เกิดเหตุการณ์แบบนี้เราเลือกเดินออกมาแล้ว แต่ปัญหายังตามมา ควรทำยังไงต่อดีคะ ((T_T

สวัสดีค่ะ กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกเลย เริ่มมาก็มาปรึกษาซะแล้ว ยังไงก็รบกวนเพื่อนๆพี่ๆพันทิปด้วยนะคะ (^_^'

เรื่องก็เริ่มจากที่เราคบกับแฟนคนนึง แรกๆเขาก็ดูแลเทคแคร์เราดีนะคะ เราคบกันมาได้ 3 ปีค่ะ ก็มีทะเลาะกันบ้างอะไรบ้างเหมือนทั่วๆไป เพราะแฟนค่อนข้างเป็นคนอารมณ์ร้อน มีครั้งนึงเขาเคยโมโหมากกระชากแขน บีบแขนเราจนเราเลือดออก ไหลติดเสื้อเลยค่ะ แล้วตอนนั้นคือไปทะเลาะกันที่ห้องของเขา พอเราหลุดออกมาได้ เราก็เลยเดินออกจากห้องของเขาเพื่อจะไปเรียกแท็กซี่กลับบ้าน เพราะตอนนั้นรู้ตัวเองเลยค่ะว่าถ้าอยู่ต่อไปอารมณ์เราระเบิดแน่ค่ะ และเหตุการณ์มันจะยิ่งแรงขึ้น เพราะเราก็เย็นมามากแล้ว ไม่อยากพูดอะไรแรงๆออกไป พอกลับถึงบ้านเท่านั้นล่ะค่ะ โทรไปหาเพื่อนร้องห่มร้องไห้ ร้องเป็นบ้าเป็นหลัง เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเราก็ให้เขาทุกอย่าง ทำเต็มที่ของเราในฐานะแฟนที่ดีควรจะเป็น ทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ พอดราม่ากับเพื่อนไปสักพัก ก็หยุดร้อง และจะเตรียมตัวอาบน้ำเพราะวันรุ่งขึ้นมีงาน พอเราเดินไปหน้ากระจกเราก็เห็นคราบเลือดเต็มแขนเสื้อเลยค่ะ เสื้อสีขาวด้วย แว๊บแรกเราตกใจมาก แบบว่าเห้ย! นี่เราไปโดนอะไรมาตอนไหน ทำไมเลือดออกขนาดนี้ แล้วทำไมไม่รู้สึกเจ็บ รีบถอดเสื้อออกมาดู ปรากฎว่า ที่แขนมีรอยเล็บจิกอยู่ 4-5 รอย เป็นรอยแผลเลยค่ะ เลือดมันก็ไหลออกมาจากตรงนั้น น่าจะเกิดจากตอนที่แฟนมากระชากแขนเราแล้วเราพยายามสบัดให้หลุด คิดย้อนกลับไปถึงว่าทำไมพี่ยามหน้าหมู่บ้านมองหน้าเราแปลกๆ นี่เราเดินโดยมีเลือดเต็มแขนมาตั้งแต่ตอนไหนกันเนี่ย เราก็ถอดเสื้อเสร็จ เดินไปหลังบ้าน เอาถังปี๊ปเปล่าออกมา ใส่เสื้อลงไป เอาน้ำมันไฟเช็คราด แล้วจุดไฟเผาเลยค่ะ ที่เผาเพราะคิดว่าเลอะทั้งแขนขนาดนี้ซักไม่ออกแน่ๆ มันต้องเหลือเป็นคราบ และเราก็ไม่อยากจะเห็นมันอีก ไม่อยากนึกถึงสาเหตุที่เลือดเลอะ ดูเหมือนใจเด็ดนะคะ แต่จริงๆเปล่าเลยค่ะ เสียใจมากๆ หลังจากนั้นก็เลิกคุยกันไปเลย 2 เดือน แฟนก็โทรมาขอโทษ บอกว่าเขาผิดเอง เขาอารมณ์ร้อนไปหน่อย บลาๆๆๆ เราก็กลับไปคบกันเหมือนเดิม และก็ไม่เคยมีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นอีกเลย อันนี้คือข้อดีที่เราเห็นเขาทำ คบกันต่อมาได้อีก 2 ปี พอเข้าปีที่ 3 เขาได้งานใหม่ที่อยู่ไกลจากที่อยู่เดิม เขาก็ขอย้ายไปเช่าห้องอยู่ใกล้ที่ทำงาน ซึ่งเราก็เห็นด้วย และเป็นคนช่วยเขาดูห้องใหม่ด้วยซ้ำ เพราะไม่อยากให้ต้องรีบตื่น รีบเดินทาง กลัวเขาจะลำบาก มันก็เลยทำให้เรานานๆจะเจอกันสักที จากเมื่อก่อนเจอกันทุกวัน ก็กลายเป็นว่า เดือนนึงเราเจอกันประมาณ 4-5 ครั้ง ส่วนตัวเราก็ไม่มีปัญหานะคะ เพราะเข้าใจว่าโตๆกันแล้ว งานก็คืองาน เงินค่าประกันห้องพักเราก็ให้เขายืม มีช่วงนึงเขาเงินช็อต มาขอยืมเรา เราก็ให้เขา ของใช้ที่ต้องซื้อเข้าห้อง เราก็เอาของเราที่บ้านไปให้เขาใช้ เตาไมโครเวฟ หม้อหุ้งข้าว ต่างๆนาๆ เขาบอกเดี๋ยวเงินออกจะค่อยๆซื้อแล้วค่อยๆคืน เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะของพวกนั้นเราก็ไม่ค่อยได้ใช้ แต่มาช่วงหลังๆของปีที่ 3 เวลาไปเจอกันกินข้าวกันดูหนัง ความรู้สึกของเรามันบอกอ่ะค่ะว่าเขาไม่เหมือนเดิม ความอบอุ่นจากสายตา เวลามองกัน พูดคุย จับมือ กอด มันมีอะไรสักอย่างที่สะกิดใจเรา มันคงเป็นเซ้นส์ของผู้หญิงมั้งคะ แต่เค้าพยายามทำเหมือนปกติทุกอย่างนะ แรกๆเราก็พยายามคิดนะว่าที่เขาเปลี่ยนไป อาจจะเป็นเพราะว่าสังคมการทำงานของเขาค่อนข้างเครียด ต้องใช้ความรับผิดชอบสูง อาจเป็นเพราะแบบนี้เขาเลยดูเปลี่ยนไป ดูมีโลกส่วนตัวมากขึ้น แต่ในใจลึกๆอ่ะค่ะ ผู้หญิงเรารู้อยู่แล้วล่ะ ว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ บวกกับเพื่อนมาถามว่าเลิกกับแฟนแล้วเหรอ ไม่เห็นไปไหนมาไหนด้วยกัน วันนั้นเห็นแฟนที่นั่น วันนี้เห็นแฟนที่นี่ เราก็ได้แต่ตอบว่า เปล่าๆ แฟนย้ายที่ทำงาน อยู่ไกลเลยไม่ค่อยได้เจอ โทรศัพท์มือถือของเขา ตั้งแต่คบกัน เราไม่เคยเช็คเลยนะคะ เพราะเราให้เกียรติความเป็นส่วนตัวของเขา แต่โทรศัพท์มือถือเรานี่เวลาว่างๆเขาจะชอบหยิบมาเล่น มาเช็คตลอด เราก็ไม่ได้ว่าอะไร พอเจอกันครั้งที่ 3 ที่ 4 เรามั่นใจละ ว่ามันต้องมีอะไรเซ้นส์เราไม่น่าพลาด ก็เลยถามไปตรงๆว่าตอนนี้ได้คุยกับใครใหม่อยู่หรือเปล่า มีอะไรก็บอกกันนะ (เพราะทำเริ่มทำใจเตรียมไว้ตั้งแต่ครั้งที่ 2 แล้วค่ะ) เขาก็บอกว่าเปล่า หาว่าเราคิดมาก เราก็โอเคถ้าในเมื่อจะตอบมาแบบนี้ ก็จะต้องจับให้ได้แบบคาหนังคาเขา เวลาเขาเข้าไปอาบน้ำ แล้วมีไลน์เด้งขึ้นมา เราก็จะแอบๆไปมอง แต่ไม่ได้กดดูอะไรนะคะ อ่านแค่ที่มันเตือนขึ้นมาอ่ะค่ะ ก็เห็นละประโยคที่คุยกัน รวมถึงชื่อของผู้หญิงคนนั้น มีครั้งนึงระหว่างนอนเล่นโทรศัพท์กันอยู่ เขาก็ลุกไปเข้าห้องน้ำแต่ดันลืมเปิดหน้าแชททิ้งไว้ คงคิดว่าเราไม่เช็คมือถือเขามั้งคะ เราก็เห็นทุกอย่างเลยค่ะ ทั้งชื่อทั้งข้อความตอบไปตอบกลับและรูปหน้าตาของฝ่ายหญิง เราถ่ายรูปเก็บไว้เรียบร้อย พอเขาออกมาก็ทำเหมือนปกติทุกอย่าง ตอนเขาก้มลงมามองมือถือเขา เขาก็ทำหน้าตกใจชะงักไปแปปนึง แล้วเขาก็แกล้งๆถามเราว่า ตอนเข้าห้องน้ำมีใครโทรมาไหม? (เพราะโทรศัพท์ของเขาจะตั้งปิดเสียงปิดสั่นไว้ค่ะ จะขึ้นแค่ไฟที่หน้าจอเวลาคนโทรเข้า) เราก็บอกว่า ไม่แน่ใจนะกำลังดูคลิปสอนแต่งหน้าอยู่อ่ะ ไม่ได้หันไปมอง เขาก็ทำหน้าสบายใจคิดว่าเราไม่เห็น รอดตัวแล้ว เราก็คิดในใจ ถ้าสีหน้าจะออกขนาดนี้ก็ไม่เนียนเลยนะ มันยิ่งตอกย้ำว่าไอ้ที่เราเห็นคือมันใช่แน่ๆ คนนี้แหละ แล้วมันก็มีเหตุการณ์ พอมีวันหยุดตรงกัน เราก็ไลน์ไปหาเขา บอกว่า "วันนี้อากาศดีแดดไม่ร้อน ไปนั่งกินกาแฟกันไหม ร้านเดิม" เป็นร้านที่เราไปนั่งชิวกันบ่อยๆเมื่อก่อนอ่ะค่ะ เขาก็บอกว่า วันนี้ไม่ว่างต้องปั่นงานค้าง เราก็โอเคไม่เป็นไร เพราะถ้าเขาต้องปั่นงานจริงๆ เราจะไปงี่เง่าใส่ให้เขาออกมาหามันก็ไม่ใช่เรื่อง เราก็เลยขับรถไปที่ร้านของเราคนเดียว กะไปนั่งฟังเพลงอ่านหนังสือ พอเราขับรถไปถึงหน้าร้าน ซึ่งมันเป็นกระจกทั้งหมด มองเขาไปก็เห็นเขานั่งคุยกับผู้หญิงที่เราเห็นในแชทอ่ะค่ะ ดูยิ้มแย้ม มีความสุขกันทั้งคู่ ถามว่าตอนนั้นเสียใจ เสียใจมากค่ะ แต่เราจะมาแพ้ตรงนี้ไม่ได้ เราจอดรถเสร็จ เดินลงจากรถ ผลักประตูเขาไปเดินด้วยความมั่นใจไปที่เคาน์เตอร์ แล้วสั่งกาแฟเสียงดังๆหน่อย โดยที่ไม่ได้หันไปมองเขานะคะ กะว่าให้เขาได้ยินเสียงแล้วจำได้หันมามองว่า นี่เรามาอยู่ตรงนี้ละนะ เราเห็นละนะ เสียงเราเป็นผลค่ะ เพราะด้านหลังเคาน์เตอร์มันจะเป็นคูลเลอร์สแตนแลสอันใหญ่ๆ เราก็มองเขาจากเงาสะท้อนนั่นแหละค่ะ เราใส่แว่นดำอยู่ เขาจะได้ไม่เห็นสายตาเราว่าเรากำลังมองเขาอยู่ เสียงที่เปล่งออกไปเป็นผลค่ะ เขาทำหน้าตกใจหันมามองที่เรา แล้วหน้าก็เปลี่ยนจากตกใจเป็นช็อคค่ะ ตอนนั้นเราสะใจมาก เพราะเราไม่ชอบให้ใครมาโกหกเราตื้นๆแล้วคิดว่าเราจะจับไม่ได้ แต่เราก็ไม่ได้หันหน้ากลับไปมองเขานะคะ รอกาแฟเสร็จ จ่ายเงิน แล้วก็เดินออกจากร้านแบบสวยๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้เขาคิดว่าเราคงไม่เห็นเขา ให้คิดว่าเขาโชคดีรอดแล้ว หลังจากนั้นเราก็ทำปกติทุกอย่างนะ จนเพื่อนไปถ่ายรูปมาให้ดูว่า เจอวันนั้นที่ห้างนี้ วันนี้เจอนั่งกินข้าวกับคนนี้ที่ร้านนั้น คราวนี้หลักฐานพร้อมค่ะ และแล้ววันตัดสินก็มาถึง เราเปิดประเด็ดก่อนเลยค่ะ มีอะไรจะสารภาพไหม? เขาก็ทำหน้าเสียหน่อยๆละ เราก็เอ่ยชื่อผู้หญิงคนนั้นไป แล้วถามว่าคนนี้เป็นใคร เขาก็บอกรุ่นน้องที่ทำงาน รู้จักกัน เราก็ถามว่าแค่รุ่นน้องจริงๆเหรอ เขาก็บอกใช่ พอดีน้องเขามาทำงานใหม่ อยู่แผนกเดียวกัน ก็เลยช่วยดูงานให้ เราก็เลยดึงภาพที่เพื่อนถ่ายให้ กับ ภาพแชทที่เราถ่ายไว้ทั้งหมดออกมาวางบนโต๊ะ เราปริ้นใส่ A4 เตรียมไว้เลยค่ะ ตัวใหญ่ๆชัดๆ อาจฟังดูเหมือนละครนะคะ แต่เราทำแบบนี้จริงๆค่ะ ไม่อยากเอามือถือไปเปิดๆเลื่อนๆแล้วส่งให้เขาดู เกิดเขาอารมณ์ร้อนปาโทรศัพท์เราพังไปอีกจะยุ่งค่ะ พอเขาเห็นรูปทั้งหมดเขาหน้าเสียเลยค่ะ เราก็ถามเขาว่า รุ่นพี่เขาคุยกับรุ่นน้องด้วยคำแบบนี้เหรอ สวีทกันขนาดนี้เหรอ ทำไมมีอะไรถึงไม่บอกกัน คุยกันตั้งแต่ก่อนคบกันแล้วว่าถ้าถึงจุดที่อยากจะไปมีใหม่ หรือเบื่ออะไรให้บอก เขาก็นั่งเงียบ แล้วเงิยหน้าขึ้นมาถาม "แล้วเธอจะให้เราทำยังไง" เรานี่แบบคิดในใจ WHATTTTT?!?!?!?! ถึงจุดนั้นถ้านี่คือคำพูดที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายที่แอบไปมีคนอื่นแล้วแฟนจับได้คิดขึ้นมาแล้วพูดได้แค่นี้ เราจบเลยค่ะ พอดีกว่า เราเลยบอกให้เขาออกไปจากห้องเราซะ เก็บของแล้วออกไป ดูเป็นสงครามเย็นมากค่ะ เขาก็ออกไป ถามว่าตอนนั้นเราร้องไห้ไหม? เราไม่ร้องเลยค่ะ คิดอย่างเดียว ทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ ภายนอกเขาดูเหมือนจะดี แต่ข้างในทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ พ่อแม่เราเลี้ยงเรามาไม่ได้เพื่อให้มาเจออะไรแบบนี้ แต่ถ้าถามว่าเสียใจไหม? เราเสียใจมากๆเลยค่ะ ทุกๆอย่างที่ให้ไปตลอดเวลาที่คบกัน เราพยาทำให้ดีที่สุดมาตลอด มันไม่พอเลยหรือไง หลังจากนั้น 3 เดือนก็ไม่ได้คุยไม่ได้ติดต่อกันเลยค่ะ เราตัดสินใจ ส่งข้อความไปหาเขา บอกว่าเราขอของเราคืนทั้งหมดรวมทั้งค่าประกันห้องที่เราออกให้เขาไป เขาตอบกลับมายังไงรู้ไหมคะ? "ของยังใช้อยู่ ยังไม่ได้ซื้อใหม่ เดี๋ยวซื้อใหม่แล้วจะคืน ส่วนเรื่องเงิน ตอนนี้ยังไม่พร้อม" จบ เรานี่แบบสตั๊นค่ะ บอกเลยว่าสตั๊นมากๆ ภายนอกเขาดูเป็นสุภาพบุรุษมากๆ แต่ทำไมถึงได้พูดอะไรอย่างนี้ เราอ่านแล้วเราไม่รู้จะพูดอะไรต่อเลยค่ะ แล้วที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ พอเราเลิกกัน ตัวเราเองก็ไม่ได้ไปป่าวประกาศให้คนอื่นฟังว่า เลิกกันแล้วนะ เขาไม่ดีอย่างนั้นทำไม่ดีนั่นนี่ ใครถามเราก็แค่ตอบว่าเลิกกันแล้วเฉยๆ จบ ไม่มีอะไรต่อ แต่เขาเอาเราไปพูดเสียๆหายๆกับเพื่อนของเขา รวมทั้งเพื่อนของเรา บอกว่าที่เลิกกันเพราะเรางี่เง่าเอง เรานั่นเรานี่ เราไม่ดี ที่รู้เพราะเพื่อนมาบอกค่ะ เราก็สตั๊นไปอีกรอบ ทำไมผู้ชายถึงใส่ร้ายผู้หญิงได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่เราไม่ได้พูดสิ่งที่เขาทำให้ใครฟังเลย คือกลุ่มเพื่อนสนิทเราจะเป็นกลุ่มที่แบบให้พื้นที่ของกันและกันอ่ะค่ะ ไม่ถามมาก ไม่เซ้าซี้ โตๆกันแล้ว รู้อะไรก็คุยกันเงียบๆ เพื่อนที่สนิทกันก็จะรู้ค่ะว่าเรื่องมันเป็นมายังไง ก็ไม่มีใครอยากพูดถึง แต่เพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทเวลาเจอกันจะมองเราด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเลยค่ะ คำพูดคุยจะมีเหน็บเรานิดๆเสมอ เราเบื่อมากค่ะบอกตรงๆ แต่ด้วยงานที่ทำมันทำให้ต้องเจอเพื่อนพวกนี้บ่อย เราก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ แม่เขาเราก็รู้จักนะคะ แม่เขาเอนดูเรามากตอนคบกัน ตอนนี้เวลาเจอกันแม่เขาไม่มองหน้าเราเลยค่ะ ไม่รู้แฟนเก่าเราเอาอะไรไปพูดบ้าง เราควรรับมือยังไงกับสถาณการณ์แบบนี้ดีค่ะ บรรยากาศตอนนี้ตึงมากเวลาต้องมาดิลงานร่วมกัน แค่เรื่องที่ผ่านมาเราก็เสียใจมากพอแล้ว ทั้งเงินทั้งของทั้งเวลาที่เสียไป ยังมาเจอเพื่อนร่วมงานทำแบบนี้อีก เครียดมากๆค่ะ รบกวนเพื่อนๆพี่ๆช่วยหาทางออกของเรื่องนี้ให้เราด้วยค่ะ เราพยายามแล้วแต่หนีไม่พ้น หรือจะเป็นคำแนะนำอะไรก็ได้ค่ะ เราอยากหลุดจากอะไรแบบนี้เต็มทีแล้ว ขอบคุณที่อ่านกันมาจนจบนะคะ ยาวนิดนึง ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ ((>_<))"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่