ที่มาเล่าเพราะเมื่อคืนดู perspective ของคุณเปอร์ มันดีมาก โดยเฉพาะเรื่องคุณนายรถถัง เลยคิดว่าบางทีประสบการณ์นี้อาจจะเป็นประโยชน์กับคนรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มต้นชีวิต ขอให้เรื่องนี้เป็นกำลังใจให้นะคะ
ชีวิตตอนนี้ก็ทำงานบริษัทข้ามชาติร่วม 10 ปี รายได้เท่ากับสามีที่เป็นคนที่นี่และทำงานบริษัทมาตลอดชีวิตเค้า แต่กว่าเราจะมีวันนี้ มันไม่ง่ายเลย
ขอเริ่มเล่าจากจบปริญญาตรีที่เมืองไทย ดิฉันจบด้านคอมพิวเตอร์ออกมาเป็นโปรแกรมเมอร์ทำงานที่กรุงเทพ 3 ปีเปลี่ยน 2 บริษัท เปลี่ยนจากบริษัทเล็กไปเป็นระดับโรงงานเพื่อจะลองว่าอะไรเหมาะกับเรา ซึ่งก็เริ่มต้นเหมือนเด็กจบใหม่ปกติ เงินเดือนหมื่นห้า จุดเปลี่ยนชีวิตคืออาที่ค่อนข้างสนิทย้ายไปทำงานที่อเมริกา แล้วเค้าก็เกริ่นว่าถ้าเค้าเข้าที่เข้าทาง เราก็สามารถหาช่องทางไปเรียนต่อปริญญาโท แล้วเค้าจะช่วยเรื่องกินอยู่เราจ่ายแต่ค่าเรียน จากนั้นมา เราก็ตั้งเป้าเลยว่าปีที่เท่านี้เราจะไป ก็เริ่มหาข้อมูลมหาวิทยาลัย สาขาที่เรียน มุ่งมั่นมาก พอปีนั้นมาถึง เราก็เริ่มเตรียมตัว แม่โอนเงินมาให้ หนึ่งแสนบาท รวมกับเงินเก็บเรา เพื่อเป็นค่าเทอม ค่าเครื่องบิน เราเริ่มเตรียมส่งเอกสารสมัครเรียน แต่แล้วห็เกิดข่าวใหญ่ระดับโลก 9-11 แม่โทรมาวันนั้นเลยว่า ไม่ต้องไปแล้ว เดี๋ยวมีเรื่องใหญ่แน่นอน อาจจะเป็นสงครามด้วยซ้ำ ตอนนั้นคือเสียศูนย์เลยค่ะ แต่แม่ก็น่ารักมาก ทิ้งท้ายว่าเงินหนะแม่ให้ ถือว่าปลอบใจ แม่ให้ไปซื้อรถมือสองมาใช้
พ่อแม่เงินเดือนไม่เยอะเลยคะ แต่ทั้งสองเป็นคนใช้ง่ายอยู่ง่าย ประหยัด ตอนนั้นเราก็รับเงินแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่ทำอะไรกับมัน งงไปซักพัก สุดท้ายสรุปว่าการทำงานบริษัทมันคือเส้นทางที่ขีดไว้แล้ว งั้นขอไปเห็นโลกซักพักแล้วกับมาเดินบนเส้นทางสายหลักนี้ ก็เลยเริ่มหาข้อมูลว่าเรียนภาษาที่ไหนได้นานสุดกับเงินที่มี ก็เลือกมาเพิร์ธ ออสเตรเลียค่ะเพราะอยู่ได้ 4 เดือนนานที่สุด ก็จัดเลย ไม่รู้จักใครเลย ภาษาก็ไม่เคยจะสนใจ ครูไทยสอนภาษาอังกฤษมาทั้งชีวิต มาถึงก็มึนซิคะ โฮมสเตร์มารับ ฟังไม่ออกเลยซักนิด ตอบก็ไม่เป็นเลย เราว่าเราพูดถูก แต่เค้าก็ไม่เข้าใจเลย ชีวิตเด็กนอกที่ไม่รวยเลย แถมหัวเดียวกระเทียมลีบก็เริ่มต้นขี้น
เดี๋ยวมาต่อนะคะ
ลูกข้าราชการเงินเดือนต้นหมื่น มาเป็นพนักงานบริษัทเงินแสนที่ต่างประเทศ
ชีวิตตอนนี้ก็ทำงานบริษัทข้ามชาติร่วม 10 ปี รายได้เท่ากับสามีที่เป็นคนที่นี่และทำงานบริษัทมาตลอดชีวิตเค้า แต่กว่าเราจะมีวันนี้ มันไม่ง่ายเลย
ขอเริ่มเล่าจากจบปริญญาตรีที่เมืองไทย ดิฉันจบด้านคอมพิวเตอร์ออกมาเป็นโปรแกรมเมอร์ทำงานที่กรุงเทพ 3 ปีเปลี่ยน 2 บริษัท เปลี่ยนจากบริษัทเล็กไปเป็นระดับโรงงานเพื่อจะลองว่าอะไรเหมาะกับเรา ซึ่งก็เริ่มต้นเหมือนเด็กจบใหม่ปกติ เงินเดือนหมื่นห้า จุดเปลี่ยนชีวิตคืออาที่ค่อนข้างสนิทย้ายไปทำงานที่อเมริกา แล้วเค้าก็เกริ่นว่าถ้าเค้าเข้าที่เข้าทาง เราก็สามารถหาช่องทางไปเรียนต่อปริญญาโท แล้วเค้าจะช่วยเรื่องกินอยู่เราจ่ายแต่ค่าเรียน จากนั้นมา เราก็ตั้งเป้าเลยว่าปีที่เท่านี้เราจะไป ก็เริ่มหาข้อมูลมหาวิทยาลัย สาขาที่เรียน มุ่งมั่นมาก พอปีนั้นมาถึง เราก็เริ่มเตรียมตัว แม่โอนเงินมาให้ หนึ่งแสนบาท รวมกับเงินเก็บเรา เพื่อเป็นค่าเทอม ค่าเครื่องบิน เราเริ่มเตรียมส่งเอกสารสมัครเรียน แต่แล้วห็เกิดข่าวใหญ่ระดับโลก 9-11 แม่โทรมาวันนั้นเลยว่า ไม่ต้องไปแล้ว เดี๋ยวมีเรื่องใหญ่แน่นอน อาจจะเป็นสงครามด้วยซ้ำ ตอนนั้นคือเสียศูนย์เลยค่ะ แต่แม่ก็น่ารักมาก ทิ้งท้ายว่าเงินหนะแม่ให้ ถือว่าปลอบใจ แม่ให้ไปซื้อรถมือสองมาใช้
พ่อแม่เงินเดือนไม่เยอะเลยคะ แต่ทั้งสองเป็นคนใช้ง่ายอยู่ง่าย ประหยัด ตอนนั้นเราก็รับเงินแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่ทำอะไรกับมัน งงไปซักพัก สุดท้ายสรุปว่าการทำงานบริษัทมันคือเส้นทางที่ขีดไว้แล้ว งั้นขอไปเห็นโลกซักพักแล้วกับมาเดินบนเส้นทางสายหลักนี้ ก็เลยเริ่มหาข้อมูลว่าเรียนภาษาที่ไหนได้นานสุดกับเงินที่มี ก็เลือกมาเพิร์ธ ออสเตรเลียค่ะเพราะอยู่ได้ 4 เดือนนานที่สุด ก็จัดเลย ไม่รู้จักใครเลย ภาษาก็ไม่เคยจะสนใจ ครูไทยสอนภาษาอังกฤษมาทั้งชีวิต มาถึงก็มึนซิคะ โฮมสเตร์มารับ ฟังไม่ออกเลยซักนิด ตอบก็ไม่เป็นเลย เราว่าเราพูดถูก แต่เค้าก็ไม่เข้าใจเลย ชีวิตเด็กนอกที่ไม่รวยเลย แถมหัวเดียวกระเทียมลีบก็เริ่มต้นขี้น
เดี๋ยวมาต่อนะคะ