นี่เป็นกระทู้ระบาย...จากเรื่องต่างๆในชีวิต
ถึงเราจะลืมตาดูโลกได้ไม่ถึง30ปี แต่ก็มีอะไรหลายอย่างเข้ามาในชีวิต บางอย่างก็หนักหนาเกินจะรับไหว แต่เราก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป
จากหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เราตระหนักได้ว่า ชีวิตเรานี่ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ สิ่งที่คิดก็ไม่เป็นอย่างที่คิด เหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นแบบไม่นึกไม่ฝัน ในแต่ละปีเราไม่สามารถเดาได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง มีอยู่ปีนึง เราได่เจอคนๆนึงชื่อA เค้าทำให้เราเกลียดมาก แต่เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะทำอะไรได้ เป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ ปีถัดมา เรานึกดีใจที่ไม่ต้องเจอเขาอีก แต่ก็มีเหตุให้ต้องเจอกันร่วมงานกัน เราทุกข์มากตอนรู้ว่าต้องเจอAอีก และในตอนนั้นเราต้องเจอกับคนที่เราเกลียดอีก2คน ทั้ง3คนเคยทำให้เรารู้สึกแย่ ทุข์ ตอนนั้นก็นึกว่า3คนนี้คงเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรา ปรากฏว่าในปีนั้น เรามีความสุขมาก เราและเจ้ากรรมนายเวรทั้งสามคนสนิทสนมกันดี เรารู้สึกทึ่งมาก ไม่นึกว่าคนที่เกลียดจะกลายเป็นคนสนิท จนกระทั้งปีต่อมา เราไม่ได้ร่วมงานกับอีกสองคนเหลือแต่A เราคิดว่าปีนี้ก็คงโอแหละ ปรากฏว่า ปีนั้น เราต้องทุกข์ระทมเพราะA(อีกแล้ว) เราทำอะไรไม่ได้ เค้าคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรเราจริงๆ ปีนี้กลับเป็นปีที่แย่มาก ในปีต่อมา คือ ณ ปีนี้ ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ที่แน่ๆ 1ใน2คนที่เราเคยร่วมงานด้วย(จากที่เล่ามาคนนี้คือคนในปีที่2) กลับมา คนที่เราคิดว่า จบกรรมกันแล้ว(แต่จริงๆคนนี้ก็ดีนะ ถึงแม้จะทำให้เราทุกข์แต่อย่างน้อยก็จากกันดี อีกคนที่ไม่ได้กลับมาก็เช่นกัน จากกันดี) กลับต้องมาเจอกัน เป็นเรื่องทึ่งสำหรับเรา คนที่คิดว่าไม่ต้องเจอกันอีกก็ได้เจอกัน ไม่รู้ว่าเจอกันปีนี้จะดีมั้ย อย่างAเป็นคนที่ทำให้เราเกลียดในตอนแรก แลำก็ทำให้เรารู้สึกดีด้วยได้ แล้วก็ทำเราเกลียดอีก เล่นกับความรู้สึกคนอื่น ถ้าเราต้องร่วมงานด้วย ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เราควรทำยังไงให้สบายใจได้...แค่เราเห็นไลน์เค้าเราก็หลอนมากแล้ว ไม่อยากแม้แต่จะอ่าน ถึงตอนนี้เราจะต้องทนทุกข์ แต่ที่แน่ๆ ไม่เกิน2ปี เราจะไม่ต้องเจอกันอีก...ถึงตอนที่หมดกรรมกันเมื่อไหร่ เราอยากจะเผาผีส่งจริงๆ คนเราสามารถเปลี่ยนไปมาในเวลา2-3ปีได้อย่างน่าทึ่ง ต่อให้คิดถึงช่วงเวลาดีๆก็คิดไม่ลง ปกติถ้าเรากำลังโกรธใครแล้วเผลอนึกเรื่องดีๆของเขาขึ้นมา อย่างน้อยก็โกรธไม่ลง แต่คนนี้สุดจะทนจริงๆ เป็นเวรกรรมจริงๆที่ต้องเจอกัน หรือว่าชาติที่แล้วเราไปทำให้เขาทุกข์ ชาตินี้เลยต้องทุกข์เพราะเขา จะหนีก็หนีไม่ได้ แม้จะมีคนเคยบอกว่า ที่ใดที่อยู่แล้วไม้สบายใจก็อย่าอยู่ แต่เราออกไปไม่ได้ เราต้องทนโท่อยู่ เมื่อก่อนเราคิดว่าตัวเองร่าเริงกว่านี้นะ เดี๋ยวนี้ไม่เป็นอย่างก่อน การที่1ใน2คนที่เราบอกว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรเเต่สุดท้ายก็จากกันด้วยดี ตอนนี้กลับมาก็ไม่รู้ว่าเราจะรู้สึกดีด้วยมั้ย
อีกเรื่องที่อยากบ่น เรามักจะต้องได้ยินคำจากคนรอกข้างที่ดูถูกเรา ตั้งแต่Aจนถึง คนในครอบครัวก็เคยพูดดูถูกเรา เค้าคงไม่ตั้งใจพูด แต่ไอสิ่งที่เค้าพูดออกมาก็คือสิ่งที่เค้าคิดจริงๆ ภายนอกเราก็ทำเฉย สุดท้ายต้องแอบร้องไห้อยู่คนเดียว เมื่อก่อนคิดว่ามีคนรับฟังอยู่ข้างๆ จริงๆแล้วเราจะไปพูดกับใครได้ แม้แต้คนในครอบครัวยังดูถูกกัน ให้เราไปเล่าให้เค้าฟังว่า มีคนรู้จักมาดูถูก จะให้พูดก็พูดไม่ออก มีช่วงนึงที่เราตั้งความหวังเรื่องนึงไว้มาก ทุดท้ายก็ไม่เป็นดังหวัง คำแย่ๆคำแรกที่วิ่งมาหาเราอย่างไวเลยคือ เธอทุ่มสิ่งนี้สิ่งเดียว ยังได้น้อยกว่าคนที่ทุ่มสองอย่าง ประโยคนี้มาจากA อุส่าห์บอกเพราะอย่ากจะระบาย วันนั้นเราไปดูหนังต่อ รู้มั้ยในโรงมืดๆเราอยากจะร้องไห้ ไม่เข้าใจ ทำไม บวกกับคำดูถูกจากรอบข้าง ทำให้เราคิดว่า เรานี้โง่แท้ๆ ไม่ได้เก่งเลยสักนิด ทำไมอ่อนอย่างนี้ พอคิดแบบนี้ ความรู้สึกมาดิ่งลงเหว แย่มาก เราคิดว่าเกิดมาโง่แบบนี้จะเกิดมาทำไม ทำไมพอเทียบกับคนอื่นเราถึงดูไร้ค่าจัง แบบนี้จะเกิดมาทำไม ไม่น่าเกิด เรารู้สึกสิ้นหวัง ความรู้สึกที่คิดว่าตัวเองไม่มีค่ามันทำให้รุ้สึกเหมือนไม่มีอะไรเลย ไม่มีแม้แต่กำลังใจอยากจะทำอะไร ก็เราตัดสินตัวเองไปแล้วว่าอ่อน แย่ ไม่มีพลังที่จะใช้ชีวิต ตอนนั้นทำให้เราได้กระจ่างว่า เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ถึงคนอื่นจะบอกว่าเราโง่ แต่เราห้ามคิดว่าตัวเองโง่เด็ดขาด เราคิดได้เลย กลับมาใหม่ว่าต่อให้คนอื่นคิดว่าเราไม่เก่งแต่เราห้ามคิดแบบนั้นเป็นอันขาด สุดท้ายแล้วคนที่อยู่ข้างๆเราก็คือตัวเอง มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่จะปลอบใจ สุดท้ายนี้ เราก้คงต้องทนอยู่กับAต่ออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และบางที่ในปีๆนี้สิ่งที่ไม่เคยคาดฝันก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ...ทุกเรื่อง
ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นนอน
ถึงเราจะลืมตาดูโลกได้ไม่ถึง30ปี แต่ก็มีอะไรหลายอย่างเข้ามาในชีวิต บางอย่างก็หนักหนาเกินจะรับไหว แต่เราก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป
จากหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เราตระหนักได้ว่า ชีวิตเรานี่ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ สิ่งที่คิดก็ไม่เป็นอย่างที่คิด เหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นแบบไม่นึกไม่ฝัน ในแต่ละปีเราไม่สามารถเดาได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง มีอยู่ปีนึง เราได่เจอคนๆนึงชื่อA เค้าทำให้เราเกลียดมาก แต่เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะทำอะไรได้ เป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ ปีถัดมา เรานึกดีใจที่ไม่ต้องเจอเขาอีก แต่ก็มีเหตุให้ต้องเจอกันร่วมงานกัน เราทุกข์มากตอนรู้ว่าต้องเจอAอีก และในตอนนั้นเราต้องเจอกับคนที่เราเกลียดอีก2คน ทั้ง3คนเคยทำให้เรารู้สึกแย่ ทุข์ ตอนนั้นก็นึกว่า3คนนี้คงเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรา ปรากฏว่าในปีนั้น เรามีความสุขมาก เราและเจ้ากรรมนายเวรทั้งสามคนสนิทสนมกันดี เรารู้สึกทึ่งมาก ไม่นึกว่าคนที่เกลียดจะกลายเป็นคนสนิท จนกระทั้งปีต่อมา เราไม่ได้ร่วมงานกับอีกสองคนเหลือแต่A เราคิดว่าปีนี้ก็คงโอแหละ ปรากฏว่า ปีนั้น เราต้องทุกข์ระทมเพราะA(อีกแล้ว) เราทำอะไรไม่ได้ เค้าคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรเราจริงๆ ปีนี้กลับเป็นปีที่แย่มาก ในปีต่อมา คือ ณ ปีนี้ ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ที่แน่ๆ 1ใน2คนที่เราเคยร่วมงานด้วย(จากที่เล่ามาคนนี้คือคนในปีที่2) กลับมา คนที่เราคิดว่า จบกรรมกันแล้ว(แต่จริงๆคนนี้ก็ดีนะ ถึงแม้จะทำให้เราทุกข์แต่อย่างน้อยก็จากกันดี อีกคนที่ไม่ได้กลับมาก็เช่นกัน จากกันดี) กลับต้องมาเจอกัน เป็นเรื่องทึ่งสำหรับเรา คนที่คิดว่าไม่ต้องเจอกันอีกก็ได้เจอกัน ไม่รู้ว่าเจอกันปีนี้จะดีมั้ย อย่างAเป็นคนที่ทำให้เราเกลียดในตอนแรก แลำก็ทำให้เรารู้สึกดีด้วยได้ แล้วก็ทำเราเกลียดอีก เล่นกับความรู้สึกคนอื่น ถ้าเราต้องร่วมงานด้วย ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เราควรทำยังไงให้สบายใจได้...แค่เราเห็นไลน์เค้าเราก็หลอนมากแล้ว ไม่อยากแม้แต่จะอ่าน ถึงตอนนี้เราจะต้องทนทุกข์ แต่ที่แน่ๆ ไม่เกิน2ปี เราจะไม่ต้องเจอกันอีก...ถึงตอนที่หมดกรรมกันเมื่อไหร่ เราอยากจะเผาผีส่งจริงๆ คนเราสามารถเปลี่ยนไปมาในเวลา2-3ปีได้อย่างน่าทึ่ง ต่อให้คิดถึงช่วงเวลาดีๆก็คิดไม่ลง ปกติถ้าเรากำลังโกรธใครแล้วเผลอนึกเรื่องดีๆของเขาขึ้นมา อย่างน้อยก็โกรธไม่ลง แต่คนนี้สุดจะทนจริงๆ เป็นเวรกรรมจริงๆที่ต้องเจอกัน หรือว่าชาติที่แล้วเราไปทำให้เขาทุกข์ ชาตินี้เลยต้องทุกข์เพราะเขา จะหนีก็หนีไม่ได้ แม้จะมีคนเคยบอกว่า ที่ใดที่อยู่แล้วไม้สบายใจก็อย่าอยู่ แต่เราออกไปไม่ได้ เราต้องทนโท่อยู่ เมื่อก่อนเราคิดว่าตัวเองร่าเริงกว่านี้นะ เดี๋ยวนี้ไม่เป็นอย่างก่อน การที่1ใน2คนที่เราบอกว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรเเต่สุดท้ายก็จากกันด้วยดี ตอนนี้กลับมาก็ไม่รู้ว่าเราจะรู้สึกดีด้วยมั้ย
อีกเรื่องที่อยากบ่น เรามักจะต้องได้ยินคำจากคนรอกข้างที่ดูถูกเรา ตั้งแต่Aจนถึง คนในครอบครัวก็เคยพูดดูถูกเรา เค้าคงไม่ตั้งใจพูด แต่ไอสิ่งที่เค้าพูดออกมาก็คือสิ่งที่เค้าคิดจริงๆ ภายนอกเราก็ทำเฉย สุดท้ายต้องแอบร้องไห้อยู่คนเดียว เมื่อก่อนคิดว่ามีคนรับฟังอยู่ข้างๆ จริงๆแล้วเราจะไปพูดกับใครได้ แม้แต้คนในครอบครัวยังดูถูกกัน ให้เราไปเล่าให้เค้าฟังว่า มีคนรู้จักมาดูถูก จะให้พูดก็พูดไม่ออก มีช่วงนึงที่เราตั้งความหวังเรื่องนึงไว้มาก ทุดท้ายก็ไม่เป็นดังหวัง คำแย่ๆคำแรกที่วิ่งมาหาเราอย่างไวเลยคือ เธอทุ่มสิ่งนี้สิ่งเดียว ยังได้น้อยกว่าคนที่ทุ่มสองอย่าง ประโยคนี้มาจากA อุส่าห์บอกเพราะอย่ากจะระบาย วันนั้นเราไปดูหนังต่อ รู้มั้ยในโรงมืดๆเราอยากจะร้องไห้ ไม่เข้าใจ ทำไม บวกกับคำดูถูกจากรอบข้าง ทำให้เราคิดว่า เรานี้โง่แท้ๆ ไม่ได้เก่งเลยสักนิด ทำไมอ่อนอย่างนี้ พอคิดแบบนี้ ความรู้สึกมาดิ่งลงเหว แย่มาก เราคิดว่าเกิดมาโง่แบบนี้จะเกิดมาทำไม ทำไมพอเทียบกับคนอื่นเราถึงดูไร้ค่าจัง แบบนี้จะเกิดมาทำไม ไม่น่าเกิด เรารู้สึกสิ้นหวัง ความรู้สึกที่คิดว่าตัวเองไม่มีค่ามันทำให้รุ้สึกเหมือนไม่มีอะไรเลย ไม่มีแม้แต่กำลังใจอยากจะทำอะไร ก็เราตัดสินตัวเองไปแล้วว่าอ่อน แย่ ไม่มีพลังที่จะใช้ชีวิต ตอนนั้นทำให้เราได้กระจ่างว่า เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ถึงคนอื่นจะบอกว่าเราโง่ แต่เราห้ามคิดว่าตัวเองโง่เด็ดขาด เราคิดได้เลย กลับมาใหม่ว่าต่อให้คนอื่นคิดว่าเราไม่เก่งแต่เราห้ามคิดแบบนั้นเป็นอันขาด สุดท้ายแล้วคนที่อยู่ข้างๆเราก็คือตัวเอง มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่จะปลอบใจ สุดท้ายนี้ เราก้คงต้องทนอยู่กับAต่ออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และบางที่ในปีๆนี้สิ่งที่ไม่เคยคาดฝันก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ...ทุกเรื่อง