ทำหน้าที่ทางโลกให้สมบูรณ์เถิด เพื่อนเอ๋ย !
เมื่อถึงเวลาใจมันจะบอกเองว่าพอ...
ไม่มีใครรู้ตัวเราเท่าตัวเราเอง...
เราจะเห็นด้านมืดของดวงจันทร์ได้ก็ต่อเมื่อขึ้นไปบนดวงจันทร์
เช่นกัน เราจะเห็นด้านมืดของผู้ใด ก็ต้องเข้าไปในใจของผู้นั้น
ใจเท่านั้นที่สัมผัสใจ ความไว้วางใจมันจะเปิดเผยทุกสิ่ง
จิตที่มืดมนอยู่ในที่สว่างแค่ไหนก็มืดมิด
ถ้าคุณสามารถมองเห็นได้ไกลนับล้านๆปีแสง
คุณจะพบว่าจักรวาลที่กว้างใหญ่ที่สุด...สิ่งทีคุณเห็นคือความว่างเปล่า
และถ้าคุณสามารถมองได้ใกล้มากใกล้จนเห็นลึกเข้าไปในอะตอม
คุณจะพบว่าสิ่งที่เล็กที่สุด...สิ่งที่คุณเห็นก็คือความว่างเปล่า
กาลเวลาและประสบการณ์จะขัดเกลาความคิด ให้ตกผลึก
ถึงเวลานั้นเราจะมีจังหวะที่ก้าวเดินและลมหายใจ ของตัวเราเอง
จิตใต้สำนึกที่ผ่านกาลเวลา การเรียนรู้และการพัฒนาที่ถูกต้อง
จะนำมาซึ่งความคิดที่จะนำเรากลับสู่ความสมดุลย์ของธรรมชาติในตัวเรา
ซึ่งจะทำให้เราต้องดิ้นรนโหยหา ที่จะนำเราไปสู่วิถีที่เรียบง่าย...
หากแต่ในระหว่างทางนั้น เรายังถูกปรุงแต่งตลอด เนื่องเพราะเรายังมิอาจตัดขาด
และเป็นอิสระได้อย่างแท้จริง...เหมือนที่ผมกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
---ผลึกหิน---
@@@จิตที่มืดมน อยู่ในที่สว่างแค่ไหนก็มืดมิด@@@ ---ผลึกหิน---
เมื่อถึงเวลาใจมันจะบอกเองว่าพอ...
ไม่มีใครรู้ตัวเราเท่าตัวเราเอง...
เราจะเห็นด้านมืดของดวงจันทร์ได้ก็ต่อเมื่อขึ้นไปบนดวงจันทร์
เช่นกัน เราจะเห็นด้านมืดของผู้ใด ก็ต้องเข้าไปในใจของผู้นั้น
ใจเท่านั้นที่สัมผัสใจ ความไว้วางใจมันจะเปิดเผยทุกสิ่ง
จิตที่มืดมนอยู่ในที่สว่างแค่ไหนก็มืดมิด
ถ้าคุณสามารถมองเห็นได้ไกลนับล้านๆปีแสง
คุณจะพบว่าจักรวาลที่กว้างใหญ่ที่สุด...สิ่งทีคุณเห็นคือความว่างเปล่า
และถ้าคุณสามารถมองได้ใกล้มากใกล้จนเห็นลึกเข้าไปในอะตอม
คุณจะพบว่าสิ่งที่เล็กที่สุด...สิ่งที่คุณเห็นก็คือความว่างเปล่า
กาลเวลาและประสบการณ์จะขัดเกลาความคิด ให้ตกผลึก
ถึงเวลานั้นเราจะมีจังหวะที่ก้าวเดินและลมหายใจ ของตัวเราเอง
จิตใต้สำนึกที่ผ่านกาลเวลา การเรียนรู้และการพัฒนาที่ถูกต้อง
จะนำมาซึ่งความคิดที่จะนำเรากลับสู่ความสมดุลย์ของธรรมชาติในตัวเรา
ซึ่งจะทำให้เราต้องดิ้นรนโหยหา ที่จะนำเราไปสู่วิถีที่เรียบง่าย...
หากแต่ในระหว่างทางนั้น เรายังถูกปรุงแต่งตลอด เนื่องเพราะเรายังมิอาจตัดขาด
และเป็นอิสระได้อย่างแท้จริง...เหมือนที่ผมกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
---ผลึกหิน---