ไม่เข้าใจว่าทำไมมีแต่คนเข้าหา ทั้งๆที่เป็นคนค่อนข้างไม่ชอบสุงสิงกับใคร

ก่อนอื่นเลยขอเกริ่นก่อนว่า ตอนนี้เราอายุ 18 ค่ะ พึ่งเรียนจบและต้องเก็บเงินส่งตัวเองเรียน เราเลยได้งานอยู่ร้านขายของแห่งหนึ่งในตำบลที่เราอาศัยอยู่ เราค่อนข้างเป็นคนห้าวๆอ่ะ เลยมีเพื่อนหรือรุ่นน้องเป็นผู้ชายที่คุยๆกันได้เยอะมาก แต่ขอบอกไว้ ณ ตรงนี้เลยคือเราโลกส่วนตัวสูงมากระดับนึง ตั้งแต่เล็กจนโตเราไม่เคยมีเพื่อนเลยค่ะ ส่วนมากจะมีคนเข้าหาอ่ะ แต่เราไม่ยอมคบ ไม่คุยด้วยอะไรทั้งสิ้น ค่อนข้างปิดตัวเองทีเดียว ตั้งแต่เกิดมามีเพื่อนสนิทเราแค่คนเดียวค่ะที่เราเป็นคนเดินเข้าไปทักเขาก่อน ค่ะ เกริ่นเยอะแล้วเข้าเรื่องเลยเนอะ


                    คืออย่างที่ตั้งกระทู้เลยค่ะ เราไม่ขอบสังคมเอามากๆ เวลามีคนเยอะๆเราจะอึดอัดรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เราเลยจะไม่เข้าสังคมใดๆทั้งสิ้น แต่เราเป็นคนยิ้มเก่งค่ะ เป็นพวกเส้นตื้นอะไรเทือกนั้นเลยค่ะ มุกคุณจะแป๊กแค่ไหนเพียงคุณเล่าให้ชั้นฟังมันจะฮาทันที ไอ้เรื่องเล่าเรื่องตลกๆเนี้ยมันไม่เท่าไร่หรอกเพราะวันๆนึงใครมันจะคิดได้ทั้งวันถูกมั้ยคะ??  แต่ไอ้การที่ไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหนใครๆก็พากันมานั่งคุยด้วยเนี้ย เราไม่ค่อยโอเคเท่าไร่ วันนี้คนนี้มาปรึกษาด้านความรัก พรุ่งนี้มาปรึกษาเรื่องงาน บลาๆทั้งวันเลย บางทีเราเหนื่อยมากอยากพักสมองแต่ต้องมานั่งให้คำปรึกษาคนอื่นอีก มันแบบไม่รู้จะทำไงอ่ะค่ะ แล้วแม่เราสอนมาอีกว่าถ้าใครมาคุยด้วยห้ามลุกหนีหรือทำท่าทีไม่สนใจเขาเด็ดขาดมันเสียมารยาทอีก เราเลยได้แต่ฟังและให้คำปรึกษาไปค่ะ



                    อย่างเวลาทำงานงี้ เราเป็นคนใจร้อนนะ เป็นพวกปากตรงกับใจพอสมควร แต่ไม่รู้ทำไมใครๆถึงได้ชอบมาเซ้าซี้เรานัก แม่เราบอกว่าเรายิ้มเก่งไง เฟรนลี่ไง ใครๆเขาก็เลยอย่างเข้าใกล้ แต่เราไม่ชอบให้ใครมาจับตัวเราไง มันจะรู้สึกเหมือนไฟช๊อตอ่ะถ้ามีใครมาโดน แต่คนรอบข้างก็ชอบจับตัวเราอยู่ได้อ่ะ จะด่าเขาก็ใจเขาใจเราอ่ะ ไม่มีใครชอบให้คนอื่นด่าหรอก แต่ตัวเราไม่สบายใจอ่ะค่ะ พยายามหนีก็จะมีคนเข้ามายุ่งมาวอแวจนได้ บางทีเราก็เหนื่อยค่ะ ยิ่งทำงาน เรายิ่งต้องเจอสังคมเยอะมากกกกกกกก พอเป็นงานขายของเราก็ต้องพูดทั้งวันอ่ะ. บางทีเราก็อยากนั่งอยู่เฉยๆคิดไรเรื่อยเปื่อย ฟังเพลงในห้องนอนเงียบๆอะไรแบบนี้ ไอ้เรื่องงานที่ต้องเข้าสังคมนี่เราทำใจได้นะ มันเป็นงาน แต่ไอ้การที่เราถึงบ้านแล้ว เราอยากอาบน้ำ ซุกตัวอยู่ในที่นอน หรือไม่ก็นอนดูหนังฟังเพลงชิวๆกลับต้องมาเจอใครก็ไม่รู้มาเดินวนเวียนๆอยู่ในบ้านเรียกชื่อเราทั้งวันเพราะปัญหาชีวิตที่เป็นของเขานี่เราไม่ไหวอ่ะ วันๆเราต้องเจอกับอะไรก็ไม่รู้ทั้งๆที่หน้าเราก็โคตรนิ่งนะแค่ยิ้มง่ายเฉยๆ คนนู้นคนนี้มาหาได้ทั้งวัน




                    อย่างวันนี้เลย!พึ่งเกิดไปเมื่อกี้ น้องผู้ชายที่เรารู้จักในที่ทำงานมาหาเราที่บ้านทั้งที่เราก็แบบนอนชิวๆฟังเพลงบนที่นอนในห้องคนเดียวงี้ น้องแบบตะโกนเสียงดังเข้ามาหาเลยครับ น้องเจอพี่เจ้าของร้านด่ามา...  จ้า!!  เพียงเพราะวันนี้เราป่วยเลยไม่ได้ไปทำงาน ซึ่งเราจะรู้สึกผิดมากถ้าน้องเจอด่าเรื่องเรา ไม่จ้า น้องทำงานไม่ได้เองแต่น้องก็มาบ่นให้เราฟังว่าน้องเจอด่าว่าไง ด้วยความที่แม่เราก็สอนเรื่องมารยาทมาอ่ะ เราก็นั่งฟังและให้คำปรึกษาน้องไปร่วม 5 ชั่วโมง น้องจึงได้เคลื่อนตัวกลับบ้านน้องไป...  ด้วยเราทนไม่ไหวเราเลยหันไปคุยกับแม่ว่าทำไมใครๆถึงชอบมาหาเรานัก แม่เราก็บอกว่าไม่รู้ แต่ทุกคนที่มาคุยหรือมาหาเราจะฟังเราทุกคนรั้นหัวชนฝาหรือหัวแข็งไม่ฟังใครแค่ไหนก็จะยอมเราหมด บางทีเจอพวกผู้ใหญ่ไม่รู้จักโตหรือพวกมนุษย์ด่าเด็กแถวบ้านแบบไร้เหตุผล เราก็จะอารมณ์เสียมากเพราะเรารำคาญ เราไม่เข้าใจว่าเรื่องบางเรื่องเล็กๆคุณจะทำเป็นเรื่องใหญ่ทำไมอะไรแบบนั้น พวกป้าญาติเราเองเวลามีปัญหาก็จะวิ่งหาแม่เราก่อนเลยเพราะแม่เราจะเข้ากับคนง่ายหน่อย แต่ถ้าไม่เจอก็จะเป็นเราที่คนอื่นวิ่งหาเพราะอยากปรึกษาแทน นั่นทำให้ชีวิตเราไม่เคยสงบเลยจนกว่าทุกคนจะนอนแล้ว



                      แล้วจะมีอีกอย่างนึงที่เราสงสัยแต่เราไม่คิดว่ามันเป็นปัญหา เพียงแต่สงสัยเฉยๆอ่ะค่ะ คือในบรรดาเครือๆญาติเราและคนในชุมชนเดียวกันเนี้ยจะถูกเลี้ยงมาคนละแบบใช่มั้ยหละค่ะ ซึ่งเด็กผู้ชายจะเยอะกว่าเด็กผู้หญิงค่ะ และด้วยเราเป็นลูกคนโตที่แม่เลี้ยงเรามาคนเดียว เราเลยจะเชื่อฟังแม่มากกกก   เราเป็นเด็กผู้หญิงที่จะมีแต่คนมาเรียกหาให้ไปเล่นด้วยหรือมาหาที่บ้านตั้งแต่เด็กๆแล้วทั้งๆที่เราเก็บตัวและเข้ากับคนยาก แต่ทุกคนมักจะมาหาเราอยู่บ่อยๆจนบางทีก็เป็นเราเองที่ใจอ่อนยอมออกไปตามคำชวนแม้จะไปยืนเฉยๆดูเขาเล่นกันก็ตาม ซึ่งตั้งแต่เด็กมาแล้วที่คนอื่นๆจะเชื่อฟังเรามากไม่ว่าเราจะพูดอะไรทุกคนจะฟังเรา หากจะบอกว่าด้วยภาพลักษณ์เราก็คงไม่ใช่ เพราะเราเป็นแค่เด็กเงียบๆคนนึงเท่านั้น ถ้าเทียบรุ่นอายุเด็กๆที่อยู่ละแวกเดียวกันอายุของเราเรียกว่ากลางๆมากกว่า มีพี่มีน้อง แต่ยอมรับอย่างนึงคือแม่เราสอนตลอดว่าถึงแม้เราจะเป็นคนปากตรงกับใจแต่การจะพูดอะไรเราควรคิดว่าสิ่งที่เราพูดจะทำให้คนอื่นรู้สึกยังไง ใจเขาใจเรา เราเจ็บเป็น เขาก็เจ็บเป็น ซึ่งตัวเราเองเป็นคนคิดอะไรจะแสดงทางสีหน้าชัดเจนมาก เพราะฉะนั้นแม่ก็จะคอยเรียกเรามาคุยตลอดว่าการทำแบบนี้ๆมันไม่ดี คนอื่นเขาไม่ชอบ มันเสียมารยาท บลาๆ ตามแต่เขาจะนึกออกนั่นแหละค่ะ เราก็สงสัยว่าเพราะแม่สอนแบบนี้หรือป่าวทำให้เราไม่เคยปฏิเสธคนที่เข้ามาขอคำปรึกษาจากเราได้เลยสักคน// อ่าาาา ออกไปทะเลเกาหลีเหนือแล้ว 555+  บ่นยาวเลย



                    ก็อย่างที่เราบ่นไปแหละค่ะ เรางงใจตัวเองมาก เราไม่ยุ่งกับใครเลย แต่เหมือนสถานการณ์มันบังคับให้เราต้องมีสังคมแบบเนี้ย ซึ่งบางทีเราอึดอัด อยากพูดแต่มันก็เสียมารยาทงี้. เราควรแสดงออกมั้ยว่าไม่อยากคุย หรือเราควรปลีกตัวออกมาเลยดี หรือเราจะทำเป็นอารมณ์เสียใส่คนที่คุยกับเราดีอ่ะค่ะ คือเราไม่เชิงไม่ชอบหรอก อย่างเราเราก็มีเรื่องอึดอัดต้องระบายเหมือนกัน แค่บางทีเราก็ต้องการความเป็นส่วนตัวที่เราควรจะได้รับเฉยๆอ่ะ เราทนกับการถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนทั้งที่อยากอยู่เงียบๆมาตลอดสิบกว่าปีเลยนะ เราควรทำยังไงให้คนอื่นรู้ดีว่าเราอยากมีพื้นที่ส่วนตัว คำพูดดีๆ การกระทำดีๆที่ทำแล้วมันจะไม่เกิดปัญหามาให้เราต้องตามแก้ทีหลัง. ที่พอคิดว่าทำแล้วเขาจะไม่เสียใจอ่ะค่ะ



ปล.1. ค่อนข้างยาวเพราะเราอึดอัดมาก จริงๆมันเยอะกว่านี้แต่กว่ารำคาญ

ปล.2  ขอบอกว่าแม่เราสอนเราด้วยว่าเวลามีคนคุยด้วยต้องตั้งใจฟัง ยิ้ม และห้ามทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเราไม่สนใจเด็ดขาด เพราะมันเสียมารยาท

ปล.3  เรายิ้มง่ายจริงๆค่ะยอมรับ แต่เวลาเราไม่ยิ้มจะคล้ายคนกำลังโกรธหรือหยิ่ง <<<อันนี้เพื่อนสนิทด่าทุกวัน เพราะไม่ค่อยยิ้มค่ะ

ปล.4  บางทีเราก็คิดว่าเราเป็นศิรานีหรือไม่ก็ศาลาพักใจ


ปล.5. ส่วนตัวชิบมากเวลาที่คนอื่นๆเชื่อฟังเรา บางคนก็ไว้ใจขนาดเอาเรื่องลับมาเล่าให้ฟัง(อันนี้เราก็จะเก็บไว้นะ แม่สอนไม่ให้เอาเรื่องคนอื่นไปเล่า)

: ขอบคุณทุกความคิดเห็นไว้ล่วงหน้าค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่