สำหรับผู้ที่อ่านหัวข้อนี้และมีคำตอบในใจอยู่แล้ว แต่เข้ามาเพียงเพราะอยากแสดงความคิดเห็นต่างอย่างไม่สนใจความคิดเห็นของอีกฝั่ง คุณสามารถทำได้ ผมถือว่าเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่ใครที่เข้ามาเพราะเกิดความสนใจอยากรู้ในคำตอบจริงๆ ผมพอจะมีข้อมูลและตัวอย่างอ้างอิง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่า สิ่งใดกันแน่ที่สกปรกกว่ากัน ?
เริ่มดูกันที่ธุรกิจการท่องเที่ยวกันก่อน ธุรกิจท่องเที่ยวจะสร้างผลประโยชน์และรายได้ให้กับกลุ่มคนบางกลุ่มแต่มันเป็นธุรกิจที่จะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโดยตรง จากการปล่อยน้ำเสียสู่แม่น้ำและทะเล เพราะการลงทุนในการบำบัดน้ำเสียต้องใช้ต้นทุนสูงและทำให้รายได้ในการประกอบการลดลง เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่จึงไม่สนใจลงทุนในส่วนนี้ และนี่ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์แต่มีตัวอย่างที่เคยเกิดแล้ว อย่างเหตุการณ์น้ำเน่าเสียบริเวณอ่าวนาง ซึ่งมีสำนักข่าวมากมายออกมาระบุว่าต้นเหตุเกิดจากการลักลอบปล่อยน้ำของโรงแรมที่พัก ที่ไม่ผ่านระบบบำบัด จนเป็นเหตุให้เกิดเน่า ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อีกด้วย
มาดูในส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหิน แม้ว่าจะมีข้อครหาเรื่องการสร้างมลภาวต่อสิ่งแวดล้อม แต่ครหาเหล่านั้นเป็นเพียงการ คาดการณ์โดยอ้างอิงจากระบบการผลิตไฟฟ้าถ่านหินแบบเก่า ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีโครงการจะสร้างขึ้นที่จังหวัดกระบี่นั้น เป็นโรงฟ้าฟ้าถ่านหินรูปแบบใหม่ ที่เป็นระบบ Ultra Super Crtitical (USC) ที่พัฒนาจนสามารถควบคุมการปล่อยมลพิษจนอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับสากล
และแม้โรงไฟฟ้าจะถูกสร้างในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวก็จะไม่มีผลกระทบต่อ สภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน มีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากเพื่อนบ้านเรานี้เอง ที่มีโรงไฟฟ้าฐานหินระบบ USC ในจังหวัด Jimah อันเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในแง่การท่องเที่ยวเช่นกัน ซึ่งแม้มีการก่อตังโรงไฟฟ้าขึ้นมา แต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี
นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ประกอบการตัดสินใจของคุณเท่านั้น ว่าสิ่งใดกันแน่ที่สกปรกกว่ากัน ระหว่าง โรงฟ้าฟ้าถ่านหินหรือการท่องเที่ยว ลองพิจารณาดูกันด้วยความคิดเห็นของตนเอง เพราะเราเพียงแค่อยากให้คุณเปิดใจและลองรับข้อมูล 2 ด้าน
การท่องเที่ยวหรือโรงไฟฟ้าถ่านหินสกปรกกว่ากัน ?
เริ่มดูกันที่ธุรกิจการท่องเที่ยวกันก่อน ธุรกิจท่องเที่ยวจะสร้างผลประโยชน์และรายได้ให้กับกลุ่มคนบางกลุ่มแต่มันเป็นธุรกิจที่จะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโดยตรง จากการปล่อยน้ำเสียสู่แม่น้ำและทะเล เพราะการลงทุนในการบำบัดน้ำเสียต้องใช้ต้นทุนสูงและทำให้รายได้ในการประกอบการลดลง เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่จึงไม่สนใจลงทุนในส่วนนี้ และนี่ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์แต่มีตัวอย่างที่เคยเกิดแล้ว อย่างเหตุการณ์น้ำเน่าเสียบริเวณอ่าวนาง ซึ่งมีสำนักข่าวมากมายออกมาระบุว่าต้นเหตุเกิดจากการลักลอบปล่อยน้ำของโรงแรมที่พัก ที่ไม่ผ่านระบบบำบัด จนเป็นเหตุให้เกิดเน่า ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อีกด้วย
มาดูในส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหิน แม้ว่าจะมีข้อครหาเรื่องการสร้างมลภาวต่อสิ่งแวดล้อม แต่ครหาเหล่านั้นเป็นเพียงการ คาดการณ์โดยอ้างอิงจากระบบการผลิตไฟฟ้าถ่านหินแบบเก่า ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีโครงการจะสร้างขึ้นที่จังหวัดกระบี่นั้น เป็นโรงฟ้าฟ้าถ่านหินรูปแบบใหม่ ที่เป็นระบบ Ultra Super Crtitical (USC) ที่พัฒนาจนสามารถควบคุมการปล่อยมลพิษจนอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับสากล
และแม้โรงไฟฟ้าจะถูกสร้างในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวก็จะไม่มีผลกระทบต่อ สภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน มีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากเพื่อนบ้านเรานี้เอง ที่มีโรงไฟฟ้าฐานหินระบบ USC ในจังหวัด Jimah อันเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในแง่การท่องเที่ยวเช่นกัน ซึ่งแม้มีการก่อตังโรงไฟฟ้าขึ้นมา แต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี
นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ประกอบการตัดสินใจของคุณเท่านั้น ว่าสิ่งใดกันแน่ที่สกปรกกว่ากัน ระหว่าง โรงฟ้าฟ้าถ่านหินหรือการท่องเที่ยว ลองพิจารณาดูกันด้วยความคิดเห็นของตนเอง เพราะเราเพียงแค่อยากให้คุณเปิดใจและลองรับข้อมูล 2 ด้าน