เจอคนเข้ามาทักแบบนี้ อันนี้มาเตือนหรือมาหลอกกันคะ

คิดอยู่นานว่าจะเขียนเล่าในนี้ดีมั้ย แต่ด้วยความที่เราเองก็สงสัยและหาคำตอบไม่ได้ แล้วมันก็ยังวนในความคิดของเราอยู่
คือเมื่อวันอังคารตอนบ่าย ๆ เราไปร้านหนังสือที่เซนทรัลพระราม 9 ก็ฆ่าเวลาหาหนังสืออ่านก่อนกลับบ้านเพราะแดดยังร้อนอยู่
เราตั้งใจไปซื้อนิตยสารฉบับหนึ่งอยู่แล้วด้วย แต่ก็อยากรู้ว่ามีหนังสืออื่นน่าสนใจบ้างมั้ย เลยเดินดูหนังสือเผื่อได้กลับไปอ่านอีก
ทีนี่เราก็มาหยุดดูหนังสือท่องเที่ยวค่ะ ระหว่างที่เปิดดูอยู่นั้น ก็มีคนมาขอทาง เราก็เลยขยับตัวเข้าไปชิดกับชั้นวางหนังสืออีกหน่อย
แล้วผู้ชายคนนี้ก็ถามว่าพูดอังกฤษได้มั้ย เราก็ตอบว่าได้ นึกว่าเค้าจะถามเรื่องหนังสือ แต่เปล่าเลย เค้าเดินมาบอกว่าเราโหงวเฮ้งดี

เป็นแขก ๆ หน่อยอะค่ะ แต่งตัวปกติ สูงประมาณเรา 160 กว่า ๆ มีเนื้อนิดนึง ผิวคล้ำหน่อย ๆ ทำผมมวย แต่ตอนเค้าพูดพูดไทยไม่ชัด
เลยขอให้เค้าพูดอีกครั้ง เราก็บอกขอบคุณค่ะ แล้วดูหนังสือต่อ เค้าก็พูดอีกว่ามองอยู่นานแล้ว แล้วก็แนะนำตัวว่าสอนอะไรสักอย่าง
เกี่ยวกับศาสนาที่วัดแขก มาหาหนังสืออ่าน วันนี้วันหยุด เราก็ดูหนังสือต่อ เค้าก็เดินกลับมาคุยกับเราอีกว่า ปีที่แล้วดวงตกนะ ปีนี้ยังไม่ดี
แต่ปีหน้าจะดี ต่อไปจะได้ทำงานของตัวเองนะ เค้าบอกว่าตอนนี้คิดหลายเรื่อง คิดมาก เราก็บอกว่าใช่ (ตอนนี้มีเรื่องเรียนต่อที่สับสน)

เค้าบอกยังไม่สำเร็จนะ คือรับราชการไรงี้ก็เหมาะ คือเราจำไม่ได้หมด คร่าว ๆ ก็ประมาณนี้ค่ะ เดินกลับมาหาเรา 2-3 รอบได้
แบบว่าเดินต่อไป 5 ก้าวละหันมาคุยต่องี้ คือเราก็กลัว ๆ อยู่แล้วด้วยค่ะ แต่ก็ใจดีสู้เสือ สุดท้ายคือเค้าก็บอกว่าให้ช่วยจ่ายค่าหนังสือ
คือมันเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไรสักอย่างเล่มสีเหลือง ปกแข็ง ราคา 499 บาท ลืมย้อนกลับไปดูที่ B2S ว่ามันคือหนังสืออะไร
เค้าถามว่าเราพอมีมั้ย เราเลยปฏิเสธไปค่ะว่าไม่สะดวก เพราะเรายังไม่ได้ทำงานเลย ทุกวันนี้ก็ใช้เงินเก็บที่มี พ่อแม่ให้บ้าง

เค้าก็ทู่ซี้อีกว่าเค้ามี 300 ออกให้เค้า 200 ได้มั้ย เราก็ยืนยันว่าเราไม่สะดวกจริง ๆ ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ เค้าก็บอกไม่เป็นไร ก่อนเค้าไป
เค้าให้เป็นก้อนสายสิญจน์สีแดง ๆ มัดยางรัดผมสีดำอันเล็ก ๆ เค้าบอกว่าเค้าอยากให้เห็นว่าเราเป็นใจดี แล้วก็หยิบอันนั้น
วางในแผ่นพับที่ภายในแปะรูปเทพพราหมณ์-ฮินดู เราไม่แน่ใจค่ะว่าองค์ไหน แล้วท่องนะโม ให้เราเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์เท่านั้น
เราก็ค่ะ ๆ ไปแล้วก็โยนใส่กระเป๋าหนังสือไว้ พอกลับถึงบ้านก็เล่าให้แม่ฟังว่าวันนั้นเจออะไรมาบ้าง พอแม่ได้ยินปุ๊ป ก็รีบบอกให้ทิ้งไปเลย
โดนบ่นนิดหน่อยว่าคุยกับคนแปลกหน้าได้ไง แม่ก็คิดไปถึงทำของใส่ ป้ายยา ต่าง ๆ นานา ซึ่งเราผิดเองค่ะ ตอนนั้นเราอยู่คนเดียว

เราทิ้งไปแล้วตามที่แม่บอกวันนั้นเลย คือเราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรและมันจะมีผลกับเรามั้ย สิ่งที่เค้าพูดมันก็ถูก แต่ถ้ามองในมุมจิตวิทยาบางประโยคมันก็เป็นเรื่องของการอ่านใจรึเปล่า แต่เราก็รับฟังไว้ แล้วรู้สึกว่าสุดท้ายเราก็ควรเชื่อตัวเองมากที่สุด แต่ยิ่งเมื่อวานเราเห็นคะแนนสอบแล้วก็เฟลมาก ๆ เพราะไม่ได้ไปเรียนต่อปีนี้แล้วแน่ ๆ มันก็ยิ่งทำให้เรากลับไปคิดถึงคำพูดของแขกคนนั้นอีก มีบอกว่าห้ามกินหมูในวันพระด้วย มีอยู่ช่วงนึงเราสงสัยเลยถามว่าทำไมมาไกลจัง เค้าบอกว่าเพื่อนอยู่แถวนี้

เราไม่รู้ว่าอันนี้เป็นกระบวนการอะไรรึเปล่า แต่วันนั้นเราปลอดภัยดี ไม่เสียทรัพย์ใด ๆ ค่ะ ตอนนี้ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอะไรดี

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่