กระทู้พลีชีพ Review ข้อสอบเยอรมันสุดโหด!!

พอดีเราช่วงนี้เป็นช่วงเกือบจบเทอมของที่ประเทศเยอรมันนีแล้ว (ปิดเทอมใหญ่เลื่อนชั้น เดือน July)
ซึ่งนั่นก็แปลว่า... EXAMS !!!!
มาทุกวิชาติดกันทั้งเดือนค่าาา...555

ทำให้เราเกิด idea อยากจะ review ข้อสอบเยอรมันขึ้นมา เป็นการแชร์ให้หลายๆคนที่อยากย้ายมาเรียน Highschool ที่นี่ ได้รู้ roughly ว่าข้อสอบที่นี่หน้าตาประมาณไหน? ยากหรือง่ายกว่าข้อสอบที่ไทยอย่างไร...

Let's just get started ยิ้ม

ข้อเริ่มจาก grading system ก่อนเลย ซึ่งจะไม่เป็นเกรด 1-4 เหมือนกับที่ไทย แล้วก็ไม่ได้ให้เป็นเกรด A,B,C แบบที่คนไทยรู้จักด้วย แต่ระบบการศึกษาที่เยอรมันเขามี grading system ของตัวเอง ที่ไม่เหมือนประเทศอื่น...

โดยจะมีเกรดดังต่อไปนี้...
1+ (sehr gut plus)
1   (sehr gut)
1- (Sehr gut minus)
2+ (gut plus)
2   (gut)
2- (gut minus)
3+ (befriedigend plus)
3   (befriedigend)
3- (befriedigend minus)
4+ (ausreichend plus)
4   (ausreichend)
4- (ausreichend minus)
5+ (mangelhaft plus)
5   (mangelhaft)
5- (mangelhaft minus)
6   (ungenügend)

ก็คือจะมี 6 เกรด ดีสุดคือเกรด 1 แย่สุด คือเกรด 6 แล้วถ้าทำข้อสอบได้ต่ำกว่าเกรด 4 ถือว่าทำได้น้อยกว่า 50% นั่นเอง เพราะฉะนั้น ถ้าย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วเรียนได้เกรด 4 ห้ามดีใจนะ แต่ควรจะเริ่มกังวลได้แล้วต่างหาก 555

ส่วนเรื่อง บวก กับ ลบ ที่มาเสริมแต่ละเกรด
จะ important แค่ตอนมัธยมปลาย (ม.5-6) เท่านั้น แต่ตอนประถม และ มัธยมต้น(ที่นี่ มัธยมต้นนับรวม.4ด้วย) เกรดที่ปรากฏในใบเกรดจะไม่มีบวก หรือ ลบ ปรากฎให้เห็น (อย่างน้อยที่รร.เราก็ไม่มีนะ)



นี่เป็นตัวอย่างใบเกรดของเราตอนสมัยเราอยู่ 10th grade (ม.4) ซึ่งใบเกรดของเด็ก 11th grade
จะหน้าตาอีกแบบนึงเลย ซึ่งเราจะไม่ขออธิบาย
in detail เพราะมัน จะต้องอธิบายยาวไปถึง School System แบบละเอียด ซึ่งว่าง่ายๆคือขี้เกียจเขียนยาวนั่นเอง 555 เอาเป็นว่า นี่เป็นหน้าตาใบเกรดของเด็กประถม ถึง ม.4 ก็แล้วกัน หัวเราะ (ขออนุญาตปิดนามสกุลเพื่อความเป็นส่วนตัวนิดนึงเนอะ)

โอเค ทีนี้มาถึงตัวข้อสอบ ขอเริ่มด้วยวิชาภาษาอังกฤษ ก็แล้วกัน ทุกคนจะได้เข้าใจได้ เพราะวิชาอื่นจะมีภาษาเยอรมัน เข้ามาเกี่ยวข้องหมด...
(ขอไม่พูดถึงoral exams นะ เพราะภาษาอังกฤษจะมี oral exam ด้วยบางปี ซึ่งเราถ้าจะให้พูดถึงด้วยก็จะยาวกว่านี้อีก 555)


นี่เป็นข้อสอบสมัยเราอยู่ 9th grade (ม.3)
เกี่ยวกับ short story เรื่อง "the first amendment"
(ซึ่งที่จริงเป็น chapter ที่ 27 ของ novel เรื่อง "speak")
แต่เราทำใบข้อสอบที่มีบทความอยู่หาย เราเลยไปหาบทความ มาจาก google แทน (google can always help u haha) แต่อย่างน้อยก็ได้เห็นหน้าตาข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษของรร.ที่เยอรมันโดยประมาณเนอะ


นี่คือกระดาษคำตอบของเรา ที่ทำข้อสอบข้างบนนั้น
ตอนม.3 ซึ่งประเด็นคือข้อสอบจะเป็นข้อสอบอัตนัย 100% ไม่มี choices ให้เลือกกากบาทแต่อย่างใด
เพราะฉะนั้นคำตอบก็จะเป็นการเขียน Text ยาวๆ แบบนี้นั่นเอง..

แต่เห็นเขียน Text กันยาวๆแบบนี้ ที่จริงแล้วเด็กเยอรมันจะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษประมาณชั้น ป.4
และมาเรียนอย่างจริงจังและเริ่มสอบตอนอยู่ชั้น ป.5 และจะเลิกสอบข้อสอบแนว grammar ตอนประมาณชั้น
ม.2 ( เห็นได้จากข้อสอบของเราที่เป็นข้อสอบของเด็กม.3 ว่าจะไม่มี part ที่เป็น grammar แล้ว) แต่ทางรร.จะ expect ให้ grammar เราเป๊ะ แล้วนะ55

เพราะการให้คะแนนคือ ให้คะแนนด้าน ภาษา
เป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่า เนื้อหา ที่เราเขียน เล็กน้อย
แต่คนที่ต้องการจะได้เกรด 1 ก็ จะต้องเป๊ะทั้ง 2 อย่าง คือ quality ในเนื้อหาที่เขียน ต้องมี และ grammar ก็ต้องเป๊ะด้วยจ้าาา...


นี่คือ เกณฑ์การให้คะแนน(Erwartungshorizont) ของข้อสอบอันบน ซึ่งในนั้นจะมี criteria ต่างๆ ที่คุณครูยึดหลักไว้ในการให้คะแนนคำตอบของเรา
เป็นสิ่งที่คุณครู expect ว่าจะได้เห็นในคำตอบของเรานั่นเอง...
ซึ่งคุณครูจะแนบไอใบแบบนี้มาให้ทุกครั้ง ทุกๆข้อสอบ ทุกวิชา เพื่อให้เราเข้าใจว่า ด้วยเหตุผลอะไร เราถึงได้คะแนนเท่านี้ มี aspect ไหน ที่เราลืมนึกถึงไป จนทำให้เราต้องโดนหักคะแนน แล้วถ้าเรารู้สึกว่าครูให้คะแนนเราไม่ fair พอ เราสามารถ discuss กับครูได้นอกรอบทันทีที่ได้รับข้อสอบกลับมา...

แล้วนอกจากตรวจทานทุกอย่างเกี่ยวกับการให้คะแนนของครูแล้ว สิ่งที่นร.เยอรมันต้องทำหลังได้รับข้อสอบกลับมาก็คือ..


CORRECTION นั่นเอง!! ก็คือให้แก้ข้อผิดทุกข้อ ที่คุณครู marked เป็นสีแดงๆเอาไว้ข้างๆคำตอบเรา
ซึ่งการทำ correction จะมีในเด็กประถมจนถึงมัธยมต้น
พอเข้ามัธยมปลาย ครูจะไม่มีนั่งจี้แล้ว อารมณ์ประมาณว่า ใครจะทำหรือไม่ทำ ก็ไม่ใช่เรื่องของครู 555
(ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุ ที่เราเลือกเอาข้อสอบตอนม.3 มา review  เพราะทันทีที่ขึ้นม.4 เราก็ไม่ได้ทำ correction
แบบจริงจังอีกเลย 555)

โอเค ที่นี้กลับเข้าเรื่องข้อสอบภาษาอังกฤษ...
หลายๆคนคงนึกสงสัยว่า "อ้าว ถ้าไม่สอบ grammar แล้วสอบอะไรล่ะ?"
Task หลักๆ ในข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 3 ข้อ ซึ่งทดสอบความสามารถ 3 ระดับ ของเรา

ระดับแรกคือ comprehension:

ซึ่ง reading comprehension จะมีในทุกข้อสอบแน่นอน แต่บางทีจะมี listening comprehension เข้ามาเสริมทัพด้วย 😅
ในส่วนของ reading comprehension ก็คือ
เราจะต้องเขียน summary ของ text ต่างๆ ซึ่งชนิดของ text นั้นก็จะแตกต่างกันไป ตาม syllabus ของแต่ละระดับชั้น บางทีจะเป็น newspaper article, short story หรือ political speech, poem etc.
เพื่อทดสอบว่าเราเข้าใจในสิ่งที่เราอ่านจริงๆ

ส่วน listening comprehension บางทีจะมาในรูปแบบ การฟังวิทยุ หรือ ฉาย movie scenes ให้ดู แล้วจะมีคำถามที่เราจะต้องตอบ เพื่อทดสอบความเข้าใจ

ซึ่ง Task นี้จะง่ายที่สุด และคุณจะได้คะแนนจาก task นี้น้อยที่สุดเช่นกัน ถ้าเทียบกับทั้ง 3 tasks

ระดับที่สองคือ Analysis:

ซึ่งจะให้เรา analyse text ที่เราได้มา concerning ภาษาของ author, stylistic devices ที่เขาเลือกใช้ หรือ technique ต่างๆที่เขาใช่เพื่อ convince ผู้อ่าน หรือ เพื่อทำให้ Text ของเขาน่าสนใจ
บางที ก็มีให้เขียน characterization บ้าง ถ้า Text ที่เราได้บางทีเป็น excerpts from novels อะไรอย่างนี้
ซึ่ง part นี้จะเป็น part ที่ยากที่สุด และได้คะแนนเยอะที่สุด ถ้าเทียบกับทั้ง 3 parts

ระดับสุดท้ายคือ evaluation:

ซึ่งส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของ comment คือให้เราเขียนความคิดเห็นของเราที่มีต่อ text นั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ครูจะพยายามหา quotes หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเนื้อหาของ text โดยตรง แล้วให้เราแสดงความเห็น โดย refer to quotes นั้นๆ หรือ ครูจะตั้งคำถามที่เกี่ยวกับเนื้อหาของ text นั้นๆ อีก แล้วให้เรา discuss คำถามเหล่านั้นในรูปแบบของการเขียน debate คือ ให้เราแสดงทั้ง pro และ Contra arguments แล้วสุดท้ายให้เรา conclude ด้วย opinion ของเรา ประมาณนี้
อธิบายยากง่ะ 555 เอาเป็นว่าดูตัวอย่างเองเลยแล้วกัน..


อันนี้เป็นข้อสอบเกี่ยวกับ poem ตอนม.4


อันนี้เป็นข้อสอบเกี่ยวกับ political speech ตอนอยู่ม.5


อันนี้เป็นข้อสอบล่าสุดที่มี listening comprehension อยู่ด้วย โดยมี movie scene จากภาพยนตร์เรื่อง "east is east" มาให้ดู ซึ่งเป็นอะไรที่ฟังยากมาก เพราะตัวละครหลักเป็นชาวปากีสถานที่ย้ายมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ แล้วพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงปากีสถาน
ซึ่งฟังยากสุดๆ (แต่หนังดีนะแนะนำให้ดูเลยค่ะ) นี่คือกระดาษคำตอบของเราค่ะ...


ซึ่งข้อสอบ 1 ข้อสอบ ไม่ว่าจะวิชาอะไรก็ตาม
จะมีเวลาให้ 1-4 ชม.เรียนให้กับนร.
ซึ่งถ้าเป็นเด็ก ป.5-6 จะสอบแค่ 1 ชม.เรียน (45 นาที) เด็ก ม.1-ม.4 2 ชม.เรียน (90 นาที) ส่วนเด็กม.ปลาย 3-4 ชม.เรียน ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกวิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาสอบหลักหรือไม่ (เป็น System ของการสอบเอาใบจบ ซึ่งขี้เกียจอธิบายอีกแล้ว 555)

ซึ่งจขกท.จะเป็นคนที่มีปัญหากับเวลามาาาากกก 555
เวลาไม่เคยพอเลยย !! เป็นคนทำอะไรช้า รีบไม่เป็น55
เลยต้อง suffer กับการทำข้อสอบจนถึงทุกวันนี้...

ก็จบไปสำหรับ ข้อสอบอังกฤษ ของรร.เยอรมัน
ยากง่ายยังไงก็มา comment กันเยอะๆนะ
แล้วข้อสอบที่ไทยเป็นยังไง ก็มาแชร์กันบ้าง
(จขกท.สอบเคยสอบข้อสอบที่ไทยแค่จนถึงม.1)
แล้วถ้าอยากให้ review ข้อสอบวิชาอื่นอีก ก็ request กันเข้ามาได้น้าาา ยิ้ม

PS ต้องขออภัยในพัฒนาการด้านลายมือของจขกท ด้วยนะคะ 555 ครูบ่นกันทุกคน แต่ขอเข้าใจว่าเราอยู่ใน pressure of time จริงๆนะ แหะๆๆ  หัวเราะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่