ย้อนรอยรัก บทที่ 1

กระทู้สนทนา
“ ทำไมต้องเป็นวัดนี้ ไกลก็ไกล ร้อนก็ร้อน”

ผู้เป็นพี่สาวบ่นเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง ความจริงระยะทางไม่ได้รบกวนเธอเท่ากับอากาศอบอ้าวช่วงปลายเดือนมีนาคม   ยิ่งบริเวณวัดไม่มีพื้นที่เป็นดินเหลืออยู่อีกแล้ว แม้จะมีต้นไม้ใหญ่บ้างประปรายก็ไม่ช่วยบรรเทาความร้อนแต่อย่างใด

“ ก็เป็นวัดต้นตระกูลเรา  ถึงต้องมาทำบุญที่วัดนี้นะสิ”

คนเป็นน้องซึ่งอายุน้อยกว่า 5 ปี หน้าตาละม้ายคล้ายกัน สูงไล่เลี่ยกัน  ต่างกันชัดเจนที่คนน้องผมยาวถึงกลางหลัง  คนพี่ผมซอยสั้น
    
“ เรามีตระกูลอะไรกับเขาด้วยหรือ ”
    
ในสายตาของคนที่ประสบความสำเร็จทั้งการเรียนและการทำงานอย่างเพ็ญแพง มองว่าน้องสาวที่อายุเกือบสามสิบแต่ยังไม่มีการงานทำเป็นหลักแหล่ง เป็นฟรีแลนซ์มีงานบ้างไม่มีงานบ้าง เชื่อถืออะไรไม่ได้มากนัก

“ คุณตาเคยเล่าให้ฟังว่าวัดนี้คุณตาของคุณตาเป็นคนสร้าง  ใช่ไหมแม่”

ลูกสาวคนเล็กหันไปหาเสียงสนับสนุนจากมารดาซึ่งเดินคู่บิดาอยู่ไม่ห่างนัก

“  คงอย่างนั้นแหละ  แม่ก็จำไม่ค่อยได้แล้ว ”

เพ็ญนภาเคยได้ยินเรื่องนี้จากผู้เป็นบิดา แต่ไม่ได้สนใจอะไรนัก  เพราะตั้งแต่จำความได้ บิดาเป็นทหารต้องไปราชการต่างจังหวัด โดยที่มารดาอยู่บ้านที่กรุงเทพฯไม่ได้ติดตามไปด้วย  กว่าบิดาจะได้ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ  บุตรสาวก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว  จนหลังเกษียณจึงมาอยู่กับลูกสาวคนเดียวและกลายเป็นหลานสาวคนเล็กที่ใกล้ชิดกับคุณตาในบั้นปลายของชีวิต  ถ้าจะมีใครรู้ประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษก็หนีไม่พ้นแพงเพ็ญนั่นเอง

“ เอาเถอะ ใช่หรือไม่ใช่  ขึ้นชื่อว่าทำบุญที่ไหนก็ดีทั้งนั้น”

ผู้เป็นบิดาไกล่เกลี่ย  ประดิษฐ์ มาจากครอบครัวข้าราชการต่างจังหวัด เขาและภรรยาเห็นตรงกันเรื่องการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ  แต่มั่นคง ไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของสังคม  เขาพอจะรู้ว่าบรรพบุรุษของภรรยาเป็นขุนนางเก่ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่  3   แต่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก  เพราะไม่คิดว่าจะมีผลอะไรกับการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน  เขาเพียงหวังว่าลูกสาวทั้งสองจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีมีศีลธรรม สามารถทำงานเลี้ยงตนเองได้  ปัจจุบันเขาโล่งใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังคงเป็นห่วงลูกสาวทั้งสองด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่