“ไทย เป็นประเทศเดียวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุม EMDCD โดยจีนให้เหตุผลที่เชิญไทยว่า ไทยเป็นประเทศที่จีนให้ความสำคัญ โดยตระหนักถึงบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่มีต่อภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ และผู้นำของทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดีต่อกันและดำเนินมาอย่างยาวนาน"
การเข้าร่วมประชุม EMDCD ของนายกรัฐมนตรีจะเป็นโอกาสที่นายกรัฐมนตรีจะได้แสดงวิสัยทัศน์และบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่มีบทบาทเป็นที่ยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสอันดีในการเผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในฐานะแนวทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนให้เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาคมระหว่างประเทศ ตลอดจนการได้พบหารือทวิภาคีกับผู้นำจากกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาที่มีความสำคัญ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสานต่อความร่วมมือระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น
อนึ่ง กลุ่ม BRICS เป็นกลุ่มประเทศที่ได้รับการจับตามองในฐานะที่เป็นประเทศมีศักยภาพและมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยมีการประชุมร่วมระดับผู้นำครั้งแรกเมื่อปี 2552 (ค.ศ. 2009) ประกอบด้วยสมาชิก 4 ประเทศ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน ซึ่งต่อมา กลุ่มฯ ได้รับแอฟริกาใต้เข้าเป็นสมาชิกในปีถัดมา โดยขนาดเศรษฐกิจของกลุ่ม BRICS คิดเป็นร้อยละ 27 ของเศรษฐกิจโลก และมีจำนวนประชากรรวมกันประมาณร้อยละ 42 ของประชากรโลก
โดยกลุ่ม BRICS มีบทบาทในการผลักดันการมีส่วนร่วมของประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในระบบเศรษฐกิจโลก และมีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมที่สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่ (New Development Bank - NDB) เพื่อสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาสำหรับประเทศสมาชิก BRICS และการจัดตั้งกองทุนเงินสำรองกรณีฉุกเฉิน (Contingent Reserve Arrangement - CRA) ที่ทำหน้าที่ป้องกันความเสี่ยงทางการเงินจากความผันผวนของสภาวะการเงินระหว่างประเทศให้แก่สมาชิกกลุ่ม BRICS
มีรายงานว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม กระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่า รัฐบาลจีนไม่ได้ส่งคำเชิญ พล.อ. ประยุทธ์ เข้าร่วมการประชุมระดับสูง เวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 (High-Level Dialogue Belt and Road Forum for International Cooperation) ที่กรุงปักกิ่งเมื่อ 14-15 พฤษภาคม 2560 เนื่องจากได้เชิญให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 แทน และนายกรัฐมนตรีได้ตอบตกลงที่จะเข้าร่วมงานดังกล่าวแล้ว โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยนในเดือนกันยายน และทางการจีนเป็นเจ้าภาพเช่นกัน อย่างไรก็ตามการประชุมเส้นทางสายไหมในครั้งนั้น จีนได้เชิญ 6 รัฐมนตรีไทยไปร่วมประชุม
นอกจากนี้ ในระหว่าง ที่พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดเดินทางไปเยือนประเทศจีน ครั้งนี้ จะได้ลงนามร่วมกับฝ่ายจีน รวม 2 ฉบับ พร้อมกันคือ สัญญา 2.1 งานออกแบบรายละเอียดโครงสร้างพื้นฐาน และสัญญา 2.2 สัญญางานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟไทย-จีน หรือรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9600000089387
เป็นไปตามกำหนดเวลาค่ะ ลุงตู่และคณะจะบินไปจีนอย่างสง่างามแน่นอน
ประเทศไทยในยามนี้สุขสงบและสวยงามยามมองไปในอนาคตข้างหน้า
ขอร้องเพลงชาติไทยหน่อยนะคะ..
"..เถลิงประเทศชาติไทย ทวี มีชัย ชโย" 🇹🇭




~มาลาริน~** สง่างาม 🇹🇭 บัวแก้ว เปิดภารกิจ “ทีมบิ๊กตู่” เยือนจีนถก 5 ผู้นำ BRICS ระบุ “ไทย” หนึ่งเดียวจากอาเซียน
การเข้าร่วมประชุม EMDCD ของนายกรัฐมนตรีจะเป็นโอกาสที่นายกรัฐมนตรีจะได้แสดงวิสัยทัศน์และบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่มีบทบาทเป็นที่ยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสอันดีในการเผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในฐานะแนวทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนให้เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาคมระหว่างประเทศ ตลอดจนการได้พบหารือทวิภาคีกับผู้นำจากกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาที่มีความสำคัญ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสานต่อความร่วมมือระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น
อนึ่ง กลุ่ม BRICS เป็นกลุ่มประเทศที่ได้รับการจับตามองในฐานะที่เป็นประเทศมีศักยภาพและมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยมีการประชุมร่วมระดับผู้นำครั้งแรกเมื่อปี 2552 (ค.ศ. 2009) ประกอบด้วยสมาชิก 4 ประเทศ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน ซึ่งต่อมา กลุ่มฯ ได้รับแอฟริกาใต้เข้าเป็นสมาชิกในปีถัดมา โดยขนาดเศรษฐกิจของกลุ่ม BRICS คิดเป็นร้อยละ 27 ของเศรษฐกิจโลก และมีจำนวนประชากรรวมกันประมาณร้อยละ 42 ของประชากรโลก
โดยกลุ่ม BRICS มีบทบาทในการผลักดันการมีส่วนร่วมของประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในระบบเศรษฐกิจโลก และมีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมที่สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่ (New Development Bank - NDB) เพื่อสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาสำหรับประเทศสมาชิก BRICS และการจัดตั้งกองทุนเงินสำรองกรณีฉุกเฉิน (Contingent Reserve Arrangement - CRA) ที่ทำหน้าที่ป้องกันความเสี่ยงทางการเงินจากความผันผวนของสภาวะการเงินระหว่างประเทศให้แก่สมาชิกกลุ่ม BRICS
มีรายงานว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม กระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่า รัฐบาลจีนไม่ได้ส่งคำเชิญ พล.อ. ประยุทธ์ เข้าร่วมการประชุมระดับสูง เวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 (High-Level Dialogue Belt and Road Forum for International Cooperation) ที่กรุงปักกิ่งเมื่อ 14-15 พฤษภาคม 2560 เนื่องจากได้เชิญให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 แทน และนายกรัฐมนตรีได้ตอบตกลงที่จะเข้าร่วมงานดังกล่าวแล้ว โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยนในเดือนกันยายน และทางการจีนเป็นเจ้าภาพเช่นกัน อย่างไรก็ตามการประชุมเส้นทางสายไหมในครั้งนั้น จีนได้เชิญ 6 รัฐมนตรีไทยไปร่วมประชุม
นอกจากนี้ ในระหว่าง ที่พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดเดินทางไปเยือนประเทศจีน ครั้งนี้ จะได้ลงนามร่วมกับฝ่ายจีน รวม 2 ฉบับ พร้อมกันคือ สัญญา 2.1 งานออกแบบรายละเอียดโครงสร้างพื้นฐาน และสัญญา 2.2 สัญญางานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟไทย-จีน หรือรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9600000089387
เป็นไปตามกำหนดเวลาค่ะ ลุงตู่และคณะจะบินไปจีนอย่างสง่างามแน่นอน
ประเทศไทยในยามนี้สุขสงบและสวยงามยามมองไปในอนาคตข้างหน้า
ขอร้องเพลงชาติไทยหน่อยนะคะ..
"..เถลิงประเทศชาติไทย ทวี มีชัย ชโย" 🇹🇭