สวัสดีเพื่อนทุกๆคนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ ไม่มีไรมากแค่เราอยากจะเข้ามาแชร์และต้องการคำแนะนำจากทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน ประสบการณ์ที่เราเชื่อว่าทุกๆก็เคยผ่านมันมาแล้วในช่วงชีวิตนึง
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ จะยาวๆหน่อยแต่เชื่อว่าถ้าอ่านจนจบแล้วอาจจะนึกถึงอารมแบบนี้ตอนนี้เหมือนกัน
เราชื่อเต้ยนะ เราเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เรีนนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาลัยที่ค่อนข้างดังในเรื่องนี้ด้วย เรามีเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนด้วยกันมาตลอด 1 ปีเต็มสำหรับการเป็นเฟรชชี่ปี 1 ผ่านการเรียนวิชาแสนโหดร้าย กอดคอ ผ่าพายุฝนอันแสนสาหัสมาด้วยกัน จนผ่านพ้นเฟรชชี่ในวันนี้ ตลอดเวลาหนึ่งปี ในช่วงแรกๆเรารู้สึกเฉยๆมากกับการกระทำของเค้า ค่อนข้างเกลียดเลยล่ะ เออ ลืมแนะนำเพื่อนคนนี้ เค้าชื่อ เน นะ ขี้เก้ก เรียนเก่ง เจ้าวา อย่าเถียงเรื่องความรู้กับเค้าเด็ดขาดเพราะเราไม่มีทางชนะแน่ๆ เรารู้จักด้วยความบังเอิญสุดๆ จากการที่เราเข้าไปขอนั่งเรียนข้างเค้า แล้วเราก็รู้จักกันมาเรื่อยๆ เราเริ่มเรียนรู้นิสัยใจคอของเค้าขึ้นทุกวัน เราเรียนด้วยกัน ทำอะไรด้วยกันมาตลอด เค้าชอบแกล้งเรา เพราะ นิสัยส่วนตัวอล้ว เราเป็นคนไม่สู้คนและค่อนข้างอ่อนแอ ขี้กลัว เค้าชอบแกล้งเรา
ตลอดมาไม่ว่าทั้งคำพูดต่างๆนาๆ และการกระทำ เรารู้สึกว่าโกรธเค้ามากในช่วงแรกๆ แต่พอมันนานมากขึ้นเรากลับมีความรู้สึกที่แปลกไปจากเดิม เรากลับรู้สึกว่าเราเข้าใจเค้ามากขึ้นที่เค้าชอบแบบนี้เพราะเค้าแค่ต้องการเพื่อนที่สามารถคุยหรือเข้ากับเค้าได้ เค้าแค่ไม่รุ้จักการเอาใจคน เลยได้แต่พูดด้วยคำพูดที่มันแข็งกระด้าง เรารู้สึกมากขึ้น และมากขึ้นทุกวัน มากและมากๆขึ้น ด้วยการกระทำที่บางทีเราแอบคิดไปเองหรือเปล่า เวลาที่เราโดนเค้าแกล้งหรือด่าแรงๆแล้วรู้สึกว่างอล เค้าจะเอามือมาลูบหัวเราตลอด และมันบ่อยและบ่อยมากขึ้น เลยกายเป็นเรื่องปกติสำหรับเค้าก็ว่าได้ แต่สำหรับเราแล้ว มันโคตรเป็นอารมณ์ที่แสนจะสุดบรรยาย เรากลับรู้สึกดีมากๆ และชอบที่เค้าทำแบบนี้ ที่จริงเรื่องในช่วงระยะปีหนึ่งเฟรชชชี่มันมากกว่านี้เยอะเลยล่ะ แต่เอาเป็นว่าเราขอเล่าคร่าวๆก่อนละกัน.........
จนเมื่อวานนี้แหละ หมายถึงก่อนเที่ยงคืนของวันนี้อ่านะ เราสอบเสรจและตกลงกลับเพื่อนในเซคว่าจะไปกินเลี้ยงกัน เราก็ตกลงไปกิน พอไปเราเจอเค้าเราแอบตกใจผสมด้วยความดีใจไปด้วย เราเข้าไปนั่งข้างเค้า ในกลุ่มที่แสนจะเฮฮามี้พียงหนึ่งที่แสนจะอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเช่นเรา แต่ในทางกลับกันเรากลับอากนั่งอยู่ตรงนี้นานๆเท่าที่จะนานที่สุด เพื่อนคนนึงเอ่ยขึ้นมาว่าวันนี้เป็นวันเกิดเค้า สมองเรานึกขึ้นได้ทันที สำหรับเค้าแล้วมันอาจจะเป็นวันที่แสนดีที่สุดที่วันนี้ได้ฉลอง พบปะเพื่อนทุกๆคนก่อนปิดเทอม แต่สำหรับเรามันกลับแย่ที่สุดเมื่อรู้ความจริงอีกอย่างหนึ่งว่า เปิดเทอมมาเราจะได้เจอเค้าโอกาสแค่เกือบจะเป็น 0 มันเหมือนกับว่าเราอยากยินดีแต่แลกกับความเสีบใจส่วนตัวของเราไปด้วย เราอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ได้ ในใจอยากจะให้คืนนี้ยาวนานไปไม่มีสิ้นสุด แต่ตอนนี้เราไม่มีโอกาส หรือโอกาสมันแทบจะน้อยมากๆแล้วก็ตาม เราอยากจะบอกเค้านะว่าเรารู้สึกมากกว่าเพื่อนไปแล้ว ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรา มันยากที่จะอยู้ในความสัมพันที่ยากต่อสาธารณะชนจะรับได้ แต่เราก็ยินดีที่ได้มีประสบการแบบนี้ร่วมกับเค้า สิ่งหนึ่งที่ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่เราไม่เคยลืมคือการกระทำของเค้าที่ทำให้เรารู้สึกมากขึ้น เค้าลูบหัวเราตลอดทุกครั้งที่เรียนด้วยกัน อยู้ด้วยกัน แม้แต่วันนี้วันสุดท้ายเค้าก็ยังทำแบบวันแรก เราดีใจและเสียใจปนกันไป และหลังจากกินเลี้ยงกันเสรจเค้ามาส่งเราที่หอ เราไม่ได้รู้จะทำยังไงรู้ทั้งรู้ว่ามันวินาทีสุดท้ายแล้ว เราได้แต่หันหลังกลับไปแล้วพูดเบาๆว่า "แฮปปี้เบิร์ดเดย์มีความสุขมากๆนะ" มันยากที่จะพูด เสียใจ เศร้าใจ ดีใจ ทุกข์ใจมันปนอยู้ด้วยกันหมด
แต่ไม่เป็นไรหรอก แค่อยากให้เค้าได้มาอ่านเผื่อนึกขึ้นได้ว่าเค้าทำให้คนๆนึงรู้สึกได้มากขนาดนี้นะ....................
ขอบคุณนะ เน่
ใครอ่านมาถึงตอนนี้แล้วก็ขอบคุณนะ......................
"ณ เวลานี้ใครยังไม่นอน ว่างๆ เข้ามาอ่านกระทู้นี้ทีเถอะนะ เราขอร้องแกล่ะ"
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ จะยาวๆหน่อยแต่เชื่อว่าถ้าอ่านจนจบแล้วอาจจะนึกถึงอารมแบบนี้ตอนนี้เหมือนกัน
เราชื่อเต้ยนะ เราเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เรีนนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาลัยที่ค่อนข้างดังในเรื่องนี้ด้วย เรามีเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนด้วยกันมาตลอด 1 ปีเต็มสำหรับการเป็นเฟรชชี่ปี 1 ผ่านการเรียนวิชาแสนโหดร้าย กอดคอ ผ่าพายุฝนอันแสนสาหัสมาด้วยกัน จนผ่านพ้นเฟรชชี่ในวันนี้ ตลอดเวลาหนึ่งปี ในช่วงแรกๆเรารู้สึกเฉยๆมากกับการกระทำของเค้า ค่อนข้างเกลียดเลยล่ะ เออ ลืมแนะนำเพื่อนคนนี้ เค้าชื่อ เน นะ ขี้เก้ก เรียนเก่ง เจ้าวา อย่าเถียงเรื่องความรู้กับเค้าเด็ดขาดเพราะเราไม่มีทางชนะแน่ๆ เรารู้จักด้วยความบังเอิญสุดๆ จากการที่เราเข้าไปขอนั่งเรียนข้างเค้า แล้วเราก็รู้จักกันมาเรื่อยๆ เราเริ่มเรียนรู้นิสัยใจคอของเค้าขึ้นทุกวัน เราเรียนด้วยกัน ทำอะไรด้วยกันมาตลอด เค้าชอบแกล้งเรา เพราะ นิสัยส่วนตัวอล้ว เราเป็นคนไม่สู้คนและค่อนข้างอ่อนแอ ขี้กลัว เค้าชอบแกล้งเรา
ตลอดมาไม่ว่าทั้งคำพูดต่างๆนาๆ และการกระทำ เรารู้สึกว่าโกรธเค้ามากในช่วงแรกๆ แต่พอมันนานมากขึ้นเรากลับมีความรู้สึกที่แปลกไปจากเดิม เรากลับรู้สึกว่าเราเข้าใจเค้ามากขึ้นที่เค้าชอบแบบนี้เพราะเค้าแค่ต้องการเพื่อนที่สามารถคุยหรือเข้ากับเค้าได้ เค้าแค่ไม่รุ้จักการเอาใจคน เลยได้แต่พูดด้วยคำพูดที่มันแข็งกระด้าง เรารู้สึกมากขึ้น และมากขึ้นทุกวัน มากและมากๆขึ้น ด้วยการกระทำที่บางทีเราแอบคิดไปเองหรือเปล่า เวลาที่เราโดนเค้าแกล้งหรือด่าแรงๆแล้วรู้สึกว่างอล เค้าจะเอามือมาลูบหัวเราตลอด และมันบ่อยและบ่อยมากขึ้น เลยกายเป็นเรื่องปกติสำหรับเค้าก็ว่าได้ แต่สำหรับเราแล้ว มันโคตรเป็นอารมณ์ที่แสนจะสุดบรรยาย เรากลับรู้สึกดีมากๆ และชอบที่เค้าทำแบบนี้ ที่จริงเรื่องในช่วงระยะปีหนึ่งเฟรชชชี่มันมากกว่านี้เยอะเลยล่ะ แต่เอาเป็นว่าเราขอเล่าคร่าวๆก่อนละกัน.........
จนเมื่อวานนี้แหละ หมายถึงก่อนเที่ยงคืนของวันนี้อ่านะ เราสอบเสรจและตกลงกลับเพื่อนในเซคว่าจะไปกินเลี้ยงกัน เราก็ตกลงไปกิน พอไปเราเจอเค้าเราแอบตกใจผสมด้วยความดีใจไปด้วย เราเข้าไปนั่งข้างเค้า ในกลุ่มที่แสนจะเฮฮามี้พียงหนึ่งที่แสนจะอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเช่นเรา แต่ในทางกลับกันเรากลับอากนั่งอยู่ตรงนี้นานๆเท่าที่จะนานที่สุด เพื่อนคนนึงเอ่ยขึ้นมาว่าวันนี้เป็นวันเกิดเค้า สมองเรานึกขึ้นได้ทันที สำหรับเค้าแล้วมันอาจจะเป็นวันที่แสนดีที่สุดที่วันนี้ได้ฉลอง พบปะเพื่อนทุกๆคนก่อนปิดเทอม แต่สำหรับเรามันกลับแย่ที่สุดเมื่อรู้ความจริงอีกอย่างหนึ่งว่า เปิดเทอมมาเราจะได้เจอเค้าโอกาสแค่เกือบจะเป็น 0 มันเหมือนกับว่าเราอยากยินดีแต่แลกกับความเสีบใจส่วนตัวของเราไปด้วย เราอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ได้ ในใจอยากจะให้คืนนี้ยาวนานไปไม่มีสิ้นสุด แต่ตอนนี้เราไม่มีโอกาส หรือโอกาสมันแทบจะน้อยมากๆแล้วก็ตาม เราอยากจะบอกเค้านะว่าเรารู้สึกมากกว่าเพื่อนไปแล้ว ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรา มันยากที่จะอยู้ในความสัมพันที่ยากต่อสาธารณะชนจะรับได้ แต่เราก็ยินดีที่ได้มีประสบการแบบนี้ร่วมกับเค้า สิ่งหนึ่งที่ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่เราไม่เคยลืมคือการกระทำของเค้าที่ทำให้เรารู้สึกมากขึ้น เค้าลูบหัวเราตลอดทุกครั้งที่เรียนด้วยกัน อยู้ด้วยกัน แม้แต่วันนี้วันสุดท้ายเค้าก็ยังทำแบบวันแรก เราดีใจและเสียใจปนกันไป และหลังจากกินเลี้ยงกันเสรจเค้ามาส่งเราที่หอ เราไม่ได้รู้จะทำยังไงรู้ทั้งรู้ว่ามันวินาทีสุดท้ายแล้ว เราได้แต่หันหลังกลับไปแล้วพูดเบาๆว่า "แฮปปี้เบิร์ดเดย์มีความสุขมากๆนะ" มันยากที่จะพูด เสียใจ เศร้าใจ ดีใจ ทุกข์ใจมันปนอยู้ด้วยกันหมด
แต่ไม่เป็นไรหรอก แค่อยากให้เค้าได้มาอ่านเผื่อนึกขึ้นได้ว่าเค้าทำให้คนๆนึงรู้สึกได้มากขนาดนี้นะ....................
ขอบคุณนะ เน่
ใครอ่านมาถึงตอนนี้แล้วก็ขอบคุณนะ......................