ดิฉันอายุ24 สามีอายุ30 มีลูก1คนอายุ2ขวบ
จดทะเบียนสมรสกันมาได้4-5ปี ไม่มีค่าสินสอดไม่มีงานแต่ง (เพราะสามีบอกไม่มีเงิน)
ไม่มีสินสมรสร่วมกัน ตอนนั้นที่จดทะเบียนเพราะวางแผนจะกู้ซื้อบ้านร่วมกัน
จนเวลาผ่านมาถึงตอนนี้ก็คงไม่มีโอกาสได้ซื้ออีกแล้วค่ะ
ขอย้อนเรื่องนะคะ ทุกคู่ก็ย่อมมีปัญหามีปากเสียงกัน สามีดิฉันอารมณ์ร้อนค่ะ
แต่ก็ดีที่ไม่ทำร้ายร่างกาย ดิฉันก็ทนอยู่ได้ค่ะ เพราะตอนนั้นดิฉันไม่ได้คิดอะไรเลย
จนวันที่เห็นหน้าลูก ดิฉันต้องลาออกจากงาน มาเลี้ยงลูก แล้วสามีทำงานคนเดียว
ตัวดิฉันและสามีเราไม่มีพ่อแม่ ก็เลยไม่อยากรบกวนญาติกัน
พอทำงานคนเดียว แต่รายจ่ายเยอะขึ้น ก็มีปัญหางานเงิน
แล้วสามีดิฉันทุ่มงานหนักมากจนไม่ดูแลตัวเอง เครียดก็สูบบุหรี่วันนึงหลายซอง
ดิฉันไม่ชอบใจค่ะ ทำร้ายตัวเองแบบนี้ถ้าวันนึงสามีดิฉันป่วยขึ้นมาเท่ากับป่วยทั้งบ้านนะคะ
สามีเป็นเสาหลักของบ้าน ดิฉันเลยบอกให้เขามาอยู่บ้านเลี้ยงลูกแล้วกัน ดิฉันไปทำงานเอง
ตอนนั้นลูก1ขวบ ดิฉันก็ต้องหักดิบให้ลูกเลิกนมเต้า เผื่อดิฉันจะไปทำงาน
ดิฉันก็ไปทำงานได้1ปี เงินเดือนออกมาดิฉันให้สามีจัดการรายจ่ายนะคะ
เพราะเขาชอบบ่นว่าเงินฉันใช้เงินเยอะ แต่เงินเก็บก็ไม่มีเลยค่ะ
เคยมีเก็บอยู่ก้อนนึง สามีก็ให้เพื่อนกู้ไป50000 แล้วเพื่อนก็หนีไม่ใช้คืน
แล้วอีกก้อนสามีก็เอาไปเล่นหุ้น หุ้นก็ตกค่ะขาดทุน
ดิฉันก็เหนื่อยกับงานค่ะ เลยลาออก สามีก็ไม่ค่อยพอใจว่าดิฉันไม่อดทน
ช่วงดิฉันตกงานก็เป็นหนี้ค่ะ ต้องกดบัตรอิออนมาจ่ายค่าห้อง
จนสามีเขาไม่พอใจที่ดิฉันเป็นหนี้ และยังหางานไม่ได้
เขาก็เลยไปทำงานฟรีแลนด์ต่างจัดหวัด เขาก็บ่นว่าเขาต้องมาทำงานเพราะดิฉันทำงานไม่ไหว
เขาเหนื่อยมาก วันนึงได้นอน2-3ชม.เอง ดิฉันได้ยินคำนี้ดิฉันก็ไม่สบายใจ
แล้วเขาก็บอกว่าตัวเขายอมอดข้าวเพื่อที่จะประหยัดเงิน แต่เขาอดข้าวแต่ไม่อดบุหรี่
ดิฉันก็ไม่ได้อยู่เฉยๆนะคะ ดิฉันเลยส่งลูกเข้าโรงเรียนแล้วมาทำงานเป็นพนักงานรายวันค่ะ
รายได้ก็วันล่ะไม่กี่ร้อย แต่รายจ่ายมันเพิ่มขึ้นไปอีก ค่าเช่าห้อง ค่าเทอมลูก ค่าโทรศัพท์
แล้วลูกป่วยทีก็ไม่มีเงินรักษา ต้องเอาทองที่พี่สาวดิฉันให้หลานไว้ไปจำนำมารักษาลูก
ลูกแอดมิทดิฉันก็ต้องเฝ้าลูกคนเดียว สามีก็บอกว่าทำงานหยุดไม่ได้หรอก
ดิฉันเข้าใจค่ะว่าทำงาน แต่ลูกป่วย ช่วยมาเฝ้าลูกบ้างได้ไหม ดิฉันไม่สามารถแยกจากลูกได้เลยตอนป่วย
หิวก็ต้องทน อยากเข้าห้องน้ำก็ไปไม่ได้เพราะไม่มีคนเปลี่ยนกันเฝ้าลูก จะทิ้งลูกไว้คนเดียวก็ไม่ได้
ตัวสามีเขาก็มีจุดที่ละเลยดิฉัน แล้วเขาอารมณ์ร้อน เวลาลูกงอแงทีเขาตีลูกหนักมาก
พอดิฉันว่าเขา เขาก็ว่าดิฉันเลี้ยงลูกโอ๋เกินไปต้องให้ตีลูก ดิฉันก็ตีค่ะ แต่ไม่หนักขนาดเขาหรอก
บางทีเอาลูกไปขังในห้องบอกว่าดัดนิสัย เด็ก2ขวบนะคะ ทำแบบนี้ดิฉันไม่โอเคเลย
แล้วดิฉันจะฝากให้เขาเลี้ยงลูกบ้าง ดิฉันอยากไปตัดผมเขาก็บอกให้เอาลูกไปด้วย เขาทำงานเหนื่อยจะนอน
ดิฉันก็ทำงานเหมือนกันนะ ทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วยในเวลาเดียวกัน
(ที่ทำงานดิฉันเป็นร้านค้า เวลาลูกเลิกเรียนมาจึงมาอยู่กับดิฉันต่อจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน)
พอดิฉันเจอแบบนี้ ดิฉันเลยไม่อยากทนค่ะ เลยบอกเลิกเขาไป
ดิฉันอยู่กับเขามาก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ดิฉันอยากให้ลูกเจอสังคมดีกว่านี้
สามีแทบไม่พาลูกไปไหนเลย วันๆอยู่แต่ห้องเช่ากัน พาไปก็พาไปซื้อของบิ๊กซีโลตัส
ลูก2ขวบกว่าแล้วยังไม่ยอมพูดด้วยค่ะ ดิฉันเลยขอหย่า เขาก็ไม่ยอม
เขาบอกว่าถ้าเลิกกับดิฉัน เขาจะอยู่ได้ยังไง เขาโตมาตัวคนเดียวทั้งชีวิต
เขาไม่คิดว่าจะมีครอบครัวได้ ดิฉันก็ยืนยันจะหย่า
ทีนี้เขาก็ขืนใจดิฉันแล้วบอกว่าจะทำให้ดิฉันท้องลูกอีกคน ดิฉันเลยเหวี่ยงใส่แรง
จากวันนั้นดิฉันไม่คุยกับเขาอีกเลย จนเขาไปทำงาน4วัน
พอกลับมาก็จะมาขอนอนกับดิฉันบอกรักดิฉันบอกคิดถึงดิฉัน จากปกติไม่เคยพูดเลยซะครั้ง
ดิฉันก็ไม่ยอมค่ะ ดิฉันก็ขอหย่าอีก เขาก็เลยดราม่าร้องไห้
บอกว่าเขาไปทำงานก็เพราะดิฉันกับลูกนะ เพราะดิฉันทำงานไม่ไหวเอง
แต่เขาพยายามสร้างได้เท่านี้ เขาไม่รู้ว่าเขาจะสร้างได้ยังไง เขามีเท่านี้ก็อดมื้อกินมื้อไปกับเขาได้ไหม
(สามีเรียนจบป.ตรีนะคะ แต่เขาบอกว่าไม่อยากทำงานดีๆ เพราะงานดีๆต้องใช้หัวคิดเยอะ
เขาไม่อยากใส่สูทผูกไททำงาน เลยชอบทำงานฟรีแลนด์ ทำตัวสกปรกได้ ไม่ต้องแต่งตัวดี ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ )
แต่งานฟรีแลนด์ถ้าวันไหนไม่มีงานก็ไม่มีรายได้นะคะ
ดิฉันก็ยืนยันจะหย่าค่ะ เขาเลยบอกจะฆ่าตัวตาย ถ้าไม่มีดิฉันและลูกอยู่กับเขา เขาก็มีชีวิตไปทำไม
ดิฉันตอนนั้นก็กลัวว่าเขาจะทำจริงๆเลยห้ามไว้ พออีกวันเขาก็ไปทำงาน
ทีนี้โทรหาดิฉันทุกครึ่งชม. บอกว่าคิดถึง บอกรัก บอกอยากมานอนกอดดิฉัน
ดิฉันก็ปรี๊ดเลยเหวี่ยงไปทางโทรศัพท์ ที่ตอนที่มีดิฉันอยู่ไม่เคยเป็นแบบนี้พอรู้ว่าจะเสียไปแล้วมาทำแบบนี้ดิฉันไม่ชอบ
ทีนี้เขาเลยบอกว่าถ้าดิฉันอยากไปก็ไปเลย แต่ลูกต้องอยู่กับเขา เขาก็บอกว่าจะดูว่าดิฉันจะทนมีชีวิตได้ไหมถ้าไม่มีลูก
ดิฉันก็ไม่ยอมค่ะ เขาเลยบอกว่างั้นก็ให้ดิฉันอยู่กับเขาจนกว่าเขาจะตาย อีกไม่กี่ปีแล้วก็ตายแล้ว
ใจดิฉันยิ่งไม่อยู่หนัก เก็บข้าวของจะหนีแล้ว จะมาตามฟ้องก็เชิญเลย อารมณ์ณ.ตอนนั้น
แต่พี่สาวดิฉันบอกคุยกันให้จบดีกว่า หนีต้องตลอด เผื่ออารมณ์เขาเดือดขึ้นมา มาตามฆ่ายกครัวได้นะ
ดิฉันก็เลยรออยู่เผชิญหน้าเขา แต่เขากลับมาตอนดิฉันหลับแล้วค่ะ แต่เขาลื้อข้าวของเช็คดูใหญ่เลยปกติไม่เคย
จะมาเช็คโทรศัพท์ดิฉันด้วย ดิฉันเลยบอกให้รอดิฉันเลิกงานเย็นวันนี้ก็แล้วกัน
เขาก็ไม่ยอมอีกค่ะ จะให้ดิฉันหยุดงานอยู่กับเขา ถ้าดิฉันไปจะฆ่าตัวตาย
ดิฉันจะไม่มีความอดทนแล้วค่ะ จะฆ่าตัวตายอย่างเดียว ดิฉัสงสารแต่ลูกเลยค่ะตอนนี้
ถ้าเขามีความคิดแบบนี้ไม่สมควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกได้เลย แล้วดิฉันควรทำเช่นไรดีค่ะ
อารมณ์ดิฉันบางครั้งก็อยากจะไล่ให้เขาไปฆ่าตัวตายให้จบ แต่ก็ไม่อยากสร้างบาปค่ะ
แต่จะให้ทนกันต่อไปแบบนี้ก็ไม่ไหวแล้วเช่นเดียวกัน เย็นนี้ดิฉันจะเจอหน้าเขาแล้วดิฉันควรทำเช่นไรดีค่ะ
ช่วยให้คำปรึกษาดิฉันหน่อยนะคะ
ขอคำปรึกษาค่ะ จะเลิกกับสามีแต่สามีไม่อยากเลิกแถมขู่จะฆ่าตัวตาย
จดทะเบียนสมรสกันมาได้4-5ปี ไม่มีค่าสินสอดไม่มีงานแต่ง (เพราะสามีบอกไม่มีเงิน)
ไม่มีสินสมรสร่วมกัน ตอนนั้นที่จดทะเบียนเพราะวางแผนจะกู้ซื้อบ้านร่วมกัน
จนเวลาผ่านมาถึงตอนนี้ก็คงไม่มีโอกาสได้ซื้ออีกแล้วค่ะ
ขอย้อนเรื่องนะคะ ทุกคู่ก็ย่อมมีปัญหามีปากเสียงกัน สามีดิฉันอารมณ์ร้อนค่ะ
แต่ก็ดีที่ไม่ทำร้ายร่างกาย ดิฉันก็ทนอยู่ได้ค่ะ เพราะตอนนั้นดิฉันไม่ได้คิดอะไรเลย
จนวันที่เห็นหน้าลูก ดิฉันต้องลาออกจากงาน มาเลี้ยงลูก แล้วสามีทำงานคนเดียว
ตัวดิฉันและสามีเราไม่มีพ่อแม่ ก็เลยไม่อยากรบกวนญาติกัน
พอทำงานคนเดียว แต่รายจ่ายเยอะขึ้น ก็มีปัญหางานเงิน
แล้วสามีดิฉันทุ่มงานหนักมากจนไม่ดูแลตัวเอง เครียดก็สูบบุหรี่วันนึงหลายซอง
ดิฉันไม่ชอบใจค่ะ ทำร้ายตัวเองแบบนี้ถ้าวันนึงสามีดิฉันป่วยขึ้นมาเท่ากับป่วยทั้งบ้านนะคะ
สามีเป็นเสาหลักของบ้าน ดิฉันเลยบอกให้เขามาอยู่บ้านเลี้ยงลูกแล้วกัน ดิฉันไปทำงานเอง
ตอนนั้นลูก1ขวบ ดิฉันก็ต้องหักดิบให้ลูกเลิกนมเต้า เผื่อดิฉันจะไปทำงาน
ดิฉันก็ไปทำงานได้1ปี เงินเดือนออกมาดิฉันให้สามีจัดการรายจ่ายนะคะ
เพราะเขาชอบบ่นว่าเงินฉันใช้เงินเยอะ แต่เงินเก็บก็ไม่มีเลยค่ะ
เคยมีเก็บอยู่ก้อนนึง สามีก็ให้เพื่อนกู้ไป50000 แล้วเพื่อนก็หนีไม่ใช้คืน
แล้วอีกก้อนสามีก็เอาไปเล่นหุ้น หุ้นก็ตกค่ะขาดทุน
ดิฉันก็เหนื่อยกับงานค่ะ เลยลาออก สามีก็ไม่ค่อยพอใจว่าดิฉันไม่อดทน
ช่วงดิฉันตกงานก็เป็นหนี้ค่ะ ต้องกดบัตรอิออนมาจ่ายค่าห้อง
จนสามีเขาไม่พอใจที่ดิฉันเป็นหนี้ และยังหางานไม่ได้
เขาก็เลยไปทำงานฟรีแลนด์ต่างจัดหวัด เขาก็บ่นว่าเขาต้องมาทำงานเพราะดิฉันทำงานไม่ไหว
เขาเหนื่อยมาก วันนึงได้นอน2-3ชม.เอง ดิฉันได้ยินคำนี้ดิฉันก็ไม่สบายใจ
แล้วเขาก็บอกว่าตัวเขายอมอดข้าวเพื่อที่จะประหยัดเงิน แต่เขาอดข้าวแต่ไม่อดบุหรี่
ดิฉันก็ไม่ได้อยู่เฉยๆนะคะ ดิฉันเลยส่งลูกเข้าโรงเรียนแล้วมาทำงานเป็นพนักงานรายวันค่ะ
รายได้ก็วันล่ะไม่กี่ร้อย แต่รายจ่ายมันเพิ่มขึ้นไปอีก ค่าเช่าห้อง ค่าเทอมลูก ค่าโทรศัพท์
แล้วลูกป่วยทีก็ไม่มีเงินรักษา ต้องเอาทองที่พี่สาวดิฉันให้หลานไว้ไปจำนำมารักษาลูก
ลูกแอดมิทดิฉันก็ต้องเฝ้าลูกคนเดียว สามีก็บอกว่าทำงานหยุดไม่ได้หรอก
ดิฉันเข้าใจค่ะว่าทำงาน แต่ลูกป่วย ช่วยมาเฝ้าลูกบ้างได้ไหม ดิฉันไม่สามารถแยกจากลูกได้เลยตอนป่วย
หิวก็ต้องทน อยากเข้าห้องน้ำก็ไปไม่ได้เพราะไม่มีคนเปลี่ยนกันเฝ้าลูก จะทิ้งลูกไว้คนเดียวก็ไม่ได้
ตัวสามีเขาก็มีจุดที่ละเลยดิฉัน แล้วเขาอารมณ์ร้อน เวลาลูกงอแงทีเขาตีลูกหนักมาก
พอดิฉันว่าเขา เขาก็ว่าดิฉันเลี้ยงลูกโอ๋เกินไปต้องให้ตีลูก ดิฉันก็ตีค่ะ แต่ไม่หนักขนาดเขาหรอก
บางทีเอาลูกไปขังในห้องบอกว่าดัดนิสัย เด็ก2ขวบนะคะ ทำแบบนี้ดิฉันไม่โอเคเลย
แล้วดิฉันจะฝากให้เขาเลี้ยงลูกบ้าง ดิฉันอยากไปตัดผมเขาก็บอกให้เอาลูกไปด้วย เขาทำงานเหนื่อยจะนอน
ดิฉันก็ทำงานเหมือนกันนะ ทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วยในเวลาเดียวกัน
(ที่ทำงานดิฉันเป็นร้านค้า เวลาลูกเลิกเรียนมาจึงมาอยู่กับดิฉันต่อจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน)
พอดิฉันเจอแบบนี้ ดิฉันเลยไม่อยากทนค่ะ เลยบอกเลิกเขาไป
ดิฉันอยู่กับเขามาก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ดิฉันอยากให้ลูกเจอสังคมดีกว่านี้
สามีแทบไม่พาลูกไปไหนเลย วันๆอยู่แต่ห้องเช่ากัน พาไปก็พาไปซื้อของบิ๊กซีโลตัส
ลูก2ขวบกว่าแล้วยังไม่ยอมพูดด้วยค่ะ ดิฉันเลยขอหย่า เขาก็ไม่ยอม
เขาบอกว่าถ้าเลิกกับดิฉัน เขาจะอยู่ได้ยังไง เขาโตมาตัวคนเดียวทั้งชีวิต
เขาไม่คิดว่าจะมีครอบครัวได้ ดิฉันก็ยืนยันจะหย่า
ทีนี้เขาก็ขืนใจดิฉันแล้วบอกว่าจะทำให้ดิฉันท้องลูกอีกคน ดิฉันเลยเหวี่ยงใส่แรง
จากวันนั้นดิฉันไม่คุยกับเขาอีกเลย จนเขาไปทำงาน4วัน
พอกลับมาก็จะมาขอนอนกับดิฉันบอกรักดิฉันบอกคิดถึงดิฉัน จากปกติไม่เคยพูดเลยซะครั้ง
ดิฉันก็ไม่ยอมค่ะ ดิฉันก็ขอหย่าอีก เขาก็เลยดราม่าร้องไห้
บอกว่าเขาไปทำงานก็เพราะดิฉันกับลูกนะ เพราะดิฉันทำงานไม่ไหวเอง
แต่เขาพยายามสร้างได้เท่านี้ เขาไม่รู้ว่าเขาจะสร้างได้ยังไง เขามีเท่านี้ก็อดมื้อกินมื้อไปกับเขาได้ไหม
(สามีเรียนจบป.ตรีนะคะ แต่เขาบอกว่าไม่อยากทำงานดีๆ เพราะงานดีๆต้องใช้หัวคิดเยอะ
เขาไม่อยากใส่สูทผูกไททำงาน เลยชอบทำงานฟรีแลนด์ ทำตัวสกปรกได้ ไม่ต้องแต่งตัวดี ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ )
แต่งานฟรีแลนด์ถ้าวันไหนไม่มีงานก็ไม่มีรายได้นะคะ
ดิฉันก็ยืนยันจะหย่าค่ะ เขาเลยบอกจะฆ่าตัวตาย ถ้าไม่มีดิฉันและลูกอยู่กับเขา เขาก็มีชีวิตไปทำไม
ดิฉันตอนนั้นก็กลัวว่าเขาจะทำจริงๆเลยห้ามไว้ พออีกวันเขาก็ไปทำงาน
ทีนี้โทรหาดิฉันทุกครึ่งชม. บอกว่าคิดถึง บอกรัก บอกอยากมานอนกอดดิฉัน
ดิฉันก็ปรี๊ดเลยเหวี่ยงไปทางโทรศัพท์ ที่ตอนที่มีดิฉันอยู่ไม่เคยเป็นแบบนี้พอรู้ว่าจะเสียไปแล้วมาทำแบบนี้ดิฉันไม่ชอบ
ทีนี้เขาเลยบอกว่าถ้าดิฉันอยากไปก็ไปเลย แต่ลูกต้องอยู่กับเขา เขาก็บอกว่าจะดูว่าดิฉันจะทนมีชีวิตได้ไหมถ้าไม่มีลูก
ดิฉันก็ไม่ยอมค่ะ เขาเลยบอกว่างั้นก็ให้ดิฉันอยู่กับเขาจนกว่าเขาจะตาย อีกไม่กี่ปีแล้วก็ตายแล้ว
ใจดิฉันยิ่งไม่อยู่หนัก เก็บข้าวของจะหนีแล้ว จะมาตามฟ้องก็เชิญเลย อารมณ์ณ.ตอนนั้น
แต่พี่สาวดิฉันบอกคุยกันให้จบดีกว่า หนีต้องตลอด เผื่ออารมณ์เขาเดือดขึ้นมา มาตามฆ่ายกครัวได้นะ
ดิฉันก็เลยรออยู่เผชิญหน้าเขา แต่เขากลับมาตอนดิฉันหลับแล้วค่ะ แต่เขาลื้อข้าวของเช็คดูใหญ่เลยปกติไม่เคย
จะมาเช็คโทรศัพท์ดิฉันด้วย ดิฉันเลยบอกให้รอดิฉันเลิกงานเย็นวันนี้ก็แล้วกัน
เขาก็ไม่ยอมอีกค่ะ จะให้ดิฉันหยุดงานอยู่กับเขา ถ้าดิฉันไปจะฆ่าตัวตาย
ดิฉันจะไม่มีความอดทนแล้วค่ะ จะฆ่าตัวตายอย่างเดียว ดิฉัสงสารแต่ลูกเลยค่ะตอนนี้
ถ้าเขามีความคิดแบบนี้ไม่สมควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกได้เลย แล้วดิฉันควรทำเช่นไรดีค่ะ
อารมณ์ดิฉันบางครั้งก็อยากจะไล่ให้เขาไปฆ่าตัวตายให้จบ แต่ก็ไม่อยากสร้างบาปค่ะ
แต่จะให้ทนกันต่อไปแบบนี้ก็ไม่ไหวแล้วเช่นเดียวกัน เย็นนี้ดิฉันจะเจอหน้าเขาแล้วดิฉันควรทำเช่นไรดีค่ะ
ช่วยให้คำปรึกษาดิฉันหน่อยนะคะ