ความเกรงใจแบบไทยๆ ทำให้เกิดความด้อยประสิทธิภาพในการบริหารหรือไม่

กระทู้สนทนา
เนื่องจากผมเข้าไปประชุมที่เวทีต่างๆ มาพอสมควร พบว่าที่ประชุมแบบไทยๆ มีมติแบบ Group Think บ่อยมาก หลายกรณีมีมติแบบเอกฉันท์ 10-0 เห็นชอบโครงการ ฯลฯ แล้วต่อมามันล้มเหลว

สาเหตุคือ หัวโต๊ะ หรือประธานการประชุมนั้นๆ เสนอความเห็นต่อที่ประชุมด้วยการชี้นำ เช่น "ผมว่าดีนะที่หมู่บ้านของเราจะก่อสร้าง child care แถวนี้ก็มีลูกหลานกำลังโต ผู้รับเหมาก็น่าเชื่อถือ บลาๆๆ" "ดิฉันว่สเราน่าจะอนุมัติให้ได้นะ วงเงินไม่เยอะ แล้วเขาก็มีที่อยู่ หลักแหล่งชัดเจน" "ร้องไห้หันไปบอกเลขาว่า ตรงนี้ห้ามอัดเทป) เอาละ ผมขอเรียนทุกท่านว่าบิ๊กบอสสั่งให้ผมอนุมัติโปรเจกต์ภูเขาไฟนี่ มีท่านใดมีปัญหาอะไรหรือไม่"

หลายกรณีเป็นการลงมติแบบไม่มีหลักฐานความเห็นใดๆ จากที่ประชุม ไม่ต้องพูดถึงความเห็นแย้งที่น้ำท่วมปาก แต่พูดถึงแค่ยกมือไม่เห็นด้วยนี่แหละ การประชุมทั่วไป ไม่เหมือนประชุมเผด็จการรัฐสภาครั้งรัฐบาลก่อนๆๆๆๆ ที่ยังเสียบบัตร กดลงคะแนนเห็นด้วยไม่เห็่นด้วย แล้วพรรคค่อยไปไล่จิกไล่ตี สส. ที่ไม่เห็นด้วย เพราะถือว่า กบฏต่อพรรค ทั้งที่เวลารายงานตัวต่อประธานสภา เขากล่าวกันว่า "ผม นาย.... สส.พรรค ในนามสมาชิกรัฐสภา" ซึ่งการกล่าวว่าในนามสมาชิกของสภาใดๆ ก็แล้วแต่หมายถึงความมีอิสระ ในการออกความเห็น แต่ในทางปฏิบัติกลับเป็นการกล่าวตามที่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น

ถามว่า พฤติกรรม group think ในที่ประชุมแบบไทยๆ จะเปลี่ยนแปลงได้ยังไง หากว่าคนที่แหกคอก กลายเป็นแกะดำและอาจถูกถอดจากสมาชิกสภาด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ในคราวถัดไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่