เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดให้ประชาชนร่วมตอบคำถาม 4 ข้อของนายกรัฐมนตรี ในหลายจังหวัดยังเป็นไปอย่างเงียบเหงา แม้จะเข้าสู่วันที่ 2 ของการเปิดให้ประชาชนร่วมตอบคำถามแล้วก็ตาม ขณะที่หน่วยงานปกครองท้องถิ่นเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนเพื่อให้มาตอบคำถามกันมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดชัยนาทระบุว่า บรรยากาศการใช้สิทธิตอบคำถามนายกรัฐมนตรีที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท ศาลากลางจังหวัดชัยนาทวันที่ 2 ยังเป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยยอดรวมวันแรกมีผู้เดินทางมาขอแบบฟอร์มในการตอบคำถามจำนวน 14 คน ซึ่งจากการสอบถามประชาชนบางส่วนที่มากรอกแบบฟอร์มตอบคำถามบอกว่าอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งต่อไป เพราะชอบการบริหารงานที่เด็ดขาดและรวดเร็ว กล้าในการที่จะแก้ปัญหาที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลก่อนๆ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยช่วงเช้าถึงเวลา 09.30 น. ของวันที่ 2 มีผู้มาแสดงตัวใช้สิทธิตอบคำถามเพียงรายเดียว
ด้านเจ้าหน้าที่เผยว่าจากการประเมินวันแรกของการตอบ 4 คำถามนายกรัฐมนตรี มีประชาชนมาใช้สิทธิค่อนข้างน้อย น่าจะมาจากการประชาสัมพันธ์ที่ยังมีน้อย จึงขอความร่วมมือไปยังสถานีวิทยุและสื่อมวลชนให้ช่วยประชาสัมพันธ์การแสดงตัวใช้สิทธิที่สามารถทำได้ง่ายเพียงนำบัตรประชาชนมายื่นที่ศูนย์ดำรงธรรมทุกแห่ง ก็สามารถขอแบบฟอร์มกรอกตอบ 4 คำถามของนายกรัฐมนตรีได้โดยอิสระ
ขณะที่จังหวัดสงขลาก็ยังคงเงียบเหงาเช่นกัน แต่ในภาพรวมนั้น ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลามองว่าประชาชนมีความตื่นตัว เนื่องจากเป็นการตอบคำถามโดยไม่เสียสิทธิทางการเมือง อีกทั้งไม่มีการจัดตั้งใดๆ
ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลาได้จัดเตรียมห้องประชุมสำหรับให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางมาตอบคำถามสี่ข้อของนายกรัฐมนตรีเอาไว้สองห้อง สำหรับประชาชนที่เดินทางมาเป็นกลุ่ม หรือเป็นจุดที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ในระหว่างการตอบคำถาม โดยเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่สองที่เปิดให้ประชาชนตอบคำถามอย่างเป็นทางการ พบว่าบรรยากาศไม่คึกคัก โดยส่วนใหญ่ประชาชนจะเดินทางกันมาในช่วงสายจนถึงเย็น
นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ภาพรวมในวันแรกมีประชาชนเดินทางมาตอบคำถามรวม 57 คน ในทั้ง 16 อำเภอ ซึ่งถือว่าประชาชนมีความตื่นตัว เนื่องจากการตอบคำถามในครั้งนี้นั้นไม่ได้มีการเสียสิทธิใดๆ ทางการเมือง รวมถึงไม่มีการจัดตั้ง ประชาชนต่างเดินทางมาตอบคำถามด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่มีการติดตามข่าวจึงทราบและเตรียมบัตรประชาชนมาด้วยทุกราย ทั้งนี้มีการขอเอกสารเพื่อนำกลับไปตอบคำถามที่บ้าน เพื่อความสะดวก โดยผู้ที่มาตอบคำถามนั้นมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ้าง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำว่าไม่ให้มีการอธิบายหรือชี้นำใดๆ เพื่อให้ได้คำตอบจากประชาชนอย่างแท้จริงตามแนวทางนายกรัฐมนตรี
ด้านผู้สื่อข่าวจากจังหวัดปัตตานีรายงานบรรยากาศประชาชนเดินทางมาร่วมแสดงความคิดเห็น 4 ประเด็นคำถาม ซึ่งศูนย์ดำรงธรรมทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี สรุปผลการดำเนินการวันแรก บรรยากาศไม่คึกคักและมีประชาชนเดินทางมาแสดงความเห็นตามสถานที่จัดเตรียมไว้บริการยังคงเงียบเหงา หลายอำเภอมีผู้เดินทางมาลงความคิดเห็นไม่ถึง 20 คน เนื่องจากส่วนใหญ่ยังไม่ทราบเนื้อหาสาระความสำคัญของการแสดงความคิดเห็น จึงได้มีคำสั่งให้ทุกอำเภอเร่งจัดหาช่องทางด้วยการใช้กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน หน่วยบริการต่างๆ ของแต่ละอำเภอเป็นตัวช่วยกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ให้มากขึ้น
JJNY : ตอบคำถาม 4 ข้อวันที่ 2 หลายจังหวัดยังเงียบเหงา รัฐเร่งประชาสัมพันธ์
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดชัยนาทระบุว่า บรรยากาศการใช้สิทธิตอบคำถามนายกรัฐมนตรีที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท ศาลากลางจังหวัดชัยนาทวันที่ 2 ยังเป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยยอดรวมวันแรกมีผู้เดินทางมาขอแบบฟอร์มในการตอบคำถามจำนวน 14 คน ซึ่งจากการสอบถามประชาชนบางส่วนที่มากรอกแบบฟอร์มตอบคำถามบอกว่าอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งต่อไป เพราะชอบการบริหารงานที่เด็ดขาดและรวดเร็ว กล้าในการที่จะแก้ปัญหาที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลก่อนๆ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยช่วงเช้าถึงเวลา 09.30 น. ของวันที่ 2 มีผู้มาแสดงตัวใช้สิทธิตอบคำถามเพียงรายเดียว
ด้านเจ้าหน้าที่เผยว่าจากการประเมินวันแรกของการตอบ 4 คำถามนายกรัฐมนตรี มีประชาชนมาใช้สิทธิค่อนข้างน้อย น่าจะมาจากการประชาสัมพันธ์ที่ยังมีน้อย จึงขอความร่วมมือไปยังสถานีวิทยุและสื่อมวลชนให้ช่วยประชาสัมพันธ์การแสดงตัวใช้สิทธิที่สามารถทำได้ง่ายเพียงนำบัตรประชาชนมายื่นที่ศูนย์ดำรงธรรมทุกแห่ง ก็สามารถขอแบบฟอร์มกรอกตอบ 4 คำถามของนายกรัฐมนตรีได้โดยอิสระ
ขณะที่จังหวัดสงขลาก็ยังคงเงียบเหงาเช่นกัน แต่ในภาพรวมนั้น ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลามองว่าประชาชนมีความตื่นตัว เนื่องจากเป็นการตอบคำถามโดยไม่เสียสิทธิทางการเมือง อีกทั้งไม่มีการจัดตั้งใดๆ
ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลาได้จัดเตรียมห้องประชุมสำหรับให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางมาตอบคำถามสี่ข้อของนายกรัฐมนตรีเอาไว้สองห้อง สำหรับประชาชนที่เดินทางมาเป็นกลุ่ม หรือเป็นจุดที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ในระหว่างการตอบคำถาม โดยเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่สองที่เปิดให้ประชาชนตอบคำถามอย่างเป็นทางการ พบว่าบรรยากาศไม่คึกคัก โดยส่วนใหญ่ประชาชนจะเดินทางกันมาในช่วงสายจนถึงเย็น
นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ภาพรวมในวันแรกมีประชาชนเดินทางมาตอบคำถามรวม 57 คน ในทั้ง 16 อำเภอ ซึ่งถือว่าประชาชนมีความตื่นตัว เนื่องจากการตอบคำถามในครั้งนี้นั้นไม่ได้มีการเสียสิทธิใดๆ ทางการเมือง รวมถึงไม่มีการจัดตั้ง ประชาชนต่างเดินทางมาตอบคำถามด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่มีการติดตามข่าวจึงทราบและเตรียมบัตรประชาชนมาด้วยทุกราย ทั้งนี้มีการขอเอกสารเพื่อนำกลับไปตอบคำถามที่บ้าน เพื่อความสะดวก โดยผู้ที่มาตอบคำถามนั้นมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ้าง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำว่าไม่ให้มีการอธิบายหรือชี้นำใดๆ เพื่อให้ได้คำตอบจากประชาชนอย่างแท้จริงตามแนวทางนายกรัฐมนตรี
ด้านผู้สื่อข่าวจากจังหวัดปัตตานีรายงานบรรยากาศประชาชนเดินทางมาร่วมแสดงความคิดเห็น 4 ประเด็นคำถาม ซึ่งศูนย์ดำรงธรรมทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี สรุปผลการดำเนินการวันแรก บรรยากาศไม่คึกคักและมีประชาชนเดินทางมาแสดงความเห็นตามสถานที่จัดเตรียมไว้บริการยังคงเงียบเหงา หลายอำเภอมีผู้เดินทางมาลงความคิดเห็นไม่ถึง 20 คน เนื่องจากส่วนใหญ่ยังไม่ทราบเนื้อหาสาระความสำคัญของการแสดงความคิดเห็น จึงได้มีคำสั่งให้ทุกอำเภอเร่งจัดหาช่องทางด้วยการใช้กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน หน่วยบริการต่างๆ ของแต่ละอำเภอเป็นตัวช่วยกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ให้มากขึ้น