ปริญญา จี้กกต.เคลียร์ นับ 100 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเฉพาะเลือกปาร์ตี้ลิสต์ ถึง 6.6 หมื่นคน
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10157562
.

.
อ.ปริญญา โพสต์เฟซบุ๊ก จี้ กกต. เคลียร์บัตรเขย่ง นับครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ข้องใจเพิ่มเฉพาะเลือก สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ถึง 6.6 หมื่นคน
.
วันที่ 3 มี.ค. 2569 นาย
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
ความแปลกประหลาดเมื่อ กกต.ประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครบ 100% หน่วยเลือกตั้งที่นับเพิ่ม 5,784 หน่วย มีผู้เลือกแบบบัญชีรายชื่ออย่างเดียว 66,942 คน
.
นาย
ปริญญา ระบุว่า วันเสาร์ที่ 28 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ตนได้เขียนถึงความผิดปกติ หลายประการของการประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 100% ของ กกต. เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ที่ประกาศหลังการเลือกตั้งถึง 18 วัน และประกาศหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน
.
แต่เรื่องผิดปกติดังกล่าวก็จะเบาไปทันที เมื่อเทียบกับประเด็นเรื่องบัตรเขย่ง ในตอนนับคะแนน 94.33% (ขาด 5.68%) จากที่เคย ‘เขย่ง’ กัน โดยบัตรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าบัตรแบบบัญชีรายชื่อถึง 66,939 ใบ พอประกาศนับคะแนนครบ 100% (นำอีก 5.67% มารวม) บัตรเขย่งก็ลดลงอย่างฉับพลันทันทีโดยเหลือเพียงแค่ 3 ใบ
.
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติที่สุด จึงขอหยิบยกเรื่องนี้มากล่าวถึงเป็นการเฉพาะ โดยขอแยกประเด็นให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ 1.ในตอนนับคะแนน 94.33% มีผู้ไปใช้สิทธิ์แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 34,632,581 คน พอประกาศครบ 100% มีผู้ไปใช้สิทธิ์เพิ่มเป็น 37,807,778 คน จำนวนที่เพิ่มขึ้นคือ 3,175,197 คน
.
2. ส่วนจำนวนผู้ไปใช้สิทธิ์แบบบัญชีรายชื่อ ในตอนนับคะแนน 94.33% มีผู้ไปใช้สิทธิ์ 34,565,642 คน ประกาศครบ 100% ผู้ไปใช้สิทธิ์เพิ่มเป็น 37,807,781 คน จำนวนที่เพิ่มขึ้นคือ 3,242,139 คน
.
3. หักลบกันคือ 3,242,139 – 3,175,197 = 66,942 คน นั่นคือคะแนนส่วนที่นับเพิ่มขึ้นมาอีก 5.67% มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมากกว่าแบบแบ่งเขตจำนวน 66,942 คน
.
4. การนับคะแนนแล้ว 94.33% ในเว็บ ECT report 69 หมายถึงจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 101,331 หน่วย (รวมล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักร) นับเสร็จ 95,583 หน่วย นั่นคือในตอนนั้นเหลืออีก 5,784 หน่วย ซึ่งคิดเป็น 5.67% ยังไม่ได้เอามานับ
.
5. นั่นหมายความว่า ใน 5,784 หน่วยที่เอาคะแนนมานับเพิ่มให้เป็น 100% นี้ มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 66,942 คน ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) อย่างเดียว โดยไม่ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว) และทำให้บัตรสีเขียวที่เขย่ง 66,939 ใบหายไปฉับพลัน แล้วบัตรสีชมพูกลายเป็นมากกว่าแทน โดยมากกว่า 3 ใบ
.
คำถามคือ จะเป็นไปได้อย่างไรที่คนมากถึง 66,942 คนใน 5,784 หน่วยนี้ จะพร้อมใจกันจะเลือกแบบบัญชีรายชื่อแต่เพียงอย่างเดียว ทุกคนได้รับบัตร 2 ใบ ทำไมจึงเลือกแค่ใบเดียว หรือหย่อนลงหีบบัตรแค่หีบเดียวมากถึงขนาดนี้ การทำลายบัตร หรือนำบัตรออกมาก็ผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.
.
ทำไม กปน. จึงไม่เห็น และถ้าจะเลือกใบเดียว ก็จะน่าจะเลือก สส.แบบแบ่งเขตมากกว่า ทำไมไปเลือกแต่แบบบัญชีรายชื่อ
.
นาย
ปริญญา ระบุว่า สรุป ในบรรดาความผิดปกติทั้งหมด เรื่องนี้ผิดปกติที่สุด หาก กกต.จะบอกว่าที่ประกาศ 94.33% เป็นประกาศไม่เป็นทางการจึงนำมาอ้างอิงไม่ได้ แต่อย่าลืมว่า กกต.ได้ปล่อยข้อมูลนี้ไว้ถึง 10 วันจนถึงวันที่ 18 ก.พ. จึงได้ปิดเว็บนี้ไป ถ้ามีข้อมูลไม่ถูกต้องทำไม 10 วันจึงไม่แก้ไข
.
“
จนทำให้คนสงสัยว่า การแก้ไขมาเกิดกับคะแนนจาก 5.67% หรือจาก 5,784 หน่วยที่เหลือหรือไม่ แล้วจะสงสัยกันต่อไปอีกว่า ที่ประกาศจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลังวันเลือกตั้งผ่านไป 18 วันเกี่ยวกันกับเรื่องนี้หรือไม่ นี่เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องทำให้เกิดความกระจ่างโดยเร็วที่สุด หาไม่แล้ว คนจะไม่มีทางหายสงสัยเรื่องความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งครั้งนี้” นาย
ปริญญา ระบุ
.
https://www.facebook.com/prinya.thaewanarumitkul/posts/pfbid02fx5hf992V8gafiNUPipJ9JAtCRbab4F3nmxczvCxoAcSgbk5paSr2zMCcbptk4W8l
.
.
คนแห่ต่อคิวแน่นร้านทอง หวังซื้อเก็งกำไร หลังราคาขึ้นแรง ชาวบ้านคาดอาจแตะถึงแสน
https://www.matichon.co.th/region/news_5618475
.
ชัยภูมิแห่ซื้อขายทองคำต่อคิวรอแน่นร้านค้าทองทุกพื้นที่ หวังเก็งกำไรจากภาวะสงครามสหรัฐฯกับอิหร่าน
.
ชัยภูมิ – ช่วงวันหยุดวันมาฆบูชา ประชาชนต่างแห่ซื้อ-ขาย ทองคำรอต่อแถวรอคิวแน่นร้านค้าทองแน่นเต็มร้านทุกพื้นที่ หวังเกร็งกำไรจากสภาวะสงครามสหรัฐกับอิหร่าน ที่เชื่อว่าเกิดเหตุสงครามยืดเยื้อยาวนานกว่าทุกครั้งในครั้งนี้ด้วย
.
วันที่ 3 มีนาคม 2569 ขณะที่ จ.ชัยภูมิ บรรยากาศช่วงวันหยุดวันมาฆบูชา หลังประชาชนพากันเดินทางไปทำบุญตามประเพณีตามวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนที่ตลอดช่วงสายที่ผ่านมา ต่างมีประชาชนมีทองคำเก็บสะสมไว้ และคนที่หวังว่าจะหาซื้อทองคำในช่วงนี้เก็บไว้เพื่อขายทำกำไรได้อีกจำนวนมาก
.
ต่างพากันเดินทางไปที่ร้านจำหน่ายทองคำในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และตามห้างขายทองคำต่างๆตามห้างสรรพสินค้ากันจำนวนมาก เพื่อต่อคิวซื้อและขายทองคำหลังราคาทองคำในช่วงนี้มีการปรับพุ่งสูงขึ้นมากแล้วและถึงวันนี้จะมีการผันผวนลดลงมาบ้างก็ตาม แต่ก็ยังมีราคาที่สูงถึงบาทละ 80,000 บาท ล่าสุดตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ที่ผ่านมา ราคาทองคำล่าสุด อยู่ที่ ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 79,450 บาท ขายออก บาทละ 79,650 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 77,861.76 บาท ขายออก บาทละ 80,450 บาท
.
ซึ่งจากสอบถามประชาชนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ส่วนใหญ่พบว่าเป็นการนำทองรูปพรรณและทองคำแท่งที่ซื้อเก็บสะสมไว้ เพื่อมาขายที่ได้กำไรเป็นจำนวนมากในช่วงนี้ และบางส่วนก็หวังที่จะเดินทางมาซื้อทองคำเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร ชาวบ้านมีความเชื่อว่าจากสถานการณ์ปัญหาการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน จะยืดเยื้อ และทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มมีราคาพุ่งสูงขึ้นอีกเป็นจำนวนมากในช่วงนี้อย่างต่อเนื่องด้วย
.
แต่ในขณะเดียวกันทางร้านค้าทองคำในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ก็มีการเติมเงินเข้ามาเป็นทุนซื้อขายอย่างต่อเนื่องมากขึ้นในช่วงนี้ด้วย พร้อมกำหนดการขายทองคำในช่วงนี้หากชาวบ้านท่านใดนำทองแท่งหนักเกิน 5 บาท มาขายก็จะมีการนัดชำระเงินออกไปประมาณ 1 อาทิตย์ค่อยมารับเงิน ส่วนใครที่ขายทองคำต่ำกว่า 5 บาทและขายทองรูปพรรณก็สามารถรอรับเงินได้เลย
.
สำหรับในช่วงนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ ต่างเชื่อว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มว่าจะสูงถึงหลักแสนบาทได้ จากสภาวะของสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ด้วย
.
.
ชายแดนแม่สายวุ่น ชาวบ้านไทย-เมียนมา เติมน้ำมันแน่นปั๊ม ผู้ว่าฯเชียงราย ออก 6 มาตรการ แก้ขาดแคลน https://www.matichon.co.th/region/news_5618463
.
ชายแดนแม่สายวุ่น ชาวบ้านไทย-เมียนมา เติมน้ำมันแน่นปั๊ม ผู้ว่าฯเชียงราย ออก 6 มาตรการ แก้ขาดแคลน
.
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม จากเหตุการณ์แห่เติมน้ำมัน ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ ทั้งชาวอำเภอแม่สาย และจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ยังคงนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มาเติมน้ำมันตามสถานีเติมน้ำมันในเขตอำเภอแม่สายอย่างต่อเนื่อง
.
จากสาเหตุประชาชนฝั่งประเทศเมียนมา ตื่นตัวเรื่องภาวะสงครามในตะวันออกกลางจนเกรงว่าประเทศไทยจะงดการส่งออกน้ำมันให้กับประเทศรอบข้าง จนกลัวว่าจะทำให้ประเทศเมียนมาเกิดการขาดแคลนน้ำมัน
.
ทำให้ในวันนี้หลังสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาเปิดทำการในเวลา 06.30 น. ท้องถนนในแม่สาย ชาวเมียนมานำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มายังฝั่งอำเภอแม่สาย โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่สถานีเติมน้ำมันแห่งต่างๆ เพื่อเติมน้ำมันยานพาหนะและเติมใส่ภาชนะที่เตรียมมากักตุนไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
.
โดยสถานีเติมน้ำมันในอำเภอแม่สายเช้าวันนี้ มีรถทะเบียนแผ่นป้ายเมียนมารอเติมน้ำมันมากกว่า 50% เนื่องจากเหตุผลดังกล่าวทำให้ประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ก็เกิดความตื่นตระหนกกลัวว่าน้ำมันจะไม่มีใช้ จึงตามออกมาสมทบ ทั้งนี้ พบว่าสถานีบริการน้ำมัน 2 แห่ง รอบนอกได้ปิดทำการชั่วคราวไปก่อนแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เนื่องจากน้ำมันหมดเกลี้ยง ต้องรอโควต้ารอบต่อไปจะมาส่งในอีกสองวัน
.
ส่วนสถานีเติมน้ำขนาดใหญ่ในตัวอำเภอแม่สาย ยังคงมีน้ำมันเพียงพอรองรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งมีเพียงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ที่หมดไปก่อนแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า นอกจากประชาชนจะนำยานพาหนะมาเติมน้ำมันแบบเต็มพิกัดแล้ว ยังได้นำภาชนะต่างๆ เช่น แกลลอน ขวด ถังน้ำ นำมาบรรจุซื้อน้ำมันจากสถานีเพื่อกักตุนเอาไว้ด้วย
.
ทางด้านสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังจากที่มีกระแสการว่ากระทรวงพลังงานสั่งระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง จึงได้มีการระงับการส่งออกเพื่อรอความชัดเจนจากทางกระทรวงพลังงาน จึงได้งดส่งออกน้ำมันไว้ก่อน แต่ปัจจุบันวันที่ 3 มี.ค.69 ได้เริ่มทยอยปล่อยรถน้ำมันที่ตกค้างออกจากท่าเรือห้าเชียง ซึ่งเป็นท่าเรือเอกชน แล้วคาดว่าจะสามารถระบายปริมาณรถบรรทุกน้ำมันที่รอส่งออกอยู่อย่างหนาแน่นในขณะนี้
.
ด้านนาย
ชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการเชียงราย ได้สั่งคุมเข้ม “
น้ำมันขาดแคลน” รุดแก้ไขสถานการณ์น้ำมันในอำเภอแม่สายขาดแคลนชั่วคราว โดยออกมาตรการด่วน 6 ข้อ คุมเข้มสถานีบริการน้ำมัน สั่งตัดวงจร “
กักตุน-เวียนเติม” ย้ำให้สิทธิคนไทยและเกษตรกรก่อน หากพบใครฉวยโอกาสสั่งฟันไม่เลี้ยงทางกฎหมาย พร้อมเปิดมาตรการ “
แม่สายโมเดล” สู้ภัยน้ำมันขาด คนไทยต้องมาก่อน สถานีบริการต้องปันส่วนน้ำมันให้ประชาชนชาวไทย เพื่อใช้ในภาคเกษตร การเดินทาง และขนส่งในชีวิตประจำวันเป็นอันดับแรก
.
สั่งงดขายน้ำมันใส่ภาชนะอื่นโดยเด็ดขาด ยกเว้นกรณีใช้เพื่อเกษตรกรรมหรือก่อสร้าง ซึ่งต้องลงทะเบียน ระบุชื่อและวัตถุประสงค์ชัดเจน
.
คัดกรองต่างชาติ ชาวต่างชาติที่มาเติมน้ำมันต้องลงทะเบียนทุกครั้ง หากพบพฤติกรรมเติมเกินความจำเป็น หรือ “
เวียนเทียน” เติมมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน ให้สถานีบริการปฏิเสธการขายทันที หากน้ำมันในพื้นที่แม่สายหมด แนะนำให้ประชาชนขยับไปใช้บริการในอำเภอใกล้เคียงซึ่งยังมีสต็อกเพียงพอ พบเห็นการโกง กักตุนหรือปฏิเสธการขายโดยไร้เหตุผล แจ้งพลังงานจังหวัดเชียงรายทันที พร้อมดำเนินการทางกฎหมายขั้นสูงสุด
JJNY : ปริญญาจี้กกต.เคลียร์│คนแห่ต่อคิวแน่นร้านทอง │ชายแดนแม่สายวุ่น เติมน้ำมันแน่นปั๊ม│ข่าวกรองเตือน โจมตีสหรัฐกลับแน่
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10157562
.
.
อ.ปริญญา โพสต์เฟซบุ๊ก จี้ กกต. เคลียร์บัตรเขย่ง นับครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ข้องใจเพิ่มเฉพาะเลือก สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ถึง 6.6 หมื่นคน
.
วันที่ 3 มี.ค. 2569 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
ความแปลกประหลาดเมื่อ กกต.ประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครบ 100% หน่วยเลือกตั้งที่นับเพิ่ม 5,784 หน่วย มีผู้เลือกแบบบัญชีรายชื่ออย่างเดียว 66,942 คน
.
นายปริญญา ระบุว่า วันเสาร์ที่ 28 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ตนได้เขียนถึงความผิดปกติ หลายประการของการประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 100% ของ กกต. เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ที่ประกาศหลังการเลือกตั้งถึง 18 วัน และประกาศหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน
.
แต่เรื่องผิดปกติดังกล่าวก็จะเบาไปทันที เมื่อเทียบกับประเด็นเรื่องบัตรเขย่ง ในตอนนับคะแนน 94.33% (ขาด 5.68%) จากที่เคย ‘เขย่ง’ กัน โดยบัตรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าบัตรแบบบัญชีรายชื่อถึง 66,939 ใบ พอประกาศนับคะแนนครบ 100% (นำอีก 5.67% มารวม) บัตรเขย่งก็ลดลงอย่างฉับพลันทันทีโดยเหลือเพียงแค่ 3 ใบ
.
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติที่สุด จึงขอหยิบยกเรื่องนี้มากล่าวถึงเป็นการเฉพาะ โดยขอแยกประเด็นให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ 1.ในตอนนับคะแนน 94.33% มีผู้ไปใช้สิทธิ์แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 34,632,581 คน พอประกาศครบ 100% มีผู้ไปใช้สิทธิ์เพิ่มเป็น 37,807,778 คน จำนวนที่เพิ่มขึ้นคือ 3,175,197 คน
.
2. ส่วนจำนวนผู้ไปใช้สิทธิ์แบบบัญชีรายชื่อ ในตอนนับคะแนน 94.33% มีผู้ไปใช้สิทธิ์ 34,565,642 คน ประกาศครบ 100% ผู้ไปใช้สิทธิ์เพิ่มเป็น 37,807,781 คน จำนวนที่เพิ่มขึ้นคือ 3,242,139 คน
.
3. หักลบกันคือ 3,242,139 – 3,175,197 = 66,942 คน นั่นคือคะแนนส่วนที่นับเพิ่มขึ้นมาอีก 5.67% มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมากกว่าแบบแบ่งเขตจำนวน 66,942 คน
.
4. การนับคะแนนแล้ว 94.33% ในเว็บ ECT report 69 หมายถึงจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 101,331 หน่วย (รวมล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักร) นับเสร็จ 95,583 หน่วย นั่นคือในตอนนั้นเหลืออีก 5,784 หน่วย ซึ่งคิดเป็น 5.67% ยังไม่ได้เอามานับ
.
5. นั่นหมายความว่า ใน 5,784 หน่วยที่เอาคะแนนมานับเพิ่มให้เป็น 100% นี้ มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 66,942 คน ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) อย่างเดียว โดยไม่ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว) และทำให้บัตรสีเขียวที่เขย่ง 66,939 ใบหายไปฉับพลัน แล้วบัตรสีชมพูกลายเป็นมากกว่าแทน โดยมากกว่า 3 ใบ
.
คำถามคือ จะเป็นไปได้อย่างไรที่คนมากถึง 66,942 คนใน 5,784 หน่วยนี้ จะพร้อมใจกันจะเลือกแบบบัญชีรายชื่อแต่เพียงอย่างเดียว ทุกคนได้รับบัตร 2 ใบ ทำไมจึงเลือกแค่ใบเดียว หรือหย่อนลงหีบบัตรแค่หีบเดียวมากถึงขนาดนี้ การทำลายบัตร หรือนำบัตรออกมาก็ผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.
.
ทำไม กปน. จึงไม่เห็น และถ้าจะเลือกใบเดียว ก็จะน่าจะเลือก สส.แบบแบ่งเขตมากกว่า ทำไมไปเลือกแต่แบบบัญชีรายชื่อ
.
นายปริญญา ระบุว่า สรุป ในบรรดาความผิดปกติทั้งหมด เรื่องนี้ผิดปกติที่สุด หาก กกต.จะบอกว่าที่ประกาศ 94.33% เป็นประกาศไม่เป็นทางการจึงนำมาอ้างอิงไม่ได้ แต่อย่าลืมว่า กกต.ได้ปล่อยข้อมูลนี้ไว้ถึง 10 วันจนถึงวันที่ 18 ก.พ. จึงได้ปิดเว็บนี้ไป ถ้ามีข้อมูลไม่ถูกต้องทำไม 10 วันจึงไม่แก้ไข
.
“จนทำให้คนสงสัยว่า การแก้ไขมาเกิดกับคะแนนจาก 5.67% หรือจาก 5,784 หน่วยที่เหลือหรือไม่ แล้วจะสงสัยกันต่อไปอีกว่า ที่ประกาศจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลังวันเลือกตั้งผ่านไป 18 วันเกี่ยวกันกับเรื่องนี้หรือไม่ นี่เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องทำให้เกิดความกระจ่างโดยเร็วที่สุด หาไม่แล้ว คนจะไม่มีทางหายสงสัยเรื่องความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งครั้งนี้” นายปริญญา ระบุ
.
https://www.facebook.com/prinya.thaewanarumitkul/posts/pfbid02fx5hf992V8gafiNUPipJ9JAtCRbab4F3nmxczvCxoAcSgbk5paSr2zMCcbptk4W8l
.
.
คนแห่ต่อคิวแน่นร้านทอง หวังซื้อเก็งกำไร หลังราคาขึ้นแรง ชาวบ้านคาดอาจแตะถึงแสน
https://www.matichon.co.th/region/news_5618475
.
ชัยภูมิแห่ซื้อขายทองคำต่อคิวรอแน่นร้านค้าทองทุกพื้นที่ หวังเก็งกำไรจากภาวะสงครามสหรัฐฯกับอิหร่าน
.
ชัยภูมิ – ช่วงวันหยุดวันมาฆบูชา ประชาชนต่างแห่ซื้อ-ขาย ทองคำรอต่อแถวรอคิวแน่นร้านค้าทองแน่นเต็มร้านทุกพื้นที่ หวังเกร็งกำไรจากสภาวะสงครามสหรัฐกับอิหร่าน ที่เชื่อว่าเกิดเหตุสงครามยืดเยื้อยาวนานกว่าทุกครั้งในครั้งนี้ด้วย
.
วันที่ 3 มีนาคม 2569 ขณะที่ จ.ชัยภูมิ บรรยากาศช่วงวันหยุดวันมาฆบูชา หลังประชาชนพากันเดินทางไปทำบุญตามประเพณีตามวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนที่ตลอดช่วงสายที่ผ่านมา ต่างมีประชาชนมีทองคำเก็บสะสมไว้ และคนที่หวังว่าจะหาซื้อทองคำในช่วงนี้เก็บไว้เพื่อขายทำกำไรได้อีกจำนวนมาก
.
ต่างพากันเดินทางไปที่ร้านจำหน่ายทองคำในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และตามห้างขายทองคำต่างๆตามห้างสรรพสินค้ากันจำนวนมาก เพื่อต่อคิวซื้อและขายทองคำหลังราคาทองคำในช่วงนี้มีการปรับพุ่งสูงขึ้นมากแล้วและถึงวันนี้จะมีการผันผวนลดลงมาบ้างก็ตาม แต่ก็ยังมีราคาที่สูงถึงบาทละ 80,000 บาท ล่าสุดตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ที่ผ่านมา ราคาทองคำล่าสุด อยู่ที่ ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 79,450 บาท ขายออก บาทละ 79,650 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 77,861.76 บาท ขายออก บาทละ 80,450 บาท
.
ซึ่งจากสอบถามประชาชนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ส่วนใหญ่พบว่าเป็นการนำทองรูปพรรณและทองคำแท่งที่ซื้อเก็บสะสมไว้ เพื่อมาขายที่ได้กำไรเป็นจำนวนมากในช่วงนี้ และบางส่วนก็หวังที่จะเดินทางมาซื้อทองคำเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร ชาวบ้านมีความเชื่อว่าจากสถานการณ์ปัญหาการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน จะยืดเยื้อ และทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มมีราคาพุ่งสูงขึ้นอีกเป็นจำนวนมากในช่วงนี้อย่างต่อเนื่องด้วย
.
แต่ในขณะเดียวกันทางร้านค้าทองคำในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ก็มีการเติมเงินเข้ามาเป็นทุนซื้อขายอย่างต่อเนื่องมากขึ้นในช่วงนี้ด้วย พร้อมกำหนดการขายทองคำในช่วงนี้หากชาวบ้านท่านใดนำทองแท่งหนักเกิน 5 บาท มาขายก็จะมีการนัดชำระเงินออกไปประมาณ 1 อาทิตย์ค่อยมารับเงิน ส่วนใครที่ขายทองคำต่ำกว่า 5 บาทและขายทองรูปพรรณก็สามารถรอรับเงินได้เลย
.
สำหรับในช่วงนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ ต่างเชื่อว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มว่าจะสูงถึงหลักแสนบาทได้ จากสภาวะของสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ด้วย
.
.
ชายแดนแม่สายวุ่น ชาวบ้านไทย-เมียนมา เติมน้ำมันแน่นปั๊ม ผู้ว่าฯเชียงราย ออก 6 มาตรการ แก้ขาดแคลน https://www.matichon.co.th/region/news_5618463
.
ชายแดนแม่สายวุ่น ชาวบ้านไทย-เมียนมา เติมน้ำมันแน่นปั๊ม ผู้ว่าฯเชียงราย ออก 6 มาตรการ แก้ขาดแคลน
.
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม จากเหตุการณ์แห่เติมน้ำมัน ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ ทั้งชาวอำเภอแม่สาย และจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ยังคงนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มาเติมน้ำมันตามสถานีเติมน้ำมันในเขตอำเภอแม่สายอย่างต่อเนื่อง
.
จากสาเหตุประชาชนฝั่งประเทศเมียนมา ตื่นตัวเรื่องภาวะสงครามในตะวันออกกลางจนเกรงว่าประเทศไทยจะงดการส่งออกน้ำมันให้กับประเทศรอบข้าง จนกลัวว่าจะทำให้ประเทศเมียนมาเกิดการขาดแคลนน้ำมัน
.
ทำให้ในวันนี้หลังสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาเปิดทำการในเวลา 06.30 น. ท้องถนนในแม่สาย ชาวเมียนมานำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มายังฝั่งอำเภอแม่สาย โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่สถานีเติมน้ำมันแห่งต่างๆ เพื่อเติมน้ำมันยานพาหนะและเติมใส่ภาชนะที่เตรียมมากักตุนไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
.
โดยสถานีเติมน้ำมันในอำเภอแม่สายเช้าวันนี้ มีรถทะเบียนแผ่นป้ายเมียนมารอเติมน้ำมันมากกว่า 50% เนื่องจากเหตุผลดังกล่าวทำให้ประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ก็เกิดความตื่นตระหนกกลัวว่าน้ำมันจะไม่มีใช้ จึงตามออกมาสมทบ ทั้งนี้ พบว่าสถานีบริการน้ำมัน 2 แห่ง รอบนอกได้ปิดทำการชั่วคราวไปก่อนแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เนื่องจากน้ำมันหมดเกลี้ยง ต้องรอโควต้ารอบต่อไปจะมาส่งในอีกสองวัน
.
ส่วนสถานีเติมน้ำขนาดใหญ่ในตัวอำเภอแม่สาย ยังคงมีน้ำมันเพียงพอรองรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งมีเพียงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ที่หมดไปก่อนแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า นอกจากประชาชนจะนำยานพาหนะมาเติมน้ำมันแบบเต็มพิกัดแล้ว ยังได้นำภาชนะต่างๆ เช่น แกลลอน ขวด ถังน้ำ นำมาบรรจุซื้อน้ำมันจากสถานีเพื่อกักตุนเอาไว้ด้วย
.
ทางด้านสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังจากที่มีกระแสการว่ากระทรวงพลังงานสั่งระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง จึงได้มีการระงับการส่งออกเพื่อรอความชัดเจนจากทางกระทรวงพลังงาน จึงได้งดส่งออกน้ำมันไว้ก่อน แต่ปัจจุบันวันที่ 3 มี.ค.69 ได้เริ่มทยอยปล่อยรถน้ำมันที่ตกค้างออกจากท่าเรือห้าเชียง ซึ่งเป็นท่าเรือเอกชน แล้วคาดว่าจะสามารถระบายปริมาณรถบรรทุกน้ำมันที่รอส่งออกอยู่อย่างหนาแน่นในขณะนี้
.
ด้านนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการเชียงราย ได้สั่งคุมเข้ม “น้ำมันขาดแคลน” รุดแก้ไขสถานการณ์น้ำมันในอำเภอแม่สายขาดแคลนชั่วคราว โดยออกมาตรการด่วน 6 ข้อ คุมเข้มสถานีบริการน้ำมัน สั่งตัดวงจร “กักตุน-เวียนเติม” ย้ำให้สิทธิคนไทยและเกษตรกรก่อน หากพบใครฉวยโอกาสสั่งฟันไม่เลี้ยงทางกฎหมาย พร้อมเปิดมาตรการ “แม่สายโมเดล” สู้ภัยน้ำมันขาด คนไทยต้องมาก่อน สถานีบริการต้องปันส่วนน้ำมันให้ประชาชนชาวไทย เพื่อใช้ในภาคเกษตร การเดินทาง และขนส่งในชีวิตประจำวันเป็นอันดับแรก
.
สั่งงดขายน้ำมันใส่ภาชนะอื่นโดยเด็ดขาด ยกเว้นกรณีใช้เพื่อเกษตรกรรมหรือก่อสร้าง ซึ่งต้องลงทะเบียน ระบุชื่อและวัตถุประสงค์ชัดเจน
.
คัดกรองต่างชาติ ชาวต่างชาติที่มาเติมน้ำมันต้องลงทะเบียนทุกครั้ง หากพบพฤติกรรมเติมเกินความจำเป็น หรือ “เวียนเทียน” เติมมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน ให้สถานีบริการปฏิเสธการขายทันที หากน้ำมันในพื้นที่แม่สายหมด แนะนำให้ประชาชนขยับไปใช้บริการในอำเภอใกล้เคียงซึ่งยังมีสต็อกเพียงพอ พบเห็นการโกง กักตุนหรือปฏิเสธการขายโดยไร้เหตุผล แจ้งพลังงานจังหวัดเชียงรายทันที พร้อมดำเนินการทางกฎหมายขั้นสูงสุด