- เมื่อคนที่ใช่ในวันนั้น กลายเป็นคนที่ไม่ใช่ในวันนี้ -

สวัสดีคับ เพื่อนๆทุกคน ผม หนุ่มน้อยต้นไม้ วันนี้มีเรื่องที่อยากให้ทุกคนรับฟัง...

ชีวิตผมก่อนหน้านี้มันดีมาก ทั้งเรื่องเรียนและชีวิตหลังเรียนจบ มีคนมากมายที่เข้ามาในชีวิต มีทั้งที่ถูกใจ ไม่ถูกใจ
และมันก็ดำเนินมาถึงวันหนึ่ง ที่มีคนๆหนึ่งเข้ามาในชีวิตครับ เขา add friend มาใน facebook ส่วนตัวของผมเพราะเราอยู่ในกลุ่มสัตว์เลี้ยง ชนิดเดียวกัน และเขาบอกว่าเขาสนใจเวลาที่ผมโพสลงในกลุ่ม แล้วเราก็ได้เริ่มคุยกัน โดยที่ผมทักไปหาเขาก่อน  (เพราะความเจ้าชู้ล้วนๆ)

จนเราเกิดชอบพอกัน เขาบอกผมว่า เขาไม่ได้รู้สึกชอบใครมากๆแบบนี้มานานแล้ว มีอะไรหลายๆอย่างที่เขาประทับใจในตัวผม เรามีอะไรหลายๆอย่างที่เราชอบเหมือนกัน เราสนใจในเรื่องเหมือนๆกัน เราเลยตกลงว่าเราจะคุยกันจริงจังมากขึ้น ผมเองก็เลยเลิกนิสัยที่คุยเยอะ คุยหลายคน แล้วหันมาคุยกับเขาแค่คนเดียว...
(ผมตัดสินใจบอกเขาว่า ผมเลิกคุยกับคนอื่นหมดแล้ว เพื่อจะหันมาจริงจังกับเขา และเขาก็ดูดีใจที่ผมบอกแบบนั้น แต่ก็ยังพูดกับผมว่า "ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้นะ เราชิวๆ") เราพูดกันว่า เราเหนื่อยแล้ว ที่ต้องวิ่งหาใคร ก็อยากหยุดอยู่ที่ใครสักคนก็พอ

**แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากมเลิกเป็นคนเจ้าชู้ ผมกลับกลายเป็นคนทื่อๆ จืดๆ ที่เวลาเจอเขา ผมจะเงียบๆไม่ค่อยทะเล้นทะลึ่งแบบเดิม เหมือนที่ผมเคยเป็นตัวของผมเอง ส่วนหนึ่งเพราะยังเขินๆอยู่
(ตอนที่ทำตัวแบบนั้น เหนื่อยมากคับ แต่เพราะไม่รู้จะทำตัวยังไง เลยลงเอยด้วยการนิ่ง...)

ผมเป็นคนเพิ่งเรียนจบครับ ยังไม่ได้ทำงานและกำลังค่อยๆหางานให้ตัวเอง เลยอยู่บ้านพักผ่อน ดูแลพ่อแม่ไปก่อน แต่ตัวเขาเอง เพิ่งจะได้งาน เพราะเขาก็เพิ่งเรียนจบเหมือนกัน และสถานที่ทำงานของเขาก็บังเอิญอยู่ใกล้บ้านของผมมาก เราสองคนก็ดีใจที่เราจะได้เจอกันบ่อยขึ้น ทั้งกินข้าวตอนเที่ยง ไปหาหลังเลิกงาน และไปดูหนัง กินข้าวกันบ้าง ตามโอกาส

ช่วงเวลาก่อนที่เขาจะเริ่มทำงานประจำ ที่ออฟฟิศใกล้บ้านผม เรามีความสุขและความสัมพันธ์พัฒนาไปมากในระดับหนึ่ง เราแบ่งปันเรื่องต่างๆในชีวิตให้กันฟัง บอกเล่าเรื่องราวที่ทุกข์ใจ ให้ได้ปลอบโยนกัน /// จนมาถึงวันที่เขาเริ่มทำงาน /// เขาก็มีเวลาน้อยลง เพราะงานและหน้าที่มีมากขึ้น ในขณะที่ผมยังว่างงานอยู่ทุกวัน เขาบอกว่าเขาเป็นคนที่ ขี้รำคาญ ใจร้อน จริงจังกับงาน ผมจึงไม่ค่อยได้ตามจิก และเข้าใจกับเวลาทำงานของเขา (ทั้งๆที่ตัวผมเอง เคยเป็นคนที่ติดใครแล้วติดเลย อยากคุยอยากรู้ว่าทำอะไร จากประสบการณ์เวลามีแฟนมา ผมเป็นคนงี่เง่ามากครับ) ในกรณีครั้งนี้ ผมเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้ครับ ผมทำได้ ผมไม่ตามตื้อ ไม่จู้จี้ และเข้าในเขาทุกอย่าง...

จนกระทั่งนานๆเข้า เราไม่ค่อยได้เจอกัน แม้กระทั่งตอนเที่ยงหรือหลังเวาเลิกงานของเขา เพราะอะไร ผมก็ไม่ทราบ แต่ก็สัมผัสได้ ว่าเขาเหนื่อยกับงาน และโหยหาเวลาพักผ่อน อยู่กับเพื่อน ครอบครัว.. ซึ่งผม ยังถือว่าอยู่ในฐานะคนคุย ที่ต้องยอมรับว่า ความสำคัญน้อยสุด แต่มก็ไม่เคยคิดอะไร เราก็คุยกันแค่ใน LINE ผมก็จะคอยให้กำลังใจเขาเสมอ...โดยไม่รู้เลยว่า มันมีอะไรบางอย่างที่เริ่มเปลี่ยนไป

จนวันนี้ ผมเริ่มตระหนักได้แล้วว่าความสัมพันธ์มันไม่เพิ่มขึ้นเลย แถมบางทีเหมือนจะลดลง เพราะเราไม่ได้ไปไหนมาไหน ไม่ได้เจอหน้ากันเลยครับ (ครั้งล่าสุดเมื่อเกือบ2อาทิตย์ก่อน ซึ่ง นานมากกว่าจะได้เจอกัน) ผมจึงตัดสินใจบอกเขาไปตรงๆว่า อยากชวนไปไหนมาไหนบ้าง ให้ได้เจอกันบ้าง ทำไรด้วยกันบ้าง แต่ก็เข้าใจนะ ว่าเขาต้องทำงาน เวลาวันหยุดก็ต้องให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ผมไม่เคยว่าเลย เพราะอยู่มาได้แบบปกติสุข ตั้งแต่เขาเริ่มทำงาน แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆถึงได้คิดบอกเขาไปแบบนั้น (คิดว่าในใจอาจจะแอบคิดโดยที่ผมเองก็ไม่รู้ตัว)

ผมตัดสินใจขอนัดคุยกับเขาหลังจากเขาเลิกงาน และเราก็คุยกัน ถึงเรื่องปัญหานี้ครับ...
ผม - เธอคิดว่าเราเป็นคนยังไง?
เขา - เธอเป็นคนจริงจังกับชีวิต เครียดกับอะไรแล้วเครียดเลย เป็นคนดีไว้ใจได้ (คือผมมักจะบ่นให้เขาฟังเวลามีเรื่องเครียดๆเช่น สอบ toeic ได้คะแนนน้อย เป็นต้น)
ผม - โอเค ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน เราอยากให้เธอเข้าใจว่าเรา ไม่ได้มาเรียกร้องหรืออะไร เรามาถามเพราะรู้สึกว่าความสัมพันธ์เรามันไม่เพิ่มเลย
//และเราก็คุยกันถึงเรื่องนี้ จนได้ข้อสรุป//

เขาบอกผมว่า ความรู้สึกเหมือนเขามองว่า ผมยังไม่ใช่ สำหรับเขา.. เขามองว่าผมอยู่บนหนังสือคนละหน้า ผมว่างงานไม่ได้ทำไร เขาทำงานทุกวันๆ ผมดูยังเด็ก..ซึ่งเขาชอบคนที่ดูโตกว่า ชอบคนที่ดูดุๆหน่อย //แต่สิ่งที่ผมทำหังจากจริงจังกับเขาคือ กลายเป็นหนุ่มจืด นิ่งๆ เรียบๆง่ายๆ ซื่อบื้อ555+//  เขามองว่าส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องของงาน เพราะเวาเขาน้อยลง คนที่คุยกันแต่ในไลน์ แค่ทักกันตอนเช้า บอกฝันดีตอนกลางคืน คงไม่ได้มีอะไรพัฒนาเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว เขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไง เขาก็ยัง งง กับตัวเอง...(แต่กู งง กว่านะ 555+)

เขาบอกอีกครับ ว่าผมเป็นคนดีมาก ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังอยู่กับที่กันแบบนี้ และเขาบอกว่า เขารู้สึกชอบ คนที่แก่น เซี้ยว ซ่าๆ อะไรแบบนี้

ผมจับมือเขาและ บอกเขาไปว่า ก็อยากให้คิดดูดีๆ..ชีวิตคนเราก็ไม่ได้ยาว แต่ก็ไม่ได้สั้น ตอนนี้พวกเราอายุ22-23 กันอยู่ แต่การที่เรามาเจอกันแล้ว เรายังไม่ทันได้ทำอะไรร่วมกันเลย...ไม่เสียดายหรอ คนที่จะอยู่กับคนขี้เบื่แบบเธอ ต้องไม่ใช่คนที่ขี้เบื่อแบบเธอสิ ไม่งั้นมันก็จะเลิกกันไป ด้วยเหตุผลว่า เบื่อ แต่คนที่เธอเหมาะสม ควรเป็นคนที่ เข้าใจในชีวิตของเธอ และไม่จำเป็นต้องมีเธออยู่ในชีวิต ตลอดเวลา... ผมพูดได้เท่านี้จริงๆครับ ความรู้สึกเหมือนเข้าห้องดำใน The Face แล้วต้องพูดให้เมนเทอร์ ไม่เอาเราออก5555

ตอนนี้ หลังจากที่คุยกันไป ในแชตไลน์เอง เราก็คุยกันน้อยลงยิ่งกว่าเก่าอีกครับ ส่วนตัวผมไม่ได้ทักไป เพราะอากให้เขาอยู่กับตัวเอง มีเวลาคิดอะไรๆ และผมเอง ตอนนี้ ข้างในใจมันช้ำมากคับ.. มันไม่ร้องไห้ มันไม่เจ็บ แต่มัน ค่อยๆปวด ปวด ปวด เป็นเวลา ไม่น่าเชื่อเลยว่า คนๆนึง จะมีอิทธิพลกับหัวใจเราขนาดนี้ ผมไม่รู้แล้วครับ ว่าผมทำอะไรได้มากกว่านี้ แค่ต้องการจะมีแฟน มีคนรักสักคน แต่ข้อจำกัดมันเยอะเหลือเกิน..

ผมมองเห็นนะครับ ว่าเขาเองก็ไม่ได้พร้อมจะมีแฟน และเขาพูดกับผมคำนึงว่า คุยกับเราจนตอนนี้ ทุกข์ไหม ถ้าทุกข์ เราอยากให้เราเลิกคุยกัน เพราะการที่เราคุยกับใครสักคน มันต้องไม่ทุกข์ (ก่อนหน้านี้ก็ไม่ทุกข์นะ ตอนนี้กูเริ่มทุกข์แล้วหว่ะ555)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่