ก่อนเปลี่ยนงาน เช็คความน่าเชื่อถือของบริษัทกันก่อนนะคะ เดี๋ยวจะโดนแบบเรา

สวัสดีค่ะ เรามาแชร์ประสบการณ์ล้มเหลวในการเปลี่ยนงานค่ะ
ก่อนหน้านั้น เราทำงานในบริษัทเกี่ยวกับ ชิ้นส่วนรถยนต์ โบนัส 6 เดือน แต่เงินเดือนค่อนข้างน้อย แล้วอัตราการปรับน้อยมาก
ประกอบกับตอนนั้นเราตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ทำให้เราคิดเรื่องเปลี่ยนงานใหม่ เรื่องเงินเรื่องหลักค่ะ เรื่องเวลาที่ต้องการมีให้ลูกเรื่องรองลงมา
จนหลังคลอดสองสัปดาห์ เราได้ไปสัมภาษณ์กับบริษัทเกี่ยวกับอาหารแบรนด์หนึ่ง ถ้าเอ่ยชื่อต้องร้อง อ้อออ!!!! ทีเดียว
สัมภาษณ์สองรอบค่ะ รอบแรกหัวหน้าคนไทย กับ HR รอบสองนายคนต่างประเทศ สรุปว่าผ่าน
ขั้นต่อไปคือต่อรองกับ HR เรื่องนี้สำคัญนะคะ เงินเดือน
เงินเดือนพอรับได้ ถึงรายได้รวมจะน้อยกว่า เพราะเป็นตำแหน่งหัวหน้างานออฟฟิตไม่มีโอที
เรื่องสวัสดิการทั่วไปคือ ประกันกลุ่ม ซื้อเพิ่มให้ลูกได้ ราคาไม่แพง คุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน ไม่ต้องรอผ่านโปร อันนี้เลยที่เราชอบ
เรื่องโบนัสการันตี 1 เดือนถ้าจำไม่ผิด แล้วก้อเรื่องรถรับส่ง เราถามย้ำหลายรอบมากว่ามีรถรับส่งนะคะ
เพราะบริษัทเอง ค่อนข้างไกลจากบ้าน แล้วรถติดมาก เราไม่สะดวกจะเอาส่วนตัวไปทุกวันด้วยเพราะสามีต้องใช้เวลาไปดูงานนอกบริษัท
ทุกข้อที่ตกลงกันมีปรากฏในสัญญา ยกเว้นเรื่องรถรับส่ง (คงไม่มีที่ไหนระบุเรื่องรถรับส่งในสัญญา)
ในวันที่เซ็ยนต์สัญญาเราก็ถามย้ำเรื่องรถรับส่งอีก HR ยืนยันว่ามีรถรับส่งค่ะ
หลังจากนั้นเราก็เริ่มทำงานหลังคลอดได้ 2 เดือนเพราะเกรงใจไม่อยากให้เค้าต้องรอ
เริ่มงานตอนแรกไม่มีรถรับส่ง เราก็เกรงใจอีก แอบถามหัวหน้า หัวหน้าไปคุยกับ HR เค้าบอกรอหน่อยนะ
เพราะสายบ้านเราไม่มีคนขึ้น (แต่มีรับเด็กในไลน์ผลิตเลยบ้านเราไป)
พอเดือนที่สองเรามีอาการปวดท้องเพราะประจำเดือนมาเดือนแรก เราก็เลยไปหาหมอ ใน รพ. ที่ดิวกับประกัน
โดยสำรองจ่ายไปก่อน 2 ครั้งยอดประมาณ 4000฿ ตลอดเวลาที่ทำงานก้อยังไม่มีรถรับส่ง เราถามหลายรอบมาก
มีอยู่สองครั้งสามีเราต้องใช้รถ เราก็โทรไปลา จะบอกไม่มีรถทำงานก็น่าเกลียด ถึงจะเป็นความจริงก็เหอะ
เราเลยบอกว่าลูกป่วย HR ก็หักเงินเดือนเราไป จนเดือนที่สามมาบอกเราว่าไม่มีรถรับส่งนะเราเอารถมาได้ไหม เราบอกไม่ได้ค่ะ
เพราะสามีต้องใช้รถยนต์ ยังบอกเราอีกนะมอไซค์ขับมาได้ไหม  เราบอกขับไม่เก่ง รถเยอะเราไม่กล้า เรากลัว
เราบอกว่าน่าจะบอกเราตั้งแต่แรก เพราะเราเอารถมาเองก้อมีค่าน้ำมันตกเดือนละ 3000฿ (ซื้อนมลูกคนโตไปเป็นลัง)
หักค่าน้ำมันเราได้เงินเดือนๆหนึ่งน้อยกว่าที่เดิมอีก จนเราทนไม่ไหว หางานใหม่ แล้วก้อได้ในเดือนนั้นแหละ แจ้งออกล่วงหน้า 1 เดือนปกติ
ระหว่างนั่นเราตามเงินค่ารักษาพยาบาลกับประกัน ปรากฏว่า ประกันแจ้งว่าเราไม่มีรายชื่อคือทางบริษัทไม่ได้แจ้งชื่อเรา
ทาง HR บอกจะตรวจสอบให้ จนกระทั่งวันที่เราทำงานวันสุดท้ายก็ยังไม่ได้ (เกือบสองเดือนที่ไม่มีความคืบหน้า)
พอสิ้นเดือนเราแจ้งออก 30 แต่เราไปทำงานแค่ 25 เพราะลูกคนเล็กป่วย แต่เงินเข้า 25 พอดี เราได้เงินเกินมา คิดเป็นค่าแรงสามวัน
ตกเย็นวันนั้น HR โทรมาทวงเงินคืน เราก็จะคืนแหละ เลยนึกได้ถามเรื่องเงินค่ารักษาพยาบาล HR บอกว่ามันคนละส่วนเดี๋ยวเช็คให้
เราบอกเช็คมาสองเดือนแล้วนะคะ ทำไมไม่มีอะไรคืบหน้า เงินพี่อยากได้คืน เงินเราก้ออยากได้คืนเหมือนกัน
เราบอกตามเรื่องนี้ให้เราก่อนเราคืนแน่ เพราะเงินเรามันมากกว่าที่ต้องคืนเค้า เค้าก้อไม่สนใจ
มาทวงเรา ส่งอีเมล์ จดหมาย ทั้งๆที่โทรมาก็ได้ แต่ไม่โทรมา เราโกรธตัวเองมากที่หลงเข้าไปทำงานที่นี้
เงินเดือนแทนที่จะได้มากกว่าเดิม กลับได้น้อยกว่าเดิม แถมมาโดนแบบนี้ แย่มาก เรากำลังรวบรวมหลักฐานแล้วเข้าไปคุยกับเค้า
แต่ที่สำคัญพวกใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล กับใบรับรองแพทย์เค้าเอาไปหมด ตอนทำเรื่องเบิก
กลายเป็นไม่อยากคืนเงิน เพราะรู้สึกเสียเปรียบ ขอเตือนคนที่อยากเปลี่ยนงานนะคะศึกษาบริษัทที่เราจะไปทำงานด้วย
ความน่าเชื่อถือของ HR สำคัญ ทำงานแลกเงินอ่ะเนอะ เสียประวัติ เปลี่ยนงานบ่อย แถมเสียเวลาอีก เฮ้อ!!!!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่