สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
เหลือ เอ 3 เป็นรางวัลชีวิต
สมาชิกหมายเลข 6311764 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6789034 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6871705 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 789061 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3654944 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2842008 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 4441049 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 3846132 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1517699 ถูกใจ, เต่าคุง in the sky ถูกใจรวมถึงอีก 227 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 8
ไม่ชวนขายตรงก็ดีแล้วนะเราว่า 555
สมาชิกหมายเลข 4553421 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2842008 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 4441049 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 1517699 ถูกใจ, Donya tree lover ถูกใจ, ปุ้มปุ้ยพุงพลุ้ย ถูกใจ, Pannaton ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 4843993 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 2424939 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1764827 ถูกใจรวมถึงอีก 183 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 11
ส่วนมากพวกอวดๆ จะมีปมอะไรบางอย่างในใจนะครับ
คนที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองจะไม่มีอะไรแบบนี้
เหมือนขวดที่มีน้ำเต็ม เขย่าไม่มีเสียง ขวดที่มีน้ำนิดเดียว เขย่าแล้วเสียงดัง
คนที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองจะไม่มีอะไรแบบนี้
เหมือนขวดที่มีน้ำเต็ม เขย่าไม่มีเสียง ขวดที่มีน้ำนิดเดียว เขย่าแล้วเสียงดัง
สมาชิกหมายเลข 6871705 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 789061 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6209202 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4784016 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5361110 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4560326 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4553421 ถูกใจ, Top_General ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4441049 ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 1517699 ถูกใจรวมถึงอีก 182 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 1
รายละเอียดไม่ได้อ่านนะ
เอาแค่มาถึงตรงที่ว่า เพื่อนๆ เริ่มอวด นั่นแหล่ะ จะบอกว่า มันคือ เรื่องธรรมดา ของคนที่จากกันไปนาน
อาจไม่ใช่ทุกคน แต่บางคน โดยเฉพาะ สองประเภท คือ พวกที่ขี้อวดตั้งแต่สมัยเรียน กับ พวก ตอนเรียน invisible มากๆ แล้วตอนนี้ดีขึ้น ก็จะเป็นแบบนั้น
แต่ ผมว่า เพื่อนที่มาเจอกันหลังจากสิบกว่าปี ส่วนใหญ่ นิสัยเหมือนเดิมแหล่ะ แต่ประสบการณ์มากขึ้น ถ้า คุยแล้ว เคมีมันไม่ใช่ ก็ fade ๆ กันไป เรามีเสรีทางจิตใจครับ ไม่ต้องเอามาคิดมาก รกใจ เราอยู่มาได้ เป็นสิบกว่าปี ไม่มีพวกนี้ ทำไมจะต้องเอามาคิดมาก
ไม่ใช่เขาไม่ดี แล้วเราดีหรอกนะครับ แค่ คนเราคิดต่างกัน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทนอะไรกั้น แค่นั้น ต่างคน ต่างเดิน จบ
แต่ที่ จขกท บอกว่า พบกันเพื่อจาก อันนี้ มันก็มีเยอะนะ ไม่เจอกันยังจะมีควาทรงจำดีๆเหลือไว้บ้าง
เอาแค่มาถึงตรงที่ว่า เพื่อนๆ เริ่มอวด นั่นแหล่ะ จะบอกว่า มันคือ เรื่องธรรมดา ของคนที่จากกันไปนาน
อาจไม่ใช่ทุกคน แต่บางคน โดยเฉพาะ สองประเภท คือ พวกที่ขี้อวดตั้งแต่สมัยเรียน กับ พวก ตอนเรียน invisible มากๆ แล้วตอนนี้ดีขึ้น ก็จะเป็นแบบนั้น
แต่ ผมว่า เพื่อนที่มาเจอกันหลังจากสิบกว่าปี ส่วนใหญ่ นิสัยเหมือนเดิมแหล่ะ แต่ประสบการณ์มากขึ้น ถ้า คุยแล้ว เคมีมันไม่ใช่ ก็ fade ๆ กันไป เรามีเสรีทางจิตใจครับ ไม่ต้องเอามาคิดมาก รกใจ เราอยู่มาได้ เป็นสิบกว่าปี ไม่มีพวกนี้ ทำไมจะต้องเอามาคิดมาก
ไม่ใช่เขาไม่ดี แล้วเราดีหรอกนะครับ แค่ คนเราคิดต่างกัน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทนอะไรกั้น แค่นั้น ต่างคน ต่างเดิน จบ
แต่ที่ จขกท บอกว่า พบกันเพื่อจาก อันนี้ มันก็มีเยอะนะ ไม่เจอกันยังจะมีควาทรงจำดีๆเหลือไว้บ้าง
สมาชิกหมายเลข 2656418 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4600447 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4784016 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5361110 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4553421 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1144227 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 960324 ถูกใจ, สายยักษ์ ถูกใจ, usagimoon ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3262927 ถูกใจรวมถึงอีก 67 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 2
ผมว่า เค้าคงอยากมีคนยอมรับแหละครับ คงอยู่ในสังคมจริง เจอคนอื่นที่ Profile ดีกว่า ใช้ชีวิต ดีกว่า เลยต้องมากดคนอื่น เพื่อลบปมตัวเอง
สมาชิกหมายเลข 6311764 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6871705 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4632264 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5807460 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4784016 ถูกใจ, Top_General ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4441049 ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 708368 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1764827 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 868999 ทึ่งรวมถึงอีก 59 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เคยมั้ย? นัดเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียน แต่พอได้พบปะพูดคุย กลับรู้สึกว่า "ฉันไม่น่ามาที่นี่เลย"
พอจบมหาวิทยาลัย ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปมีชีวิตของตนเอง ตอนนั้นยังไม่มี facebook
มีแต่ hi5, msn ส่วนเบอร์โทรเพื่อนที่เคยให้กันไว้ ส่วนใหญ่ก็จะเปลี่ยนใหม่บ้าง
เลยทำให้ไม่ได้ติดต่อกันสม่ำเสมอ ทีนี้พอมามี facebook ก็เริ่มได้พูดคุยกันออนไลน์อีกครั้ง
เริ่มถามหาเพื่อนคนนั้นคนนี้ ใครติดต่อกับใครอยู่บ้าง เลยได้แอดเฟรนด์ใน facebook กันครบแก็งค์เมื่อไม่กี่ปีมานี้
และเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ได้รวมกลุ่มนัดเจอนัดกินข้าวกัน
เราก็ดีใจมาก จะได้เจอเพื่อนเก่าๆ เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
การนัดกันครั้งนี้ มีเพื่อนที่สะดวกมาทั้งหมดแค่ 5 คนค่ะ รวมเราด้วย
พอมาถึงร้านที่นัดกันไว้ ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นดีใจ และพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระ
พอเริ่มคุยไปได้สักพัก เราเริ่มรู้สึกว่า "เฮ้ย! มันไม่ใช่ละ" เพราะหลายๆสิ่งที่เราสัมผัสได้
เหมือนเพื่อนไม่ใช่เพื่อน เหมือนแค่มานั่งอวดสิ่งต่างๆของกันและกัน เหมือนมานั่งบลัฟ นั่งทับถมกันเรื่องหน้าตา เรื่องรสนิยม
มีเพื่อน 2 คน ในที่นี้ เวลาจะยกประเด็นอะไรมาพูด พวกเค้าจะถามเรื่องราคาก่อนเลย เช่น
A1 : "กางเกงยีนส์ที่แกใส่ราคาเท่าไหร่"
เรา: บอกราคาไป (หลักร้อย)
A1 : "โห แกกล้าใส่ได้ไง ไม่คันหรอ ของชั้นซื้อในห้าง ราคา X,xxx บาทอ่ะ เนี่ยๆดูดีกว่าเยอะ"
(เราคิดว่าเพื่อนคงแค่พูดแกมแซวแกมหยอก แต่ฟังแล้วมันก็เซ็งๆนิดนึง)
เพื่อนอีกคนสะพายกระเป๋าคองเก้น (ขอแทนว่า A3)
A1: "กระเป๋าแกทำไมทุเรศจัง ยี่ห้อไรวะ"
A3: ....เงียบ.....
A2: "เออจริง เห็นคนสะพายเยอะ โค_รต โหลเลย เห็นวางเต็มตลาดนัด ใบละสี่ห้าร้อยเองมั้ง"
A3: "ของปลอมมั้ง เราซื้อในช้อปมา สี่พันกว่าบาท"
A1 & A2 : ....ทำหน้าเย๋เก เบะปากใส่เพื่อน....
ก่อนอาหารมาถึง ส่วนใหญ่ก็จะพูดคุย ถามแต่เรื่องราคากระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายกันและกัน
ส่วนเรากับเพื่อนคนอื่นอีกคน ก็ได้แต่นั่งฟังเงียบๆ ถามบ้างตอบบ้าง
จากนั้นก็วนมาคุยเรื่องแฟนกัน เพื่อนขอดูรูปแฟนเรา หลังจากนั้นก็พูดจาทับถมกันยาวเลยค่ะ
เพราะว่า แฟนเราค่อนข้างท้วม สูงไม่ถึง 170 และผิวดำ (แฟนเป็นคนใต้ค่ะ) ผิวเลยจะเข้มเป็นพิเศษ
A1,A2 และ A4 พอเห็นรูปแฟนเรา ก็หัวเราะกันยกใหญ่ บอกว่าเรารสนิยมแย่มาก
"แฟนแกทำไมเตี้ยจังวะ ทั้งอ้วนทั้งดำ หาผัวไม่สงสารสีผิวลูกที่จะเกิดมาเลย 5555"
เราก็อึ้งๆจุกๆไปพักนึง ไม่คิดว่า คนเป็นเพื่อนกัน จะมาพูดแขวะกันแบบนี้
ถ้าเป็นคนอื่นพูด เราก็คงจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่
เวลานั้น ความรู้สึกดีใจต่างๆนานาที่ได้กลับมาเจอเพื่อนเก่าในวันนี้ มันเลยหดหายไปหมด เพื่อนที่เคยสนิทกัน พูดจาดีต่อกัน
มันคงไม่มีอีกแล้ว บางทีก็แอบคิดในใจว่า เรามาทำอะไรที่นี่ เรามานั่งให้เค้าแขวะด่าทำไมเนี่ย บ้าจริง
คุยกันไปซักพัก ก็วนมาเรื่องราคาเสื้อผ้าที่แต่ละคนใส่
A1 บอกว่า A3 แต่งตัวดู low ดู 199 มาก ทั้งที่ในกลุ่มวันที่ไป เราว่า A3 แต่งตัวได้น่ารักสุด ดูกระฉับกระเฉงดี
(เสื้อยืดสีขาว + กางเกงยีนส์ขายาว)
เรากับ A3 ไม่เคยพูดแขวะ หรือ ดูถูกรสนิยมของเพื่อนในกลุ่มเลย ส่วนใหญ่จะถามกันเรื่องสารทุกข์สุขดิบกันมากกว่า
ส่วน A1,A2,A4 จะเปิดประเด็นคุยแต่เรื่องราคาสิ่งต่างๆ เพื่อ บลัฟกันว่าใครสูงกว่า แพงกว่า
เราจะโดนติเรื่องรูปร่างหน้าตาเยอะสุด เรื่องคิ้ว เรื่องจมูก เรื่องตาไม่เท่ากัน กรามใหญ่ หน้าใหญ่ ฯลฯ
พอคุยเรื่องหน้าที่การงาน ก็เอาแต่บลัฟเรื่องเงินเดือนกันและกัน เพราะในกลุ่มเราก็ได้เงินเดือนน้อยสุดจริงๆค่ะ
เป็นการนัดเจอกัน 3 ชั่วโมงที่ ไม่มีความสุขเอาซะเลย เราตื่นเต้นดีใจอยู่แค่ 5 นาที หลังจากนั้นก็นั่งนอยด์ๆ เบื่อๆ
แต่ก็ดี ทำให้ได้รู้ถึงธาตุแท้ของแต่ละคน เราเลยเอาแต่นั่งฟัง ไม่อยากพูดไม่อยากเถียงอะไร
ไม่อยากไปนั่งอวดอะไรกับเค้า รู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเองเลยจริงๆ
A1 เคยไปเที่ยวประเทศมาเลเซีย 1 ครั้ง แต่ก็จะพูดอวดเหมือนตัวเองไปเที่ยวมาแล้วทุกประเทศทั่วโลก
พูดข่มคนอื่น ว่าชั้นเคยไปต่างประเทศมาแล้วนะ ไม่มีใครในที่นี้รู้ดีกว่าชั้นแล้ว ถ้าชั้นพูดอะไรพวกเธอต้องเชื่อชั้น ฯลฯ ......
อย่าง A3 บอกว่า เคยไปมองโกเลีย กับ โอกินาว่า เพื่อที่จะบอกว่า ประเทศสวยๆน่าเที่ยวในโลกนี้ไม่ได้มีแค่ที่เดียวนะ
A1 ก็ไม่ยอม เถียงจนเอาเป็นเอาตายให้ได้ ว่ามาเลเซียที่ชั้นไปมาดีที่สุด เลิศเลอเพอเฟคที่สุด ประเทศไหนๆ ก็สู้มาเลเซียไม่ได้
พวกเธอไม่เคยไปก็อย่ามาพูด
และ A1 ยังบอกว่าทริปหน้าไปมาเลเซียกันนะ เดี๋ยวชั้นจะแนะนำอาหารและที่พักให้เอง เราเลยรีบปฏิเสธล่วงหน้าไว้ก่อน
และอย่างเราบอกว่า เราอยากไปไต้หวันตอนช่วงปลายปี
A1 ก็พูดขึ้นมาว่า ประเทศกระจอก จะไปกินหมาหรอ?
เรานี่ขึ้นเลยค่ะ ขอตัวลุกไปขี้ แล้วก็ขอเช็คบิลกลับ
คงไม่มีครั้งหน้าอีกแล้ว เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนสินะ แต่ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้
เพราะเมื่อก่อน พวกเค้าเหล่านี้ ไม่ใช่คนแบบนี้เลยค่ะ T__T
เรากับ A3 เดินออกมาจากร้านอย่าง งงๆ มองหน้ากันแล้วยิ้ม แล้วกวักเรียกแท็กซี่กลับบ้าน
สรุปว่า การมาพบเจอในครั้งนี้ เป็นการพบเพื่อจากจริงๆ คงไม่กลับไปนัดเจอกันแบบนี้อีกแล้ว