สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา แท็กถูกผิดยังไงขออภัยด้วยค่ะ เข้าเรื่องเลยนะคะ พอดีเราได้ไปดูหนัง wonder women มาในวันที่ 15/06/2560 รอบ 14.30 น. ที่เมเจอร์รังสิต เรานั่งแถว C ค่ะ เบาะ 3 4 5 ไปกันสามคนมีเรา พี่สาว และแฟนพี่สาว เหตุมันเกิดช่วงกลางๆเรื่องค่ะ คือเราลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วพอกลับมามันเป็นช่วงตื่นเต้นพอดีจึงนั่งตรงเบาะเลข 2 ก่อนเพราะไม่อยากบังคนอื่นตอนเดินเข้า(เบาะนี้ไม่มีใครนั่งค่ะ) เราก็ดูไปสักพักรู้สึกว่าแสงมันแยงตา เลยชะเง้อไปดู มีผู้หญิงคนนึงนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงเบาะ 1 แถวด้านล่าง เราก็เออ นิดหน่อย ไม่เป็นไร สักพักได้ยินเสียงเด็ก จริงๆได้ยินมานานแล้ว แต่คิดว่าอยู่ไกลเลยไม่อะไร แต่เริ่มเสียงดังจริงๆละ เราก็ช่างมันอีกรอบ เห็นว่าเป็นเด็ก ผ่านไปสักพักเด็กร้องไห้ เราว่ามันไม่ใช่ละเลยมองหาว่าเด็กอยู่ตรงไหน สรุปก็คือมากับผู้หญิงคนที่เล่นโทรศัพท์ตะกี้ เราเลยบอกไปว่า "ขอโทษนะคะ ช่วยทำให้เด็กเงียบทีได้ไหมคะ" เขาก็ไม่พูดอะไรแต่จูงเด็กออกไปข้างนอกแทน แต่เราได้ยินเสียงดุเด็กอยู่ไกลๆ เราก็คิดว่าน่าจะจบแล้ว ก็ดูหนังต่อจนจบ
พอออกมาเราก็แวะเข้าห้องน้ำกัน แต่เราไม่ปวดเราก็รออยู่ที่เก้าอี้ข้างหน้า เขาก็เดินตามมา ทำให้รู้ว่ามีผู้ชายอีกคนมาด้วย(คิดว่าน่าจะเป็นพ่อแม่ลูก) สักพักเราได้ยินเขาคุยโทรศัพท์ประมาณว่าแบบหงุดหงิดอะไรสักอย่าง เราก็ไม่สนใจคิดว่าไม่ใช่เรื่องตัวเอง แต่พอพี่เราออกจากห้องน้ำมา เดาได้ว่าคงได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นเขาว่าเรา พี่เราทนไม่ไหวเพราะพี่บอกเห็นด่าไม่หยุดมาตั้งแต่ออกโรงแล้ว พี่เราเลยสวนกลับไปว่า
(บทสนทนาอาจจะไม่เป๊ะนะคะ แต่ไม่ใส่ไข่เกินจริงแน่นอน)
พี่ : ใครกันแน่คะที่ไม่มีมารยาท โรงหนังก็ไม่อนุญาติให้เล่นโทรศัพท์อยู่แล้วก็ยังจะเล่น แล้วยังจะมาด่าคนอื่นแบบนี้อีก
ผู้หญิง : อะไรคะ ไม่ได้ว่าคุณเลยนะคะ รู้ได้ไงว่าว่าคุณ
พี่ : ก็รู้ๆกันอยู่ ตัวเองผิดแท้ๆยังมีหน้ามาว่าคนอื่นอีก
ผู้หญิง : ผิดอะไร ฉันไม่ได้ผิด ฉันจะเล่นโทรศัพท์มันก็เรื่องของฉัน เธอมายุ่งอะไรด้วย
เรา : อ้าว ก็แสงมันแยงตา อุตส่าห์ใจเย็นแล้วนะ ยังจะมาพูดจาแบบนี้อีก
แต่นางก็ไม่ยอมรับผิดอ่ะ จนสามีกับลูกนางมา(เพิ่งเข้าห้องน้ำเสร็จ) เลยเข้ามาห้าม พอเห็นสามีมาปุ้ป ผู้หญิงคนนั้นเก่งทันทีเลย จากตอนแรกที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องน้ำ ลุกขึ้นจะเดินมาหาเรา ก็เถียงกันต่อสักพัก แต่เราจำไม่ได้ เราจำได้บางประโยคตามนี้
ผู้หญิง : มึ_ จะทำไมกู อีพวกผิดเพศ
(เรากับแฟนพี่สาวเราเป็นทอม)
เรา : อ้าว เกี่ยวอะไรอ่ะ นอกจากไม่มีมารยาทแล้วยังปากไม่ดีอีกนะ
พี่ : ระวังลูกพี่เป็นตุ๊ดบ้างนะคะ (พี่เราไม่มีเจตนาในการดูถูกเพศไหนทั้งสิ้นนะคะ พูดไปเพราะอารมณ์ล้วนๆ)
ผู้หญิง : จะทำไม อีร้อยค_ย (หันไปทางพี่สาวเรา)
แฟนพี่สาว : อ้าว ไมพูดงี้วะ (เดินเข้าไปหาละ แต่สามีนางกันไว้)
ผู้หญิง : ทำไม มีผั_แบบนี้เปลี่ยนผั_เถอะ มีผั_มากี่คนแล้วล่ะ
แฟนพี่สาว : เฮ้ย! จะเอาใช่มั้ย อุตส่าห์พูดดีๆด้วยแล้วนะ
ผู้หญิง : แต่งตัวก็สก๊อย
พี่สาว : โห ด่าคนอื่นไม่ดูการแต่งตัวของตัวเองเลยเน้อะ
พี่สาวเราใส่เสื้อสีขาวแขนกุดกับเอี๊ยมยีนส์(นางคงอยากแต่งแบบมินเนี่ยนไรงี้มั้ง เพราะดูมินเนี่ยนมาก่อนหน้านี้) ส่วนผู้หญิงคนนั้นแต่งเสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าแตะ เราก็ไม่ได้อยากดูถูกหรอกนะ แต่ดูก็รู้ว่าใครสก๊อยอ่ะ
พี่ผู้ชาย : จบเถอะนะน้องพี่ขอ
เรา : ไม่ ต้องขอโทษก่อน ตัวเองผิดแท้ๆยังไม่รู้ตัว ยังจะมาด่าคนอื่นแบบนี้อีก สงสารเด็กจริงๆที่มีแม่แบบนี้
ผู้หญิง : ทำไมต้องขอโทษ กูไม่ได้ทำอะไรผิด
พี่ผู้ชาย : น้องพี่ขอเถอะนะ พี่ขอโทษเองนะ พี่ขอโทษนะ
พี่ : หนูไม่ต้องการคำขอโทษจากพี่ค่ะ แต่ช่างมันเถอะ หนูไม่อยากมีปัญหาแล้ว แต่สงสารพี่นะ มีเมียแบบนี้
ละพี่เราก็ลากเรากับแฟนออกมา แฟนพี่เรามันก็ไม่ยอมจะอยู่รอหน้าที่ฉีกตั๋ว จะรอเคลียอีก แต่พี่เราไม่เอาแล้ว อีกอย่างคือพนักงานวุ่นวายกันหมดแล้วเราเกรงใจเขาด้วย คือวิ่งกันมาเป็นสิบ พี่เราเลยลากเราสองคนกลับมาที่รถ
สรุปนะคะ การเตือนว่าเด็กร้องไห้เสียงดังนี่ผิดหรอคะ แล้วการเล่นโทรศัพท์ในโรงหนังนี่มันก็เห็นอยู่ชัดๆว่าไม่ถูก ทำไมถึงไม่ยอมรับผิด แถมยังมาด่าคนอื่นแบบแบบนี้ โตมาในสังคมแบบไหนหรอคะ เราไม่โทษเด็กที่ร้องไห้เพราะน้องเล็ก แต่โทษพ่อแม่ที่พาน้องมาทั้งที่น้องยังไม่พร้อมจะอยู่ในสังคมแถมยังแสดงกิริยามารยาทแบบนี้ต่อหน้าเด็ก พูดคำหยาบต่อหน้าเด็ก จนเด็กมันจะร้องไห้แล้วยังไม่หยุดจนพี่เราต้องหยุดแทนเพราะกลัวน้องร้องไห้และสงสารพี่ผู้ชาย กระทู้นี้อาจจะแค่มาบ่นมาระบาย แต่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนอย่าทำตัวแบบนี้ การดูหนังควรเลือกให้สมวัยเด็ก ให้เด็กสนใจ ไม่ใช่เลือกตามความต้องการตัวเอง แล้วพอเด็กมันไม่อยากดูมันก็งอแง ลูกจะโตมาเป็นคนแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่นะคะ ฝากไว้แค่นี้ค่ะ
เดี๋ยวนี้คือเตือนแม่ไม่ได้แล้วใช่ไหมคะ ที่ปล่อยให้ลูกร้องไห้ในโรงหนัง
พอออกมาเราก็แวะเข้าห้องน้ำกัน แต่เราไม่ปวดเราก็รออยู่ที่เก้าอี้ข้างหน้า เขาก็เดินตามมา ทำให้รู้ว่ามีผู้ชายอีกคนมาด้วย(คิดว่าน่าจะเป็นพ่อแม่ลูก) สักพักเราได้ยินเขาคุยโทรศัพท์ประมาณว่าแบบหงุดหงิดอะไรสักอย่าง เราก็ไม่สนใจคิดว่าไม่ใช่เรื่องตัวเอง แต่พอพี่เราออกจากห้องน้ำมา เดาได้ว่าคงได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นเขาว่าเรา พี่เราทนไม่ไหวเพราะพี่บอกเห็นด่าไม่หยุดมาตั้งแต่ออกโรงแล้ว พี่เราเลยสวนกลับไปว่า
(บทสนทนาอาจจะไม่เป๊ะนะคะ แต่ไม่ใส่ไข่เกินจริงแน่นอน)
พี่ : ใครกันแน่คะที่ไม่มีมารยาท โรงหนังก็ไม่อนุญาติให้เล่นโทรศัพท์อยู่แล้วก็ยังจะเล่น แล้วยังจะมาด่าคนอื่นแบบนี้อีก
ผู้หญิง : อะไรคะ ไม่ได้ว่าคุณเลยนะคะ รู้ได้ไงว่าว่าคุณ
พี่ : ก็รู้ๆกันอยู่ ตัวเองผิดแท้ๆยังมีหน้ามาว่าคนอื่นอีก
ผู้หญิง : ผิดอะไร ฉันไม่ได้ผิด ฉันจะเล่นโทรศัพท์มันก็เรื่องของฉัน เธอมายุ่งอะไรด้วย
เรา : อ้าว ก็แสงมันแยงตา อุตส่าห์ใจเย็นแล้วนะ ยังจะมาพูดจาแบบนี้อีก
แต่นางก็ไม่ยอมรับผิดอ่ะ จนสามีกับลูกนางมา(เพิ่งเข้าห้องน้ำเสร็จ) เลยเข้ามาห้าม พอเห็นสามีมาปุ้ป ผู้หญิงคนนั้นเก่งทันทีเลย จากตอนแรกที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องน้ำ ลุกขึ้นจะเดินมาหาเรา ก็เถียงกันต่อสักพัก แต่เราจำไม่ได้ เราจำได้บางประโยคตามนี้
ผู้หญิง : มึ_ จะทำไมกู อีพวกผิดเพศ
(เรากับแฟนพี่สาวเราเป็นทอม)
เรา : อ้าว เกี่ยวอะไรอ่ะ นอกจากไม่มีมารยาทแล้วยังปากไม่ดีอีกนะ
พี่ : ระวังลูกพี่เป็นตุ๊ดบ้างนะคะ (พี่เราไม่มีเจตนาในการดูถูกเพศไหนทั้งสิ้นนะคะ พูดไปเพราะอารมณ์ล้วนๆ)
ผู้หญิง : จะทำไม อีร้อยค_ย (หันไปทางพี่สาวเรา)
แฟนพี่สาว : อ้าว ไมพูดงี้วะ (เดินเข้าไปหาละ แต่สามีนางกันไว้)
ผู้หญิง : ทำไม มีผั_แบบนี้เปลี่ยนผั_เถอะ มีผั_มากี่คนแล้วล่ะ
แฟนพี่สาว : เฮ้ย! จะเอาใช่มั้ย อุตส่าห์พูดดีๆด้วยแล้วนะ
ผู้หญิง : แต่งตัวก็สก๊อย
พี่สาว : โห ด่าคนอื่นไม่ดูการแต่งตัวของตัวเองเลยเน้อะ
พี่สาวเราใส่เสื้อสีขาวแขนกุดกับเอี๊ยมยีนส์(นางคงอยากแต่งแบบมินเนี่ยนไรงี้มั้ง เพราะดูมินเนี่ยนมาก่อนหน้านี้) ส่วนผู้หญิงคนนั้นแต่งเสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าแตะ เราก็ไม่ได้อยากดูถูกหรอกนะ แต่ดูก็รู้ว่าใครสก๊อยอ่ะ
พี่ผู้ชาย : จบเถอะนะน้องพี่ขอ
เรา : ไม่ ต้องขอโทษก่อน ตัวเองผิดแท้ๆยังไม่รู้ตัว ยังจะมาด่าคนอื่นแบบนี้อีก สงสารเด็กจริงๆที่มีแม่แบบนี้
ผู้หญิง : ทำไมต้องขอโทษ กูไม่ได้ทำอะไรผิด
พี่ผู้ชาย : น้องพี่ขอเถอะนะ พี่ขอโทษเองนะ พี่ขอโทษนะ
พี่ : หนูไม่ต้องการคำขอโทษจากพี่ค่ะ แต่ช่างมันเถอะ หนูไม่อยากมีปัญหาแล้ว แต่สงสารพี่นะ มีเมียแบบนี้
ละพี่เราก็ลากเรากับแฟนออกมา แฟนพี่เรามันก็ไม่ยอมจะอยู่รอหน้าที่ฉีกตั๋ว จะรอเคลียอีก แต่พี่เราไม่เอาแล้ว อีกอย่างคือพนักงานวุ่นวายกันหมดแล้วเราเกรงใจเขาด้วย คือวิ่งกันมาเป็นสิบ พี่เราเลยลากเราสองคนกลับมาที่รถ
สรุปนะคะ การเตือนว่าเด็กร้องไห้เสียงดังนี่ผิดหรอคะ แล้วการเล่นโทรศัพท์ในโรงหนังนี่มันก็เห็นอยู่ชัดๆว่าไม่ถูก ทำไมถึงไม่ยอมรับผิด แถมยังมาด่าคนอื่นแบบแบบนี้ โตมาในสังคมแบบไหนหรอคะ เราไม่โทษเด็กที่ร้องไห้เพราะน้องเล็ก แต่โทษพ่อแม่ที่พาน้องมาทั้งที่น้องยังไม่พร้อมจะอยู่ในสังคมแถมยังแสดงกิริยามารยาทแบบนี้ต่อหน้าเด็ก พูดคำหยาบต่อหน้าเด็ก จนเด็กมันจะร้องไห้แล้วยังไม่หยุดจนพี่เราต้องหยุดแทนเพราะกลัวน้องร้องไห้และสงสารพี่ผู้ชาย กระทู้นี้อาจจะแค่มาบ่นมาระบาย แต่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนอย่าทำตัวแบบนี้ การดูหนังควรเลือกให้สมวัยเด็ก ให้เด็กสนใจ ไม่ใช่เลือกตามความต้องการตัวเอง แล้วพอเด็กมันไม่อยากดูมันก็งอแง ลูกจะโตมาเป็นคนแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่นะคะ ฝากไว้แค่นี้ค่ะ