สืบเนื่องจากกระทู้เรื่องการหลับใน
https://pantip.com/topic/36648190
ผมขออนุญาตมาตั้งกระทู้ใหม่เพื่ออธิบายว่าจริงๆ แล้วการหลับในจากคนที่เคยประสบมาจริงๆ นั้นเป็นยังไง
ประมาณปี 2533-34 ผมมีเหตุต้องไปทำงานที่หน่วยงานก่อสร้างในพื้นที่กันดารของจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสานตอนบน ติดกับชายแดนเพื่อนบ้าน
วันหนึ่งหลังจากทำงานมาทั้งวัน ปรากฎว่าเย็นวันนั้นมีข้อมูลมาว่าวันรุ่งขึ้นจะมี จนท. จากหน่วยงานของเจ้าของโครงการมาตรวจ และจะมีการตรวจใบ กว. ของวิศวกรด้วยว่ามีครบจำนวนคนตามที่ได้แจ้งไว้หรือไม่ ซึ่ง ณ ขณะนั้นที่ site มีไม่ครบคน
ด้วยการสื่อสารยุคนั้นยังไม่คล่องอย่างปัจจุบัน ทั้ง site ก็มีโทรศัพท์กระเป๋าหิ้วระบบ 470 อยู่เครื่องเดียว อีกทั้งคนที่จะโทรไปหาก็ไม่มีใครมีโทรศัพท์ ทางออกทางเดียวก็คือต้องตระเวนไปถามหาพรรคพวกเพื่อนฝูงคนรู้จักเท่าที่พอจะหาได้ในละแวกจังหวัดนั้นว่ามีใครที่เป็นวิศวกร, มีใบ กว. และยังว่างงานอยู่บ้าง เป็นการ recruit คนแบบข้ามคืนที่ผมก็เพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก
ผมขับรถ Toyota Cab ไปกันทั้งหมด 3 คน ตระเวนถามหาคนโน้นคนนี้, แวะกินข้าว ( จำไม่ได้จริงๆ ว่าตอนนั้นมีการดื่มด้วยหรือไม่ ) เสร็จแล้วก็ตระเวนต่อ แวะหาเพื่อนฝูงคนรู้จักเพื่อถามไถ่ไปเรื่อย
ผมจำไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วเราได้ใครมา แต่จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งซึ่งน่าจะเกินเที่ยงคืนแล้ว ผมขับรถอยู่บนถนนสองเลนที่รถวิ่งสวนได้ เป็นถนนสายรองที่ไม่มีไฟส่องสว่างริมทาง แทบไม่มีรถหรือมอเตอร์ไซค์สวนมา
สิ่งที่ผมจำได้คือผมขับรถไปเรื่อยๆ มือจับพวงมาลัย ตาก็มองถนนไปตลอด แต่จู่ๆ ผมก็สะดุ้งขึ้นมาและพบว่าผมกำลังขับรถอยู่อีกเลนที่เป็นเลนรถสวนมาโดยผมไม่รู้สึกตัวและไม่รู้ว่าผมมาอยู่ในเลนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่และนานเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่ผมก็ยังลืมตาขับรถอยู่เป็นปกติ
ทันทีที่รู้ตัวผมก็รีบเบี่ยงซ้ายเข้าเลนตัวเองและประคองรถกลับไปถึง site อย่างปลอดภัย ในใจก็คิดว่าถ้าเวลานั้นมีรถอะไรสวนมาก็คงคาดเดาผลลัพธ์ได้ไม่ยาก อาจจะต่างกันที่เขาเจ็บ, เราเจ็บ, เขาตายหรือเราตายเท่านั้นเอง
หลังจากนั้นผมพยายามที่จะเลี่ยงการขับรถหลังจากการทำงานนานๆ หรือขับรถยาวๆ โดยไม่ได้พักผ่อนอีกเลย และรู้สึกโชคดีที่ยังได้มีโอกาสมาเล่าให้คนอื่นฟังว่าการหลับในนั้นมันเป็นอย่างไร
ประสบการณ์หลับใน - - - จากคนขับรถที่ยังสามารถกลับมาเล่าเรื่องได้
ผมขออนุญาตมาตั้งกระทู้ใหม่เพื่ออธิบายว่าจริงๆ แล้วการหลับในจากคนที่เคยประสบมาจริงๆ นั้นเป็นยังไง
ประมาณปี 2533-34 ผมมีเหตุต้องไปทำงานที่หน่วยงานก่อสร้างในพื้นที่กันดารของจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสานตอนบน ติดกับชายแดนเพื่อนบ้าน
วันหนึ่งหลังจากทำงานมาทั้งวัน ปรากฎว่าเย็นวันนั้นมีข้อมูลมาว่าวันรุ่งขึ้นจะมี จนท. จากหน่วยงานของเจ้าของโครงการมาตรวจ และจะมีการตรวจใบ กว. ของวิศวกรด้วยว่ามีครบจำนวนคนตามที่ได้แจ้งไว้หรือไม่ ซึ่ง ณ ขณะนั้นที่ site มีไม่ครบคน
ด้วยการสื่อสารยุคนั้นยังไม่คล่องอย่างปัจจุบัน ทั้ง site ก็มีโทรศัพท์กระเป๋าหิ้วระบบ 470 อยู่เครื่องเดียว อีกทั้งคนที่จะโทรไปหาก็ไม่มีใครมีโทรศัพท์ ทางออกทางเดียวก็คือต้องตระเวนไปถามหาพรรคพวกเพื่อนฝูงคนรู้จักเท่าที่พอจะหาได้ในละแวกจังหวัดนั้นว่ามีใครที่เป็นวิศวกร, มีใบ กว. และยังว่างงานอยู่บ้าง เป็นการ recruit คนแบบข้ามคืนที่ผมก็เพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก
ผมขับรถ Toyota Cab ไปกันทั้งหมด 3 คน ตระเวนถามหาคนโน้นคนนี้, แวะกินข้าว ( จำไม่ได้จริงๆ ว่าตอนนั้นมีการดื่มด้วยหรือไม่ ) เสร็จแล้วก็ตระเวนต่อ แวะหาเพื่อนฝูงคนรู้จักเพื่อถามไถ่ไปเรื่อย
ผมจำไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วเราได้ใครมา แต่จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งซึ่งน่าจะเกินเที่ยงคืนแล้ว ผมขับรถอยู่บนถนนสองเลนที่รถวิ่งสวนได้ เป็นถนนสายรองที่ไม่มีไฟส่องสว่างริมทาง แทบไม่มีรถหรือมอเตอร์ไซค์สวนมา
สิ่งที่ผมจำได้คือผมขับรถไปเรื่อยๆ มือจับพวงมาลัย ตาก็มองถนนไปตลอด แต่จู่ๆ ผมก็สะดุ้งขึ้นมาและพบว่าผมกำลังขับรถอยู่อีกเลนที่เป็นเลนรถสวนมาโดยผมไม่รู้สึกตัวและไม่รู้ว่าผมมาอยู่ในเลนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่และนานเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่ผมก็ยังลืมตาขับรถอยู่เป็นปกติ
ทันทีที่รู้ตัวผมก็รีบเบี่ยงซ้ายเข้าเลนตัวเองและประคองรถกลับไปถึง site อย่างปลอดภัย ในใจก็คิดว่าถ้าเวลานั้นมีรถอะไรสวนมาก็คงคาดเดาผลลัพธ์ได้ไม่ยาก อาจจะต่างกันที่เขาเจ็บ, เราเจ็บ, เขาตายหรือเราตายเท่านั้นเอง
หลังจากนั้นผมพยายามที่จะเลี่ยงการขับรถหลังจากการทำงานนานๆ หรือขับรถยาวๆ โดยไม่ได้พักผ่อนอีกเลย และรู้สึกโชคดีที่ยังได้มีโอกาสมาเล่าให้คนอื่นฟังว่าการหลับในนั้นมันเป็นอย่างไร