กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (3 Jul 17)

กระทู้สนทนา



สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงาน วันแรกของสัปดาห์การทำงาน ครับ พี่ๆน้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call Option ทุกๆท่าน

เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบ ( 1567 - 1580 จุด) โดยตลาดทั้งวัน ดัชนีเคลื่อนไหว
แกว่งตัวในแดนลบ เนื่องจากหมด Story ใช้เก็งกำไร ระหว่างวันร่วงลงไปถึง -10 จุด เนื่องจากนักลงทุนบางกลุ่มเริ่มเทขายทำกำไรออกมา
บวกกับ ฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐ ก็ได้เผชิญกับแรงเทขายทำกำไร ออกมาอย่างรุนแรง จึงทำให้ Sentiment ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย ช่วงเช้าวันศุกร์
อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายตลาด ดัชนีก็ได้ฟื้นตัวขึ้นมา ปิดตัวไปที่ระดับ 1574 จุด -3.38 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่าดัชนีจะสามารถกลับขึ้นไป
ยืนเหนือระดับ 1580 จุด ได้หรือไม่

Fundamental

"เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดบวกในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก
เมื่อวันศุกร์ ขณะที่หุ้นกลุ่มส่งออกได้รับปัจจัยบวกจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า
ดัชนีนิกเกอิเปิดบวก 22.89 จุด หรือ +0.11% แตะที่ 20,056.32 จุด

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 2/2560 ในวันนี้
โดยระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงบริษัทผลิตรถยนต์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้น อยู่ที่ระดับ +17 เพิ่มขึ้นจาก
ไตรมาส 1/2560 ซึ่งอยู่ที่ระดับ +12 นอกจากนี้ ตัวเลขดังกล่าวออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลล์เกียวโดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ +15

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มบริษัทนอกภาคการผลิตในไตรมาส 2/2560 ซึ่งรวมถึงภาคบริการนั้น อยู่ที่ระดับ +23 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2560
ซึ่งอยู่ที่ระดับ +20


"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 มิ.ย.) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการซื้อขายในไตรมาส 2 ด้วยแรงหนุน
จากการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มธนาคาร รวมถึงรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่อย่างไนกี้ โดยดัชนีดาวโจนส์และ S&P500 ทำสถิติปรับตัวแข็งแกร่งที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกนับตั้งแต่ปี 2556

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,349.63 จุด เพิ่มขึ้น 62.60 จุด หรือ +0.29%
ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,140.42 จุด ลดลง 3.93 จุด หรือ -0.06%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,423.41 จุด เพิ่มขึ้น 3.71 จุด หรือ +0.15%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวานนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขานรับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ได้อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐทั้ง 34 แห่ง สามารถเดินหน้าแผนเพิ่มการจ่ายเงินปันผล และซื้อหุ้นคืนได้ หลังจาก
ที่ธนาคารเหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ประจำปีรอบที่ 2 ของเฟด

ดัชนีดาวโจนส์ยังได้แรงหนุนบางส่วนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นไนกี้ ซึ่งเป็นแบรนด์กีฬาชั้นนำของโลก ภายหลังจากบริษัทรายงานผลกำไรประจำ
ไตรมาส 4 ที่ดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ บริษัทไนกี้ยังยืนยันว่าได้บรรลุข้อตกลงในการจัดจำหน่ายรองเท้าผ่านทางอเมซอน
โดยรายงานข่าวดังกล่าวได้หนุนหุ้นไนกี้ อิงค์ พุ่งขึ้น 11% เมื่อคืนนี้

หุ้นกลุ่มธนาคารที่น่าจับตา หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ขยับลง 0.3% แม้มีรายงานข่าวว่า บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ของนายวอร์เรน บัฟเฟตต์
นักลงทุนและอภิมหาเศรษฐีชั้นนำของโลก ได้ทำการซื้อหุ้นจำนวน 700 ล้านหุ้นในธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ซึ่งส่งผลให้
นายบัฟเฟตต์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในธนาคารดังกล่าวก็ตาม

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.1%
ในเดือนพ.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 0.4% ทั้งในเดือนมี.ค.และเดือนเม.ย. ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3%
ในเดือนเม.ย. ส่วนอัตราการออมของผู้บริโภคสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 5.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ลดลง 0.1% ในเดือนพ.ค.  
ขณะที่ดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ
เพิ่มขึ้น 0.1% ส่วนมหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 95.1 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็น
ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว จากระดับ 97.1 ในเดือนพ.ค. แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 94.5

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ฐานะการเงินส่วนบุคคล,
ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล


"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (30 มิ.ย.) จากแรงฉุดรั้งของหุ้นไบเออร์ที่ร่วงลงอย่างหนัก ภายหลังจากบริษัทเภสัชภัณฑ์
รายใหญ่ดังกล่าวได้ออกมาเตือนนักลงทุนว่า สต็อกสินค้าของบริษัทที่มีจำนวนมากเกินคาดอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัท นอกจากนี้
ตลาดหุ้นยุโรปยังได้รับปัจจัยลบจากการที่สกุลเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฉุดหุ้นกลุ่มบริษัทข้ามชาติปรับตัวลง

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง -0.34% ปิดที่ 379.37 จุด
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,120.68 จุด ลดลง 33.67 จุด หรือ -0.65%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,325.12 จุด ลดลง 91.07 จุด หรือ -0.73%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,312.72 จุด ลดลง 37.60 จุด หรือ -0.51%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนนี้ ได้รับแรงกดดันจากหุ้นไบเออร์ที่ร่วงลงถึง 4.2% ภายหลังจากบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์
รายใหญ่ดังกล่าวเปิดเผยว่า ผลกำไรของบริษัทอาจได้รับผลกระทบจากจำนวนสินค้าคงคลังในบราซิลที่มีมากเกินความคาดหมาย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซน ร่วงลงสู่ระดับ 1.3% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในปีนี้ จากระดับ 1.4% ในเดือนพ.ค. โดยรายงาน
ดังกล่าวได้ฉุดค่าเงินสกุลยูโรร่วงลงสู่ระดับ 1.1410 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1438 ดอลลาร์ ที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้

สำหรับภาพรวมตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ตลาดหุ้นยุโรปยังคงได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องของทั้งสกุลเงินยูโร
และเงินปอนด์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์ตลาดจาก Oanda กล่าวว่า "การปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรอังกฤษและยุโรป
เป็นปัจจัยที่หนุนเงินปอนด์และยูโรแข็งค่าขึ้นกว่า 2% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และประธาน
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมาส่งสัญญาณที่จะพิจารณาปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินให้มีความเข้มงวดขึ้น"

Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์


Technical Analysis

SET index TF Day :  เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีได้เผชิญกับแรงเทขายทำกำไรออกมา จนทำให้ไหลร่วงลงมาทดสอบเส้น EMA 75 วัน
และสุดท้ายก็สามารถรับอยู่ ช่วงท้ายตลาดดัชนีได้ฟื้นตัวขึ้นไป ปิดยืนเหนือเส้น EMA25 วัน ได้อีกครั้ง พร้อมกับแท่งเทียน "Hammer"
ซึ่งแนวโน้มวันนี้ คาดว่าดัชนี มีโอกาสที่จะกลับไปยืนเหนือ 1580 จุด ได้อีกครั้ง // แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากไม่สามารถทะลุผ่าน 1580 ขึ้นไปได้
ก็ระวังดัชนีจะเกิดการพักฐาน ลงมาอีกครั้ง ก็เป็นได้

S50U17 TF Day : หลังจากเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ดัชนีได้ทะยานขึ้นไปทดสอบ High 998 จุด แต่ผลสุดท้ายไม่สามารถทะยานผ่านขึ้นไปได้
และย่อตัวลงมา พร้อมกับแท่งเทียน "Bearish Engulfing" จึงทำให้เมื่อวันศุกร์ ดัชนีได้ร่วงลงไปทดสอบเส้น EMA25 วัน และตลอดทั้งวัน
ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (989 - 992 จุด) ตลอดทั้งวัน ได้ปิดแท่งเทียนไปแบบ "Hammer"  ซึ่งแนวโน้มวันนี้ คาดว่าดัชนี มีโอกาส
ที่จะกลับไปทดสอบ 998 อีกครั้ง // แต่ถ้าหากไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นไปได้ ก็ระวังดัชนีจะเกิดการพักฐาน ลงมาอีกครั้ง ก็เป็นได้


TF60 : เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ดัชนีได้กระโดดเปิด Gap ขึ้นไปทดสอบ High 998 จุด แต่ผลสุดท้าย ไม่สามารถทะผ่านขึ้นไปได้ เลยทำให้เกิด
แรงเทขายออกมาอย่างรุนแรง พร้อมกับแท่งทียนสีแดง ยาวๆเต็มๆแท่ง  "Marubozu" ทำให้หลุดเส้น EMA25,75 เส้น ลงมาอย่างง่ายดาย  
เป็นการยืนยันรูปแบบ "Dead cat bounce inverted" และ "Double Top" แนวโน้มวันนี้ หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือ EMA25 วัน
หรือ 995 ได้ ก็อาจจะย่อตัวลงมาอีกครั้ง เนื่องจากมีสัญญาณ Bearish Divergence กดดันไว้อยู่  

Resistance 995 1000 1005 / 1580 1585 1590
Support 989 985 980 / 1570 1566 1560
*EOD End of day


ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ

สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ  ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ  เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่