มีใครเป็นโรค "หลุดวงโคจร" จากสิ่งที่ชอบ (ตัวอย่าง เกม การ์ตูน ละคร ไอดอล)ไหมครับ ทำอย่างไรถึงจะหาย

ที่ผ่านๆมา ผมจะมีอาการที่ผมตั้งชื่อไว้เล่นๆว่า "โรคหลุดวงโคจร" ครับ  

อาการของโรคจะมีอยู่ดังนี้
1. มีอะไรบางอย่างที่ชอบมากจนถึงขั้นเป็นแฟนคลับ
2. เกิดมรสุมบางอย่างในชีวิตจนทำให้ต้องจำใจห่างหน้าค่าตากันไป
3. หลังมรสุมผ่านไป จะกลับมาหาสิ่งที่ชอบก็รู้สึกว่าต่อไม่ติด ไม่ทราบข่าวคราวๆ
แม้จะได้กลับมาเจอสิ่งที่เคยชอบ ก็จะรู้สึกเพียงว่า "ก็ดีนะ ก็สนุกนะ ก็น่ารักนะ" แต่ไม่ถึงขั้นมีไฟให้เฝ้าติดตามต่อไปอีก
ทั้งๆที่ในใจยังอยากกลับไปสเต็ปแรกเหมือนเดิม

ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน ผมเป็นโรคหลุดวงโคจรอยู่หลายครั้งคับ

เกม PC

1. ผมชอบเล่นเกมมาตั้งแต่สมัยยุคท้ายๆของเกมบนดอส ช่วงนั้นผมสมัครเป็นสมาชิกของนิตยสารเกมรายหนึ่ง (เจ้าที่ในยุคแรกๆจะแปลเนื้อหามาจากนิตยสารเกมชื่อดังของฝรั่ง)ด้วย เวลาที่ไปรษณีย์มาส่งที่บ้านตอนต้นเดือน ก็จะรีบหาซองของนิตยสารเกมทันที ตอนไปห้างพันทิพย์เพื่อดูเกม หรืออัพเกรดเครื่องก็เป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจมาก เย็นวันศุกร์ เย็นวันสุดท้ายของการสอบปลายภาค นับเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของความสุข (สมัยเด็กที่บ้านจะอนุญาตให้เล่นเกมได้เฉพาะสุดสัปดาห์และวันหยุดเท่านั้น )

2. พอมาถึงสมัยมัธยมปลาย ชีวิตเครียดกับการเตรียมสอบเอ็นทรานซ์ ต้องเที่ยวกวดวิชาสายวิทย์ที่โน่นที่นี่ ทั้งตอนเย็น สุดสัปดาห์ ปิดเทอม
ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้ชอบสายวิทย์เท่าไร นิตยสารเกมที่สมัครเป็นสมาชิกไว้ก็ต้องยกเลิกไป เกมก็แทบไม่แตะเลย

3. ท้ายทีสุดผมสอบเอนทรานซ์ติด (แต่เป็นคณะสายสังคม)ของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้น ก็รู้สึกว่าตัวเองต่อไม่ติด เลยไม่ได้ไปสมัครสมาชิกนิตยสารเกมต่อ (แถมนิตยสารนั้นก็เริ่มลดเนื้อหาลง และเน้นภาพนางแบบพรีเซนเตอร์เกมมากขึ้น ในขณะที่เขียนกระทู้นี้ก็พบว่านิตยสารปิดตัวไปแล้ว) แม้จะได้ข่าวเกี่ยวกับเกมดีๆหลายเกม ก็รู้สึกว่าน่าสนใจนะ แต่ก็ไม่ไปถึงขั้นอัพเกรดเครื่องหรือซื้อเกมมาเล่น เท่าที่จำได้ เกมสุดท้ายที่ตัวเองเล่นบนคอมแบบจริงๆจังๆก็คือ Warcraft 3 : The Frozen Throne หลังจากนั้นเป็นต้นมา จะใช้วิธีการดู video walkthrough บน youtube แบบไม่มีคนพากย์ ในลักษณะเดียวกับการดูหนังแทน  (ที่เคยดูๆมาก็มี Starcraft 2, Metal Gear Solid 1-4 ,  Metal Gear Rising ปัจจุบันก็กำลังดู Final Fantasy 15)

อนิเม
1. ตอนเป็นเด็กเล็กๆ ก็ได้มีโอกาสดูอนิเมผ่านช่องเก้าการ์ตูนนะ แต่ดูไม่เคยจนจบสักเรื่อง
จนกระทั่งมาช่วงท้ายๆการเรียนปริญญาตรี ที่มี youtube และอินเตร์เน็ตความเร็วสูงแล้ว ผมจึงได้ดูสตรีมอนิเมเก่าๆ และก็ขยับขยายมาดูอนิเมยุคใหม่ๆด้วย
ในช่วงพีคๆ กลับบ้านมาหลังจากทำงานก็ดูการ์ตูนทีละสามสี่ตอน พอเริ่มฤดูกาลใหม่ก็จดลิสต์ดูว่าอยากดูเรื่องไหน

2. ชีวิตเข้าสู่  Quarter life crisis กับการทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทครั้งแรกในไทย สาขาวิชาที่ไปเรียนก็เคี่ยวและเขี้ยว กล่าวคือต้องใช้เวลาถึงสี่ปีจบ
ในขณะที่เพื่อนที่ไปเรียนมหาวิทยาลัยอื่น หรือไปต่อนอกจะใช้เวลาแค่หนึ่งถึงสองปี  การทำวิทยานิพนธ์ก็เป็นไปแบบทุลักทุเล กังวลมากว่าตัวเองจะได้จบหรือเปล่า ถ้าเสียเวลาไปตั้งหลายปีแล้ว เรียนไม่จบก็จะแย่มาก

3.ท้ายที่สุด ผมก็จบปริญญาโทใบแรกมาได้สำเร็จ แต่ก็เกิดอาการต่อไม่ค่อยติดเช่นกัย ในปัจจุบัน ยังพอดูอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับช่วงที่อยู่ในสเต็ปแรก และก็ไม่ถึงขั้นไปไล่ตามข่าวว่าซีซั่นใหม่มีเรื่องไหนออก เรื่องที่ดูในช่วงที่ม่นานมานี้ก็มี Drifters, Joker Game , Kimi no Na wa,  In the corner of this world และล่าสุดก็ Attack On Titan 2

ละครญี่ปุ่น

1. เริ่มติดตามละครญี่ปุ่นตอนสมัยเจอวิกฤติสมัยเรียนปริญญาโทใบแรก โดยเรื่องที่ชอบมากๆในยุคเริ่มแรกก็มี Change กับ Jin
โดยเฉพาะตัวละคร คุณซากิจากเรื่อง Jin นั้นทำให้ผมทราบว่า "ผู้หญิงญี่ปุ่นน่ารักๆไม่ได้มีแค่ 2D"  แล้วละครญี่ปุ่นก็ช่วยให้กำลังใจในหลายๆเรื่องได้ด้วย

2. ชีวิตเข้าสู่ Midlife crisis หลังเรียนปริญญาโทใบที่สองจบที่ต่างประเทศและหางานทำที่นั่น
ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างได้อยู่ในเมืองที่ชอบ แต่ต้องทำงานที่ไม่ค่อยชอบ  โอกาสโตยาก
ส่วนถ้าจะได้งานที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเงินเดือนดี ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปอยู่เมืองที่ความเป็นอยู่ไม่ดี ของแพง คนเครียด
วันๆเลยเครียดไปกับการทำงาน และการหาข้อมูลงาน และการวางแผนเปลี่ยนงาน

3. ในปัจจุบันดูละครญี่ปุ่นน้อยลงมากครับ บางเรื่องดูแค่ตอนสองตอนก็ไม่ได้ดูต่ออย่างเช่น Dr. Rintaro, A Life
ละครที่ดูชอบและดูจนจบล่าสุดก็คือเรื่อง We marry as a job  ส่วนหนังญี่ปุ่นคนแสดงก็ดูเป็นระยะๆครับ

ไอดอลตระกูล 48
1.  ผมเริ่มชอบสาววงนี้ในช่วงไล่เลี่ยกับที่เริ่มชอบละครญี่ปุ่น เคยตามข่าวบ่อยๆ ทางเว็บบอร์ดไทยและญี่ปุ่น ดู AKB Bingo ไปจนถึงละครและการ์ตูนที่เกี่ยวกับสาวๆวงนี้ หรือมีเมมเบอร์ที่ตัวเองชอบมาแสดง พอมีโอกาสได้มาเรียนต่อถึงแหล่ง ก็เริ่มอุดหนุนแผ่นแท้ ที่พีคสุดก็คือได้ไปงานจับมือกับ Oshima Yuko และไปดูคอนเสิร์ตเลือกตั้งเมื่อสองปีที่แล้ว
2. คามิโอชิ (เมมเบอร์ที่ผมชอบมากๆ) อย่างยูโกะสำเร็จการศึกษา และเจอ middle life crisis ดังที่ได้เขียนเอาไว้ในส่วนของละครญี่ปุ่น
3.  ปัจจุบันรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับสาวๆ AKB น้อยมาก นอกจากจะเป็น event สำคัญๆ มีบ้างบางทีที่เจอเมมเบอร์ที่รู้สึกว่าน่าสนใจ หน่วยก้านดี (ล่าสุด ก็ Shiraishi Mai, กับ Eto Misa จากโนกิ 46) แต่ก็ไม่ได้ตามต่อ บางทีก็เจอเพลงที่รู้สึกว่าเพราะ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว้าวจนต้องรอตาม single ใหม่
แล้วบางทีก็เริ่มรู้สึกว่าสาวๆรุ่นใหม่นี่ก็"เด็กเกิน"กว่าที่เราจะไปชอบได้ (จะว่าไป คามิโอชิอย่างยูโกะนั้น ก็อายุไม่ได้ทิ้งห่างผมมากนัก)


มองในด้านหนึ่ง มันก็มีข้อดีตรงที่มันไม่เปลืองเงิน  แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกว่าความสดชื่นในชีวิตมันก็หายไปเยอะเลย

ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าถ้าการงานลงตัวหรือได้แฟนดีๆสักคน (ซึงไม่เคยมีเลย) ก็อาจจะทำให้อาการดีขึ้นครับ ไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงจะหายจากอาการนี้ครับ  นอกจากนี้ ถ้าใครมีรายชื่อเกี่ยวกับ เกม anime ละครญี่ปุ่นดีๆที่ไม่ควรพลาดในช่วง 2014-2017 หรือมีข้อมูลแนะนำเกี่ยวกับสาวๆ 48/46 แล้วแนะนำมาได้ก็จะดีครับ

ป.ล.  ผมว่าโรคหลุดวงโคจรนั้น น่าจะเป็นคนละอย่างกับความรู้สึกเบื่อครับ เพราะความเบื่อนั้น เป็นการอยู่กับสิ่งที่ชอบมานานจนอิ่มตัว
แต่โรคหลุดวงโคจรนั้น เกิดขึ้นเพราะมีขั้นตอนที่ 2 (เหตุการณ์มรสุมชีวิตที่ทำให้ต้องห่างจากสิ่งที่ชอบโดยจำใจ) เข้ามาแทรกแซง
ถ้าไม่มีขั้นตอนที่ 2 เข้ามา ตัวเองก็จะยังคงอยู่กับสิ่งที่ชอบได้ตามปกติ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่