...ตามที่เคยบอกเพื่อนๆว่าจะเล่าเรื่องตอนที่คอมเจ๊ง แล้วมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
ก็ไม่มีอะไรคะ จขกท.โมโหว่าคอมเสีย ก็เลยใส่รองเท้าส้นสูงแบกคอมวิ่งหนีผี
อ๊ะ จ๊ากกก ไม่ใช่อันนั้นน้องเจ้ยพูด



...
...อันนี้เอาจริง หลายๆคนที่ท่องยุทธภพไปในโลกออนไลน์
ก็จะต้องหงุดหงิดทุกครั้งที่เน็ตล่ม ไฟดับ สัญญาณเน็ตไม่ดี
จขกท.ก็เป็นเหมือนกัน พอไม่มีคอมแล้วหงุดหงิด เครียด เหมือนความสุขมันหายไป
เล่นในเมือถือก็ไม่สะดวก แต่ก็จำเป็นต้องเล่นในมือถือ เพราะคอมส่งซ่อม
ก็นั่งเล่นไป ฝนก็ตกปรอยๆ ยิ่งทำให้หงุดหงิดเพิ่ม 4 ทุ่ม จขกท.ปิดร้านเรียบร้อย
ตระโกนบอกพ่อกับแม่ "หนูกลับบ้านแล้วนะ พรุ่งนี้เจอกันจ้า" ล๊อคบ้านเรียบร้อย
เดินไปสต๊าร์ทรถ ขับออกไปช้าๆ เปิดเพลงเบาๆให้เข้ากับบรรยากาศฝนตกปรอยๆ
ทำไมถนนหนทางมันมืดแบบนี้ โหหห ชีวิตนางเอกช่างน่าสงสาร ที่ต้องขับรถคนเดียวท่ามกลางสายฝนแล้วยังมืดอีก
เราคงตาบอดแน่ สาเหตุต้องมาจากเราเล่นเน็ตผ่านมือถือแน่ๆ ไม่น่าเลยเรา ยิ่งขับรถไปถนนก็ยิ่งมืด
ทุกทีเวลาเลี้ยวรถเข้าบ้าน แสงไฟจะต้องสาดไปกระทบกำแพง แต่นี่เราเลี้ยวรถ แสงไฟก็ไม่มี
โอ๊ยยย เราจะต้องตาบอดจริงหรือนี่ ไม่นะไม่ ไม่ มันต้องมีอะไรผิดพลาดซักอย่าง
สาธุคุณพระคุณเจ้า มองดูหน้ารถ อ่ออ เราลืมเปิดไฟหน้ารถนี่เอง...
...จอดรถในโรงรถ ล๊อครถ ดึงประตูดูว่าล๊อคเรียบร้อยแล้ว
วิ่งฝ่าสายฝนเข้าไปในบ้าน วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ หยิบหมอนมานอนเล่นมือถือต่อ
เย๊ยยย ทำไมหน้าจอมือถือมันมืดอย่างนี้ หรือว่าสายตาเราจะเสียแล้วจริงๆ
ถ้าสายตาเสีย เราต้องใส่แว่น ต้องมีคนเรียกเราว่าป้าแว่นแน่ ปิดมือถือไว้ดีกว่า เผื่อพรุ่งนี้สายตาจะกลับคืน
ตื่นเช้ามา ทำความสะอาดบ้านเรียบร้อย เอามือถือมานั่งเล่น หน้าจอมือถือมืดอีกแล้ว สายตาเราคงไปทางเขาแน่ๆ
นั่งหลับตา มือจับมือถือไว้ มีหลานข้างบ้านเดินมาซื้อของ ถาม "คุณน้าเป็นอะไรนั่งหลับตา หน้าตาซีดๆ"
เราตอบ"สงสัยสายตาน้าจะเสีย มองดูมือถือแล้วมันมืดไปเลย" หลานพูด "ไหนเอามือถือมาดูซิเดี๋ยวหลานดูให้"
เรายื่นมือถือให้หลาน แล้วหลานก็หัวเราะพร้อมพูดว่า "คุณน้ามาปิดแสงสว่างหน้าจอ มันก็มืดซิคร๊าฟ"
เราหน้าแตกดังเพล๊ง พร้อมกับโล่งใจ นึกว่าสายตาจะเสียเพราะเล่นมือถือ...
...ความสุขที่หายไป 2...!!!
ก็ไม่มีอะไรคะ จขกท.โมโหว่าคอมเสีย ก็เลยใส่รองเท้าส้นสูงแบกคอมวิ่งหนีผี
อ๊ะ จ๊ากกก ไม่ใช่อันนั้นน้องเจ้ยพูด
ก็จะต้องหงุดหงิดทุกครั้งที่เน็ตล่ม ไฟดับ สัญญาณเน็ตไม่ดี
จขกท.ก็เป็นเหมือนกัน พอไม่มีคอมแล้วหงุดหงิด เครียด เหมือนความสุขมันหายไป
เล่นในเมือถือก็ไม่สะดวก แต่ก็จำเป็นต้องเล่นในมือถือ เพราะคอมส่งซ่อม
ก็นั่งเล่นไป ฝนก็ตกปรอยๆ ยิ่งทำให้หงุดหงิดเพิ่ม 4 ทุ่ม จขกท.ปิดร้านเรียบร้อย
ตระโกนบอกพ่อกับแม่ "หนูกลับบ้านแล้วนะ พรุ่งนี้เจอกันจ้า" ล๊อคบ้านเรียบร้อย
เดินไปสต๊าร์ทรถ ขับออกไปช้าๆ เปิดเพลงเบาๆให้เข้ากับบรรยากาศฝนตกปรอยๆ
ทำไมถนนหนทางมันมืดแบบนี้ โหหห ชีวิตนางเอกช่างน่าสงสาร ที่ต้องขับรถคนเดียวท่ามกลางสายฝนแล้วยังมืดอีก
เราคงตาบอดแน่ สาเหตุต้องมาจากเราเล่นเน็ตผ่านมือถือแน่ๆ ไม่น่าเลยเรา ยิ่งขับรถไปถนนก็ยิ่งมืด
ทุกทีเวลาเลี้ยวรถเข้าบ้าน แสงไฟจะต้องสาดไปกระทบกำแพง แต่นี่เราเลี้ยวรถ แสงไฟก็ไม่มี
โอ๊ยยย เราจะต้องตาบอดจริงหรือนี่ ไม่นะไม่ ไม่ มันต้องมีอะไรผิดพลาดซักอย่าง
สาธุคุณพระคุณเจ้า มองดูหน้ารถ อ่ออ เราลืมเปิดไฟหน้ารถนี่เอง...
วิ่งฝ่าสายฝนเข้าไปในบ้าน วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ หยิบหมอนมานอนเล่นมือถือต่อ
เย๊ยยย ทำไมหน้าจอมือถือมันมืดอย่างนี้ หรือว่าสายตาเราจะเสียแล้วจริงๆ
ถ้าสายตาเสีย เราต้องใส่แว่น ต้องมีคนเรียกเราว่าป้าแว่นแน่ ปิดมือถือไว้ดีกว่า เผื่อพรุ่งนี้สายตาจะกลับคืน
ตื่นเช้ามา ทำความสะอาดบ้านเรียบร้อย เอามือถือมานั่งเล่น หน้าจอมือถือมืดอีกแล้ว สายตาเราคงไปทางเขาแน่ๆ
นั่งหลับตา มือจับมือถือไว้ มีหลานข้างบ้านเดินมาซื้อของ ถาม "คุณน้าเป็นอะไรนั่งหลับตา หน้าตาซีดๆ"
เราตอบ"สงสัยสายตาน้าจะเสีย มองดูมือถือแล้วมันมืดไปเลย" หลานพูด "ไหนเอามือถือมาดูซิเดี๋ยวหลานดูให้"
เรายื่นมือถือให้หลาน แล้วหลานก็หัวเราะพร้อมพูดว่า "คุณน้ามาปิดแสงสว่างหน้าจอ มันก็มืดซิคร๊าฟ"
เราหน้าแตกดังเพล๊ง พร้อมกับโล่งใจ นึกว่าสายตาจะเสียเพราะเล่นมือถือ...