สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 36
ผมกลับมีความคิดต่างนะครับ ในฐานะ นักเดินทาง ที่ชอบไปแบบ Backpack คนนึง เที่ยวปีนึง ก็ 10 กว่าทริป
พูดถึงมัลดีฟส์ สิ่งแรกที่ทุกคนคิด คือ บ้านบนน้ำแน่นอน แต่ราคา ก็ไม่ใช่ถูกๆ อย่างต่ำก็ 30,000 up
เรียกว่า แพงมาก แต่ก็เป็นเกาะ ในฝัน ที่ทุกคนอยากไป สักครั้ง
ถามว่า มนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ แบบเรา จะมีโอกาส ได้ไปแบบนั้นรึป่าว ตอบเลยว่า ยากกกก เหมือนกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่นักเดินทาง ส่วนใหญ่ ชอบ แล้วก็ หลงใหล มันไม่ใช่ จุดหมายปลายทางหรอกครับ
แต่มันคือเรื่องราว ระหว่างการเดินทาง ต่างหาก ที่เราจะได้เจอกับอะไรแปลกๆ ที่เราคาดไม่ถึง
ไหนจะวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ของคนในแต่ละประเทศ มันก็ไม่เหมือนกันละ
สภาพแวดล้อม สิ่งก่อสร้าง บ้านเรือน ก็ไม่เหมือนกัน นั่นต่างหาก คือสิ่งที่เราต้องไปดู ไปเรียนรู้
ที่สำคัญ มัลดิฟส์ มันไม่ได้มีแค่ บ้านพักบนน้ำ แน่ๆ ครับ มันมีเป็น ร้อย เป็นพันเกาะ ทั้งเกาะเล็ก เกาะใหญ่
มันอาจจะมีเกาะเล็กๆ สวยๆ แบบแปลกๆ ที่แน่ๆ ภูเก็ต พีพี บ้านเราไม่มีแน่ๆ ครับ
เช่น เจ้านี่ " sandbank " เกาะเล็กๆ ที่เล็กมาก แล้วก็สวยมากก แถมล้อมรอบไปด้วยน้ำสีฟ้าคราม สวยๆ


ถามว่าบ้านเรามีมั้ย ไม่มีแน่นอน แล้วถามว่า หลายคนรู้มั้ย ว่ามีแบบนี้ ก็ไม่รู้แน่นอน
เพราะฟังคนอื่นมา ดูตามคนอื่นมา คิดเอาเอง ว่า มัลดีฟท์ มันต้อง ไปนอนบ้านบนน้ำ เท่านั้น
ถามว่า ถ้าเรามัวแต่ คิดแบบนี้ เชื่อแบบนี้ ไม่ออกไปสัมผัส ด้วยตาตัวเอง ไม่หาข้อมูลด้วยตัวเอง
เราจะรู้เหรอครับ ว่าจริงๆ มันเป็นยังไง ถ้ามีแต่คน มาบอกว่าไม่คุ้ม ไปถึงไม่ได้นอนบ้านบนน้ำ ก็เหมือนไม่ได้ไป มัลดีฟท์ จะไปทำไม
มัลดีฟท์ มันมีแค่นั้น จริงๆ เหรอครับ ผมคนนึงแหละที่ไม่เชื่อในสิ่งที่คนอื่นบอก เราต้องไปสัมผัส ด้วยตัวเองเท่านั้น
ถามว่า ได้ไปพักบ้านบนน้ำจริงๆ กะแค่ผ่านไปดู ไปถ่ายรูป แตกต่างกันมั้ย
สำหรับบางคนอาจจะบอก ไปแค่นั้นไปทำไม แต่อย่างน้อย ผมก็จะบอก ว่าผมได้ไปมาแล้วนะครับ
อย่างน้อยผมก้ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง ไปสัมผัส ด้วยตัวเอง ไม่ใช่มามัวแต่นั่งรอ เวลา และรอโอกาศ
ชีวิตนี้ คงไม่ได้ไปไหนกันพอดีครับ
รูปจะสวยแค่ไหน มันจะไม่มีความหมายเลย ถ้าเราไม่ได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองนะครับ
เพราะงั้น ที่เค้าเปิดสายการบินใหม่มา สำหรับผม มันคือโอกาส ครับ
โอกาสที่จะได้ออกไปดูโลก โอกาสที่จะได้ไปเจออะไรใหม่ๆ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ
ประสบการณ์ มีเงินแต่ไหน ก็ซื้อกันไม่ได้ครับ ถ้าไม่ได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง
สำหรับนักเดินทาง มนุษย์เงินเดือนแบบผม นี่มันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มอีกครับ
ใครไม่จอง ผมจองแน่นอนครับ 55+ แล้วเดี๋ยวถ้าได้ไป จะมารีวิวให้ดุกันนะครับ ว่ามัลดีฟส์ มันเป็นยังไง อิอิ
พูดถึงมัลดีฟส์ สิ่งแรกที่ทุกคนคิด คือ บ้านบนน้ำแน่นอน แต่ราคา ก็ไม่ใช่ถูกๆ อย่างต่ำก็ 30,000 up
เรียกว่า แพงมาก แต่ก็เป็นเกาะ ในฝัน ที่ทุกคนอยากไป สักครั้ง
ถามว่า มนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ แบบเรา จะมีโอกาส ได้ไปแบบนั้นรึป่าว ตอบเลยว่า ยากกกก เหมือนกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่นักเดินทาง ส่วนใหญ่ ชอบ แล้วก็ หลงใหล มันไม่ใช่ จุดหมายปลายทางหรอกครับ
แต่มันคือเรื่องราว ระหว่างการเดินทาง ต่างหาก ที่เราจะได้เจอกับอะไรแปลกๆ ที่เราคาดไม่ถึง
ไหนจะวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ของคนในแต่ละประเทศ มันก็ไม่เหมือนกันละ
สภาพแวดล้อม สิ่งก่อสร้าง บ้านเรือน ก็ไม่เหมือนกัน นั่นต่างหาก คือสิ่งที่เราต้องไปดู ไปเรียนรู้
ที่สำคัญ มัลดิฟส์ มันไม่ได้มีแค่ บ้านพักบนน้ำ แน่ๆ ครับ มันมีเป็น ร้อย เป็นพันเกาะ ทั้งเกาะเล็ก เกาะใหญ่
มันอาจจะมีเกาะเล็กๆ สวยๆ แบบแปลกๆ ที่แน่ๆ ภูเก็ต พีพี บ้านเราไม่มีแน่ๆ ครับ
เช่น เจ้านี่ " sandbank " เกาะเล็กๆ ที่เล็กมาก แล้วก็สวยมากก แถมล้อมรอบไปด้วยน้ำสีฟ้าคราม สวยๆ


ถามว่าบ้านเรามีมั้ย ไม่มีแน่นอน แล้วถามว่า หลายคนรู้มั้ย ว่ามีแบบนี้ ก็ไม่รู้แน่นอน
เพราะฟังคนอื่นมา ดูตามคนอื่นมา คิดเอาเอง ว่า มัลดีฟท์ มันต้อง ไปนอนบ้านบนน้ำ เท่านั้น
ถามว่า ถ้าเรามัวแต่ คิดแบบนี้ เชื่อแบบนี้ ไม่ออกไปสัมผัส ด้วยตาตัวเอง ไม่หาข้อมูลด้วยตัวเอง
เราจะรู้เหรอครับ ว่าจริงๆ มันเป็นยังไง ถ้ามีแต่คน มาบอกว่าไม่คุ้ม ไปถึงไม่ได้นอนบ้านบนน้ำ ก็เหมือนไม่ได้ไป มัลดีฟท์ จะไปทำไม
มัลดีฟท์ มันมีแค่นั้น จริงๆ เหรอครับ ผมคนนึงแหละที่ไม่เชื่อในสิ่งที่คนอื่นบอก เราต้องไปสัมผัส ด้วยตัวเองเท่านั้น
ถามว่า ได้ไปพักบ้านบนน้ำจริงๆ กะแค่ผ่านไปดู ไปถ่ายรูป แตกต่างกันมั้ย
สำหรับบางคนอาจจะบอก ไปแค่นั้นไปทำไม แต่อย่างน้อย ผมก็จะบอก ว่าผมได้ไปมาแล้วนะครับ
อย่างน้อยผมก้ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง ไปสัมผัส ด้วยตัวเอง ไม่ใช่มามัวแต่นั่งรอ เวลา และรอโอกาศ
ชีวิตนี้ คงไม่ได้ไปไหนกันพอดีครับ
รูปจะสวยแค่ไหน มันจะไม่มีความหมายเลย ถ้าเราไม่ได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองนะครับ
เพราะงั้น ที่เค้าเปิดสายการบินใหม่มา สำหรับผม มันคือโอกาส ครับ
โอกาสที่จะได้ออกไปดูโลก โอกาสที่จะได้ไปเจออะไรใหม่ๆ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ
ประสบการณ์ มีเงินแต่ไหน ก็ซื้อกันไม่ได้ครับ ถ้าไม่ได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง
สำหรับนักเดินทาง มนุษย์เงินเดือนแบบผม นี่มันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มอีกครับ
ใครไม่จอง ผมจองแน่นอนครับ 55+ แล้วเดี๋ยวถ้าได้ไป จะมารีวิวให้ดุกันนะครับ ว่ามัลดีฟส์ มันเป็นยังไง อิอิ
สมาชิกหมายเลข 4161737 ถูกใจ, เมนี่โก ถูกใจ, Airni ถูกใจ, supalak1984 ถูกใจ, Destinyphotos ถูกใจ, mayureen ถูกใจ, bluelanky ถูกใจ, iconnext ถูกใจ, เข้ามากดปุ่ม ถูกใจ, aisukun ถูกใจรวมถึงอีก 6 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 6
แทนที่จะเอาเครื่องมาเปิดไต้หวันก่อน มีโอกาสรุ่งกว่าเยอะ ไม่รุ้คิดยังไง
เข้ามากดปุ่ม ถูกใจ, The man from black water city ถูกใจ, Vergissmeinnicht ถูกใจ, Louis Koo ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3288832 ขำกลิ้ง, ลิเทียมพอลิเมอร์ ถูกใจ, Bluedonut ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 863062 ถูกใจ, Arson ถูกใจ, poa_busy ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 16
เป็นรูท สำหรับคนที่มีแพลน + มีเงิน
รอดูกันไปดีกว่า ถ้าคงราคาให้ถูกกว่า PG ราวๆ 30-40% บินแค่ 4.10 ชั่วโมง น่าจะอยู่ได้แบบบาหลี ซึ่งเส้นนั้นก็มี TG บินอยู่
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เมื่อวานผมก็คิดสะระตะอยู่ 3 ชั่วโมง
คือ ถ้าจะเอาให้ดีไปเลย เท่ากับว่า ค่าเครื่องบินราคาโปรฯ จะประมาณ 10-20% ของทั้งหมดที่ต้องจ่าย
(ค่าตั๋วห้าพันต่อคน ค่าที่พักเกือบห้าหมื่น เหอๆๆ)
แต่ถามว่า ถ้าเอาแบบประหยัด จ่ายเพิ่มซักหมื่น-สองหมื่น ก็ต้องลุยนิดนึง
ถามว่าอยู่ได้ไหม รอดูกันไปดีกว่า เพราะคนที่รู้สึกว่า ประหยัดค่าเครื่อง ไปทุ่มกับที่พัก ค่า transfer ก็น่าจะมี
อย่างน้อยก็เซฟค่าตั๋วไป-กลับ กรุงเทพ-มัลดีฟไปได้ร่วมๆ หมื่นแล้ว (แต่ก็ถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากอยู่ดี เมื่อเทียบกับเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมด)
ปล. ค่า transfer ไป-กลับ จากสนามบินไปที่พัก แพงกว่าค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ จากกรุงเทพ นะครับ
และที่สำคัญ พวกเว็บจองโรงแรม หรือ แม้แต่ที่บางเพจพยายามดัน ราคาแพคเกจจะไม่รวมค่า transfer
ตัวอย่างเช่น ...
Centara Ras Fushi คิดค่า transfer 136 USD ไป-กลับ ด้วยสปีดโบ๊ท ราว 20-25 นาทีตรงจากสนามบิน
ที่พักกลุ่มที่ วิ่งสปีดโบ๊ทตรงจากสนามบินสู่ที่พัก ละแวกใกล้ๆ สนามบิน
เริ่มที่ 85-105 USD ไป-กลับ อันนี้คืออย่างถูกๆ นั่ง 10-15 นาทีจากสนามบิน
ถ้าเป็นซีเพลน เริ่มที่ 3xx USD ไป-กลับ แน่นอนครับ ยิ่งไปไกลยิ่งแพง
อย่าง Centara Grand คิดค่าซีเพลน ไป-กลับ ราว 390 USD บินประมาณ 30 นาทีจากสนามบินน้ำมาเล่
จุดที่ต้องระวังคือ ภาษีท้องถิ่น บางโรงแรมคิดแค่ 12% แต่บางแห่งคิด 23% เป็นส่วนที่ต้องจ่ายเพิ่มหน้างาน
และส่วนใหญ่มีค่าเหยียบเกาะ หรือค่าบำรุงรักษาเกาะอีก 6 USD ต่อคนต่อวัน
เวลาจองที่พัก จึงต้องดูดีๆ ว่า ราคาที่จ่ายตรงกับโรงแรมในส่วนห้องพักเท่าไหร่ และ จ่ายเพิ่มหน้างานอีกเท่าไหร่ (ปกติค่า transfer และภาษีต่างๆ จะจ่ายหน้างานที่โรงแรมได้ รูดบัตรได้เลย เวลาจ่ายก็จะจ่ายสองครั้งคือ ตอนรูดจองโรงแรม และจ่ายหน้างานที่โรงแรม)
และ ราคารวมอะไรบ้าง เช่น อาหารเช้า / half board (เช้า-เย็น) / full board (เช้า-กลางวัน-เย็น) / All inclusive (อาหารทุกมื้อ+เครื่องดื่ม)
ซึ่งโรงแรมส่วนใหญ่มีออฟชั่นให้จ่ายเพิ่มทั้งหมด และถ้าเป็นโรงแรมที่อยู่บนเกาะ ยังไงก็ต้องซื้อกินบนเกาะ หนีไปไหนไม่ได้ครับ
--------------------------------------------------
แต่สำหรับสายถูก ขอให้ได้ไปเช็คอินที่มัลดีฟ เหมาะสำหรับ Gen Y Gen Z ขาลุย
1. นอนเมืองมาเล่ นั่งเรือข้ามฟากจากสนามบินไปแค่ 1 USD อยู่แบบลุยๆ ดูวิถีชีวิตคนท้องถิ่น
2. นอนที่พักฝั่งติดกับสนามบิน Hulhumale ที่พักราคาเริ่มต้นมักอยู่ที่นี่
3. นอนไกล ไปเกาะที่มี Public Ferry จากมาเล่ก็ราว 2 USD นั่งไปเรื่อยๆ ราวๆ 1.30 ชั่วโมง เพลินๆ
ถ้าเกาะยอดนิยมสุด คงเป็น Maafushi แต่เกาะอื่นๆ ก็มีให้เลือก ราคาที่พักและทุกอย่างก็จะประหยัดกว่า
ได้เห็นมัลดีฟอีกมุม (อารมณ์คล้ายหลีเป๊ะ แต่สีน้ำและหาดทรายสวยกว่า) ชุมชนบนเกาะ local สุดๆ
ได้เห็นทะเลว้าวๆ และซื้อ Day Tour ไปดำน้ำ ไปดูโลมา ไปดูเต่าทะเลยักษ์ และ Sand Bank ในราคาไม่แพงมาก
แต่สายถูก กับสายแพง ชีวิตต่างกันแบบสุดขั้ว ก็แค่นั้นเอง มัลดีฟไม่ค่อยมีทางสายกลางให้เลือกเท่าไหร่ 5555
รอดูกันไปดีกว่า ถ้าคงราคาให้ถูกกว่า PG ราวๆ 30-40% บินแค่ 4.10 ชั่วโมง น่าจะอยู่ได้แบบบาหลี ซึ่งเส้นนั้นก็มี TG บินอยู่
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เมื่อวานผมก็คิดสะระตะอยู่ 3 ชั่วโมง
คือ ถ้าจะเอาให้ดีไปเลย เท่ากับว่า ค่าเครื่องบินราคาโปรฯ จะประมาณ 10-20% ของทั้งหมดที่ต้องจ่าย
(ค่าตั๋วห้าพันต่อคน ค่าที่พักเกือบห้าหมื่น เหอๆๆ)
แต่ถามว่า ถ้าเอาแบบประหยัด จ่ายเพิ่มซักหมื่น-สองหมื่น ก็ต้องลุยนิดนึง
ถามว่าอยู่ได้ไหม รอดูกันไปดีกว่า เพราะคนที่รู้สึกว่า ประหยัดค่าเครื่อง ไปทุ่มกับที่พัก ค่า transfer ก็น่าจะมี
อย่างน้อยก็เซฟค่าตั๋วไป-กลับ กรุงเทพ-มัลดีฟไปได้ร่วมๆ หมื่นแล้ว (แต่ก็ถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากอยู่ดี เมื่อเทียบกับเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมด)
ปล. ค่า transfer ไป-กลับ จากสนามบินไปที่พัก แพงกว่าค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ จากกรุงเทพ นะครับ
และที่สำคัญ พวกเว็บจองโรงแรม หรือ แม้แต่ที่บางเพจพยายามดัน ราคาแพคเกจจะไม่รวมค่า transfer
ตัวอย่างเช่น ...
Centara Ras Fushi คิดค่า transfer 136 USD ไป-กลับ ด้วยสปีดโบ๊ท ราว 20-25 นาทีตรงจากสนามบิน
ที่พักกลุ่มที่ วิ่งสปีดโบ๊ทตรงจากสนามบินสู่ที่พัก ละแวกใกล้ๆ สนามบิน
เริ่มที่ 85-105 USD ไป-กลับ อันนี้คืออย่างถูกๆ นั่ง 10-15 นาทีจากสนามบิน
ถ้าเป็นซีเพลน เริ่มที่ 3xx USD ไป-กลับ แน่นอนครับ ยิ่งไปไกลยิ่งแพง
อย่าง Centara Grand คิดค่าซีเพลน ไป-กลับ ราว 390 USD บินประมาณ 30 นาทีจากสนามบินน้ำมาเล่
จุดที่ต้องระวังคือ ภาษีท้องถิ่น บางโรงแรมคิดแค่ 12% แต่บางแห่งคิด 23% เป็นส่วนที่ต้องจ่ายเพิ่มหน้างาน
และส่วนใหญ่มีค่าเหยียบเกาะ หรือค่าบำรุงรักษาเกาะอีก 6 USD ต่อคนต่อวัน
เวลาจองที่พัก จึงต้องดูดีๆ ว่า ราคาที่จ่ายตรงกับโรงแรมในส่วนห้องพักเท่าไหร่ และ จ่ายเพิ่มหน้างานอีกเท่าไหร่ (ปกติค่า transfer และภาษีต่างๆ จะจ่ายหน้างานที่โรงแรมได้ รูดบัตรได้เลย เวลาจ่ายก็จะจ่ายสองครั้งคือ ตอนรูดจองโรงแรม และจ่ายหน้างานที่โรงแรม)
และ ราคารวมอะไรบ้าง เช่น อาหารเช้า / half board (เช้า-เย็น) / full board (เช้า-กลางวัน-เย็น) / All inclusive (อาหารทุกมื้อ+เครื่องดื่ม)
ซึ่งโรงแรมส่วนใหญ่มีออฟชั่นให้จ่ายเพิ่มทั้งหมด และถ้าเป็นโรงแรมที่อยู่บนเกาะ ยังไงก็ต้องซื้อกินบนเกาะ หนีไปไหนไม่ได้ครับ
--------------------------------------------------
แต่สำหรับสายถูก ขอให้ได้ไปเช็คอินที่มัลดีฟ เหมาะสำหรับ Gen Y Gen Z ขาลุย
1. นอนเมืองมาเล่ นั่งเรือข้ามฟากจากสนามบินไปแค่ 1 USD อยู่แบบลุยๆ ดูวิถีชีวิตคนท้องถิ่น
2. นอนที่พักฝั่งติดกับสนามบิน Hulhumale ที่พักราคาเริ่มต้นมักอยู่ที่นี่
3. นอนไกล ไปเกาะที่มี Public Ferry จากมาเล่ก็ราว 2 USD นั่งไปเรื่อยๆ ราวๆ 1.30 ชั่วโมง เพลินๆ
ถ้าเกาะยอดนิยมสุด คงเป็น Maafushi แต่เกาะอื่นๆ ก็มีให้เลือก ราคาที่พักและทุกอย่างก็จะประหยัดกว่า
ได้เห็นมัลดีฟอีกมุม (อารมณ์คล้ายหลีเป๊ะ แต่สีน้ำและหาดทรายสวยกว่า) ชุมชนบนเกาะ local สุดๆ
ได้เห็นทะเลว้าวๆ และซื้อ Day Tour ไปดำน้ำ ไปดูโลมา ไปดูเต่าทะเลยักษ์ และ Sand Bank ในราคาไม่แพงมาก
แต่สายถูก กับสายแพง ชีวิตต่างกันแบบสุดขั้ว ก็แค่นั้นเอง มัลดีฟไม่ค่อยมีทางสายกลางให้เลือกเท่าไหร่ 5555
นายหน้า500 ถูกใจ, iconnext ถูกใจ, เข้ามากดปุ่ม หลงรัก, Ethanol ถูกใจ, CloudHeart ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3288832 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 1866733 ถูกใจ, กลีบมะเฟือง ถูกใจ, David_kop ถูกใจ, unami ถูกใจรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
คิดว่า มัลดีฟส์ แอร์เอเชีย จะไปรอดมั้ยครับ?
แอร์เอเชีย บินตรงทุกวัน ไม่มีโค้ดแชร์ ขายเอง แถมต้องแข่งกับมาเลย์อีก คิดว่าจะไปรอดมั้ยครับ?
ปล.ผมว่าราคาเปิดแพงไป เผลอๆ ถ้าขายไม่ออกจริงๆ โปรแลกแต้มน่าจะถูกกว่านี้นะ (แต่ถ้ามองทั่วไป 5 พันก็ถือว่าถูกแล้วหละ)
ปล2.หลายเพจโหมโฆษณาไม่กี่พันก็ไปได้ จริงๆ โรงแรมที่ได้นั่นมันห้องรู้หนูในเมือง คนจะรู้มั้ยหนะ
ปล3.บางโรงแรมต้องนั่งเรือสปีดโบ้ต - ซีเพลน ต่อไปอีกไม่รู้กี่บาท เผลอๆแพงกว่าค่าตั๋วจาก กทม. คนจองจะรู้มั้ยหว่า