อยากให้ทุกคนมาอ่านแล้วช่วยออกความคิดเห็นทีค่ะ ประสบการณ์ด้านความรักดราม่าที่มีเรื่องเงินมาข้องเกี่ยว

สวัสดีค่ะเพื่อนๆพันทิป วันนี้ตั้งใจสมัครสมาชิกมาเพื่อนตั้งกระทู้ถามโดยเฉพาะเลยค่ะ
เริ่มเรื่องเลยก็คือ เราได้เจอผู้ชายคนนึงผ่านทางอินเตอร์เน็ต ตอนแรกก็เล่นเป็นเพื่อนกันปกติ ไปๆมาๆก็จีบกันชอบกันรักกันแล้วตกลงอยู่ในสถานะคนคุยของกันและกัน ซึ่งเราก็ได้บอกฝ่ายชายว่าเราคุยกับเขาคนเดียวนะเราก็อยากให้เขาคุยกับเราคนเดียวเช่นกัน เขาก็บอกว่าเขาก็จะไม่คุยกับใคร ทีนี้ช่วงนั้นเรา กำลังเตรียมเพื่อสอบเข้ามหาลัย เราต้องไปเข้าค่ายที่งดใช้โทรศัพท์เราบอกฝ่ายชายว่าเราไม่สามารถติดต่อกับเขาได้เป็นเวลาเกือบ1เดือน เขาบอกกับเราว่า เขาจะรอเราไม่มีคนอื่นแน่นอน

ทีนี้พอเราเข้าค่ายครบตามกำหนดแล้ว เราออกค่ายมา กลับไปคุยกับเขาเช่นเคย ตอนแรกก็ปกติดี แต่อยู่มาวันนึงเขาก็มาสารภาพกับเราว่า ตอนที่เราไปค่าย เขาได้ไปคุยกับพี่คนนึงที่เขารู้จัก แต่เขาบอกเราว่าเขาไม่รู้สึกอะไรเลยกับพี่คนนั้น ไม่ได้รัก ออกแนวเกลียดและไม่ชอบพี่คนนั้นด้วยซ้ำ พี่คนนั้นรุกเร้าเข้าหาเขามาก ตอนแรกเราก็เชื่อ แต่ในใจเราอ่ะเผื่อใจไว้แล้วแหละว่า คงต้องมีอะไรอีกที่เขาไม่ได้บอก เราเลยเข้าเฟสเขา เขาลบแชทที่คุยกับพี่คนนั้นออกหมดเลย ซึ่ง ถ้าคนที่เขาบริสุทธิ์ใจจริงๆเขาจะไม่ลบแชทเลยในเมื่อมันไม่ได้มีอะไร  เราจึงได้เข้าไปอ่านแชทที่เขาคุยกับเพื่อนเขา เขาคุยกับเพื่อนไม่ได้เหมือนคุยกับเรา เขาแคปแชทที่คุยกับพี่คนนั้นให้เพื่อนเขาดู เราพอเห็นแชทเราก็เลยรู้เลยว่ามันไม่ใช่เหมือนที่เขาพูดแล้วแหละ  แล้วพออ่านแชทที่คุยกับเพื่อนมาเรื่อยๆ เพื่อนก็ถามว่าเขารู้สึกไหม เขาก็บอกว่าเขารู้สึก แค่ไม่ชอบตรงพี่เขารุกเร้าเขามากไปเท่านั้น เราจึงโกรธเขามาก ทะเลาะกัน และเราก็เกลียดพี่คนนี้มากเลย ผ่านไปซักพักเราก็คืนดีกับเขา แล้วก็คุยกันปกติ (ปล.หลังจากนั้นเราก็คบกันแล้วใช้เวลาคุยประมาน 4-5 เดือนซึ่งตอนนี้เรามาคิดก็รู้สึกว่ามันเร็วไปจริงๆ)

อยู่มาวันนึง เราได้คุยกับพ่อกับแม่ เรื่องของเขา พ่อกับแม่รับไม่ได้ที่เราไปคบไปคุยกับเขา แล้วเราต้องย้ายไปเรียนจังหวัดที่เขาอยู่มหาลัยดีด้วย พ่อกับแม่ก็จะให้เราสละสิทธิ์ที่นั่น มันเหมือนการตัดอนาคตเรา เราเลยรู้สึกว่าเราไม่ควรเอาอนาคตของเรามาแลกกับผู้ชายคนนึงที่รู้จักผ่านอินเตอร์เน็ตแล้วรักกัน (อาจจะฟังดูเห็นแก่ตัว แต่อยากทราบว่าถ้าเป็นคุณคุณจะทำอย่างไร)

เนื่องจากเราดูท่าเขาแล้วเขาไม่ได้เป็นคนที่เรียนหนังสือ ทำงานตั้งแต่วัยยังหนุ่มๆ (พูดง่ายๆคือเป็นคนที่ดูไม่มีอนาคต) บวกกับทางบ้านของเขานั้นมีปัญหากันเยอะแยะมากทั้งเรื่องเงินเรื่องต่างๆเราจึงเป็นคนสนับสนุนและซับพอร์ตเขามาตลอดแล้วทีนี้เขามีหนี้สินที่เราเห็นว่ามันจำเป็นต้องใช้เพื่อเอาไปสานต่ออนาคต เราจึงได้สัญญากับเขาว่าเราจะช่วยเขาเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ตอนที่ยังคบกันเราก็รู้ปัญหาของเขามาตลอด ทุกเรื่องบางทีเราเหนื่อยแต่เราไม่ท้อ เพราะเรารักเขากัดฟันสู้ เราวางแผนอนาคตให้เขาทางด้านการใช้จ่ายเงิน การเก็บเงิน เรื่องเรียน เพื่อหวังว่าอนาคตเขาจะดีสามารถดูแลเราได้

แต่เราก็เลิกกันก่อนที่จะไปถึงอนาคตนั้น หลังจากเลิกกันได้ไม่นานประมาน 2 สัปดาห์กว่า เราเลิกติดต่อกับเขาเลิกทำเหมือนยังรักทั้งๆที่ยังรักเพื่อให้เขานั้นทำใจจากเราได้ เราเองก็เจ็บที่ทำแบบนั้น ในเมื่อคนที่มันเข้ากันไม่ได้ ก็ต้องให้เขาไปเจอคนที่ดีกว่า หลังจากที่เขาขาหักเขาก็ทักมาหาเรา พูดประมานว่าลำบากมากพ่อไม่ส่งเงินงู้งงั้นงี้ เรายังรักเขาอยู่ +ช่วงนั้นเราทำงานเยอะมากเพื่อหาเงินมาช่วยหนี้ที่เขามี พอเราเห็นว่าเขาคงทักมาขอเงินเรา เราจึงถามเขาไปว่าทักมาขอเงินเราหรอ เขาก็ยอมรับว่าลำบากจริงๆ เรายังรักเราจึงให้เขาไปจำนวนนึง หลังจากนั้นเราก็ติดต่อหากันตลอดเขาเพ้อถึงเราให้คนอื่นฟังตลอด เราก็ดีใจและยังมีใจให้เขา เราก็ยังรักเขา หลังจากนั้นมาเราก็เก็บเงินได้ตามจำนวนที่เราสัญญาว่าเราจะช่วยหนี้เขา เราก็โอนให้เขา หลังจากเราโอนให้แล้วเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อยๆ แต่ก็ยังเพ้อถึงเราอยู่ดี

คุยไปเรื่อยๆสุดท้ายเขาก็เป็นคนตัดเราไปเอง เป็นคนเดินจากเราไป ตอนแรกเราก็เสียใจมากเลย แต่ก็ยังพอทำใจได้อาจจะมีบ้างที่เพ้อถึงเขาให้พี่เราฟัง
อยู่มาวันนึงพี่เราแคปที่เราเพ้อไปให้เขาดู เขาเลยทักมาหาเรา บอกเราว่าเขากลับไปคุยกับคนที่เราเกลียด ตอนนั้นเราพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เป็นสิทธิ์ของเขาไหมก็จริง แต่ด้วยความที่เราไม่ชอบพี่เขา บวกกับเรายังมีใจให้เขาอยู่เพราะก่อนที่เขาจะทักเรามาเขาก็เพ้อถึงเราให้พี่เราฟัง แต่พอมารู้เรื่องว่าเขาได้คุยกับพี่คนที่เราไม่ชอบนั้นซักระยะแล้ว เราถามว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาบอกตั้งแต่ขาหัก ซึ่งมันคือ หลังจากเราเลิกกันๆด้เพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น เราเองเสียใจมากเราเชื่อมาตลอดเวลาที่คุยกับเขาว่าเขายังมีใจให้เราอยู่มันเหมือนเราโดนหักหลัง

หลังจากนั้นเราจึงถามเขาบอกให้เขาเลือกว่าระหว่างพี่เขากับเราเขาจะเลือกใคร เรารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องเลือกพี่เขาแน่นอน แต่อย่างน้องเราก็ยังแอบลุ้นว่า เขาอาจจะเลือกเราก็ได้นะ (เราอาจจะดูเห็นแก่ตัวและโลกแคบมากจากการกระทำครั้งนี้ แต่เราไม่ชอบ มันเหมือนเราถูกหักหลัง)
สุดท้าย เขาก็เลือกพี่คนนั้น เราเลยขาดการติดต่อกัน

ตอนนี้พี่คนนั้นกับเขาก็ไปกันได้ราบรื่นดี โดยตลอดส่วนเราก็ได้แต่นั่งเสียใจ นั่งทำใจ เราเสียความรู้สึกมากๆเสียใจมากๆเช่นกัน
หลังจากนั้นผ่านมาประมาน 2เดือน เกือบ3 เดือนที่เราเลิกกันเราก็พอทำใจได้บ้างแล้ว
เราจึงได้ทักกลับไปขอเงินจากเขาคืน
เราอยากถามว่าการที่เรากลับไปทวงเงินคืนเราผิดไหม มันน่าเกลียดไหม

ปล.1 เราอายุยังไม่ถึง 20 ปี งานที่ทำคือ ไปทำงานพาร์ทไทม์ที่อื่น + สอนพิเศษน้องๆ ได้วันนึงตกที่ 500บาท พ่อแม่เราเลี้ยงเราเราจึงมีเงินเก็บพอสมควร

ปล.2 เงินที่เราเสียไปกับเขาเป็นหลักหมื่น ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเยอะมาก ตอนเราโอนให้เขาเราร้องไห้เลย เพราะเราเหนื่อยมากๆ

ปล.3 ถ้าเขามาอ่านแล้วรู้ตัว ขอให้รู้ไว้ว่านี่ไม่ใช่การประจานแต่อย่างใด ไม่ได้เอ่ยชื่อถึงใคร ไม่ได้พ่วงใครเข้ามายุ่งด้วย เราเพียงแค่ขอความเห็นจากทุกๆคนว่าสิ่งที่เราทำนั้น ถูกหรือไม่ น่าเกลียดหรือเปล่า

ตอนแรกเราทักไปขอคืนจำนวนน้อยจำนวนนึง แล้วทีนี้พอเขาตอบมาเราก็ตอบไปด้วยความจริงว่า จริงๆเราอยากได้เงินที่ให้ไปคืนมาหมดเลย เพราะเราโอนให้เขาหลังจากที่เราเลิกกันแล้วขาเขาหักได้ซักพักแล้ว เราบอกเขาไปว่าถ้ารู้ว่าเขาไปคุยกับพี่คนนั้นตั้งแต่แรกเราจะไม่โอนให้เขาเลย

เนื่องจากเรารู้ฐานะทางบ้านเขาว่าค่อนข้างมีปัญหาและคงหาเงินมาคืนเราหมดยาก เราเลยขอคืนจากเขาเพียงแค่ 30% จากเงินทั้งหมดที่ให้ไป
เราอยากทราบว่า
- สิ่งที่เราทำน่าเกลียดไหม
- เราเห็นแก่ตัวไหมที่ให้เขาเลือก
- ถามว่าถ้าเป็นพวกคุณแล้วพวกคุณโดนหักหลังแบบนี้พวกคุณรับได้ไหม พวกคุณจะรู้สึกยังไง
- ถ้าเป็นคุณคุณจะเลือกขอเงินคืนเหมือนเราไหม

ก่อนแสดงความคิดเห็น กรุณาใช้ภาษาที่สุภาพ ว่าเราว่าโง่ได้ หรืออะไรก็ได้แค่ไม่มี พวกสัตว์ออกมาก็เพียงพอ
เราน้อมรับทุกความคิดเห็น เพราะตัวเราเองก็ยังเด็ก ยังไม่ค่อยมีวุฒิภาวะพอในการคิดก่อนทำอะไรลงไป


ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่