https://youtu.be/guOnSR0Dhx8
ลูกศิษย์ถาม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง "สัตว์ในล็อคเนส" มีจริงหรือไม่ ?
(เล่า 19 กันยายน 2519)
เมื่อตอนที่ คุณเกสรี บูลสุข กับ ม.ล. สารภี ไปเที่ยวที่ สก็อตแลนด์ ประเทศอังกฤษ ได้ไปเช่าแฟล็ตอยู่ริมทะเลสาบ ล็อคเนส ที่ร่ำลือกันว่า มีสัตว์โบราณ มาโผล่ อยู่หลายครั้ง จนตั้งชื่อ กันว่า เนสซี่ นั้น วันหนึ่ง ม.ล. สารภี ลองทำสมาธิดู ก็ปรากฏภาพสัตว์ประหลาดนี้ขึ้น บอกว่า มีหลังหยักเหมือนอูฐ คอยาวหัวเล็ก หนังสีดำเหมือนช้าง อยู่ชิดภูเขาใต้น้ำ แต่มองเห็นได้ยาก เพราะสีกลืนกับหินของภูเขา ประกอบกับแสงสว่างไม่มี น้ำก็ขุ่นอยู่ ในที่มีความลึก ประมาณ 8,000 ฟุต ชอบขึ้นมาข้างบน เวลามีพายุและฝนตกหนัก
เรื่องนี้เวลาว่างๆ ปลอดคน คุณเสริมก็ถ่ายทอดให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อก็บรรยายต่อตามที่เทวดาท่านมาทำภาพให้ดู จะผิดหรือถูกก็ต้องมอบให้เทวดาท่านนั้นรับไป ท่านเพิ่มเติมมาดังนี้ (เอาแต่ใจความเพราะ ไม่ได้อัดเทป)
สัตว์นี่ ไม่ได้มีอยู่ตัวเดียว มีอยู่เป็นฝูง จำนวนกว่า 100 ตัว เป็นสัตว์ที่มีมาคู่กับโลก ถ้าคนไม่ลงไปทำลายมัน หรือไม่มีโรค มันจะไม่มีวันสูญพันธ์ จำนวนที่มีจะมากขึ้นบ้าง น้อยลงบ้างตามกาล เป็นสัตว์ประเภทปลาโลมา มีตีนคล้ายเป็ด ออกลูกเป็นตัว หลังของมันหยักคล้ายอูฐ มี 3 หยัก ส่วนขนาดของมันนั้นเปรียบได้ยาก สำหรับ ตัวที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดนั้น ตะโหงกที่หลังของมัน 1 ตะโหงกมีขนาดเท่าควายขนาดใหญ่ สัตว์นี้ มีคอยาว หัวเล็ก หน้าเหมือน จิ้งจก แต่จมูกโตเหมือนจมูกควาย หางของมัน คล้าย จรเข้ แต่ตอนปลาย มีครีบทางตั้ง คล้ายหางปลา ฟาดหางได้แรงมาก เคลื่อนที่ในน้ำได้ประมาณ 4 ไมล์ต่อชั่วโมง
อาหารประจำของมัน คือ ปลา ลักษณะคล้ายปลาช่อน รูปร่างเหมือนเสามีความยาว ประมาณ 2 เมตรการ กิน 1 อิ่มของมัน มีปริมาณเท่าปลาทู 300 ตัว ปลาตัวหนึ่ง สัตว์นี้กิน 2-3 ตัวก็อิ่ม และแต่ละ 2-3 วันจึงจะกินทีหนึ่ง อาหารอีกอย่างหนึ่ง เป็นพืชคล้ายๆ หน่อไม้ที่ปอกเปลือก มักจะส่ายไปมาตามกระแสน้ำ
โดยปกติสัตว์นี้ นิสัยไม่ดุร้าย เว้นแต่จะถูกรังแก ตามธรรมดา มักชอบนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นท้องทะเล ตาของมันเห็นได้ในที่มืด เพราะฉะนั้น จึงไม่กล้าสู้ กับแสงสว่าง ถ้าจะขึ้นมาข้างบน ก็ขึ้นเพื่อเที่ยวเล่น เวลาอยู่ในน้ำ จะหายใจทางหู ซึ่งมีอวัยวะ เหมือนเหงือกปลา สำหรับช่วยในการหายใจ วิธีล่าเหยื่อของมัน คือพ่นน้ำออกไป ด้วยความแรง และปล่อยน้ำพิษจากต่อมทั้ง 2 ข้างออกไปด้วย พิษนี้ร้ายแรงมากถ้าถูกคนจะปวดแสบปวดร้อน ไปถึงกระดูก และผิวหนังจะมีสีเขียว ทีอยู่ของมันคือ ถ้าในภูเขาหินใต้น้ำ แต่เมื่อประกอบกับความขุ่นของน้ำด้วยแล้ว ถ้าลงไปก็จะมองเห็นได้ยาก เพราะมันจะถอยไปติดผนังถ้ำ ทำให้มองไม่เห็นเพราะสีกลืนกัน
ถัดจากที่อยู่ ของสัตว์เหล่านี้ ไปทางเหนือประมาณ 10 ไมล์ เป็นสุสานของมัน อยู่ในระหว่างหุบเขา เวลา สัตว์ตัวหนึ่งตายไปในสุสาน ตัวอื่นก็จะกินเป็นอาหาร อายุของสัตว์นี้ตามธรรมชาติประมาณ 200 ปี
ใกล้ๆ กับสัตว์นี้ยังมีสัตว์อีกประเภทหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายกบ แต่หลังเป็นกระดองเกลี้ยงเหมือนกระดองเต่า ตัวที่ใหญ่ที่สุดมีความกว้างของหน้าอกประมาณ 4 เมตร ตัวธรรมดากว้างประมาณ 2 เมตร ออกลูกเป็นตัว และ มีสุสานเหมือนกัน มีจำนวนอยู่ร้อยกว่าตัว ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน กับสัตว์พวกแรก วิธีหาอาหาร ของมันคือ ใช้ตาที่มีพิษ มองแล้วเหยื่อหมดแรงไปไหนไม่ได้ ใกล้ๆ กันนั้น มีปลาอีกฝูงหนึ่งรูปร่างเหมือน ปลากะโห้ ที่ตัดครึ่งตัว
เรื่องเหล่านี้ เป็นเกล็ดที่ท่านเล่า ให้คุณอ๋อยและศิษย์อื่นฟังตามจะมีเวลาว่าง ที่ท่านเล่าก็ด้วยแน่ใจแล้วว่า ผู้ฟังมีความเข้าใจในเรื่องทิพจักขุญาณแล้ว ผู้อื่นที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ อ่านแล้วอาจเข้าใจว่าเป็น การอวดอุตริ มนุสธรรม แต่หลวงพ่อท่านบอกว่า สำหรับผู้เจริญกรรมฐาน เช่นพวกเรา พระท่านเรียกเป็น พระโยคาวจร อนุโลมว่าเป็นพระได้ นอกจากนั้น เรื่องที่เล่านี้ ก็มีการสอนเรื่องต่าง ๆ ผสมอยู่ด้วยทั้งนั้น
ถ้าหากว่า การสอนลูกศิษย์จะพูดอะไรไม่ได้เลย แล้วการสอน จะดำเนินไปได้อย่างไร ท่านผู้อ่านโปรดระลึกว่า
เรื่องต่างๆ นี้ หลวงพ่อเล่าให้ศิษย์ฟังเป็นวงในเท่านั้น ที่นำมาเผยแพร่นี้ ก็เป็นเรื่องของศิษย์ทำเองหลวงพ่อไม่เกี่ยวข้องด้วย
สารคดีสัตว์ประหลาดล๊อคเนสมีจริงหรือไม่คือ อะไรมาดูกันเพลินๆ
ลูกศิษย์ถาม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง "สัตว์ในล็อคเนส" มีจริงหรือไม่ ?
(เล่า 19 กันยายน 2519)
เมื่อตอนที่ คุณเกสรี บูลสุข กับ ม.ล. สารภี ไปเที่ยวที่ สก็อตแลนด์ ประเทศอังกฤษ ได้ไปเช่าแฟล็ตอยู่ริมทะเลสาบ ล็อคเนส ที่ร่ำลือกันว่า มีสัตว์โบราณ มาโผล่ อยู่หลายครั้ง จนตั้งชื่อ กันว่า เนสซี่ นั้น วันหนึ่ง ม.ล. สารภี ลองทำสมาธิดู ก็ปรากฏภาพสัตว์ประหลาดนี้ขึ้น บอกว่า มีหลังหยักเหมือนอูฐ คอยาวหัวเล็ก หนังสีดำเหมือนช้าง อยู่ชิดภูเขาใต้น้ำ แต่มองเห็นได้ยาก เพราะสีกลืนกับหินของภูเขา ประกอบกับแสงสว่างไม่มี น้ำก็ขุ่นอยู่ ในที่มีความลึก ประมาณ 8,000 ฟุต ชอบขึ้นมาข้างบน เวลามีพายุและฝนตกหนัก
เรื่องนี้เวลาว่างๆ ปลอดคน คุณเสริมก็ถ่ายทอดให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อก็บรรยายต่อตามที่เทวดาท่านมาทำภาพให้ดู จะผิดหรือถูกก็ต้องมอบให้เทวดาท่านนั้นรับไป ท่านเพิ่มเติมมาดังนี้ (เอาแต่ใจความเพราะ ไม่ได้อัดเทป)
สัตว์นี่ ไม่ได้มีอยู่ตัวเดียว มีอยู่เป็นฝูง จำนวนกว่า 100 ตัว เป็นสัตว์ที่มีมาคู่กับโลก ถ้าคนไม่ลงไปทำลายมัน หรือไม่มีโรค มันจะไม่มีวันสูญพันธ์ จำนวนที่มีจะมากขึ้นบ้าง น้อยลงบ้างตามกาล เป็นสัตว์ประเภทปลาโลมา มีตีนคล้ายเป็ด ออกลูกเป็นตัว หลังของมันหยักคล้ายอูฐ มี 3 หยัก ส่วนขนาดของมันนั้นเปรียบได้ยาก สำหรับ ตัวที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดนั้น ตะโหงกที่หลังของมัน 1 ตะโหงกมีขนาดเท่าควายขนาดใหญ่ สัตว์นี้ มีคอยาว หัวเล็ก หน้าเหมือน จิ้งจก แต่จมูกโตเหมือนจมูกควาย หางของมัน คล้าย จรเข้ แต่ตอนปลาย มีครีบทางตั้ง คล้ายหางปลา ฟาดหางได้แรงมาก เคลื่อนที่ในน้ำได้ประมาณ 4 ไมล์ต่อชั่วโมง
อาหารประจำของมัน คือ ปลา ลักษณะคล้ายปลาช่อน รูปร่างเหมือนเสามีความยาว ประมาณ 2 เมตรการ กิน 1 อิ่มของมัน มีปริมาณเท่าปลาทู 300 ตัว ปลาตัวหนึ่ง สัตว์นี้กิน 2-3 ตัวก็อิ่ม และแต่ละ 2-3 วันจึงจะกินทีหนึ่ง อาหารอีกอย่างหนึ่ง เป็นพืชคล้ายๆ หน่อไม้ที่ปอกเปลือก มักจะส่ายไปมาตามกระแสน้ำ
โดยปกติสัตว์นี้ นิสัยไม่ดุร้าย เว้นแต่จะถูกรังแก ตามธรรมดา มักชอบนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นท้องทะเล ตาของมันเห็นได้ในที่มืด เพราะฉะนั้น จึงไม่กล้าสู้ กับแสงสว่าง ถ้าจะขึ้นมาข้างบน ก็ขึ้นเพื่อเที่ยวเล่น เวลาอยู่ในน้ำ จะหายใจทางหู ซึ่งมีอวัยวะ เหมือนเหงือกปลา สำหรับช่วยในการหายใจ วิธีล่าเหยื่อของมัน คือพ่นน้ำออกไป ด้วยความแรง และปล่อยน้ำพิษจากต่อมทั้ง 2 ข้างออกไปด้วย พิษนี้ร้ายแรงมากถ้าถูกคนจะปวดแสบปวดร้อน ไปถึงกระดูก และผิวหนังจะมีสีเขียว ทีอยู่ของมันคือ ถ้าในภูเขาหินใต้น้ำ แต่เมื่อประกอบกับความขุ่นของน้ำด้วยแล้ว ถ้าลงไปก็จะมองเห็นได้ยาก เพราะมันจะถอยไปติดผนังถ้ำ ทำให้มองไม่เห็นเพราะสีกลืนกัน
ถัดจากที่อยู่ ของสัตว์เหล่านี้ ไปทางเหนือประมาณ 10 ไมล์ เป็นสุสานของมัน อยู่ในระหว่างหุบเขา เวลา สัตว์ตัวหนึ่งตายไปในสุสาน ตัวอื่นก็จะกินเป็นอาหาร อายุของสัตว์นี้ตามธรรมชาติประมาณ 200 ปี
ใกล้ๆ กับสัตว์นี้ยังมีสัตว์อีกประเภทหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายกบ แต่หลังเป็นกระดองเกลี้ยงเหมือนกระดองเต่า ตัวที่ใหญ่ที่สุดมีความกว้างของหน้าอกประมาณ 4 เมตร ตัวธรรมดากว้างประมาณ 2 เมตร ออกลูกเป็นตัว และ มีสุสานเหมือนกัน มีจำนวนอยู่ร้อยกว่าตัว ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน กับสัตว์พวกแรก วิธีหาอาหาร ของมันคือ ใช้ตาที่มีพิษ มองแล้วเหยื่อหมดแรงไปไหนไม่ได้ ใกล้ๆ กันนั้น มีปลาอีกฝูงหนึ่งรูปร่างเหมือน ปลากะโห้ ที่ตัดครึ่งตัว
เรื่องเหล่านี้ เป็นเกล็ดที่ท่านเล่า ให้คุณอ๋อยและศิษย์อื่นฟังตามจะมีเวลาว่าง ที่ท่านเล่าก็ด้วยแน่ใจแล้วว่า ผู้ฟังมีความเข้าใจในเรื่องทิพจักขุญาณแล้ว ผู้อื่นที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ อ่านแล้วอาจเข้าใจว่าเป็น การอวดอุตริ มนุสธรรม แต่หลวงพ่อท่านบอกว่า สำหรับผู้เจริญกรรมฐาน เช่นพวกเรา พระท่านเรียกเป็น พระโยคาวจร อนุโลมว่าเป็นพระได้ นอกจากนั้น เรื่องที่เล่านี้ ก็มีการสอนเรื่องต่าง ๆ ผสมอยู่ด้วยทั้งนั้น
ถ้าหากว่า การสอนลูกศิษย์จะพูดอะไรไม่ได้เลย แล้วการสอน จะดำเนินไปได้อย่างไร ท่านผู้อ่านโปรดระลึกว่า
เรื่องต่างๆ นี้ หลวงพ่อเล่าให้ศิษย์ฟังเป็นวงในเท่านั้น ที่นำมาเผยแพร่นี้ ก็เป็นเรื่องของศิษย์ทำเองหลวงพ่อไม่เกี่ยวข้องด้วย