กับคำที่พูดว่า "อยากกิน กินเข้าไป ตายไปก็ไม่ได้กิน"

อยากกิน กินเข้าไป ตายไปก็ไม่ได้กิน.

          ถาม ว่าผิดไหม หรือถูกไหม ที่คิดกันแบบนี้ ?
          ตอบ ไม่ผิดและไม่ได้ถูก

           อะไรจะผิดจะถูกอยู่ที่คนคิด ใช่คำตอบที่ใครคอยพร่ำบอก แต่สิ่งที่อยากบอกในวันนี้ กินอะไรก็ได้ ตายไปก็ไม่ได้กิน ส่วนใหญ่คำพูดพวกนี้มักจะเกิดจากบุคคลที่เห็นคนนั้น คนนี้เป็นโรคต่างๆนานา. ที่หมอคอยห้าม ว่าห้ามกินนั้นนะ ห้ามกินนี้นะ กลุ่มคนพวกนี้แหละที่มักคิดแบบนี้ เลยเป็นที่มาของ กินๆไปตายไปก็ไม่ได้กิน.
           ขอขยายความเพื่อความเข้าใจผิดๆของคนที่คิดว่า ความคิดของตนเองถูกต้อง
           1.ปัจจุบันหมอมักห้ามคนป่วยเป็นโรคกินอาหารที่ชอบหลายๆอย่าง อาทิ มันหมู ขนมหวาน ข้าวมันไก่ ทุเรียน เป็นต้น เพราะอะไร ไม่ใช่เพราะว่า เมื่อก่อน ท่านทานมากจนเกินความพอดีของร่างกาย ปัจจุบันร่างกายท่านจึงขอพอ ถ้าทานต่อไปร่างกายจะพังได้ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับชูชก ที่กินเข้าไปจนลืมดูท้องตนว่ากำลังจะแตก หากอดีตท่านทานแบบพอดี ปัจจุบันท่านคงได้ท่านได้ตลอดชีวิตเช่นกัน  
            ขอขยายความเพิ่มอีก หากกินขนมหวานแล้วจะเป็นเบาหวาน หรือ กินอะไรอีกหลายๆอย่างก็จะเป็นโรคนั้น โรคนี้ ขอตอบว่าใช่ เพราะอะไรละ เพราะถ้าท่านรู้จักทานแบบพอดีมาตั้งแต่ต้น ท่านก็ไม่ต้องเสี่ยงต่อชีวิตแบบนี้ ไม่ต้องมีข้อห้ามในชีวิตปัจจุบัน
           ดังนั้นจึงขอสรุปตามความคิดเห็นของผู้เขียน ความเสี่ยงต่อโรคในอาหาร คือ การตามใจปาก เลยเป็นที่มาให้หลายท่านต้องทานวิตามิน ยาเสริม ยาป้องกัน หรือ อะไรอีกหลายอย่างก็ตาม
           หากคิดกลับ ทำไมเมื่อก่อน ปู่ ย่า ตา ทวด ไม่ต้องทานวิตามิน หรือยาบำรุงร่างกาย ?
        
         ⚠️ควรใช้ชีวิตอยู่บนความพอดี ในหลายๆเรื่อง เช่น การกิน ความคิด การจับจ่ายซื้อของ เป็นต้น

         ขอบคุณคับ
         #เด็กน้อยเสื้อดำ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่