ทางเขาได้ขอโทษไหม
“ต้องรอทางกฏหมายจัดการต่อค่ะ”
จะมีการฟ้องร้องไหม
“ปูว่ามีการเจรจาก่อนดีกว่าค่ะ แต่อย่างบอกว่าปูเคารพในการทำงาน การเป็นมืออาชีพ ทำงานในวงการนี้ ปูไม่มีทางเอาเรื่องไม่ดีมาพูดถึงสินค้าไหน วันนี้ขอไม่พูดต่อละกันค่ะปูพูดไปหมดแล้ว”
เสียความรู้สึกไหม
“ปูทำงานพี่ มันคือธุรกิจ มันเป็นการสื่อสารกัน ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้สึกแล้วค่ะ ถามว่าสามารถร่วมงานกันอีกได้มั้ย ต้องรอตอนต่อไปละกัน”
แนวโน้มเท่าที่คุยเป็นยังไง ขึ้นศาลไหม
“เอาเป็นว่าปูเป็นคนจิตใจดีละกัน ปูเป็นมืออาชีพ ปูไม่มีทางจะพูดหรือทำอะไรไม่ดีกับใครอยู่แล้ว ปูแค่ชี้แจงในความจริง ก็ไม่เป็นไร เมื่อไหร่ที่ปูได้รับความคืบหน้า ปูก็จะชี้แจงเป็นทางการเหมือนคราวที่แล้ว ปูจะไม่ใช้สื่อในการพูดถึงคนอื่นในแง่ลบ ต้องรอค่ะ รายละเอียดมันไม่เหมาะที่จะพูดผ่านสื่อค่ะ”
ถามต่อเรื่องพ่อเข้าโรงพยาบาล
“คุณพ่อเข้าผ่าตัดสองรอบแล้วค่ะ พ่อเป็นโรคหัวใจ ตอนนั้นปูอยู่นิวยอร์ก น้องชายโทรมาบอกว่าท่านเข้าโรงพยาบาล เข้าห้องผ่าตัด บางครั้งปูก็ทำงานเยอะไปจนไม่มีเวลาให้กับท่านพอสมควร เพราะเรามัวแต่ห่วงเรื่องการดูแลเขาในเรื่องเงินและความสบาย แต่สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือลูกสาวอยู่เคียงข้างเค้า ซึ่งก่อนหน้านี้ปูก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเค้าป่วย โชคดีที่ท่านได้พบโรคเร็วและผ่าตัดเร็ว ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตและพ่อจะได้อยู่กับเรานานๆ ปูรักครอบครัวมากค่ะ เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง”
อาการเป็นยังไงบ้าง
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ ลงจากเครื่องเจอพ่อน้ำตาไหลเลย ปกติปูไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็นนะแต่กลั้นไม่อยู่ค่ะ 24 ชั่วโมงที่อยู่บนเครื่องบิน นึกอะไรไม่ออกนอกจากอยากอยู่ในห้องโรงพยาบาลเร็วๆค่ะ”
เรื่องหัวใจบ้าง ล่าสุดทางแฟนหนุ่ม ลบรูปคู่กับปูออกจากในไอจีของเขา เกิดอะไรขึ้น
“8 เดือนที่ผ่านมา ปูทำงานค่อนข้างหนัก แล้วในฐานะดารา ฐานะผู้หญิงที่ทำงานมนุษยธรรม งานสังคม ในฐานะทุกอย่างปูทำหน้าที่พวกนี้ได้ดี แต่ในฐานะคนรัก หรือในฐานะเพื่อนทำไม่ดีเท่าที่ควร คุณแมทได้พยายามสื่อกับปูมาหลายเดือนแล้ว ว่าปูเย็นชา ว่าปูโหมงานหนัก แต่ปูอธิบายกับเขาว่าปูเลี้ยงดูตัวเองตลอด ปูต้องอาศัยอาชีพนี้เพื่อทำตามความฝันและเลี้ยงดูตัวเอง แล้วคุณแมทเขาจะวางงานปูเป็นหลัก อยากให้ปูประสบความสำเร็จก่อน อยากให้ปูได้ดี แล้วเขาหมดหนทางที่จะสื่อกับปูแล้ว ทำยังไงให้ปูเข้าใจว่าชีวิตนี้เราเป็นมนุษย์ เราเป็นผู้หญิงแต่ไม่ต้องสตรองตลอดเวลา คือวงการบันเทิงไทยเราถูกสอนมาว่า เวลาตอบเรื่องความรัก ปูเป็นคนตอบตรงละนะ พอดีว่าเขาอ่านบทสัมภาษณ์ปู เราเป็นดาราก็จะตอบว่า อ๋อ เราศึกษาดูใจกัน คุยกัน แต่ว่าเราไม่ได้มีคำพูดจริงใจหรือการเป็นมนุษย์ แฟนปูได้สอนปูว่า คนเรา สุดท้ายแล้วมีอาชีพที่ประสบความสำเร็จ แต่ขาดคนที่รักเรามันจะไม่มีความสุข ในเหตุการณ์ที่เขาลบรูป คือเขาพยายามที่จะสื่อกับปูให้ปูตื่น ซึ่งมันอยู่ที่ตัวปูที่จะแก้ไขและรับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนนึง ไม่ใช่ปู-ไปรยา แต่เป็นไปรยาผู้หญิงที่เขาได้เจอ ผู้หญิงที่เขาได้ชอบ ว่าจริงๆ แล้วความสัมพันธ์ของเราคือเราเป็นแฟนกันค่ะ แล้วเราก็รักกันมาสักพักนึงแล้ว นี่คือตรงที่สุดในวงการบันเทิงแล้วนะ ไม่มีตรงกว่านี้แล้ว ก็อยากพูดว่า I love you mathew i think you know. ก็ให้เขารู้”
หลักๆ ที่มีปัญหาคือเราไม่มีเวลาให้เขาหรือไม่ชัดเจนเรื่องสถานะ
“สถานะชัดเจนค่ะ แต่ว่าวงการบันเทิงบางทีเราก็รักษาภาพลักษณ์ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องน่าเกลียด เรา 28 แล้วก็ไม่ได้แปลก แล้วปูเป็นคนที่ตรงมาตลอดอยู่แล้ว แต่จะบอกว่าถ้ามาบ้างานจริงมั้ย หนัก แล้วความรับผิดชอบเยอะ แล้วปูเป็นคนที่ปฎิเสธงานไม่เป็น ปูเคยมีวันที่งานไม่ติดต่อหาปูเลย วันที่ภาพลักษณ์ปูไม่ได้เป็นเหมือนทุกวันนี้ วันที่ปูไม่ได้เป็นที่รู้จักเหมือนตอนนี้ ปูดิ้นรนให้คนโทรมา ดิ้นรนให้คนสัมภาษณ์แล้วในวันนี้วันที่มีคนอยากติดต่อ มีคนอยากสัมภาษณ์ปูมันไม่มีทางที่จะปฎิเสธปูพูดเต็มปากเลย แต่ว่าจ้อเสียของตรงนี้คืออย่าลืมว่าปูเป็นมนุษย์ แล้วการเป็นผู้หญิงคือการยอมรับว่าเราอยากมีครอบครัว เราอยากมีความรักแต่เราก็มีอาชีพได้ในเวลาเดียวกัน นั่นคือสิ่งที่คุณแมทสอนปู มันถึงทำให้ปูได้กล้าออกมารับผิดชอบเวลาเราผิดพลาดกับคนที่เรารัก”
กลับมาคุยกันแล้ว
“คุยกันตลอด(หัวเราะ) ตอนนี้เขาน่าจะโอเค เขาคงรู้สึกดีใจ ที่เขาบอกว่าเขาไม่ได้มาเมืองไทยเพราะว่าเขาเข้าใจว่าปูจะย้าย แต่ว่าปูยังรุ่งในอาชีพปู ปูยังต้องรับงานที่นี่อยู่ แล้วเดี๋ยวเขาจะมา”
ดูเขาจริงจัง มีมองเรื่องอนาคตไหม
“มองค่ะ แต่ว่ามันอยู่ที่ตอนนี้ปูจะแก้ไขและรับผิดชอบการเป็นผู้หญิงของปูและอย่างที่บอก ผู้หญิงที่สตรองไม่ใช่ผู้หญิงที่ปฎิเสธความรักอย่างเดียว แต่เป็นผู้หญิงที่เผชิญหน้ากับความจริงและรับผิด และผู้หญิงที่เลี้ยงดูตัวเองได้ กล้าเลือกและกล้าพูดตราบใดที่ไม่ทำร้ายใคร”
กลับมาเหมือนเดิมหรือยัง
“เหมือนเดิมค่ะ ไม่งั้นคงไม่กล้าตอบขนาดนี้”
มีตกลงกันเรื่องเวลาการทำงานไหม
“เขาสำคัญพอๆ กับงาน และครอบครัวของปูค่ะ คือเขาบอกว่าคนเราสามารถทำอาชีพดีที่สุดได้ แต่เราก็สามารถเป็นคนได้อยู่ ไม่ใช่เป็นหุ่นยนต์ แต่บางครั้งปูยอมรับว่าปูบินทุก 2 อาทิตย์ ถ้าไม่บินปูอยู่เมืองไทยปูรับงานทุกวันเลยไม่เคยหยุด ประชุม 5 ทุ่มก็ไป แต่ประเด็นคือปูเห็นคุณค่าของโอกาส เห็นคุณค่าของชื่อเสียง คุณค่าของเงิน มันเลยปฎิเสธได้ยาก ปูยังลุยกับงาน แต่เรื่องครอบครัวก็อยากมี ก็รอดูตอนต่อไปว่าปูจะรับผิดชอบและแก้ไข ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่ปูรัก”
มาแล้วค่ะ " ปู ไปรยา " เปิดใจครั้งแรก...หลังถูกปลดพรีเซนเตอร์ฟ้าผ่า !!! แบรนด์นาฬิกา " OMAGA "
ทางเขาได้ขอโทษไหม
“ต้องรอทางกฏหมายจัดการต่อค่ะ”
จะมีการฟ้องร้องไหม
“ปูว่ามีการเจรจาก่อนดีกว่าค่ะ แต่อย่างบอกว่าปูเคารพในการทำงาน การเป็นมืออาชีพ ทำงานในวงการนี้ ปูไม่มีทางเอาเรื่องไม่ดีมาพูดถึงสินค้าไหน วันนี้ขอไม่พูดต่อละกันค่ะปูพูดไปหมดแล้ว”
เสียความรู้สึกไหม
“ปูทำงานพี่ มันคือธุรกิจ มันเป็นการสื่อสารกัน ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้สึกแล้วค่ะ ถามว่าสามารถร่วมงานกันอีกได้มั้ย ต้องรอตอนต่อไปละกัน”
แนวโน้มเท่าที่คุยเป็นยังไง ขึ้นศาลไหม
“เอาเป็นว่าปูเป็นคนจิตใจดีละกัน ปูเป็นมืออาชีพ ปูไม่มีทางจะพูดหรือทำอะไรไม่ดีกับใครอยู่แล้ว ปูแค่ชี้แจงในความจริง ก็ไม่เป็นไร เมื่อไหร่ที่ปูได้รับความคืบหน้า ปูก็จะชี้แจงเป็นทางการเหมือนคราวที่แล้ว ปูจะไม่ใช้สื่อในการพูดถึงคนอื่นในแง่ลบ ต้องรอค่ะ รายละเอียดมันไม่เหมาะที่จะพูดผ่านสื่อค่ะ”
ถามต่อเรื่องพ่อเข้าโรงพยาบาล
“คุณพ่อเข้าผ่าตัดสองรอบแล้วค่ะ พ่อเป็นโรคหัวใจ ตอนนั้นปูอยู่นิวยอร์ก น้องชายโทรมาบอกว่าท่านเข้าโรงพยาบาล เข้าห้องผ่าตัด บางครั้งปูก็ทำงานเยอะไปจนไม่มีเวลาให้กับท่านพอสมควร เพราะเรามัวแต่ห่วงเรื่องการดูแลเขาในเรื่องเงินและความสบาย แต่สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือลูกสาวอยู่เคียงข้างเค้า ซึ่งก่อนหน้านี้ปูก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเค้าป่วย โชคดีที่ท่านได้พบโรคเร็วและผ่าตัดเร็ว ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตและพ่อจะได้อยู่กับเรานานๆ ปูรักครอบครัวมากค่ะ เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง”
อาการเป็นยังไงบ้าง
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ ลงจากเครื่องเจอพ่อน้ำตาไหลเลย ปกติปูไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็นนะแต่กลั้นไม่อยู่ค่ะ 24 ชั่วโมงที่อยู่บนเครื่องบิน นึกอะไรไม่ออกนอกจากอยากอยู่ในห้องโรงพยาบาลเร็วๆค่ะ”
เรื่องหัวใจบ้าง ล่าสุดทางแฟนหนุ่ม ลบรูปคู่กับปูออกจากในไอจีของเขา เกิดอะไรขึ้น
“8 เดือนที่ผ่านมา ปูทำงานค่อนข้างหนัก แล้วในฐานะดารา ฐานะผู้หญิงที่ทำงานมนุษยธรรม งานสังคม ในฐานะทุกอย่างปูทำหน้าที่พวกนี้ได้ดี แต่ในฐานะคนรัก หรือในฐานะเพื่อนทำไม่ดีเท่าที่ควร คุณแมทได้พยายามสื่อกับปูมาหลายเดือนแล้ว ว่าปูเย็นชา ว่าปูโหมงานหนัก แต่ปูอธิบายกับเขาว่าปูเลี้ยงดูตัวเองตลอด ปูต้องอาศัยอาชีพนี้เพื่อทำตามความฝันและเลี้ยงดูตัวเอง แล้วคุณแมทเขาจะวางงานปูเป็นหลัก อยากให้ปูประสบความสำเร็จก่อน อยากให้ปูได้ดี แล้วเขาหมดหนทางที่จะสื่อกับปูแล้ว ทำยังไงให้ปูเข้าใจว่าชีวิตนี้เราเป็นมนุษย์ เราเป็นผู้หญิงแต่ไม่ต้องสตรองตลอดเวลา คือวงการบันเทิงไทยเราถูกสอนมาว่า เวลาตอบเรื่องความรัก ปูเป็นคนตอบตรงละนะ พอดีว่าเขาอ่านบทสัมภาษณ์ปู เราเป็นดาราก็จะตอบว่า อ๋อ เราศึกษาดูใจกัน คุยกัน แต่ว่าเราไม่ได้มีคำพูดจริงใจหรือการเป็นมนุษย์ แฟนปูได้สอนปูว่า คนเรา สุดท้ายแล้วมีอาชีพที่ประสบความสำเร็จ แต่ขาดคนที่รักเรามันจะไม่มีความสุข ในเหตุการณ์ที่เขาลบรูป คือเขาพยายามที่จะสื่อกับปูให้ปูตื่น ซึ่งมันอยู่ที่ตัวปูที่จะแก้ไขและรับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนนึง ไม่ใช่ปู-ไปรยา แต่เป็นไปรยาผู้หญิงที่เขาได้เจอ ผู้หญิงที่เขาได้ชอบ ว่าจริงๆ แล้วความสัมพันธ์ของเราคือเราเป็นแฟนกันค่ะ แล้วเราก็รักกันมาสักพักนึงแล้ว นี่คือตรงที่สุดในวงการบันเทิงแล้วนะ ไม่มีตรงกว่านี้แล้ว ก็อยากพูดว่า I love you mathew i think you know. ก็ให้เขารู้”
หลักๆ ที่มีปัญหาคือเราไม่มีเวลาให้เขาหรือไม่ชัดเจนเรื่องสถานะ
“สถานะชัดเจนค่ะ แต่ว่าวงการบันเทิงบางทีเราก็รักษาภาพลักษณ์ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องน่าเกลียด เรา 28 แล้วก็ไม่ได้แปลก แล้วปูเป็นคนที่ตรงมาตลอดอยู่แล้ว แต่จะบอกว่าถ้ามาบ้างานจริงมั้ย หนัก แล้วความรับผิดชอบเยอะ แล้วปูเป็นคนที่ปฎิเสธงานไม่เป็น ปูเคยมีวันที่งานไม่ติดต่อหาปูเลย วันที่ภาพลักษณ์ปูไม่ได้เป็นเหมือนทุกวันนี้ วันที่ปูไม่ได้เป็นที่รู้จักเหมือนตอนนี้ ปูดิ้นรนให้คนโทรมา ดิ้นรนให้คนสัมภาษณ์แล้วในวันนี้วันที่มีคนอยากติดต่อ มีคนอยากสัมภาษณ์ปูมันไม่มีทางที่จะปฎิเสธปูพูดเต็มปากเลย แต่ว่าจ้อเสียของตรงนี้คืออย่าลืมว่าปูเป็นมนุษย์ แล้วการเป็นผู้หญิงคือการยอมรับว่าเราอยากมีครอบครัว เราอยากมีความรักแต่เราก็มีอาชีพได้ในเวลาเดียวกัน นั่นคือสิ่งที่คุณแมทสอนปู มันถึงทำให้ปูได้กล้าออกมารับผิดชอบเวลาเราผิดพลาดกับคนที่เรารัก”
กลับมาคุยกันแล้ว
“คุยกันตลอด(หัวเราะ) ตอนนี้เขาน่าจะโอเค เขาคงรู้สึกดีใจ ที่เขาบอกว่าเขาไม่ได้มาเมืองไทยเพราะว่าเขาเข้าใจว่าปูจะย้าย แต่ว่าปูยังรุ่งในอาชีพปู ปูยังต้องรับงานที่นี่อยู่ แล้วเดี๋ยวเขาจะมา”
ดูเขาจริงจัง มีมองเรื่องอนาคตไหม
“มองค่ะ แต่ว่ามันอยู่ที่ตอนนี้ปูจะแก้ไขและรับผิดชอบการเป็นผู้หญิงของปูและอย่างที่บอก ผู้หญิงที่สตรองไม่ใช่ผู้หญิงที่ปฎิเสธความรักอย่างเดียว แต่เป็นผู้หญิงที่เผชิญหน้ากับความจริงและรับผิด และผู้หญิงที่เลี้ยงดูตัวเองได้ กล้าเลือกและกล้าพูดตราบใดที่ไม่ทำร้ายใคร”
กลับมาเหมือนเดิมหรือยัง
“เหมือนเดิมค่ะ ไม่งั้นคงไม่กล้าตอบขนาดนี้”
มีตกลงกันเรื่องเวลาการทำงานไหม
“เขาสำคัญพอๆ กับงาน และครอบครัวของปูค่ะ คือเขาบอกว่าคนเราสามารถทำอาชีพดีที่สุดได้ แต่เราก็สามารถเป็นคนได้อยู่ ไม่ใช่เป็นหุ่นยนต์ แต่บางครั้งปูยอมรับว่าปูบินทุก 2 อาทิตย์ ถ้าไม่บินปูอยู่เมืองไทยปูรับงานทุกวันเลยไม่เคยหยุด ประชุม 5 ทุ่มก็ไป แต่ประเด็นคือปูเห็นคุณค่าของโอกาส เห็นคุณค่าของชื่อเสียง คุณค่าของเงิน มันเลยปฎิเสธได้ยาก ปูยังลุยกับงาน แต่เรื่องครอบครัวก็อยากมี ก็รอดูตอนต่อไปว่าปูจะรับผิดชอบและแก้ไข ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่ปูรัก”