม่เรา ที่สามีเราเค้าไม่ได้ส่งเพราะแม่เราขับรถคันละเป็นล้าน ใช้แต่ของแบรนด์เนม เค้าเห็นว่าแม่เราไม่เดือนร้อน แต่เราอึดอัดใจอยู่ เพราะแม่อายุ 40 แล้ว ยังต้องมาทำงานเป็นลูกน้องเค้า แม่ก็บ่นว่าแม่เหนื่อย สามีเราเค้าไม่รู้ตัวค่ะว่าญาติเรา ผู้มีอุปการคุณทั้งหลายของเรา ไม่ชอบขี้หน้าเค้า เราก็ไม่เคยบอกเค้าว่าทะเลาะกันปัญหาเรื่องเงิน จะให้เรากลับบ้านไป ไปขอโทษที่บ้าน ให้เราเป็นฝ่ายเร่ิ่มก่อน เราไม่ไปค่ะ พอเพราะรู้ว่าปัญหาจะตามมาอีกมากมาย เรากำลังคิดว่ากลับไปครั้งหน้าจะกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดดีหรือไม่ ถ้าพวกคุณเป็นเราจะทำยังไงคะ แม่เราบอกให้เราปล่อยวาง อย่าโกรธแค้น ถือโทษกันเลยกับพี่เรา เราไม่รู้จะอธิบายยังไง ปัญหามันมากมาย เราอึดอัดใจเหลือเกิน เราอยู่ต่างประเทศมีความสุขมากค่ะ ไม่อยากกลับไปไทยเลย แต่สามีดันอยากย้ายไปทำงานที่เมืองไทย และจะเกษียณที่ไทยค่ะ สามีไม่รู้เรื่องในอดีตทั้งหมดนี่เลย รู้แค่ว่าเรามีปัญหากับครอบครัวแค่นั้น ฮืมมมมมมมม ไม่รู้ชีวิตจะเป็นยังไต่อไป แค่มาบ่นเฉยๆพูดกับใครไม่ได้ค่ะ