
สวัสดีครับ, เนื่องจากในช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ที่ผ่านปี 1 ผมมีโอกาสได้ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษโดยลำพัง
ปกติแล้วท่านอื่นๆจะตั้งกระทู้ รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว หรือ แลนมาร์คที่สำคัญ แต่ผมคิดว่ามันมีหลายกระทู้แล้วที่รีวิวไว้
จึงตัดสินใจทำอะไรที่มันแตกต่างจากท่านอื่น อยากจะลองแชร์ประสบการณ์ที่เป็นอุปสรรคในระหว่างทริป Europe
ในส่วนที่ยกมาแบ่งปันเล่าสู่กันฟังนั้น เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาติดๆกัน เพราะเป็นทริปจำกัดเวลา เนื่องจากอายุของวีซ่าจำกัด
ทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่อาจจะแปลกแต่ก็สนุกไปอีกแบบ
สำคัญมากๆ ทุกๆครั้งที่มีค่าใช้จ่ายในระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร โรงแรม ตั๋ว แนะนำให้เก็บไว้เผื่อมีปัญหาแบบผม และสามารถขอใบ Invoice จากโรงแรมภายหลังได้โดยการส่ง E-mail

หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์กับให้ทุกๆท่านที่เข้ามาอ่าน
21 June 2017
เที่ยวบิน London Gatwick - Zurich
กำหนดการเที่ยวบินคือ 18:20
ผมเดินทางไปถึงสนามบินระยะเวลาประมาณ บ่ายสองถึงบ่ายสาม

แต่เมื่อใกล้จะถึงเวลาเรียนเข้า Gate ...สักพักข้อความในโทรศัพท์ก็เด้งขึ้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ใช่ครับ... แต่ผมไม่เอะใจอะไร เพราะคิดว่าเป็นปัญหาที่ปกติ
20:14 Gate เปิดแล้ว จึงเดินไปรอที่ี Gate ปกติ
ผมนั่งรอเป็นเวลาประมาณ 1 ชม. กว่าๆ ทางสายการบินก็ได้เริ่มประกาศให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง
21.00 นั่งรอในเครื่องบินประมาณ 1 ชม. ได้
ผมเริ่มกังวลว่าทำไมเครื่องบินไม่ Take off สักทีทั้งๆที่ผู้โดยสารทุกคนก็เก็บของสัมภาระ รัดเข็มขัด เรียบร้อยกันหมดแล้ว อีกทั้งแอร์ก็เตรียมพร้อมด้วย
ปรากฏว่า กัปตัน ประกาศขึ้นมาว่า ไม่สามารถนำเครื่องออกได้เพราะมีปัญหาบางอย่าง ซึ่งยังแจ้งไม่ชัดเจน ทำให้ทุกคนสับสนและงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นกัปตันจึงเชิญทุกคนออกจากตัวเครื่องบิน ไปรอที่ Gate แทน (ปล. ณ สถานการณ์ตอนนั้นผมตื่นเต้นและกลัวมาก ใจเต้นเร็วเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น)
22:00 ขณะนั่งรอที่ Gate อยู่ได้ประมาณ 10 นาที ทางสายการบินก็ได้ฤกษ์ชี้แจ้ง ประกาศ รายละเอียด ในส่วนของเนื้อหานั้น.....
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

โดยจะทำการบินใหม่ในวันพรุ่งนี้เวล 20:05 อื้ม....
.
.
.
.
.
แต่โชคชะตายังปราณีมนุษย์เอเชียตัวเล็กๆคนนี้ ให้สายการบินนั้นปรับเวลาการเดินทางใหม่ แต่ก็ไม่วายที่จะดีเลย์ไปอีก 2 ชม. เมื่อไปถึง Gate อีกครั้ง
พร้อมกับแจ้งให้ทราบว่าทางสายการบินไม่สามารถหาที่พักให้ได้ จึงต้องให้ผู้โดยสารไปตายเอาดาบหน้า... และสามารถเคลมได้ทีหลัง
00:20 อย่างที่ทราบกันดีว่า ทางสายการบินแจ้งให้ผู้โดยสายนั้นหาที่พักเอง นะจ๊ะ... ก็มาเจอโรงแรมนี้เองที่ดูเหมือนจะถูกสุดและใกล้สถานีรถไฟ Victoria สุด เพราะ ในการเคลมค่าใช้จ่ายนั้น... ต้องเป็นราคาที่สมเหตุสมผล ด้วยในเวลาขณะนั้นเอง โรงแรมที่ดีๆราคาถูกๆ ไม่มีทางเจออย่างแน่นอน จึงต้องนอนที่ Astor Victoria hostel เป็นโฮสเต็ลนอนรวม ห้องน้ำรวม ปล.ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับแต่บอกไว้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีอีกที่นึง
22 June 2017
ในที่สุดเราก็ได้เหินฟ้าข้ามประเทศสักที

แต่ถึงแม้นั้น.. เราจะได้มาถึงประเทศสวิซเซอร์แลนด์เป็นที่เรียบร้อย ก็เหมือนไม่ได้มาเที่ยวเพราะ วันที่ 23 ผมต้องนั่งรถไฟไปเวนิซ โดยต้องออกจากที่นี่ก่อนเที่ยง ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นนะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้**ที่พักของผมนั้นเป็นแบบโฮสเตลนอนรวม อยู่ใกล้ๆ Opera house ทำให้โชคดีในเรื่องการเก็บรายละเอียดสถานที่สำคัญต่างๆ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ไปต่างเมือง
17:00 ออกจากโรงแรม เดินชมเมือง ผู้คนอื่นสถานที่ต่างๆ... ถ่ายรูปไปมาก็เอะใจกับรูปนึง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แหม่น่ารักจัง
ในระหว่างเดินก็ ละลายทรัพย์เล็กๆน้อยๆไปกับไอติม Magnum แสนอร่อย รสมะม่วงและเมเปิ้ล ใครที่มาเที่ยวก็ขอแนะนำให้ซื้อรับประทานนะครับ สดชื่นจริงๆ รสมะม่วง ถ้าใครริมฝีปากแห้งนี่ เตรียมแสบได้เลย ฮ่าๆ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเกิดเรื่อง
ด้วยความที่สภาพอากาศตอนนั้น ลมแรงพัดสบายพร้อมกับฉีกซองไอศกรีมรับประทานสองไม้ ทำให้สมองของผม เย็นชาและไหลไปกับสายลม โดยที่ไม่รู้ตัวว่าได้เอากระเป๋าตังตัวเองไว้บนหน้าตัก
18:00 ท้องฟ้าเริ่มไม่มีแสงสว่าง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็นานอยู่เหมือนกัน ผมรีบค้นหาในที่ตัวเองแต่ไม่พบเจอ
รีบออกไปดูจุดที่ทำตก ไปกลับมาอยู่ 2 รอบเพราะตอนนั้นเราแน่ใจว่า หยิบมาจริงๆ สุดท้ายไม่รู้จะทำอย่างไรเลย อินเตอร์เน็ตเท่านั้นคือทางออก ซึ่งก็พบเว็บสำหรับไว้แจ้งเรื่องของหายโดยเฉพาะเลย แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นของบริษัทเอกชน(ไม่แน่ใจ)ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ผมเลยเปลี่ยนวิธี โดยไปหาตำรวจแทน ซึ่งเขาให้เราไปที่ศูนย์ของหาย เพราะว่า มีหน่วยงานรับผิดชอบในส่วนนั้นอยู่แล้ว
แต่ถ้าวีซ่าหายนี่คงต้องแจ้งตำรวจครับ ศูนย์ของหายมีชื่อว่า F
undbüro Stadt Zürich
เพื่อนๆสามารถเซฟจุดจากลิงค์ที่ผมทำให้ไว้ใน Google maps ไว้ได้เลย เซฟไว้ก็ไม่เสียหายเผื่อมีโอกาสไปทำของหายที่นั่น ฮ่าๆ
จะได้ไม่เสียเวลาถามตำรวจหรือหาทางให้ยุ่งยากเลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://goo.gl/maps/uwWdUzZPscB2
หน้าตา ถนน และ ป้ายศูนย์ของหายนะครับ

ภายใน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สำคัญ ศูนย์เปิดทำการเวลา 08.00-16.30 และปิดทำการในวันเสาร์ อาทิตย์ (มีค่าธรรมเนียมสำหรับการรับสิ่งของคืน ผมเสีย 10CHF)
เพราะฉะนั้นเวลาของหาย ต้องรีบกลับไปในที่ๆเรามั่นใจว่าทำหาย แล้วไปที่ศูนย์เลยครับ หรือไม่ก็รีบไปแต่เช้าๆเผื่อเวลาสำหรับการเดินทาง ไม่เช่นนั้นจะเป็นเหมือนผม ที่มีเที่ยวรถไฟเวนิซตอน 11.00 ผมพึ่งมาเจอศูนย์ของหายก็ตอน 10.30 เกือบไม่ได้กระเป๋าคืนกันเลยทีเดียว
Review ความซวยแบบ Non-Stop สายการบินดีเลย์ข้ามคืน กระเป๋าตังหายในสวิซ ทำยังไง รู้ไว้ก่อนเที่ยว
ปกติแล้วท่านอื่นๆจะตั้งกระทู้ รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว หรือ แลนมาร์คที่สำคัญ แต่ผมคิดว่ามันมีหลายกระทู้แล้วที่รีวิวไว้
จึงตัดสินใจทำอะไรที่มันแตกต่างจากท่านอื่น อยากจะลองแชร์ประสบการณ์ที่เป็นอุปสรรคในระหว่างทริป Europe
ในส่วนที่ยกมาแบ่งปันเล่าสู่กันฟังนั้น เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาติดๆกัน เพราะเป็นทริปจำกัดเวลา เนื่องจากอายุของวีซ่าจำกัด
ทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่อาจจะแปลกแต่ก็สนุกไปอีกแบบ
สำคัญมากๆ ทุกๆครั้งที่มีค่าใช้จ่ายในระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร โรงแรม ตั๋ว แนะนำให้เก็บไว้เผื่อมีปัญหาแบบผม และสามารถขอใบ Invoice จากโรงแรมภายหลังได้โดยการส่ง E-mail
เที่ยวบิน London Gatwick - Zurich
กำหนดการเที่ยวบินคือ 18:20
ผมเดินทางไปถึงสนามบินระยะเวลาประมาณ บ่ายสองถึงบ่ายสาม
แต่เมื่อใกล้จะถึงเวลาเรียนเข้า Gate ...สักพักข้อความในโทรศัพท์ก็เด้งขึ้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
20:14 Gate เปิดแล้ว จึงเดินไปรอที่ี Gate ปกติ
ผมนั่งรอเป็นเวลาประมาณ 1 ชม. กว่าๆ ทางสายการบินก็ได้เริ่มประกาศให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง
21.00 นั่งรอในเครื่องบินประมาณ 1 ชม. ได้
ผมเริ่มกังวลว่าทำไมเครื่องบินไม่ Take off สักทีทั้งๆที่ผู้โดยสารทุกคนก็เก็บของสัมภาระ รัดเข็มขัด เรียบร้อยกันหมดแล้ว อีกทั้งแอร์ก็เตรียมพร้อมด้วย
ปรากฏว่า กัปตัน ประกาศขึ้นมาว่า ไม่สามารถนำเครื่องออกได้เพราะมีปัญหาบางอย่าง ซึ่งยังแจ้งไม่ชัดเจน ทำให้ทุกคนสับสนและงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นกัปตันจึงเชิญทุกคนออกจากตัวเครื่องบิน ไปรอที่ Gate แทน (ปล. ณ สถานการณ์ตอนนั้นผมตื่นเต้นและกลัวมาก ใจเต้นเร็วเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น)
22:00 ขณะนั่งรอที่ Gate อยู่ได้ประมาณ 10 นาที ทางสายการบินก็ได้ฤกษ์ชี้แจ้ง ประกาศ รายละเอียด ในส่วนของเนื้อหานั้น.....
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
.
.
.
.
.
แต่โชคชะตายังปราณีมนุษย์เอเชียตัวเล็กๆคนนี้ ให้สายการบินนั้นปรับเวลาการเดินทางใหม่ แต่ก็ไม่วายที่จะดีเลย์ไปอีก 2 ชม. เมื่อไปถึง Gate อีกครั้ง
พร้อมกับแจ้งให้ทราบว่าทางสายการบินไม่สามารถหาที่พักให้ได้ จึงต้องให้ผู้โดยสารไปตายเอาดาบหน้า... และสามารถเคลมได้ทีหลัง
00:20 อย่างที่ทราบกันดีว่า ทางสายการบินแจ้งให้ผู้โดยสายนั้นหาที่พักเอง นะจ๊ะ... ก็มาเจอโรงแรมนี้เองที่ดูเหมือนจะถูกสุดและใกล้สถานีรถไฟ Victoria สุด เพราะ ในการเคลมค่าใช้จ่ายนั้น... ต้องเป็นราคาที่สมเหตุสมผล ด้วยในเวลาขณะนั้นเอง โรงแรมที่ดีๆราคาถูกๆ ไม่มีทางเจออย่างแน่นอน จึงต้องนอนที่ Astor Victoria hostel เป็นโฮสเต็ลนอนรวม ห้องน้ำรวม ปล.ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับแต่บอกไว้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีอีกที่นึง
ในที่สุดเราก็ได้เหินฟ้าข้ามประเทศสักที
แต่ถึงแม้นั้น.. เราจะได้มาถึงประเทศสวิซเซอร์แลนด์เป็นที่เรียบร้อย ก็เหมือนไม่ได้มาเที่ยวเพราะ วันที่ 23 ผมต้องนั่งรถไฟไปเวนิซ โดยต้องออกจากที่นี่ก่อนเที่ยง ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นนะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
17:00 ออกจากโรงแรม เดินชมเมือง ผู้คนอื่นสถานที่ต่างๆ... ถ่ายรูปไปมาก็เอะใจกับรูปนึง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ในระหว่างเดินก็ ละลายทรัพย์เล็กๆน้อยๆไปกับไอติม Magnum แสนอร่อย รสมะม่วงและเมเปิ้ล ใครที่มาเที่ยวก็ขอแนะนำให้ซื้อรับประทานนะครับ สดชื่นจริงๆ รสมะม่วง ถ้าใครริมฝีปากแห้งนี่ เตรียมแสบได้เลย ฮ่าๆ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเกิดเรื่อง
ด้วยความที่สภาพอากาศตอนนั้น ลมแรงพัดสบายพร้อมกับฉีกซองไอศกรีมรับประทานสองไม้ ทำให้สมองของผม เย็นชาและไหลไปกับสายลม โดยที่ไม่รู้ตัวว่าได้เอากระเป๋าตังตัวเองไว้บนหน้าตัก
18:00 ท้องฟ้าเริ่มไม่มีแสงสว่าง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็นานอยู่เหมือนกัน ผมรีบค้นหาในที่ตัวเองแต่ไม่พบเจอ
รีบออกไปดูจุดที่ทำตก ไปกลับมาอยู่ 2 รอบเพราะตอนนั้นเราแน่ใจว่า หยิบมาจริงๆ สุดท้ายไม่รู้จะทำอย่างไรเลย อินเตอร์เน็ตเท่านั้นคือทางออก ซึ่งก็พบเว็บสำหรับไว้แจ้งเรื่องของหายโดยเฉพาะเลย แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นของบริษัทเอกชน(ไม่แน่ใจ)ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ผมเลยเปลี่ยนวิธี โดยไปหาตำรวจแทน ซึ่งเขาให้เราไปที่ศูนย์ของหาย เพราะว่า มีหน่วยงานรับผิดชอบในส่วนนั้นอยู่แล้ว
แต่ถ้าวีซ่าหายนี่คงต้องแจ้งตำรวจครับ ศูนย์ของหายมีชื่อว่า Fundbüro Stadt Zürich
เพื่อนๆสามารถเซฟจุดจากลิงค์ที่ผมทำให้ไว้ใน Google maps ไว้ได้เลย เซฟไว้ก็ไม่เสียหายเผื่อมีโอกาสไปทำของหายที่นั่น ฮ่าๆ
จะได้ไม่เสียเวลาถามตำรวจหรือหาทางให้ยุ่งยากเลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หน้าตา ถนน และ ป้ายศูนย์ของหายนะครับ
ภายใน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สำคัญ ศูนย์เปิดทำการเวลา 08.00-16.30 และปิดทำการในวันเสาร์ อาทิตย์ (มีค่าธรรมเนียมสำหรับการรับสิ่งของคืน ผมเสีย 10CHF)
เพราะฉะนั้นเวลาของหาย ต้องรีบกลับไปในที่ๆเรามั่นใจว่าทำหาย แล้วไปที่ศูนย์เลยครับ หรือไม่ก็รีบไปแต่เช้าๆเผื่อเวลาสำหรับการเดินทาง ไม่เช่นนั้นจะเป็นเหมือนผม ที่มีเที่ยวรถไฟเวนิซตอน 11.00 ผมพึ่งมาเจอศูนย์ของหายก็ตอน 10.30 เกือบไม่ได้กระเป๋าคืนกันเลยทีเดียว