สวัสดีค่ะ ขออณุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ ขอคำปรึกษา และระบายความในใจนะคะ... ขอเกริ่นให้ฟังสักนิดก่อน เราได้ไปใช้ชีวิตเองคนเดียวที่ต่างประเทศ เป็นเวลา 4ปี เพิ่งจะกลับมาไทยเมื่อตอนเมษายนที่ผ่านมาเอง เราเจอแฟน เมื่อประมาณ 2ปีที่แล้วเป็นชาวต่างชาติที่เราได้ไปใช้ชีวิตอยู่นั่นแหละค่ะ ตอนนี้ แฟนอายุ 36 เราอายุน้อยกว่าแฟน 5ปีค่ะ เรารู้จักกันผ่านเพื่อนคนนึง ครั้งแรกที่เราเจอกัน ต่างคนต่างไม่ชอบหน้ากันเลยค่ะ ต่างคนต่างหมั่นไส้กันอยู่ห่างๆ เวลาเจอกัน ก็จะแขวะกันอยู่บ่อยๆ แต่คนรอบข้างก็จะชอบจับคู่ให้เรา แรงยุมากเหลือเกิน เพื่อนๆเห็นว่า เราสองคนน่าจะเข้ากันได้ดี เพราะนิสัย และความชอบคล้ายๆกัน ผ่านไปประมาณ 2-3เดือน อยู่ๆก็รักกันไปเองแบบไม่ทันตั้งตัว ..เราสองคนเข้ากันได้ดีมากจริงๆค่ะ ขออนุญาตใช้คำภาษาอังกฤษว่า “we are best friend and lover, all in one” คู่ของเราก็มีบ้างที่ความเห็นไม่ตรงกัน งอนกันบ้างเป็นธรรมดา แต่เป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่เกิน 15นาทีก็ดีกันแล้วค่ะ ถ้าจะให้นึกถึงเรื่องที่เราโกรธกันข้ามวัน หรือโกรธกันเป็นชั่วโมงๆ นึกไม่ออกเลยค่ะ เราสองคนไม่เคยเลยที่เราจะทะเลาะกันหนักๆ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ปัญหาจริงๆมันเกิดขึ้น เราก็จะมานั่งคุยกันตรงๆ แล้วปรับความเข้าใจกัน .. เมื่อไหร่ที่คนนึงร้อน อีกคนจะเย็น ด้วยนิสัยส่วนตัวของเราทั้งคู่ เราไม่ชอบเอะอะโวยวายเวลาโมโห เวลาคนนึงงอน อีกคนก็จะขำๆ สักแปปเราก็จะมองหน้ากัน แล้วหลุดหัวเราะออกมาทุกครั้งไป แต่มีเรื่องนึงที่ทำให้เราสองคนเศร้าแล้วร้องไห้ด้วยกัน แทบทุกครั้งที่เราคุยกัน ก็คือเรื่องการแต่งงานค่ะ
ครอบครัวของเรา เป็นครอบครัวที่เรียกได้ว่าหัวโบราณ และละเอียดอ่อนมากๆ พ่อกับแม่เป็นคนธรรมะธรรมโมที่สุด ทุกเช้า-เย็น จะต้องสวดมนต์ เป็นชั่วโมง แม่ไม่ให้มีแฟน ไม่ให้แต่งตัวโป๊ ห้ามสั้นเหนือหัวเข่า เสื้อรัดรูปแขนกุดไม่ให้ใส่ ทาเล็บก็ไม่ได้ ทำสีผมก็ห้าม เราโตมาแบบมีตู้เสื้อผ้าสองตู้ค่ะ กลับบ้านต่างจังหวัดก็จะต้องลบเล็บ เปลี่ยนสีผม แต่งตัวตามใจแม่ (ย้ายมาอยู่ กรุงเทพฯ ตอนเรียนจบมัธยมปลาย ยอมรับ ว่าค่อนข้างจะดื้อ ลับหลังที่บ้าน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุเลยค่ะ) เรากับแม่ ไม่สนิทกันเลยค่ะ แต่เราก็เป็นแม่ลูกที่รักกันนะคะ เพียงแต่เราจะอยู่ด้วยกันได้ไม่นาน จะต้องมีเรื่องให้ทะเลาะกันอยู่ตลอดๆ เป็นสาเหตุนึงที่ไม่กลับมาไทยเลย ตลอด 4ปี เพราะมีความรู้สึกว่า ถึงตัวอยู่ไกลกัน แต่มันรู้สึกเหมือนใกล้กันมากๆ ตลอด 4ปี เราคุยกันทุกวัน เปิดใจคุยกับแม่ได้หมดแทบบทุกเรื่อง เล่าให้แม่ฟังแม้กระทั่งเรื่องแฟนคนนี้ ก่อนหน้านี้ความลับเยอะค่ะ ไม่กล้าพูดหรือบอกอะไรเลย แต่พอกลับมาไทย อยู่ด้วยกันไม่ถึง 3วัน ก็ทะเลาะกันอีกแล้ว... ส่วนพ่อ ก็จะเงียบๆหน่อย จะอยู่เฉยๆ เป็นกลางค่ะ เราเป็นพ่อลูกที่รักกันมาก ถึงแม้จะไม่สนิทกัน แต่ก็ทะเลาะกันน้อยมากเลยค่ะ ในชีวิตนี้..
ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา เรากับแฟนผ่านเหตุการณ์หลายๆอย่างมาด้วยกัน ซึ่งมันทำให้เราสองคนได้พิสูจน์ตัวเองต่อกันและกัน และในที่สุด เราสองคนก็ตกลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เรายังไม่ได้จดทะเบียนก่อนกลับมานะคะ เราอยากให้เค้ามารู้จักครอบครัว และชีวิตความเป็นอยู่ ว่าเค้าจะเข้ากับครอบครัวเราได้ไหม อยากให้เค้ามารู้จักเมืองไทย ฯลฯ ตอนนี้ แฟนเพิ่งกลับไปค่ะ มาอยู่ 14วัน เราพาเที่ยวทั่วเลยค่ะ ขึ้นเหนือล่องใต้ เที่ยววัด ดูภูเขา ลงทะเล ทัวร์กรุงเทพฯ เค้ารักเมืองไทยมากๆ ชอบวิถีชีวิตแบบไทย (เข้าวัดก็ให้เราสอนท่องบทสวด) ชอบอาหารไทย อยากมาอยู่เมืองไทย แต่ติดก็ตรงที่หน้าที่การงานของเค้าค่ะ
เข้าเรื่องจริงๆแล้วค่ะ.. ตอนแรกที่เรากลับมาเมืองไทย ก็มาทำเรื่องขอวีซ่าแต่งงาน เพื่อที่จะกลับไปจดทะเบียนที่ต่างประเทศ สำหรับตัวเราเองในวันนี้ เราไม่ต้องการงานแต่งงานใหญ่ๆโตๆ ต้องเชิญแขกหลายร้อยคนที่เรากับแฟนเองก็แทบจะไม่รู้จัก เรามองว่ามันฟุ่มเฟือยค่ะ หรือถึงแม้จะจัดงานเลี้ยงกันเองในหมู่ญาติพี่น้อง คนก็ยังเยอะอยู่ดี น่าจะ6-70คนได้ สำหรับญาติสนิท และคนใกล้ชิด ซึ่งก็ยังต้องใช้เงินมากในการจัดงาน.. แฟนเรามีฐานะปานกลาง ไม่ได้มีเงินเก็บอะไรมากมาย ภาระอย่างเดียวที่มีคือค่าเช่าบ้าน .. ตัวเราเอง ก็ไม่ได้ร่ำรวย ที่ใจเราคิดเอาไว้ก็คือว่าอยากไปจดทะเบียนที่นั่น และไปทำงานเก็บเงินสัก 1-2ปี ก่อน แล้วค่อยกลับมาจัดงานแต่งงานเชิญเฉพาะแขกใกล้ชิด ...ในตอนนี้เงินที่เรากับแฟนพอจะมี เราก็อยากเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการที่เค้าจะมาหาเรา หรือเราไปหาเค้า จนกว่าทุกอย่างจะลงตัว ..ยังมีค่าใช้จ่ายในการย้ายบ้าน (บ้านแฟนตอนนี้ ไม่ค่อยสะดวกนัก ถ้าจะมีแขกผู้ใหญ่ไปนอนค้าง เนื่องจากห้องพักแขกที่มีตอนนี้ เป็นชั้นลอย บันไดค่อนข้างชัน) เลยอยากจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ เผื่อเวลาพ่อแม่หรือญาติๆ ไปหาเรา จะได้ไม่ต้องไปเช่าโรงแรมให้เสียเงิน และเราจะได้ดูแลต้อนรับได้อย่างเต็มที่ .. อยากกันเงินส่วนนึงเอาไว้ เผื่อเวลาฉุกเฉิน ในระหว่างที่เรากลับไปต่างประเทศแรกๆ เผื่อต้องเรียนเพิ่มเติม หรือยังหางานทำไม่ได้ จะได้ไม่ต้องลำบาก (ต้องบอกว่าแฟนก็แล้วแต่เราเลยค่ะ แต่เราก็อยากเตรียมพร้อม เพราะไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต) .. คือเราพอใจกับแค่พิธีจดทะเบียนที่ว่าการอำภอในเมืองที่แฟนอยู่ มีครอบครัวแฟน ครอบครัวเราและเพื่อนสนิท ประมาณ 20คน ส่วนงานแต่งงานที่ไทย อีก 1-2ปี เราอาจมีเงินสำหรับจัดงานแบบไม่เดือดร้อนอะไร --- แต่ปัญหาคือว่า ผู้ใหญ่ฝ่ายเราไม่ค่อยจะสบายใจนัก ก็อยากให้จัดงานแต่งให้เป็นเรื่องเป็นราว ทำให้ถูกต้องตามประเพณี เราเป็นคนไทย เคารพในประเพณีไทยนะคะ แต่ในเมื่อเราไม่พร้อม จะให้ไปกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานแต่งงาน หรือให้ผู้ใหญ่ฝ่ายเขา หรือฝ่ายเราจัดการให้ เรากับแฟนก็คิดไม่ออกเลย ว่าเราจะยิ้มได้เต็มปากในงานแต่งงานของเราเองได้ยังไง – เราพยายามประนีประนอมว่า เราจะพาพ่อกับแม่ไปต่างประเทศ ไปเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียน แล้วอีก 1-2ปี ค่อยจัดงานเลี้ยงฉลองได้ไหม ก็ยังตกลงกันไม่ได้เลยค่ะ ... คุยเรื่องนี้กับแฟนทีไร ก็ต้องมีน้ำตากันแทบทุกที เพราะถ้าไม่ได้จดทะเบียนกัน เราสองคนก็ต้องอยู่ห่างกัน ซึ่งก็คงจะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาอีก ยิ่งไม่รู้เลยว่า จะเก็บเงินถึงเมื่อไหร่จะได้แต่งงานแล้วได้อยู่ด้วยกันสักทีนึง เราคิดว่ารายได้ของเราที่อาจจะหาได้ในเมืองไทย อย่างมากก็คงทำได้แค่ดูแลตัวเองเท่านั้น (สำหรับเรา เราคิดว่าการที่จะให้ผู้ชายดูแลจัดการทุกอย่าง มันคือการเอาเปรียบเค้าค่ะ ในเมื่อเราเคยอยู่ได้ด้วยตัวเอง ดูแลตัวเองมาตลอด พอถึงวันนึงที่ต้องการจะสร้างครอบครัว เราก็พอใจที่จะจับมือยืนอยู่ข้างๆกัน แล้วเดินไปพร้อมกันค่ะ อีกอย่างนึง เราก็จะได้ส่งเงินมาช่วยพ่อกับแม่แบ่งเบาภาระทางบ้านได้บ้างอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย)... แต่ผู้ใหญ่ฝ่ายเราค่อนข้างจะห่วงว่าคนจะนินทาว่าร้าย ห่วงว่าคนจะมองไม่ดี พ่อแม่เราค่อนข้างมีคนรู้จักประมาณนึงในจังหวัด แต่เราเป็นคนที่ไม่ใส่ใจว่าคนอื่นจะมองเราแบบไหน ไม่ตื่นเต้นกับการนินทาว่าร้าย ไม่สนใจ ไม่เก็บมาคิด เราเฉยๆมากๆ กับคำพูดคน แต่ที่เรากลุ้มใจ คือความรู้สึกของพ่อกับแม่ แล้วเราก็ห่วงความรู้สึกของเรากับแฟนด้วยค่ะ
ตอนนี้ยังมีอีกเรื่องนึงที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งทำให้ที่บ้านเรา แทบจะไม่ใส่ใจในเรื่องพิธีแต่งงานไปเลยค่ะ... คือมีผู้ใหญ่ที่แม่นับถือมากๆ เค้าทักมาว่า ดวงเราไม่ดี ช่วง 1-2ปีนี้มีเคราะห์ พูดประมาณว่า ถ้าเราไป คงได้แค่กระดูกกลับมา ก็ขอให้เราลงหลักปักฐานอยู่เมืองไทยไปก่อน พ้นเคราะห์แล้ว จึงจะไปต่างประเทศได้ ..ซึ่งที่บ้านก็เครียดมากๆเลยค่ะ ยังไงๆ ก็ไม่ยอมให้เราไปอยู่ต่างประเทศในช่วง 2ปีนี้แน่นอน ไม่ยอมแม้กระทั่งให้เราทำวีซ่า หรือจดทะเบียนกันไว้ก่อน เค้าบอกว่า ต่อให้ทำแค่เอกสาร แต่ตัวเรายังไม่ย้ายไป ก็ไม่ต่างอะไรกันค่ะ เพราะถือว่าใจเรายังไม่ยอมรับ แล้วสิ่งศักสิทธิ์ก็คงช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาไม่ได้... ต้องขอชี้แจงนะคะ ว่าเราไม่ได้ลบหลู่ เพียงแต่อยากขอคำแนะนำและปรึกษาค่ะ ในเมื่อเรากับแฟนต้องการที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาอย่างทุกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตรงนี้เราพอใจกันเท่านี้ทั้งสองฝ่าย มันควรจะเป็นเรื่องง่ายๆ แล้วจบลงด้วยดี แต่แล้วก็มีเงื่อนไขต่างๆเพิ่มเข้ามา เราะจะทำอย่างไรดีคะ ขอความกรุณาช่วยให้คำแนะนำด้วยเถอะค่ะ เราเองก็เศร้ามากๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วค่ะ
ขอขอบพระคุณทุกๆความเห็นล่วงหน้าเลยนะคะ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ เราขอขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ ขออภัยไว้ด้วยนะคะ หากเราเขียนอะไรวกไปวนมา หรือใช้คำพูดที่ไปกระทบกระเทือนใครโดยไม่ได้ตั้งใจ..
ปล. ขออนุญาต ไม่พูดถึงเรื่องวีซ่าในกระทู้นี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ
เงื่อนไขและอุปสรรค ที่ไม้ได้มาจากเราสองคน ขอทางออกด้วยค่ะ
ครอบครัวของเรา เป็นครอบครัวที่เรียกได้ว่าหัวโบราณ และละเอียดอ่อนมากๆ พ่อกับแม่เป็นคนธรรมะธรรมโมที่สุด ทุกเช้า-เย็น จะต้องสวดมนต์ เป็นชั่วโมง แม่ไม่ให้มีแฟน ไม่ให้แต่งตัวโป๊ ห้ามสั้นเหนือหัวเข่า เสื้อรัดรูปแขนกุดไม่ให้ใส่ ทาเล็บก็ไม่ได้ ทำสีผมก็ห้าม เราโตมาแบบมีตู้เสื้อผ้าสองตู้ค่ะ กลับบ้านต่างจังหวัดก็จะต้องลบเล็บ เปลี่ยนสีผม แต่งตัวตามใจแม่ (ย้ายมาอยู่ กรุงเทพฯ ตอนเรียนจบมัธยมปลาย ยอมรับ ว่าค่อนข้างจะดื้อ ลับหลังที่บ้าน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุเลยค่ะ) เรากับแม่ ไม่สนิทกันเลยค่ะ แต่เราก็เป็นแม่ลูกที่รักกันนะคะ เพียงแต่เราจะอยู่ด้วยกันได้ไม่นาน จะต้องมีเรื่องให้ทะเลาะกันอยู่ตลอดๆ เป็นสาเหตุนึงที่ไม่กลับมาไทยเลย ตลอด 4ปี เพราะมีความรู้สึกว่า ถึงตัวอยู่ไกลกัน แต่มันรู้สึกเหมือนใกล้กันมากๆ ตลอด 4ปี เราคุยกันทุกวัน เปิดใจคุยกับแม่ได้หมดแทบบทุกเรื่อง เล่าให้แม่ฟังแม้กระทั่งเรื่องแฟนคนนี้ ก่อนหน้านี้ความลับเยอะค่ะ ไม่กล้าพูดหรือบอกอะไรเลย แต่พอกลับมาไทย อยู่ด้วยกันไม่ถึง 3วัน ก็ทะเลาะกันอีกแล้ว... ส่วนพ่อ ก็จะเงียบๆหน่อย จะอยู่เฉยๆ เป็นกลางค่ะ เราเป็นพ่อลูกที่รักกันมาก ถึงแม้จะไม่สนิทกัน แต่ก็ทะเลาะกันน้อยมากเลยค่ะ ในชีวิตนี้..
ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา เรากับแฟนผ่านเหตุการณ์หลายๆอย่างมาด้วยกัน ซึ่งมันทำให้เราสองคนได้พิสูจน์ตัวเองต่อกันและกัน และในที่สุด เราสองคนก็ตกลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เรายังไม่ได้จดทะเบียนก่อนกลับมานะคะ เราอยากให้เค้ามารู้จักครอบครัว และชีวิตความเป็นอยู่ ว่าเค้าจะเข้ากับครอบครัวเราได้ไหม อยากให้เค้ามารู้จักเมืองไทย ฯลฯ ตอนนี้ แฟนเพิ่งกลับไปค่ะ มาอยู่ 14วัน เราพาเที่ยวทั่วเลยค่ะ ขึ้นเหนือล่องใต้ เที่ยววัด ดูภูเขา ลงทะเล ทัวร์กรุงเทพฯ เค้ารักเมืองไทยมากๆ ชอบวิถีชีวิตแบบไทย (เข้าวัดก็ให้เราสอนท่องบทสวด) ชอบอาหารไทย อยากมาอยู่เมืองไทย แต่ติดก็ตรงที่หน้าที่การงานของเค้าค่ะ
เข้าเรื่องจริงๆแล้วค่ะ.. ตอนแรกที่เรากลับมาเมืองไทย ก็มาทำเรื่องขอวีซ่าแต่งงาน เพื่อที่จะกลับไปจดทะเบียนที่ต่างประเทศ สำหรับตัวเราเองในวันนี้ เราไม่ต้องการงานแต่งงานใหญ่ๆโตๆ ต้องเชิญแขกหลายร้อยคนที่เรากับแฟนเองก็แทบจะไม่รู้จัก เรามองว่ามันฟุ่มเฟือยค่ะ หรือถึงแม้จะจัดงานเลี้ยงกันเองในหมู่ญาติพี่น้อง คนก็ยังเยอะอยู่ดี น่าจะ6-70คนได้ สำหรับญาติสนิท และคนใกล้ชิด ซึ่งก็ยังต้องใช้เงินมากในการจัดงาน.. แฟนเรามีฐานะปานกลาง ไม่ได้มีเงินเก็บอะไรมากมาย ภาระอย่างเดียวที่มีคือค่าเช่าบ้าน .. ตัวเราเอง ก็ไม่ได้ร่ำรวย ที่ใจเราคิดเอาไว้ก็คือว่าอยากไปจดทะเบียนที่นั่น และไปทำงานเก็บเงินสัก 1-2ปี ก่อน แล้วค่อยกลับมาจัดงานแต่งงานเชิญเฉพาะแขกใกล้ชิด ...ในตอนนี้เงินที่เรากับแฟนพอจะมี เราก็อยากเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการที่เค้าจะมาหาเรา หรือเราไปหาเค้า จนกว่าทุกอย่างจะลงตัว ..ยังมีค่าใช้จ่ายในการย้ายบ้าน (บ้านแฟนตอนนี้ ไม่ค่อยสะดวกนัก ถ้าจะมีแขกผู้ใหญ่ไปนอนค้าง เนื่องจากห้องพักแขกที่มีตอนนี้ เป็นชั้นลอย บันไดค่อนข้างชัน) เลยอยากจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ เผื่อเวลาพ่อแม่หรือญาติๆ ไปหาเรา จะได้ไม่ต้องไปเช่าโรงแรมให้เสียเงิน และเราจะได้ดูแลต้อนรับได้อย่างเต็มที่ .. อยากกันเงินส่วนนึงเอาไว้ เผื่อเวลาฉุกเฉิน ในระหว่างที่เรากลับไปต่างประเทศแรกๆ เผื่อต้องเรียนเพิ่มเติม หรือยังหางานทำไม่ได้ จะได้ไม่ต้องลำบาก (ต้องบอกว่าแฟนก็แล้วแต่เราเลยค่ะ แต่เราก็อยากเตรียมพร้อม เพราะไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต) .. คือเราพอใจกับแค่พิธีจดทะเบียนที่ว่าการอำภอในเมืองที่แฟนอยู่ มีครอบครัวแฟน ครอบครัวเราและเพื่อนสนิท ประมาณ 20คน ส่วนงานแต่งงานที่ไทย อีก 1-2ปี เราอาจมีเงินสำหรับจัดงานแบบไม่เดือดร้อนอะไร --- แต่ปัญหาคือว่า ผู้ใหญ่ฝ่ายเราไม่ค่อยจะสบายใจนัก ก็อยากให้จัดงานแต่งให้เป็นเรื่องเป็นราว ทำให้ถูกต้องตามประเพณี เราเป็นคนไทย เคารพในประเพณีไทยนะคะ แต่ในเมื่อเราไม่พร้อม จะให้ไปกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานแต่งงาน หรือให้ผู้ใหญ่ฝ่ายเขา หรือฝ่ายเราจัดการให้ เรากับแฟนก็คิดไม่ออกเลย ว่าเราจะยิ้มได้เต็มปากในงานแต่งงานของเราเองได้ยังไง – เราพยายามประนีประนอมว่า เราจะพาพ่อกับแม่ไปต่างประเทศ ไปเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียน แล้วอีก 1-2ปี ค่อยจัดงานเลี้ยงฉลองได้ไหม ก็ยังตกลงกันไม่ได้เลยค่ะ ... คุยเรื่องนี้กับแฟนทีไร ก็ต้องมีน้ำตากันแทบทุกที เพราะถ้าไม่ได้จดทะเบียนกัน เราสองคนก็ต้องอยู่ห่างกัน ซึ่งก็คงจะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาอีก ยิ่งไม่รู้เลยว่า จะเก็บเงินถึงเมื่อไหร่จะได้แต่งงานแล้วได้อยู่ด้วยกันสักทีนึง เราคิดว่ารายได้ของเราที่อาจจะหาได้ในเมืองไทย อย่างมากก็คงทำได้แค่ดูแลตัวเองเท่านั้น (สำหรับเรา เราคิดว่าการที่จะให้ผู้ชายดูแลจัดการทุกอย่าง มันคือการเอาเปรียบเค้าค่ะ ในเมื่อเราเคยอยู่ได้ด้วยตัวเอง ดูแลตัวเองมาตลอด พอถึงวันนึงที่ต้องการจะสร้างครอบครัว เราก็พอใจที่จะจับมือยืนอยู่ข้างๆกัน แล้วเดินไปพร้อมกันค่ะ อีกอย่างนึง เราก็จะได้ส่งเงินมาช่วยพ่อกับแม่แบ่งเบาภาระทางบ้านได้บ้างอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย)... แต่ผู้ใหญ่ฝ่ายเราค่อนข้างจะห่วงว่าคนจะนินทาว่าร้าย ห่วงว่าคนจะมองไม่ดี พ่อแม่เราค่อนข้างมีคนรู้จักประมาณนึงในจังหวัด แต่เราเป็นคนที่ไม่ใส่ใจว่าคนอื่นจะมองเราแบบไหน ไม่ตื่นเต้นกับการนินทาว่าร้าย ไม่สนใจ ไม่เก็บมาคิด เราเฉยๆมากๆ กับคำพูดคน แต่ที่เรากลุ้มใจ คือความรู้สึกของพ่อกับแม่ แล้วเราก็ห่วงความรู้สึกของเรากับแฟนด้วยค่ะ
ตอนนี้ยังมีอีกเรื่องนึงที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งทำให้ที่บ้านเรา แทบจะไม่ใส่ใจในเรื่องพิธีแต่งงานไปเลยค่ะ... คือมีผู้ใหญ่ที่แม่นับถือมากๆ เค้าทักมาว่า ดวงเราไม่ดี ช่วง 1-2ปีนี้มีเคราะห์ พูดประมาณว่า ถ้าเราไป คงได้แค่กระดูกกลับมา ก็ขอให้เราลงหลักปักฐานอยู่เมืองไทยไปก่อน พ้นเคราะห์แล้ว จึงจะไปต่างประเทศได้ ..ซึ่งที่บ้านก็เครียดมากๆเลยค่ะ ยังไงๆ ก็ไม่ยอมให้เราไปอยู่ต่างประเทศในช่วง 2ปีนี้แน่นอน ไม่ยอมแม้กระทั่งให้เราทำวีซ่า หรือจดทะเบียนกันไว้ก่อน เค้าบอกว่า ต่อให้ทำแค่เอกสาร แต่ตัวเรายังไม่ย้ายไป ก็ไม่ต่างอะไรกันค่ะ เพราะถือว่าใจเรายังไม่ยอมรับ แล้วสิ่งศักสิทธิ์ก็คงช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาไม่ได้... ต้องขอชี้แจงนะคะ ว่าเราไม่ได้ลบหลู่ เพียงแต่อยากขอคำแนะนำและปรึกษาค่ะ ในเมื่อเรากับแฟนต้องการที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาอย่างทุกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตรงนี้เราพอใจกันเท่านี้ทั้งสองฝ่าย มันควรจะเป็นเรื่องง่ายๆ แล้วจบลงด้วยดี แต่แล้วก็มีเงื่อนไขต่างๆเพิ่มเข้ามา เราะจะทำอย่างไรดีคะ ขอความกรุณาช่วยให้คำแนะนำด้วยเถอะค่ะ เราเองก็เศร้ามากๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วค่ะ
ขอขอบพระคุณทุกๆความเห็นล่วงหน้าเลยนะคะ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ เราขอขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ ขออภัยไว้ด้วยนะคะ หากเราเขียนอะไรวกไปวนมา หรือใช้คำพูดที่ไปกระทบกระเทือนใครโดยไม่ได้ตั้งใจ..
ปล. ขออนุญาต ไม่พูดถึงเรื่องวีซ่าในกระทู้นี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ