สวัสดีค่ะ เราสิงสถิตอยู่ในพันทิพมานานพอสมควร เห็นคนอื่นรีวิวทริปมาก็เยอะ
คราวนี้เรามีโอกาสได้ไปทริปบ้าง
ก็เลยอยากจะมารีวิวทริปเราบ้าง ที่สิงคโปร์
อ๊ะ..ก็ธรรมดา ๆ
เปล่าเลย..เราไปงานวิ่งจ้า MEIJI RUN SINGAPORE 2017
รีวิวนี้เกิด เนื่องจากเพื่อนที่อยู่สิงคโปร์ชวนไป……วิ่งจ้า
เราเดินทางวันที่ 19 พฤษภา โดยใช้ Point บัตรเครดิตไปแลกตั๋วการบินไทย
จ่ายเฉพาะค่าภาษีสนามบิน 2 คน 3,300 บาท Flight TG403 เช้าตรู่

ก่อนอื่นแวะใช้บัตร True Blace Card และพิซซ่าและโค๊ก ที่สนามบิน อิ่มพอดี เตรียม Boarding นอนยาว

ถึงแล้ว

แถวยาวเลย Immigration ของที่นี่ตรวจละเอียด Scan นิ้วด้วย นานเลย

ได้กระเป๋าแล้ว มีผู้บ่าวช่วยลากของเดินไปนั่งรถไฟเดินทางเข้าเมือง ชิว



เราจองไว้ 2 คืน ที่ Boss Hotel Lavender คิดเป็นเงิน 256 SD หรือประมาณ 6,400 บาท Book ผ่าน Website โรงแรมโดยตรง
เพราะจองตรงโรงแรมให้ Check-out Late ได้ถึงบ่าย 3 เผื่อวันสุดท้ายจะได้อาบน้ำอีกรอบก่อนไปสนามบิน
ขึ้นจากสถานี Lavender เดินตามป้ายไป Boss Hotel สถานี Lavender ค่อนข้างคึกคัก มีร้าน Fast Food และ
Toast Box ด้วย ดึกๆเผื่อหิว ฝากท้องได้

เดินอีกประมาณ 5 นาที ก็ถึงโรงแรมแบบสบาย ๆ
ห้องเล็กมาก แต่ Lobby ใหญ่มาก....
แต่ละชั้นมีห้องพัก 100 ห้อง โอ้ว...

เช็คอินแล้วเดินตามรอยพันทิป ไปซื้อตั๋วเครื่องเล่นที่ Sea Wheel Travel ที่ Chinatown
เดินเข้าร้านไปนั่งปุ๊บ คนในร้านก็เอารายการเป็นภาษาไทยมาให้เลย
รู้ได้ใงเราเป็นคนไทย ยังไม่ได้พูดซักคำ

เสียดายเขาไม่ยอมให้ถ่ายรูปมา
ค่าเข้าแต่ละอย่างก็ถูกกว่าไปซื้อที่หน้างาน 8-10 SD ไปหลายๆที่ก็ประหยัดได้หลายตังค์

แล้วก็ตามรอยห้องก้นครัว ไปชิมติ่มซำที่ Yum Cha ต่อ กะเวลาไปถึงร้านบ่าย 3 พอดี
เพื่อกิน High Tea Buffet 2 คน 56 SD NET รสชาติดีทีเดียว หิวมาก กินไปเยอะมาก ๆๆๆๆ
กะว่าค่อยไปผลาญไขมันออกพรุ่งนี้ แล้วจะผลาญหมดมั้ยเน้อ

อิ่มแล้ว เดินเล่นต่อแถว Chianatown

แวะไปกินทารต์ไข่ ที่ Tong Heng Pastries ร้านเก่าแก่แนะนำของที่นี่

กินเสร็จเดินเล่นต่อ เจอพวกอากงนั่งเล่นหมากรุก ข้างวัดพระเขี้ยวแก้ว Realic Tooth Temple
ดูน่าสนุกดี อยากให้เมืองไทยมีแบบบ้าง เวลาเราเกษียณแล้ว จะได้ไม่ต้องนั่งว่างๆเหงาๆที่บ้านเน้อ..

เดินเล่นได้ซักพักก็กลับไปนอนโรงแรม นอนเอาแรง พรุ่งนี้ต้องไปที่งานแต่เข้า
ลืมบอก ด้านล่างโรงแรมมีร้านข้าวมันไก่ในตำนาน Tien Tien อยู่ใน Food Court เปิดถึงตี 2 เผื่อหิวตอนดึก
ระหว่างทางกลับทางรถไฟไต้ดิน เจอป้ายโปรโมทงานเป็นระยะ

เช้าวันที่ 2
วันนี้แล้ว นัดเพื่อนสิงคโปร์ไว้แต่เช้า เพราะเราลงทะเบียนไปทั้ง Meiji Yoga และ Meiji Run
เลยต้องไปลงทะเบียนตั้งแต่ 7.30 ที่ Sentosa เพื่อนเอารถมารับไปด้วยกัน ดูถนนเมืองเค้าแล้ว อิจฉา
มันช่างน่าขับรถมาก.......

อาหารเช้า ก๋วยเตี๋ยวซุปกุ้งขึ้นชื่อที่ Food Court หอมอร่อยดีเหมือนกัน
แต่อย่าถามว่าที่ไหน เพื่อนพาไป งงทาง ไม่รู้จ้า
รสชาติเหมือนกินที่ฮ่องกง เป็นซุปกุ้งกับปลา หอมคล่องคอ กินหมดชาม
ตัวกลมแต่เช้า

ถึงหน้างาน ลงทะเบียน เตรียมตัว


เฮฮาหน้า Backdrop พวกเจ๊ๆสิงคโปร์ชอบกิจกรรมออกกำลังกายมาก ดูเขาสนุก เราก็สนุกไปด้วยนะ

มี Trainer มาสอนตั้งแต่พื้นฐานสั้น ๆ แล้วก็ทำท่ายากขึ้นเรื่อย ๆ
......ไม่น่าตามเพื่อนมาเลย.....
เล่นได้ประมาณนึง ไม่ไหว ออกมาถ่ายรูปชาวบ้านเขาดีกว่า

เล่นกันอยู่ประมาณ 1 ชม. ก็จบ เหนื่อยและร้อนมาก อากาศอบอ้าว
พักเหนื่อย รับแจกโยเกิตและผลไม้
โยเกิตเมจิบัลแกเรียหน้าตาคล้ายของไทย รสชาติเดียวกันเลย
อ้อ..ก่อนเล่นโยคะ เขาแจก Meiji Collagen แช่เย็นให้กินคนละขวด กินหมดไปละ ถ่ายไม่ทันจ้า

รับของ นั่งพัก กินโยเกิตกับผลไม้ ฟิน

ใครเล่นโยคะแล้วเส้นพลิก มีบริการนวดด้วย 555
ต่อกันคิวยาว... ไม่รอดีกว่า

แยกย้ายกันไปเที่ยวใน Sentosa เพราะงานวิ่ง Meiji Run เริ่มตอนบ่าย
เมื่อวานเราไปซื้อตั๋วเล่น Luge & Skyride มา ก็แยกย้ายไปเล่น เครื่องเล่นเปิด 10 โมงเช้า
ไปตั้งแต่ยังไม่มีคนเลย ซื้อตั๋วมาแล้วเมื่อวาน 2 รอบ 16 SD จาก 23 SD
ไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋ว ไม่มีคิวขึ้นเครื่องเล่น ฟิน


เล่นไปคนละ 4 รอบ ไปซื้อเพิ่มอีก 2 รอบ เพิ่มเงิน 12SD จนหนำใจ
บ่ายก็ไปวิ่งกันได้แล้วจ้า
เราไปตั้งแต่เปิดลงทะเบียน ผู้คนแออัดยัดเยียดตอนปล่อยตัว แต่ทุกคนยิ้มแย้ม
ก๊วนเราวิ่งกรุ๊ปหลังสุดเลยขอไปเก็บภาพก่อนละกัน
ถ้าใครคิดว่าจะมาวิ่งเอาแต้ม เอาชัย งานนี้ไม่ใช่แน่
เพราะเป็นงานวิ่งของครอบครัว เห็นบางคนวิ่งไปจูงเด็กไปน่ารักดี


High Light สำคัญ คือวิ่งเสร็จ จะมีขนม กับนม โยเกิตเมจิ ให้กิน รับกันเป็นถุงๆ

หมดแรง นั่งกินขนมกลางแดด ไม่กลัวแล้วแดด มันร้อนจน....ชิน
กลับมาตัวดำเมี่ยม เห็นคนสิงคโปร์นั่งแมะกลางแดดดูดโยเกิต เออ..ไม่ร้อนกันเลยเนอะ
ร้อน ๆ กินโยเกิตเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ก็อร่อยดีนะ

หันไปข้าง ๆ มากันทั้งครอบครัวเลย เฮฮาดี

แดดร่ม ลมตก นั่งกินขนม หมดแรง บนเวทีมีจับฉลากตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นด้วย
เราไม่เคยมีดวงด้านนี้

ไม่ต้องหวัง จบ

หอบกลับบ้านเป็นถุง ๆ ไม่เหนื่อยตอนวิ่งก็เหนื่อยตอนแบกนี่แหละ
พิสูจน์ความแข็งแกร่ง

นอกจากแจกแล้ว ก็ยังมีเปิด booth ขายสินค้าเมจิ ทั้งขนม นม ไอศครีมจากญี่ปุ่น ด้วย
ราคาโปรโมชั่น ถูกกว่าที่ขายตามซุปเปอร์ในสิงคโปร์
เทียบกับเงินไทย ......

เพิ่งรู้ว่าเมจิมีโรงงานผลิตขนมที่สิงคโปร์ ส่งออกไปประเทศในเอเซียรวมทั้งบ้านเรา
และบ้านเราก็ส่งออกนมและโยเกิตเมจิไปที่สิงคโปร์
คนที่โน่นชอบกินของยี่ห้อเมจิมากเพราะเชื่อมั่นในมาตรฐานจากญี่ปุ่น



จบงานหอบหิ้วของ บอกลาเพื่อน แยกย้าย เดินลากสังขาร นั่งรถไฟกลับจาก
Sentosa -> ห้าง Vivocity
ผ่าน Foodrepublic ไม่กิน ขนมเต็มท้อง ที่สำคัญคนเยอะและแพง

ไปกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาใต้ตีกโรงแรม สะดวก อร่อย ไม่แพง
ร้านชื่ออะไรไม่รู้ อ่านไม่ออก

วันที่3 วันสุดท้าย
ลากผู้บ่าวตื่นแต่เช้า ตามรอยห้องก้นครัว นั่งรถเมล์ไปกินบักกุดเต๋ Song Fa ที่ Clarke Quay
เช้าวันอาทิตย์ นั่งสบาย แอร์เย็น ไม่มีเบียด


มื้อนี้ 2 คน จ่ายไปรวม 23.45 SD
ชอบถั่วต้มมาก ถึงมากที่สุด เพราะทำให้เรานึกถึงอาม่า.....

โดยรวมเรากลับชอบ Ng Ah Sio Bak Kut Teh มากกว่า รสชาติจัดจ้านกว่า
แต่มันไกล กลัวไม่มีเวลาซื้อของฝากเลยเลือกร้านนี้ ก็อร่อยใช้ได้ คนเยอะ
ถ้าไปสายต้องรอคิวจ้า

กินเสร็จแล้วไปเดินต่อที่ Orchard เจองานศิลป์น่าสนใจที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เลยเก็บรูปสะหน่อย

เดิน Shopping ที่ Orhard ต่อแล้วขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ
งานนี้สนุก ได้เห็นคนสิงคโปร์ในแบบที่เราไม่เคยเห็น อาหารอร่อย
ที่สำคัญคือ ได้ปลดปล่อย คนสิงคโปร์ไม่ห่วงสวย
ดูๆก็ไม่ค่อยมีคนสวยๆ หล่อๆ แบบบ้านเรา แต่เขาเน้นที่มีสุขภาพที่ดี
เราไปกินเที่ยวอย่างสบายใจ ไม่ต้องอายเลย

เวลาใส่ชุดวิ่งออกมาเป็นแหนมตุ้ม
หรือแก่แต่อยากเล่นเครื่องเล่นเด็ก ๆ นานๆทีได้ปล่อยแก่ทีสนุกสนานมาก
รีวิวครั้งแรก งงๆบ้าง ผิดพลาดไปอย่าว่ากันน้า
[CR] [CR] เมื่อเพื่อนชวนไปวิ่ง Meiji Run Singapore 2017
คราวนี้เรามีโอกาสได้ไปทริปบ้าง
ก็เลยอยากจะมารีวิวทริปเราบ้าง ที่สิงคโปร์
อ๊ะ..ก็ธรรมดา ๆ
เปล่าเลย..เราไปงานวิ่งจ้า MEIJI RUN SINGAPORE 2017
รีวิวนี้เกิด เนื่องจากเพื่อนที่อยู่สิงคโปร์ชวนไป……วิ่งจ้า
เราเดินทางวันที่ 19 พฤษภา โดยใช้ Point บัตรเครดิตไปแลกตั๋วการบินไทย
จ่ายเฉพาะค่าภาษีสนามบิน 2 คน 3,300 บาท Flight TG403 เช้าตรู่
ก่อนอื่นแวะใช้บัตร True Blace Card และพิซซ่าและโค๊ก ที่สนามบิน อิ่มพอดี เตรียม Boarding นอนยาว
ถึงแล้ว
แถวยาวเลย Immigration ของที่นี่ตรวจละเอียด Scan นิ้วด้วย นานเลย
ได้กระเป๋าแล้ว มีผู้บ่าวช่วยลากของเดินไปนั่งรถไฟเดินทางเข้าเมือง ชิว
เราจองไว้ 2 คืน ที่ Boss Hotel Lavender คิดเป็นเงิน 256 SD หรือประมาณ 6,400 บาท Book ผ่าน Website โรงแรมโดยตรง
เพราะจองตรงโรงแรมให้ Check-out Late ได้ถึงบ่าย 3 เผื่อวันสุดท้ายจะได้อาบน้ำอีกรอบก่อนไปสนามบิน
ขึ้นจากสถานี Lavender เดินตามป้ายไป Boss Hotel สถานี Lavender ค่อนข้างคึกคัก มีร้าน Fast Food และ
Toast Box ด้วย ดึกๆเผื่อหิว ฝากท้องได้
เดินอีกประมาณ 5 นาที ก็ถึงโรงแรมแบบสบาย ๆ
ห้องเล็กมาก แต่ Lobby ใหญ่มาก....
แต่ละชั้นมีห้องพัก 100 ห้อง โอ้ว...
เช็คอินแล้วเดินตามรอยพันทิป ไปซื้อตั๋วเครื่องเล่นที่ Sea Wheel Travel ที่ Chinatown
เดินเข้าร้านไปนั่งปุ๊บ คนในร้านก็เอารายการเป็นภาษาไทยมาให้เลย
รู้ได้ใงเราเป็นคนไทย ยังไม่ได้พูดซักคำ
เสียดายเขาไม่ยอมให้ถ่ายรูปมา
ค่าเข้าแต่ละอย่างก็ถูกกว่าไปซื้อที่หน้างาน 8-10 SD ไปหลายๆที่ก็ประหยัดได้หลายตังค์
แล้วก็ตามรอยห้องก้นครัว ไปชิมติ่มซำที่ Yum Cha ต่อ กะเวลาไปถึงร้านบ่าย 3 พอดี
เพื่อกิน High Tea Buffet 2 คน 56 SD NET รสชาติดีทีเดียว หิวมาก กินไปเยอะมาก ๆๆๆๆ
กะว่าค่อยไปผลาญไขมันออกพรุ่งนี้ แล้วจะผลาญหมดมั้ยเน้อ
อิ่มแล้ว เดินเล่นต่อแถว Chianatown
แวะไปกินทารต์ไข่ ที่ Tong Heng Pastries ร้านเก่าแก่แนะนำของที่นี่
กินเสร็จเดินเล่นต่อ เจอพวกอากงนั่งเล่นหมากรุก ข้างวัดพระเขี้ยวแก้ว Realic Tooth Temple
ดูน่าสนุกดี อยากให้เมืองไทยมีแบบบ้าง เวลาเราเกษียณแล้ว จะได้ไม่ต้องนั่งว่างๆเหงาๆที่บ้านเน้อ..
เดินเล่นได้ซักพักก็กลับไปนอนโรงแรม นอนเอาแรง พรุ่งนี้ต้องไปที่งานแต่เข้า
ลืมบอก ด้านล่างโรงแรมมีร้านข้าวมันไก่ในตำนาน Tien Tien อยู่ใน Food Court เปิดถึงตี 2 เผื่อหิวตอนดึก
ระหว่างทางกลับทางรถไฟไต้ดิน เจอป้ายโปรโมทงานเป็นระยะ
เช้าวันที่ 2
วันนี้แล้ว นัดเพื่อนสิงคโปร์ไว้แต่เช้า เพราะเราลงทะเบียนไปทั้ง Meiji Yoga และ Meiji Run
เลยต้องไปลงทะเบียนตั้งแต่ 7.30 ที่ Sentosa เพื่อนเอารถมารับไปด้วยกัน ดูถนนเมืองเค้าแล้ว อิจฉา
มันช่างน่าขับรถมาก.......
อาหารเช้า ก๋วยเตี๋ยวซุปกุ้งขึ้นชื่อที่ Food Court หอมอร่อยดีเหมือนกัน
แต่อย่าถามว่าที่ไหน เพื่อนพาไป งงทาง ไม่รู้จ้า
รสชาติเหมือนกินที่ฮ่องกง เป็นซุปกุ้งกับปลา หอมคล่องคอ กินหมดชาม
ตัวกลมแต่เช้า
ถึงหน้างาน ลงทะเบียน เตรียมตัว
เฮฮาหน้า Backdrop พวกเจ๊ๆสิงคโปร์ชอบกิจกรรมออกกำลังกายมาก ดูเขาสนุก เราก็สนุกไปด้วยนะ
มี Trainer มาสอนตั้งแต่พื้นฐานสั้น ๆ แล้วก็ทำท่ายากขึ้นเรื่อย ๆ
......ไม่น่าตามเพื่อนมาเลย.....
เล่นได้ประมาณนึง ไม่ไหว ออกมาถ่ายรูปชาวบ้านเขาดีกว่า
เล่นกันอยู่ประมาณ 1 ชม. ก็จบ เหนื่อยและร้อนมาก อากาศอบอ้าว
พักเหนื่อย รับแจกโยเกิตและผลไม้
โยเกิตเมจิบัลแกเรียหน้าตาคล้ายของไทย รสชาติเดียวกันเลย
อ้อ..ก่อนเล่นโยคะ เขาแจก Meiji Collagen แช่เย็นให้กินคนละขวด กินหมดไปละ ถ่ายไม่ทันจ้า
รับของ นั่งพัก กินโยเกิตกับผลไม้ ฟิน
ใครเล่นโยคะแล้วเส้นพลิก มีบริการนวดด้วย 555
ต่อกันคิวยาว... ไม่รอดีกว่า
แยกย้ายกันไปเที่ยวใน Sentosa เพราะงานวิ่ง Meiji Run เริ่มตอนบ่าย
เมื่อวานเราไปซื้อตั๋วเล่น Luge & Skyride มา ก็แยกย้ายไปเล่น เครื่องเล่นเปิด 10 โมงเช้า
ไปตั้งแต่ยังไม่มีคนเลย ซื้อตั๋วมาแล้วเมื่อวาน 2 รอบ 16 SD จาก 23 SD
ไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋ว ไม่มีคิวขึ้นเครื่องเล่น ฟิน
เล่นไปคนละ 4 รอบ ไปซื้อเพิ่มอีก 2 รอบ เพิ่มเงิน 12SD จนหนำใจ
บ่ายก็ไปวิ่งกันได้แล้วจ้า
เราไปตั้งแต่เปิดลงทะเบียน ผู้คนแออัดยัดเยียดตอนปล่อยตัว แต่ทุกคนยิ้มแย้ม
ก๊วนเราวิ่งกรุ๊ปหลังสุดเลยขอไปเก็บภาพก่อนละกัน
ถ้าใครคิดว่าจะมาวิ่งเอาแต้ม เอาชัย งานนี้ไม่ใช่แน่
เพราะเป็นงานวิ่งของครอบครัว เห็นบางคนวิ่งไปจูงเด็กไปน่ารักดี
High Light สำคัญ คือวิ่งเสร็จ จะมีขนม กับนม โยเกิตเมจิ ให้กิน รับกันเป็นถุงๆ
หมดแรง นั่งกินขนมกลางแดด ไม่กลัวแล้วแดด มันร้อนจน....ชิน
กลับมาตัวดำเมี่ยม เห็นคนสิงคโปร์นั่งแมะกลางแดดดูดโยเกิต เออ..ไม่ร้อนกันเลยเนอะ
ร้อน ๆ กินโยเกิตเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ก็อร่อยดีนะ
หันไปข้าง ๆ มากันทั้งครอบครัวเลย เฮฮาดี
แดดร่ม ลมตก นั่งกินขนม หมดแรง บนเวทีมีจับฉลากตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นด้วย
เราไม่เคยมีดวงด้านนี้
หอบกลับบ้านเป็นถุง ๆ ไม่เหนื่อยตอนวิ่งก็เหนื่อยตอนแบกนี่แหละ
พิสูจน์ความแข็งแกร่ง
นอกจากแจกแล้ว ก็ยังมีเปิด booth ขายสินค้าเมจิ ทั้งขนม นม ไอศครีมจากญี่ปุ่น ด้วย
ราคาโปรโมชั่น ถูกกว่าที่ขายตามซุปเปอร์ในสิงคโปร์
เทียบกับเงินไทย ......
เพิ่งรู้ว่าเมจิมีโรงงานผลิตขนมที่สิงคโปร์ ส่งออกไปประเทศในเอเซียรวมทั้งบ้านเรา
และบ้านเราก็ส่งออกนมและโยเกิตเมจิไปที่สิงคโปร์
คนที่โน่นชอบกินของยี่ห้อเมจิมากเพราะเชื่อมั่นในมาตรฐานจากญี่ปุ่น
จบงานหอบหิ้วของ บอกลาเพื่อน แยกย้าย เดินลากสังขาร นั่งรถไฟกลับจาก
Sentosa -> ห้าง Vivocity
ผ่าน Foodrepublic ไม่กิน ขนมเต็มท้อง ที่สำคัญคนเยอะและแพง
ไปกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาใต้ตีกโรงแรม สะดวก อร่อย ไม่แพง
ร้านชื่ออะไรไม่รู้ อ่านไม่ออก
วันที่3 วันสุดท้าย
ลากผู้บ่าวตื่นแต่เช้า ตามรอยห้องก้นครัว นั่งรถเมล์ไปกินบักกุดเต๋ Song Fa ที่ Clarke Quay
เช้าวันอาทิตย์ นั่งสบาย แอร์เย็น ไม่มีเบียด
มื้อนี้ 2 คน จ่ายไปรวม 23.45 SD
ชอบถั่วต้มมาก ถึงมากที่สุด เพราะทำให้เรานึกถึงอาม่า.....
โดยรวมเรากลับชอบ Ng Ah Sio Bak Kut Teh มากกว่า รสชาติจัดจ้านกว่า
แต่มันไกล กลัวไม่มีเวลาซื้อของฝากเลยเลือกร้านนี้ ก็อร่อยใช้ได้ คนเยอะ
ถ้าไปสายต้องรอคิวจ้า
กินเสร็จแล้วไปเดินต่อที่ Orchard เจองานศิลป์น่าสนใจที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เลยเก็บรูปสะหน่อย
เดิน Shopping ที่ Orhard ต่อแล้วขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ
งานนี้สนุก ได้เห็นคนสิงคโปร์ในแบบที่เราไม่เคยเห็น อาหารอร่อย
ที่สำคัญคือ ได้ปลดปล่อย คนสิงคโปร์ไม่ห่วงสวย
ดูๆก็ไม่ค่อยมีคนสวยๆ หล่อๆ แบบบ้านเรา แต่เขาเน้นที่มีสุขภาพที่ดี
เราไปกินเที่ยวอย่างสบายใจ ไม่ต้องอายเลย
หรือแก่แต่อยากเล่นเครื่องเล่นเด็ก ๆ นานๆทีได้ปล่อยแก่ทีสนุกสนานมาก
รีวิวครั้งแรก งงๆบ้าง ผิดพลาดไปอย่าว่ากันน้า