แม้คำที่ใช้สื่อสารก็ยังไม่เข้าใจ ยังกล้าจะพูดธรรมะ

ผ่านมาหลายคนมากกับการใช้คำพูดข่มท่าน  อาทิ  "ผมเอาแต่พระไตรปิฎก  ผมเชื่อพุทธพจน์"
ฟังแล้วก็ดูดีมีราคาแต่ที่ไหนได้   ทั้งหมดทั้งมวลเป็นของการปัดสวะ  เพราะหาเหตุผลมาตอบเขาไม่ได้

คำว่า"พระไตรปิฎก"ไม่ใช่คาถาหรือเวทมนต์ที่ใช้ท่องเพื่อให้อีกฝ่าย นะจังงัง นะครับ
ถึงจะเอามาพร่ำบ่นแค่ "พระไตรปิฎกๆๆๆๆ เพี้ยง"

สิ่งที่ผู้อ้างพระไตรปิฎกสมควรทำและต้องทำก็คือ  เมื่อคุณเข้าใจว่า  อีกฝ่ายพูดขัดแย้งกับพระไตรปิฎก
ด้วยสามัญสำนึกแล้ว  จะต้องเอาเนื้อหาในพระไตรปิฎกบทนั้นๆมาโพส......ที่สำคัญจะต้องอธิบายความประกอบด้วย
ว่ามันเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ขัดแย้งกันอย่างไร

ยิ่งไปกว่านั้นพอเวลาอีกฝ่ายสอนว่า  อ้างพระไตรปิฎกน่ะอ้างได้....แต่ไม่ใช่อ้างแค่คำว่า"พระไตรปิฎก"
มันต้องเอาเนื้อหาในพระไตรปิฎกมาแสดงประกอบ(พร้อมคำอธิบาย)   ไม่ใช่อ้างแต่ชื่อขึ้นมาลอยๆ  
กลับโดนย้อนว่า ให้ไปหาเอาเอง...บ้าไปกันใหญ่แล้ว

และอยากจะสอนบรรดาผู้ทรงภูมิ(เซินเจิ้น)ทั้งหลายครับว่า   เนื้อหาในพระไตรปิฎกไม่ได้มีไว้อ้างเมื่อเกิดความขัดแย้ง
เนื้อหาในพระไตรปิฎกเดิมๆ  แก้ข้อขัดแย้งไม่ได้  นั้นก็เพราะ  เนื้อหาในพระไตรปิฎกมีไว้เพื่อให้ผู้รู้ตีความ

เหตุนี้การจะเอาเนื้อหาอะไรมาโต้แย้งอีกฝ่าย   คุณจะต้องเอาเนื้อหาพระไตรปิฎกที่คุณตีความแล้วมาโต้แย้ง
ไม่ใช่อ้างแต่ชื่อหรือโพสแต่เนื้อหาพระไตรปิฎกที่ยังไม่ผ่านการตีความ หรือเอาให้ชัดก็คือ   โพสพระไตรปิฎกทุกครั้งต้องอธิบายความ
ไม่ใช่พอมีคนมาอธิบายความพระไตรปิฎก    ดันทลึ่งด่าเขาว่า อวดเก่งรู้ดีกว่าพระไตรปิฎก
มันจะไปรู้ดีกว่าได้ไง   ก็เขากำลังอธิบายความโดยเอาพระไตรปิฎกเป็นหลัก.......แบบนี้ไงที่ผู้รู้เขามักตราหน้าว่า...นกแก้วนกขุนทอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่