เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบันนะคะ
ขอเล่าพื้นฐานครอบครัวเราก่อนนะ บ้านเราก็มีฐานะปานกลางคือพอกินพอใช้ ไม่ได้รวยอะไร ที่มีกินมีใช้ทุกวันนี้ได้ก็เพราะแม่ แม่เป็นคนทำทุกอย่างแต่ก็มีพ่อช่วยอยู่ข้างๆแหละ บ้านเรามีอาชีพค้าขาย ส่วนตัวเราเองเป็นพนักงานประจำบริษัทแห่งหนึ่งเงินเดือนก็พอมีพอใช้ เรียกง่ายๆว่าไม่ได้ขัดสนทางการเงิน
แม่เราอยากมีธุรกิจส่วนตัว แบบเป็นเจ้าของกิจการอะไรสักอย่าง (ขอไม่เอ่ยถึงกิจการนะคะ) แต่พ่อเราไม่เอาด้วยพ่อเป็นคนที่ทำอะไรก็จะทำอย่างนั้นซ้ำๆคือคิดว่ามีกินแค่นี้ก็พอแล้วหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่สนับสนุนอะไรทั้งนั้น แม่ก็เลยเหลือตัวคนเดียว เลยหวังพึ่งพาเราซึ่งอยากให้เรามีแฟนสักที อย่างน้อยแฟนเป็นผู้ชายก็จะได้ช่วยซื้อของเข้าร้าน คิดคอนเซปร้าน หรือหาแหล่งที่ได้มาซึ่งวัตถุดิบหรืออะไรก็แล้วแต่ทั้งหมดทั้งมวลที่จะทำให้แม่เปิดร้านได้ เพราะแม่คิดว่าผญสองคนแม่ลูกไม่มีทางทำได้แน่ๆ ต้องอาศัยแรงผู้ชายบ้าง (ต้องบอกว่าอาศัยแค่แรงและความคิดนะคะเพราะเงินที่จะเปิดกิจการแม่เรามีหมดแล้ว)
แต่ลึกๆของแม่อ่ะ "แม่อยากให้เรามีครอบครัวได้แล้ว แม่จะได้หายห่วง" นี่คือคำพูดของแม่ค่ะ
ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากมีแฟนนะ แต่เรายังไม่เจอคนที่ถูกใจ คุยกันรู้เรื่อง เข้ากันได้ อีกอย่างเราเพิ่งเรียนจบทำงานได้ปีเดียวเองชีวิตยังต้องเจอคนอีกเยอะแยะ เราเชื่อว่าสักวันเราต้องเจอคนที่ดีพร้อมและเข้ากันได้ ตรงสเป็ค แต่แค่ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา
มีพี่ที่ทำงานคนนึงเรียกว่า พี่ A ละกันนะคะ เขาจีบเราและชอบเรามาก แต่เราไม่ได้ชอบเขาเลย เขาเป็นคนดีนะคะ คอยช่วยเหลือนู่นนี่ตลอด พยายามชวนเราไปกินข้าว ดูหนัง หลายครั้ง แต่เราก็ปฏิเสธเกือบทุกครั้ง จะไปได้ก็ต้องมีเพื่อนไปด้วยทุกครั้ง คือเราไม่อยากให้คนที่ทำงานมองว่าเรากับพี่ A เป็นแฟนกันรึป่าว หรือมีความสัมพันธ์อย่างอื่นมั้ย หลังจากที่พี่ A จีบเราไปสักพักประมาน เดือนสองเดือน ก็ได้รู้จักกับแม่เรา แบบคุยทุกอย่างเกี่ยวกับเราให้แม่ฟัง บอกว่ากำลังจีบเราอยู่นะ นู่นนี่นั่น คือง่ายๆเข้าทางแม่ แม่เราก็ชอบพี่ A มากๆ เวลาทำกับข้าวก็ชวนพี่ A มากินด้วยตลอด จนเราลำบากใจ เพราะถ้าเราไม่ชอบใครเราจะไม่ค่อยคุยกับคนนั้นอ่ะค่ะ แม่ก็จะพยายามพูดเข้าข้างและเชียร์พี่ A ตลอด
จนมีเหตุการณ์นึงเราบอกกับพี่เอตรงๆไปว่า เราไม่ได้คิดอะไรกับพี่นะ พี่ก็เป็นพี่คนนึงที่ดีมากๆ จากนั้น พี่เอก็ไปดราม่ากับแม่เรา จนแม่เราต้องมาบังคับให้เราลองคบกับพี่เอดู คบจนกิจการของแม่เสร็จก่อนก็ได้ แล้วถ้าไม่โอเคค่อยเลิก คือถ้าเราทำแบบนั้นมันก็เหมือนเราหลอกพี่เอรึป่าว ? แต่แม่บอกว่าพอถึงวันนั้นเราอาจจะชอบพี่เอขึ้นมาจริงๆก็ได้ เพราะแม่ไม่เคยเห็นใครดีเท่าพี่เอมากก่อน พูดจาดี ดูแลดี ให้เกียรติตลอด (สิ่งเหล่านี้แม่ไม่เคยได้รับจากพ่อ เพราะพ่อเราพูดจาแรงขวานผ่าซาก ด่าได้ด่า แม่เลยปลื้มพี่เอมากๆ)
เราก็บอกแม่ไปว่า เราทำไม่ได้หรอก เราไม่ได้ชอบเขาจริงๆ ให้รอเราก่อนรอสักวันที่เราเจอคนที่เราใช่ แล้วเราจะทำกิจการนั้นแน่ๆ หลังจากนั้นแม่เราก็ร้องไห้ เพราะแม่บอกว่าเมื่อไหร่วันนั้นจะมาถึง แม่อยากทำให้เร็วเท่าที่ยังมีแรงเหลืออยู่
จากนั้น แม่ก็โกรธเราและไปบอกกับพี่เอว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก แม่จะไม่ทำแล้วกิจการอ่ะ จากนั้นสองคนก็ดราม่าตัดพ้อต่อหน้าเรา เราไม่รู้จะทำยังไงจริงๆเลยบอกไปว่า โอเค เราจะลองคุยกับพี่เอดู แต่เราไม่เป็นแฟนนะ และก็อธิบายเหตุผลจนทุคนสงบสติลง พี่เอก็โอเคกับการที่เราจะคุยกับพี่เขาให้โอกาสพี่เขาดูบ้าง
เราก็มาคิดๆดูแล้วว่า หรือเราจะทำกิจการนั้นให้สำเร็จด้วยตัวของเราเองคนเดียว เห้อ T.T เราจะได้ไม่ต้องคุยกับพี่เออีก
เราปวดหัวมาก รายละเอียดมันเยอะกว่านี้นะคะ แต่เราขอเล่าแค่นี้ เพราะกลัวคนมาอ่านแล้วรู้
ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบและให้คำแนะนำนะคะ
แม่บังคับให้เป็นแฟนกับคนที่เราไม่ได้ชอบ
ขอเล่าพื้นฐานครอบครัวเราก่อนนะ บ้านเราก็มีฐานะปานกลางคือพอกินพอใช้ ไม่ได้รวยอะไร ที่มีกินมีใช้ทุกวันนี้ได้ก็เพราะแม่ แม่เป็นคนทำทุกอย่างแต่ก็มีพ่อช่วยอยู่ข้างๆแหละ บ้านเรามีอาชีพค้าขาย ส่วนตัวเราเองเป็นพนักงานประจำบริษัทแห่งหนึ่งเงินเดือนก็พอมีพอใช้ เรียกง่ายๆว่าไม่ได้ขัดสนทางการเงิน
แม่เราอยากมีธุรกิจส่วนตัว แบบเป็นเจ้าของกิจการอะไรสักอย่าง (ขอไม่เอ่ยถึงกิจการนะคะ) แต่พ่อเราไม่เอาด้วยพ่อเป็นคนที่ทำอะไรก็จะทำอย่างนั้นซ้ำๆคือคิดว่ามีกินแค่นี้ก็พอแล้วหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่สนับสนุนอะไรทั้งนั้น แม่ก็เลยเหลือตัวคนเดียว เลยหวังพึ่งพาเราซึ่งอยากให้เรามีแฟนสักที อย่างน้อยแฟนเป็นผู้ชายก็จะได้ช่วยซื้อของเข้าร้าน คิดคอนเซปร้าน หรือหาแหล่งที่ได้มาซึ่งวัตถุดิบหรืออะไรก็แล้วแต่ทั้งหมดทั้งมวลที่จะทำให้แม่เปิดร้านได้ เพราะแม่คิดว่าผญสองคนแม่ลูกไม่มีทางทำได้แน่ๆ ต้องอาศัยแรงผู้ชายบ้าง (ต้องบอกว่าอาศัยแค่แรงและความคิดนะคะเพราะเงินที่จะเปิดกิจการแม่เรามีหมดแล้ว)
แต่ลึกๆของแม่อ่ะ "แม่อยากให้เรามีครอบครัวได้แล้ว แม่จะได้หายห่วง" นี่คือคำพูดของแม่ค่ะ
ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากมีแฟนนะ แต่เรายังไม่เจอคนที่ถูกใจ คุยกันรู้เรื่อง เข้ากันได้ อีกอย่างเราเพิ่งเรียนจบทำงานได้ปีเดียวเองชีวิตยังต้องเจอคนอีกเยอะแยะ เราเชื่อว่าสักวันเราต้องเจอคนที่ดีพร้อมและเข้ากันได้ ตรงสเป็ค แต่แค่ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา
มีพี่ที่ทำงานคนนึงเรียกว่า พี่ A ละกันนะคะ เขาจีบเราและชอบเรามาก แต่เราไม่ได้ชอบเขาเลย เขาเป็นคนดีนะคะ คอยช่วยเหลือนู่นนี่ตลอด พยายามชวนเราไปกินข้าว ดูหนัง หลายครั้ง แต่เราก็ปฏิเสธเกือบทุกครั้ง จะไปได้ก็ต้องมีเพื่อนไปด้วยทุกครั้ง คือเราไม่อยากให้คนที่ทำงานมองว่าเรากับพี่ A เป็นแฟนกันรึป่าว หรือมีความสัมพันธ์อย่างอื่นมั้ย หลังจากที่พี่ A จีบเราไปสักพักประมาน เดือนสองเดือน ก็ได้รู้จักกับแม่เรา แบบคุยทุกอย่างเกี่ยวกับเราให้แม่ฟัง บอกว่ากำลังจีบเราอยู่นะ นู่นนี่นั่น คือง่ายๆเข้าทางแม่ แม่เราก็ชอบพี่ A มากๆ เวลาทำกับข้าวก็ชวนพี่ A มากินด้วยตลอด จนเราลำบากใจ เพราะถ้าเราไม่ชอบใครเราจะไม่ค่อยคุยกับคนนั้นอ่ะค่ะ แม่ก็จะพยายามพูดเข้าข้างและเชียร์พี่ A ตลอด
จนมีเหตุการณ์นึงเราบอกกับพี่เอตรงๆไปว่า เราไม่ได้คิดอะไรกับพี่นะ พี่ก็เป็นพี่คนนึงที่ดีมากๆ จากนั้น พี่เอก็ไปดราม่ากับแม่เรา จนแม่เราต้องมาบังคับให้เราลองคบกับพี่เอดู คบจนกิจการของแม่เสร็จก่อนก็ได้ แล้วถ้าไม่โอเคค่อยเลิก คือถ้าเราทำแบบนั้นมันก็เหมือนเราหลอกพี่เอรึป่าว ? แต่แม่บอกว่าพอถึงวันนั้นเราอาจจะชอบพี่เอขึ้นมาจริงๆก็ได้ เพราะแม่ไม่เคยเห็นใครดีเท่าพี่เอมากก่อน พูดจาดี ดูแลดี ให้เกียรติตลอด (สิ่งเหล่านี้แม่ไม่เคยได้รับจากพ่อ เพราะพ่อเราพูดจาแรงขวานผ่าซาก ด่าได้ด่า แม่เลยปลื้มพี่เอมากๆ)
เราก็บอกแม่ไปว่า เราทำไม่ได้หรอก เราไม่ได้ชอบเขาจริงๆ ให้รอเราก่อนรอสักวันที่เราเจอคนที่เราใช่ แล้วเราจะทำกิจการนั้นแน่ๆ หลังจากนั้นแม่เราก็ร้องไห้ เพราะแม่บอกว่าเมื่อไหร่วันนั้นจะมาถึง แม่อยากทำให้เร็วเท่าที่ยังมีแรงเหลืออยู่
จากนั้น แม่ก็โกรธเราและไปบอกกับพี่เอว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก แม่จะไม่ทำแล้วกิจการอ่ะ จากนั้นสองคนก็ดราม่าตัดพ้อต่อหน้าเรา เราไม่รู้จะทำยังไงจริงๆเลยบอกไปว่า โอเค เราจะลองคุยกับพี่เอดู แต่เราไม่เป็นแฟนนะ และก็อธิบายเหตุผลจนทุคนสงบสติลง พี่เอก็โอเคกับการที่เราจะคุยกับพี่เขาให้โอกาสพี่เขาดูบ้าง
เราก็มาคิดๆดูแล้วว่า หรือเราจะทำกิจการนั้นให้สำเร็จด้วยตัวของเราเองคนเดียว เห้อ T.T เราจะได้ไม่ต้องคุยกับพี่เออีก
เราปวดหัวมาก รายละเอียดมันเยอะกว่านี้นะคะ แต่เราขอเล่าแค่นี้ เพราะกลัวคนมาอ่านแล้วรู้
ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบและให้คำแนะนำนะคะ