ดีใจเหลือเกินที่ Spider-Man ได้กลับสู่บ้านเกิดอย่าง มาร์เวล สตูดิโอ แม้จะเป็นการจ้างทำภายใต้ชายคาของ Sony อยู่ก็ตาม
หลังจากที่ มาร์เวลและโซนี่ได้บรรลุข้อตกลงให้ Spidy ได้เข้าร่วม MCU ทิศทางของเจ้าแมงมุมลายตัวนั้นก็พลันสว่างสดใส
การได้กลับบ้าน กลับสู่อ้อมอกผู้ให้กำเนิด ย่อมทำให้เจ้าแมงมุมตัวน้อยที่เคยหลงทางไปบ้าง ได้ค้นพบตัวตนจริง ๆ ของมันเสียที
หนังเริ่มด้วยการผูกโยงไปถึงเหตุการณ์ช่วงที่โลกินำทัพชิทอรี่บุกนิวยอร์คใน Avenger 1 แล้วก็เกริ่นถึงช่วงที่เหล่าฮีโร่ตีกันเองใน Cap 3
แบบสั้น ๆ ไม่กี่นาที จากนั้นจึงดำเนินเรื่องหลักเป็นเหตุการณ์หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือนต่อมา
ในเรื่องนี้ เล่าเรื่องเกี่ยวกับ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่ยังเป็นวัยรุ่น นักเรียน Hi School อัจฉริยะ ที่มีอายุเพียง 15 ปี และมีพลังพิเศษเรียบร้อยแล้ว
(โชคดีที่เราไม่ต้องดูลุงเบ็นตายอีกรอบ และไม่มีประโยคอย่าง พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับอวัยวะ เอ้ย ความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง

)
ปีเตอร์ คนนี้ยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่นที่ยังต้องเรียนรู้ชีวิตอีกมาก ทั้งการชอบสาวแต่ไม่กล้าบอก หรือการแบ่งเวลาเรียนกับเวลาปราบเหล่าร้าย
แต่แก่นของเรื่องจริง ๆ คือ การที่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งต้องการการยอมรับจากผู้ใหญ่ ว่าเขามีพลัง และมีความสามารถ มากพอที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาได้ แม้ว่าการกระทำแบบไม่คิดหน้าคิดหลังของเขา อาจสร้างปัญหาขึ้นมากมากมาย แต่สุดท้ายปีเตอร์ก็ได้เรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ได้ในที่สุด
ข้อดี
1. สไปดี้ที่พูดมาก เกรียน กวนโอ้ย ฮา มีเท่ มีพลาดบ้าง คนเดิมตามฉบับการ์ตูนกลับมาแล้ว และนี่คือหนังสไปดี้ที่ดีที่สุดที่เคยดูมา
2. ทอม ฮอลแลนด์ เหมาะสมกับบทมาก ดูแล้วเชื่อว่าเป็นเด็กมัธยมจริง ๆ ไม่ใช่เอาผู้ใหญ่มาแสดงเป็นเด็กแบบที่ผ่านมา
3. หนังยิงมุกถึ่ ๆ แบบ 3 บาท 5 บาทก็เอา ถ้าใครเป็นแฟนมาร์เวลและการ์ตูนสไปดี้จะยิ่งฮามากกว่าเดิมอีก
4. ฉากสู้มีลุ้น สร้างสรรค์ แปลกใหม่ เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ที่สำคัญตัวสไปดี้ยังเป็นแค่ฮีโร่ฝึกหัด ยังไม่ได้สมบูรณ์พร้อม
ทำให้คนดูลุ้นเอาใจช่วยตามไปด้วยได้ไม่ยาก
5. ป้าเมย์ ตัวขโมยซีนมาก ทุกฉากที่ออกคือชวนติดตาได้จริง ๆ
6. โทนี่ สตาร์ค มาแจมแบบเป็นตัวละครสำคัญแต่ไม่แย่งบทเด่นไป ทำให้สมกับเป็นหนังของสไปดี้จริง ๆ
7. มีตัวละครที่ไม่เห็นในตัวอย่างมาแจมด้วยอีก 1 คนถึงจะมาแบบวีดีโอก็เถอะ แต่ก็น่ารัก+น่าถึบมาก โดยเฉพาะช่วงท้ายเครดิต
ข้อเสีย
1. ถ้าคิดถึงสไปดี้เวอร์ชั่นมืดหม่น ดาร์ค แสดงอารมณ์ลุ่มลึก อย่าได้คาดหวังเลยเชียว มีฉากดราม่าเล็ก ๆ รวมเวลาไม่ถึง 5 นาทีเสียด้วยซ้ำ
2. อย่าคาดหวังปรัชญาชีวิตสูงส่ง หรือบทอันซับซ้อนซ่อนเงื่อน นี่มันหนังเด็ก แค่ฉากเลือดไหลยังไม่เห็นสักหยดเลย (มีเห็นแค่เสื้อเปื้อนเลือดจาง ๆ แค่นั้น)
3. ถ้าไม่เคยดู Avenger 1 และ Captain America 3 อาจมีงงบ้าง
ข้อสังเกต
ฉากทานลาบในร้านอาหารไทย เหมือนเจตนาใส่ไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งประทับใจที่ได้เห็นมาก
ปล. หนังจบแล้ว มีตอนกลางเครดิต 1 ตอน และตอนท้ายเครดิตไปเลยอีก 1 ตอนสั้น ๆ
[CR] Spider-Man: Homecoming คืนสู่เหย้า สไปดี้ตัวจริง เสียงจริง และดีที่สุดกลับมาแล้ว 8.75/10 ไม่สปอยด์
ดีใจเหลือเกินที่ Spider-Man ได้กลับสู่บ้านเกิดอย่าง มาร์เวล สตูดิโอ แม้จะเป็นการจ้างทำภายใต้ชายคาของ Sony อยู่ก็ตาม
หลังจากที่ มาร์เวลและโซนี่ได้บรรลุข้อตกลงให้ Spidy ได้เข้าร่วม MCU ทิศทางของเจ้าแมงมุมลายตัวนั้นก็พลันสว่างสดใส
การได้กลับบ้าน กลับสู่อ้อมอกผู้ให้กำเนิด ย่อมทำให้เจ้าแมงมุมตัวน้อยที่เคยหลงทางไปบ้าง ได้ค้นพบตัวตนจริง ๆ ของมันเสียที
หนังเริ่มด้วยการผูกโยงไปถึงเหตุการณ์ช่วงที่โลกินำทัพชิทอรี่บุกนิวยอร์คใน Avenger 1 แล้วก็เกริ่นถึงช่วงที่เหล่าฮีโร่ตีกันเองใน Cap 3
แบบสั้น ๆ ไม่กี่นาที จากนั้นจึงดำเนินเรื่องหลักเป็นเหตุการณ์หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือนต่อมา
ในเรื่องนี้ เล่าเรื่องเกี่ยวกับ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่ยังเป็นวัยรุ่น นักเรียน Hi School อัจฉริยะ ที่มีอายุเพียง 15 ปี และมีพลังพิเศษเรียบร้อยแล้ว
(โชคดีที่เราไม่ต้องดูลุงเบ็นตายอีกรอบ และไม่มีประโยคอย่าง พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับอวัยวะ เอ้ย ความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง
ปีเตอร์ คนนี้ยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่นที่ยังต้องเรียนรู้ชีวิตอีกมาก ทั้งการชอบสาวแต่ไม่กล้าบอก หรือการแบ่งเวลาเรียนกับเวลาปราบเหล่าร้าย
แต่แก่นของเรื่องจริง ๆ คือ การที่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งต้องการการยอมรับจากผู้ใหญ่ ว่าเขามีพลัง และมีความสามารถ มากพอที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาได้ แม้ว่าการกระทำแบบไม่คิดหน้าคิดหลังของเขา อาจสร้างปัญหาขึ้นมากมากมาย แต่สุดท้ายปีเตอร์ก็ได้เรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ได้ในที่สุด
ข้อดี
1. สไปดี้ที่พูดมาก เกรียน กวนโอ้ย ฮา มีเท่ มีพลาดบ้าง คนเดิมตามฉบับการ์ตูนกลับมาแล้ว และนี่คือหนังสไปดี้ที่ดีที่สุดที่เคยดูมา
2. ทอม ฮอลแลนด์ เหมาะสมกับบทมาก ดูแล้วเชื่อว่าเป็นเด็กมัธยมจริง ๆ ไม่ใช่เอาผู้ใหญ่มาแสดงเป็นเด็กแบบที่ผ่านมา
3. หนังยิงมุกถึ่ ๆ แบบ 3 บาท 5 บาทก็เอา ถ้าใครเป็นแฟนมาร์เวลและการ์ตูนสไปดี้จะยิ่งฮามากกว่าเดิมอีก
4. ฉากสู้มีลุ้น สร้างสรรค์ แปลกใหม่ เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ที่สำคัญตัวสไปดี้ยังเป็นแค่ฮีโร่ฝึกหัด ยังไม่ได้สมบูรณ์พร้อม
ทำให้คนดูลุ้นเอาใจช่วยตามไปด้วยได้ไม่ยาก
5. ป้าเมย์ ตัวขโมยซีนมาก ทุกฉากที่ออกคือชวนติดตาได้จริง ๆ
6. โทนี่ สตาร์ค มาแจมแบบเป็นตัวละครสำคัญแต่ไม่แย่งบทเด่นไป ทำให้สมกับเป็นหนังของสไปดี้จริง ๆ
7. มีตัวละครที่ไม่เห็นในตัวอย่างมาแจมด้วยอีก 1 คนถึงจะมาแบบวีดีโอก็เถอะ แต่ก็น่ารัก+น่าถึบมาก โดยเฉพาะช่วงท้ายเครดิต
ข้อเสีย
1. ถ้าคิดถึงสไปดี้เวอร์ชั่นมืดหม่น ดาร์ค แสดงอารมณ์ลุ่มลึก อย่าได้คาดหวังเลยเชียว มีฉากดราม่าเล็ก ๆ รวมเวลาไม่ถึง 5 นาทีเสียด้วยซ้ำ
2. อย่าคาดหวังปรัชญาชีวิตสูงส่ง หรือบทอันซับซ้อนซ่อนเงื่อน นี่มันหนังเด็ก แค่ฉากเลือดไหลยังไม่เห็นสักหยดเลย (มีเห็นแค่เสื้อเปื้อนเลือดจาง ๆ แค่นั้น)
3. ถ้าไม่เคยดู Avenger 1 และ Captain America 3 อาจมีงงบ้าง
ข้อสังเกต
ฉากทานลาบในร้านอาหารไทย เหมือนเจตนาใส่ไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งประทับใจที่ได้เห็นมาก
ปล. หนังจบแล้ว มีตอนกลางเครดิต 1 ตอน และตอนท้ายเครดิตไปเลยอีก 1 ตอนสั้น ๆ