สวัสดีค่ะ
เนื่องจากช่วงปีที่ผ่านมา เราๆท่านๆก็ทราบกันดีว่าเศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งนำมาสู่ปัญหาการเงินและบางครั้งก็กระทบถึงครอบครัว
ครอบครัวเราก็เป็นหนึ่งในนั้น มันไม่ใช่ปัญหาของเราโดยตรง แต่มันคือปัญหาที่อยู่รอบตัวเราค่ะ อยากระบายค่ะ
- พ่อแม่เราทำงานด้วยกันค่ะ ตั้งแต่แต่งงานกันมาเกือบๆจะ30ปีแล้วค่ะ เป็นกิจการส่วนตัวเลย โดยพ่อเป็นวิศวะดูแลงานในโรงงานและออกเซอร์วิสหาลูกค้า แม่ดูแลออฟฟิศ การเงิน บัญชี เรื่องจิปาถะ ทั้งสองส่วนคือที่บ้านเราเองค่ะ
- พ่อเราจบวิศวะมาโดยตรง / แม่เราจบศึกษาศาสตร์ ทุกวันนี้แม่ไม่เคยบอกว่าจริงๆแม่อยากทำงานอะไร เราเป็นครอบครัวคนจีน สมัยก่อนนี้ลูกสะใภ้ก็ต้องมาช่วยงาน
- พ่อเราอารมณ์ร้อน คิดแต่โทษคนอื่นว่าทำงานไม่ดีอย่างที่ตัวเองอยากได้ โดยไม่ฟังเหตุผลใคร / ยิ่งอายุมากขึ้น+เศรษฐกิจแบบนี้อาการยิ่งหนัก พูดจากลับไปกลับมา วางท่าว่าเป็นเจ้าของกิจการ ลอยตัวอยู่ข้างบน ชี้นิ้วสั่งๆ
- แม่เราก็ไม่เคยลุกขึ้นสู้หรือพูดอะไรที่ตัวเองคิด คือยอมเสมอมา หลายครั้งที่พ่อว่าแม่เรื่องงาน แม่ก็จะพูดพึมพำแบบประชดประมานว่า "ก็ใช่ไง ชั้นมันห่วย ทำงานห่วย ไม่ได้เก่งเหมือนเธอ" แล้วแม่ก็จะเดินออกไปแบบกระแทกประตูใส่
- นอกจากงานออฟฟิศ แม่เรายังต้องรับผิดชอบงานบ้านด้วยค่ะ พอ5โมงเย็นก็ต้องมาทำกับข้าวต่อเลย ซึ่งพ่อเคยบอกว่า"ไร้สาระ ก็ซื้อเอาจากข้างนอกสิ เอาเวลาไปทำงานออฟฟิสให้มันดีกว่านี้ดีกว่ามั้ย" ถ้าเราเป็นแม่ เราเสียใจนะคะ อุตส่าห์รีบมาทำให้กินแล้วมาพูดแบบนี้ พอมาอีกวันนึง แม่โทรมาบอกให้เราซื้อกับข้าวจากข้างนอกมาให้ เราก็ซื้อมาค่ะ แต่พ่อกลับพูดกับเราว่า "แม่แกก็มัวแต่ทำอะไรไม่รู้ ไม่รับผิดชอบทำกับข้าวให้ ทั้งที่อยู่บ้านทั้งวัน" เราเถียงกลับว่าไหนวันนั้นบอกว่าไร้สาระ ให้ซื้อเข้ามาไง พ่อก็เถียงเรากลับว่าเราไม่เข้าใจ เราก็งงเลยค่ะ เออ ก็ไม่เข้าใจอะ งง
- บางวันตั้งโต๊ะกินข้าวเสร็จ ประมาน5โมง แม่เราลงนั่งเป็นคนสุดท้ายเพราะทำครัว พอตักข้าวปั๊ปพ่อก็จะเริ่มพูดเรื่องงาน ว่าเรื่องงาน จนแม่ไม่ได้กินข้าว+ต้องลุกออกไปทำงานต่อเลย(และอาจด้วยความที่ว่าไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว)
- เท่าที่ฟังพ่อบ่น เราเข้าใจว่าพ่อ คาดหวังว่าแม่จะต้องทำทุกอย่างได้ตามใจหมด ทั้งเป็นพนักงาน แม่บ้าน แม่ของลูก คือเราคิดว่าใครจะไปทำได้เพอร์เฟคท์ทุกอย่างคะ?
- ในบทบาท แม่ของลูก พ่อเราจะจู้จี้มากถ้าลูกคนไหนจะไปไหน กลับเมื่อไร ซึ่งเรากับน้องโตๆกันแล้ว บางทีเรานึกจะไปก็ไปเลย ไม่ได้บอกใคร / พ่อจะไปถามแม่ว่า ลูกคนนี้ไปไหน พอแม่บอกว่าไม่รู้ (เพราะเรายังไม่ได้บอกแม่) พ่อก็จะว่าแม่ว่า"ทำไมไม่รู้เรื่องอะไรเลย มัวแต่คิดเรื่องตัวเอง" ซึ่งในความเป็นจริงคือ ถ้าพ่ออยากรู้ พ่อก็มาถามลูกเองก็ได้นี่ นี่ทำเหมือนอยากหาอะไรติแม่ไปงั้น
- พ่อเป็นเบาหวานและกินเหล้าเยอะมาก ยิ่งช่วงนี้ยิ่งกินเยอะ ข้าว+ยาก็ไม่กิน กินแต่กับข้าวกับแกล้ม เราบอกว่ากินให้น้อยๆ เราห่วงสุขภาพ เค้าก็เถียงกลับว่า "ทำงานมาทั้งวัน เครียด ปัญหานู่นนี่ แม่แกก็ทำงานห่วยคิดแต่ตัวเอง เช้ามาก็ไม่จัดข้าวที่คนป่วยควรกินให้กิน มัวแต่ไปทำอะไร(อ่ะ พ่วงด่าแม่ไปอีกยาวเลย ก็เช้ามาแม่ก็ต้องมาเปิดออฟฟิสปะ) เหล้าคือความสุขเดียว ต้องกินเพื่อให้จบวันไปได้ในแต่ละวัน" โอเค แต่เหล้า(ที่เห็นพ่อกินเยอะๆทุกวันแบบนี้)คือความทุกข์เดียวของหนูตอนนี้เหมือกัน พ่อเข้าใจมั้ย? หนูต้องหาอะไรมาจบวันเพราะเครียดที่บ้านเราเป็นแบบนี้บ้างใช่มั้ย?
- อาม่า (แม่ของพ่อ) เสียไปเมื่อปีก่อน ซึ่งตอนนั้นพ่อมีแพลนว่าจะรับอาม่ามาอยู่ด้วยเพื่อดูแลอาการป่วยของอาม่า ตั้งใจทำบ้านใหม่ให้มีห้องคนป่วยมีเตียง แต่ก็ไม่ทัน ตอนนั้นพ่อร้องไห้หนักมากและโทษตัวเอง เราว่านี่คือสาเหตุที่พ่อเรานิสัย/อารมณ์แย่ขึ้น
- บางวันพ่อไปทำงานตจว. เหลือเรา แม่ น้อง กินข้าวกันที่บ้าน อยู่ดีๆแม่ก็ร้องไห้ออกมาค่ะ เราเห็นแม่ร้องไห้แทบจะ3ครั้งต่อสัปดาห์ โดยที่เราทำอะไรไม่ได้
- จริงๆ เราคิดว่าแม่เราก็ไม่อยากทำงานแล้วค่ะ แม่ชอบเอารูปเพื่อนๆแม่ที่ไปเที่ยวนู่นนี่มา แล้วบอกว่าอยากไปบ้าง เราก็บอกว่าไปสิ แม่ก็จะบอกว่า"พ่อแกก็จะว่าอีก" และอยากเก็บเงินให้น้องเรา (ยังเรียนไม่จบ) เราว่าแม่ไม่ได้รับความรักจากพ่อที่เป็นรูปธรรมมาหลายปีแล้ว พ่อแม่เราไม่มีความมุ้งมิ้ง พ่อไม่เคยซื้ดอกไม้ให้แม่ ไม่เคยมีคำว่าวันครบรอบแต่งงาน เราเกิดมายังไม่เคยเห็นเลย แม่เคยบอกอยากไปลงเรียนปักผ้าน่ารักๆ(แม่สายฟรุ้งฟริ้ง)พ่อก็พูดว่า"ไร้สาระ" คือตอนนี้ก็คงอยู่เพราะผูกพัน(?)และลูกอะค่ะ ซึ่งเราว่าถ้าพ่อให้แม่ได้บ้าง แม่จะอยากและตั้งใจทำงานให้พ่อกว่านี้ค่ะ นี่ทำดีไม่เคยได้รับคำชมหรือขอบคุณเลย เราเห็นแต่ด่าๆ เรามองแม่แล้วเราก็คิดแต่ว่าเราจะไม่เป็นแบบแม่และจะไม่หาสามีแบบพ่อ ถ้าไม่แต่งงานได้ก็คงไม่แต่งเลยด้วยซ้ำ
- เรากับน้องต้องคอยฟังฝ่ายนึงพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับอีกฝ่ายนึงมาเป็นปีแล้ว เราอึดอัดมาก เราแอบไปร้องไห้บ่อยขึ้น ตอนนี้เราไม่อยากกลับบ้าน เราไม่เข้าใจว่าจะมาพูดให้เราฟังทำไม ให้เราต้องเกลียดอีกฝ่ายหรอ ให้เราพูดว่า เออๆ ใช่ๆ ทำตัวแย่มากๆ หรอ
- ตอนนี้เราทำงานราชการ หาเงินเองได้แล้ว และเป็นงานที่เราใฝ่ฝัน เราคิดบ่อยมากว่าหรือเราควรลาออกไปช่วยที่บ้าน ไปช่วยแม่รับอะไรที่เค้าต้องเจอทุกวันนี้ เราคิดว่าหรือเราทำงานของเราแล้วเสนอเอาเงินเดือนเราไปให้เค้าจ้างคนมาทำแทนแม่ได้มั้ย เราไม่อยากให้แม่เราทำงานกับพ่อแล้ว ขอให้ลดเหลือบทบาทแม่ของลูกกับแม่บ้านพอได้มั้ย
ค่ะ ก็สถานการณ์บ้านประมานนี้ จริงๆก็รู้อยู่นะคะว่ามันต้องแก้ปัญหาที่อะไร อันนี้อยากมาระบายเฉยๆ ไม่รู้จะเล่าให้ใครรอบตัวฟัง เหมือนเอาปัญหาในบ้านไปแบนอกบ้านยังไงไม่รู้ เราคิดว่าเราเข้าใจเหตุผลที่ทั้งพ่อและแม่ต้องเครียดเรื่องงานและเงิน (น้องเรายังเรียนไม่จบ/เรียนอินเตอร์) จริงๆทุกคนก็ทำและทนเพื่อลูกแหละค่ะ แต่พอเราเข้าใจอย่างนี้ ก็กลายเป็นว่าเราทำอะไรไม่ได้เลย เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เรารู้สึกไร้ประโยชน์ในแต่ละวันที่เรากลับบ้าน เราขับรถกลับด้วยความคิดว่าต้องเจอแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน เราไม่อยากกลับบ้าน ทำไมบ้านเราไม่เหมือนเดิม แต่ถ้าเราจะออกไปอยู่เองที่บ้านจะเป็นยังไง จะทะเลาะกันขนาดไหน เราคิดไปถึงว่าอยากพบจิตแพทย์ค่ะ อยากลองไปหาว่าจะดีขึ้นมั้ยถ้าได้ระบายกับคนที่น่าจะเข้าใจ
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกบ้าน ทุกครอบครัว มีความสุขนะคะ
หากใครมีปัญหาก็ขอให้มีสติและผ่านมันไปได้ค่ะ
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
ปัญหาครอบครัวค่ะ อึดอัด อยากระบาย
เนื่องจากช่วงปีที่ผ่านมา เราๆท่านๆก็ทราบกันดีว่าเศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งนำมาสู่ปัญหาการเงินและบางครั้งก็กระทบถึงครอบครัว
ครอบครัวเราก็เป็นหนึ่งในนั้น มันไม่ใช่ปัญหาของเราโดยตรง แต่มันคือปัญหาที่อยู่รอบตัวเราค่ะ อยากระบายค่ะ
- พ่อแม่เราทำงานด้วยกันค่ะ ตั้งแต่แต่งงานกันมาเกือบๆจะ30ปีแล้วค่ะ เป็นกิจการส่วนตัวเลย โดยพ่อเป็นวิศวะดูแลงานในโรงงานและออกเซอร์วิสหาลูกค้า แม่ดูแลออฟฟิศ การเงิน บัญชี เรื่องจิปาถะ ทั้งสองส่วนคือที่บ้านเราเองค่ะ
- พ่อเราจบวิศวะมาโดยตรง / แม่เราจบศึกษาศาสตร์ ทุกวันนี้แม่ไม่เคยบอกว่าจริงๆแม่อยากทำงานอะไร เราเป็นครอบครัวคนจีน สมัยก่อนนี้ลูกสะใภ้ก็ต้องมาช่วยงาน
- พ่อเราอารมณ์ร้อน คิดแต่โทษคนอื่นว่าทำงานไม่ดีอย่างที่ตัวเองอยากได้ โดยไม่ฟังเหตุผลใคร / ยิ่งอายุมากขึ้น+เศรษฐกิจแบบนี้อาการยิ่งหนัก พูดจากลับไปกลับมา วางท่าว่าเป็นเจ้าของกิจการ ลอยตัวอยู่ข้างบน ชี้นิ้วสั่งๆ
- แม่เราก็ไม่เคยลุกขึ้นสู้หรือพูดอะไรที่ตัวเองคิด คือยอมเสมอมา หลายครั้งที่พ่อว่าแม่เรื่องงาน แม่ก็จะพูดพึมพำแบบประชดประมานว่า "ก็ใช่ไง ชั้นมันห่วย ทำงานห่วย ไม่ได้เก่งเหมือนเธอ" แล้วแม่ก็จะเดินออกไปแบบกระแทกประตูใส่
- นอกจากงานออฟฟิศ แม่เรายังต้องรับผิดชอบงานบ้านด้วยค่ะ พอ5โมงเย็นก็ต้องมาทำกับข้าวต่อเลย ซึ่งพ่อเคยบอกว่า"ไร้สาระ ก็ซื้อเอาจากข้างนอกสิ เอาเวลาไปทำงานออฟฟิสให้มันดีกว่านี้ดีกว่ามั้ย" ถ้าเราเป็นแม่ เราเสียใจนะคะ อุตส่าห์รีบมาทำให้กินแล้วมาพูดแบบนี้ พอมาอีกวันนึง แม่โทรมาบอกให้เราซื้อกับข้าวจากข้างนอกมาให้ เราก็ซื้อมาค่ะ แต่พ่อกลับพูดกับเราว่า "แม่แกก็มัวแต่ทำอะไรไม่รู้ ไม่รับผิดชอบทำกับข้าวให้ ทั้งที่อยู่บ้านทั้งวัน" เราเถียงกลับว่าไหนวันนั้นบอกว่าไร้สาระ ให้ซื้อเข้ามาไง พ่อก็เถียงเรากลับว่าเราไม่เข้าใจ เราก็งงเลยค่ะ เออ ก็ไม่เข้าใจอะ งง
- บางวันตั้งโต๊ะกินข้าวเสร็จ ประมาน5โมง แม่เราลงนั่งเป็นคนสุดท้ายเพราะทำครัว พอตักข้าวปั๊ปพ่อก็จะเริ่มพูดเรื่องงาน ว่าเรื่องงาน จนแม่ไม่ได้กินข้าว+ต้องลุกออกไปทำงานต่อเลย(และอาจด้วยความที่ว่าไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว)
- เท่าที่ฟังพ่อบ่น เราเข้าใจว่าพ่อ คาดหวังว่าแม่จะต้องทำทุกอย่างได้ตามใจหมด ทั้งเป็นพนักงาน แม่บ้าน แม่ของลูก คือเราคิดว่าใครจะไปทำได้เพอร์เฟคท์ทุกอย่างคะ?
- ในบทบาท แม่ของลูก พ่อเราจะจู้จี้มากถ้าลูกคนไหนจะไปไหน กลับเมื่อไร ซึ่งเรากับน้องโตๆกันแล้ว บางทีเรานึกจะไปก็ไปเลย ไม่ได้บอกใคร / พ่อจะไปถามแม่ว่า ลูกคนนี้ไปไหน พอแม่บอกว่าไม่รู้ (เพราะเรายังไม่ได้บอกแม่) พ่อก็จะว่าแม่ว่า"ทำไมไม่รู้เรื่องอะไรเลย มัวแต่คิดเรื่องตัวเอง" ซึ่งในความเป็นจริงคือ ถ้าพ่ออยากรู้ พ่อก็มาถามลูกเองก็ได้นี่ นี่ทำเหมือนอยากหาอะไรติแม่ไปงั้น
- พ่อเป็นเบาหวานและกินเหล้าเยอะมาก ยิ่งช่วงนี้ยิ่งกินเยอะ ข้าว+ยาก็ไม่กิน กินแต่กับข้าวกับแกล้ม เราบอกว่ากินให้น้อยๆ เราห่วงสุขภาพ เค้าก็เถียงกลับว่า "ทำงานมาทั้งวัน เครียด ปัญหานู่นนี่ แม่แกก็ทำงานห่วยคิดแต่ตัวเอง เช้ามาก็ไม่จัดข้าวที่คนป่วยควรกินให้กิน มัวแต่ไปทำอะไร(อ่ะ พ่วงด่าแม่ไปอีกยาวเลย ก็เช้ามาแม่ก็ต้องมาเปิดออฟฟิสปะ) เหล้าคือความสุขเดียว ต้องกินเพื่อให้จบวันไปได้ในแต่ละวัน" โอเค แต่เหล้า(ที่เห็นพ่อกินเยอะๆทุกวันแบบนี้)คือความทุกข์เดียวของหนูตอนนี้เหมือกัน พ่อเข้าใจมั้ย? หนูต้องหาอะไรมาจบวันเพราะเครียดที่บ้านเราเป็นแบบนี้บ้างใช่มั้ย?
- อาม่า (แม่ของพ่อ) เสียไปเมื่อปีก่อน ซึ่งตอนนั้นพ่อมีแพลนว่าจะรับอาม่ามาอยู่ด้วยเพื่อดูแลอาการป่วยของอาม่า ตั้งใจทำบ้านใหม่ให้มีห้องคนป่วยมีเตียง แต่ก็ไม่ทัน ตอนนั้นพ่อร้องไห้หนักมากและโทษตัวเอง เราว่านี่คือสาเหตุที่พ่อเรานิสัย/อารมณ์แย่ขึ้น
- บางวันพ่อไปทำงานตจว. เหลือเรา แม่ น้อง กินข้าวกันที่บ้าน อยู่ดีๆแม่ก็ร้องไห้ออกมาค่ะ เราเห็นแม่ร้องไห้แทบจะ3ครั้งต่อสัปดาห์ โดยที่เราทำอะไรไม่ได้
- จริงๆ เราคิดว่าแม่เราก็ไม่อยากทำงานแล้วค่ะ แม่ชอบเอารูปเพื่อนๆแม่ที่ไปเที่ยวนู่นนี่มา แล้วบอกว่าอยากไปบ้าง เราก็บอกว่าไปสิ แม่ก็จะบอกว่า"พ่อแกก็จะว่าอีก" และอยากเก็บเงินให้น้องเรา (ยังเรียนไม่จบ) เราว่าแม่ไม่ได้รับความรักจากพ่อที่เป็นรูปธรรมมาหลายปีแล้ว พ่อแม่เราไม่มีความมุ้งมิ้ง พ่อไม่เคยซื้ดอกไม้ให้แม่ ไม่เคยมีคำว่าวันครบรอบแต่งงาน เราเกิดมายังไม่เคยเห็นเลย แม่เคยบอกอยากไปลงเรียนปักผ้าน่ารักๆ(แม่สายฟรุ้งฟริ้ง)พ่อก็พูดว่า"ไร้สาระ" คือตอนนี้ก็คงอยู่เพราะผูกพัน(?)และลูกอะค่ะ ซึ่งเราว่าถ้าพ่อให้แม่ได้บ้าง แม่จะอยากและตั้งใจทำงานให้พ่อกว่านี้ค่ะ นี่ทำดีไม่เคยได้รับคำชมหรือขอบคุณเลย เราเห็นแต่ด่าๆ เรามองแม่แล้วเราก็คิดแต่ว่าเราจะไม่เป็นแบบแม่และจะไม่หาสามีแบบพ่อ ถ้าไม่แต่งงานได้ก็คงไม่แต่งเลยด้วยซ้ำ
- เรากับน้องต้องคอยฟังฝ่ายนึงพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับอีกฝ่ายนึงมาเป็นปีแล้ว เราอึดอัดมาก เราแอบไปร้องไห้บ่อยขึ้น ตอนนี้เราไม่อยากกลับบ้าน เราไม่เข้าใจว่าจะมาพูดให้เราฟังทำไม ให้เราต้องเกลียดอีกฝ่ายหรอ ให้เราพูดว่า เออๆ ใช่ๆ ทำตัวแย่มากๆ หรอ
- ตอนนี้เราทำงานราชการ หาเงินเองได้แล้ว และเป็นงานที่เราใฝ่ฝัน เราคิดบ่อยมากว่าหรือเราควรลาออกไปช่วยที่บ้าน ไปช่วยแม่รับอะไรที่เค้าต้องเจอทุกวันนี้ เราคิดว่าหรือเราทำงานของเราแล้วเสนอเอาเงินเดือนเราไปให้เค้าจ้างคนมาทำแทนแม่ได้มั้ย เราไม่อยากให้แม่เราทำงานกับพ่อแล้ว ขอให้ลดเหลือบทบาทแม่ของลูกกับแม่บ้านพอได้มั้ย
ค่ะ ก็สถานการณ์บ้านประมานนี้ จริงๆก็รู้อยู่นะคะว่ามันต้องแก้ปัญหาที่อะไร อันนี้อยากมาระบายเฉยๆ ไม่รู้จะเล่าให้ใครรอบตัวฟัง เหมือนเอาปัญหาในบ้านไปแบนอกบ้านยังไงไม่รู้ เราคิดว่าเราเข้าใจเหตุผลที่ทั้งพ่อและแม่ต้องเครียดเรื่องงานและเงิน (น้องเรายังเรียนไม่จบ/เรียนอินเตอร์) จริงๆทุกคนก็ทำและทนเพื่อลูกแหละค่ะ แต่พอเราเข้าใจอย่างนี้ ก็กลายเป็นว่าเราทำอะไรไม่ได้เลย เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เรารู้สึกไร้ประโยชน์ในแต่ละวันที่เรากลับบ้าน เราขับรถกลับด้วยความคิดว่าต้องเจอแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน เราไม่อยากกลับบ้าน ทำไมบ้านเราไม่เหมือนเดิม แต่ถ้าเราจะออกไปอยู่เองที่บ้านจะเป็นยังไง จะทะเลาะกันขนาดไหน เราคิดไปถึงว่าอยากพบจิตแพทย์ค่ะ อยากลองไปหาว่าจะดีขึ้นมั้ยถ้าได้ระบายกับคนที่น่าจะเข้าใจ
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกบ้าน ทุกครอบครัว มีความสุขนะคะ
หากใครมีปัญหาก็ขอให้มีสติและผ่านมันไปได้ค่ะ
ขอบคุณที่อ่านค่ะ