ระบบสุริยะที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กมีดาวเคราะห์ 9 ดวง แต่เมื่อปี 2006 ทางองค์กร International Astronomical Union (IAU) ได้ลดชั้นพลูโตลงเป็นแค่ดาวเคราะห์แคระ สืบเนื่องจากการค้นพบวัตถุจำนวนมากในแถบคุยเปอร์

เป็นเวลากว่าทศวรรษ ที่ระบบสุริยะมีดาวเคราะห์แค่ 8 ดวง แต่นักดาราศาสตร์กลุ่มน้อยเชื่อว่ามีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่อยู่ในแถบคุยเปอร์ที่ยังไม่ถูกค้นพบ และถูกตั้งชื่อเล่นว่าดาวเคราะห์เก้า หรือ Planet nine
จากการศึกษาวัตถุในแถบคุยเปอร์ นักวิทยาศาสตร์ต่างก็ประหลาดใจถึงวงโคจรที่รีอย่างมากและมีความเบี่ยงเบนมากผิดปกติ ทำให้เกิดแนวความคิดว่าอาจมีมวลขนาดใหญ่รบกวนวงโคจรของพวกมัน ทำให้เกิดสมมติฐานมากมาย
แต่ไม่นานนี้เอง มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือแสดงโอกาสถึงการมีตัวตนของ Planet Nine โดยนักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการดวงจันทร์และดาวเคราะห์ของแอริโซนา (LPL) ระบุว่าน่าจะมีวัตถุที่มองไม่เห็นที่มีมวลระหว่างโลกกับดาวอังคารอยู่ที่ไหนสักแห่งซุ่มซ่อนอยู่ในแถบคุยเปอร์ (Kuiper Belt ) ซึ่งเป็นบริเวณถัดจากดาวเนปจูนออกไปซึ่งเต็มไปด้วยดาวเคราะห์น้อยที่เป็นน้ำแข็งจำนวนมากรวมถึงดาวหางและ ดาวเคราะห์แคระอย่างพลูโต

จากการศึกษาวงโคจรของวัตถุที่ขอบนอกของแถบไคเปอร์ ซึ่งไกลเกินกว่าจะได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงของดาวเนปจูน ซึ่งได้แก่ Sedna, 2012 VP113, 2007 TG422, 2004 VN112, 2013 RF98, 2010 GB174 ปรากฎว่าพวกมันมีการเบี่ยงเบนของระนาบโคจรไป 8 องศา ซึ่งแสดงถึงการรบกวนจากแรงดึงดูดจากมวลที่มองไม่เห็น

โดย เดือนมกราคมปี 2016 กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก Caltech คือ Konstantin Batygin และ Michael E. Brown (ซ้าย) ซึ่งได้ฉายาว่า ผู้ฆ่าพลูโต(Pluto Killer) จากการค้นพบวัตถุในแถบคุยเปอร์หลายดวง ได้ตีพิมพ์ผลงานทำนายการมีอยู่ของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ซึ่งมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ไกลเกินกว่าดาวพลูโตถึง 25 เท่า
จากแบบจำลอง ดาวเคราะห์เก้าดวงนี้ มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าโลก 2 ถึง 4 เท่า มีมวลมากกว่าโลกราว 10 เท่า จึงจัดเป็นซุปเปอร์เอิร์ธ โดยมีลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงกับดาวเนปจูนที่เยือกแข็งโดยมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย และโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลาราว 17,000 ปี

นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่ายอมรับว่าโมเดลของดาวเคราะห์เก้ามีความเป็นไปได้ถึง 90% ซึ่งความเป็นไปได้อย่างอื่นเช่นอิทธิพลจากดาวฤกษ์หรือดาวแคระน้ำตาลที่เคยโคจรผ่านมา ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยกว่า แต่ก็มีข้อโต้แย้งจากนักวิทยาศาสตร์ของ Outer Solar System Origins Survey (OSSOS) ซึ่งตีพิมพ์การศึกษาคัดค้านการมีอยู่ของ Planet Nine เมื่อเดือนมิถุนายน 2017โดยอ้างการวิเคราะห์วัตถุในแถบไคเปอร์เช่นกันและสรุปว่าข้อมูลของบาทยีกินและบราวน์เป็นเรื่องของอคติ
ข้อโต้เถียงดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ยังไม่มีการค้นพบและถ่ายภาพมันได้ ดาวเคราะห์เก้าจึงยังคงเป็นแค่ทฤษฎี ซึ่งการพิสูจน์หรือค้นพบมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก เนื่องจากวงโคจรที่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์เฉลี่ย 700 หน่วยดาราศาสตร์(ระยะจากโลกถึงดวงอาทิตย์) และมีวงโคจรที่รีอย่างมากโดยระยะใกล้สุดคือ 200 และไกลสุด 1200 หน่วยดาราศาสตร์ ทำให้การส่องสว่างจากการสะท้อนแสงมีแค่ 22 แมกนิจูด น้อยกว่าดาวพลูโตถึง 600 เท่า ความหวังที่จะตรวจพบอยู่ที่การถ่ายภาพด้วยรังสีอินฟราเรดแต่การแผ่รังสีก็ต่ำมากเช่นกัน โดยอุณหูมิที่พื้นผิวดาวน่าจะอยู่ที่ 47 เคลวินเท่านั้น ทำให้การค้นหามันเป็นเรื่องที่ยากมากโดยเครื่องมือใดๆบนพื้นโลก

แต่ จิม กรีน จาก Nasa ให้ความหวังว่ากล้องโทรทรรศน์ James Webb Space Telescope ซึ่งเป็นทายาทลำดับต่อไปของกล้องฮับเบิลซึ่งจะถูกปล่อยสู่อวกาศในปี 2018 จะสามารถค้นพบดาวเคราะห์เก้าดวงนี้ได้ ซึ่งจะทำให้ระบบสุริยะกลับมามีดาวเคราะห์ 9 ดวงอีกครั้ง

เรียบเรียงจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Planet_Nine
https://www.livescience.com/59592-possible-planet-10.html
http://earthsky.org/space/evidence-9th-planet-dps-october-2016
https://www.quantamagazine.org/planet-nine-is-put-on-trial-in-absentia-20170627/
ดาวเคราะห์เก้า หรือ Planet Nine
เป็นเวลากว่าทศวรรษ ที่ระบบสุริยะมีดาวเคราะห์แค่ 8 ดวง แต่นักดาราศาสตร์กลุ่มน้อยเชื่อว่ามีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่อยู่ในแถบคุยเปอร์ที่ยังไม่ถูกค้นพบ และถูกตั้งชื่อเล่นว่าดาวเคราะห์เก้า หรือ Planet nine
จากการศึกษาวัตถุในแถบคุยเปอร์ นักวิทยาศาสตร์ต่างก็ประหลาดใจถึงวงโคจรที่รีอย่างมากและมีความเบี่ยงเบนมากผิดปกติ ทำให้เกิดแนวความคิดว่าอาจมีมวลขนาดใหญ่รบกวนวงโคจรของพวกมัน ทำให้เกิดสมมติฐานมากมาย
แต่ไม่นานนี้เอง มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือแสดงโอกาสถึงการมีตัวตนของ Planet Nine โดยนักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการดวงจันทร์และดาวเคราะห์ของแอริโซนา (LPL) ระบุว่าน่าจะมีวัตถุที่มองไม่เห็นที่มีมวลระหว่างโลกกับดาวอังคารอยู่ที่ไหนสักแห่งซุ่มซ่อนอยู่ในแถบคุยเปอร์ (Kuiper Belt ) ซึ่งเป็นบริเวณถัดจากดาวเนปจูนออกไปซึ่งเต็มไปด้วยดาวเคราะห์น้อยที่เป็นน้ำแข็งจำนวนมากรวมถึงดาวหางและ ดาวเคราะห์แคระอย่างพลูโต
จากการศึกษาวงโคจรของวัตถุที่ขอบนอกของแถบไคเปอร์ ซึ่งไกลเกินกว่าจะได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงของดาวเนปจูน ซึ่งได้แก่ Sedna, 2012 VP113, 2007 TG422, 2004 VN112, 2013 RF98, 2010 GB174 ปรากฎว่าพวกมันมีการเบี่ยงเบนของระนาบโคจรไป 8 องศา ซึ่งแสดงถึงการรบกวนจากแรงดึงดูดจากมวลที่มองไม่เห็น
โดย เดือนมกราคมปี 2016 กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก Caltech คือ Konstantin Batygin และ Michael E. Brown (ซ้าย) ซึ่งได้ฉายาว่า ผู้ฆ่าพลูโต(Pluto Killer) จากการค้นพบวัตถุในแถบคุยเปอร์หลายดวง ได้ตีพิมพ์ผลงานทำนายการมีอยู่ของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ซึ่งมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ไกลเกินกว่าดาวพลูโตถึง 25 เท่า
จากแบบจำลอง ดาวเคราะห์เก้าดวงนี้ มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าโลก 2 ถึง 4 เท่า มีมวลมากกว่าโลกราว 10 เท่า จึงจัดเป็นซุปเปอร์เอิร์ธ โดยมีลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงกับดาวเนปจูนที่เยือกแข็งโดยมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย และโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลาราว 17,000 ปี
นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่ายอมรับว่าโมเดลของดาวเคราะห์เก้ามีความเป็นไปได้ถึง 90% ซึ่งความเป็นไปได้อย่างอื่นเช่นอิทธิพลจากดาวฤกษ์หรือดาวแคระน้ำตาลที่เคยโคจรผ่านมา ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยกว่า แต่ก็มีข้อโต้แย้งจากนักวิทยาศาสตร์ของ Outer Solar System Origins Survey (OSSOS) ซึ่งตีพิมพ์การศึกษาคัดค้านการมีอยู่ของ Planet Nine เมื่อเดือนมิถุนายน 2017โดยอ้างการวิเคราะห์วัตถุในแถบไคเปอร์เช่นกันและสรุปว่าข้อมูลของบาทยีกินและบราวน์เป็นเรื่องของอคติ
ข้อโต้เถียงดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ยังไม่มีการค้นพบและถ่ายภาพมันได้ ดาวเคราะห์เก้าจึงยังคงเป็นแค่ทฤษฎี ซึ่งการพิสูจน์หรือค้นพบมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก เนื่องจากวงโคจรที่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์เฉลี่ย 700 หน่วยดาราศาสตร์(ระยะจากโลกถึงดวงอาทิตย์) และมีวงโคจรที่รีอย่างมากโดยระยะใกล้สุดคือ 200 และไกลสุด 1200 หน่วยดาราศาสตร์ ทำให้การส่องสว่างจากการสะท้อนแสงมีแค่ 22 แมกนิจูด น้อยกว่าดาวพลูโตถึง 600 เท่า ความหวังที่จะตรวจพบอยู่ที่การถ่ายภาพด้วยรังสีอินฟราเรดแต่การแผ่รังสีก็ต่ำมากเช่นกัน โดยอุณหูมิที่พื้นผิวดาวน่าจะอยู่ที่ 47 เคลวินเท่านั้น ทำให้การค้นหามันเป็นเรื่องที่ยากมากโดยเครื่องมือใดๆบนพื้นโลก
แต่ จิม กรีน จาก Nasa ให้ความหวังว่ากล้องโทรทรรศน์ James Webb Space Telescope ซึ่งเป็นทายาทลำดับต่อไปของกล้องฮับเบิลซึ่งจะถูกปล่อยสู่อวกาศในปี 2018 จะสามารถค้นพบดาวเคราะห์เก้าดวงนี้ได้ ซึ่งจะทำให้ระบบสุริยะกลับมามีดาวเคราะห์ 9 ดวงอีกครั้ง
เรียบเรียงจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Planet_Nine
https://www.livescience.com/59592-possible-planet-10.html
http://earthsky.org/space/evidence-9th-planet-dps-october-2016
https://www.quantamagazine.org/planet-nine-is-put-on-trial-in-absentia-20170627/