คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ตอบจากประสบการณ์ตรงนะครับ
เคยออกเพราะเบื่อนายมาก โดยที่ยังไม่ได้งานใหม่ ว่างงานอยู่เกือบปี
จริงๆ จะว่าว่างก็ไม่เชิง เพราะ happy มาก ช่วง 4 เดือนแรกแทบจะไม่ได้สมัครงานอะไรเลย
เคยโดนคำถามแบบนี้เหมือนกัน ช่วงเริ่มหางานอย่างจริงจัง เมื่อผ่านมา 4 เดือน
Phase 1
==> ผมก็ตอบตามความจริงว่าช่วงแรก อยากพัก อยากเที่ยว อยากหามุมมอง ประสบการณ์ใหม่ๆ จากการเดินทาง เพราะก็ทำงานมาตลอด ออกจากที่เก่าก็เริ่มที่ใหม่ทันดี พอถึงจุดนึงก็คิดว่าควรจะหยุดพักบ้าง ก่อนจะถึงวัยเกษียณ แล้วก็ออกเดินทาง
Phase 2
==> พอมาหางาน ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้งาน แต่งานยังไม่ match เพราะองค์ประกอบหลายๆ อย่างเช่น JD, Location, Wage, PฺBoss ก็เลยเลือกที่จะไม่ทำ ไม่อยากทำเพื่อขั้นเวลา เพราะไม่เป็นผลดีกับทั้งคนจ้างและตัวเอง ผมมองว่าเราจะไปกันที่คนที่ต้องการและเหมาะกับงานนั้นจริงๆ แล้วก็บอกคนที่ถามตามตรงว่า ก่อนที่จะตัดสินใจลาออก ผมทำ financial planning ไว้ดี แล้วก็ค่อนข้างมั่นใจมากว่าด้วยความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถที่มี จะสามารถ หางานทำได้ภายใน 1 ปี
Phase 3 ถ้าถามต่อว่าใน 1 ปีหางานไม่ได้จะทำไง?
==> ก็ยังมีเงินเก็บเหลืออยู่ทั้ง cash และ asset สามารถใช้ cash ได้แบบประหยัดหน่อยได้อีก 1 ปี ในระหว่างนี้อาจจะรับงานสอนพิเศษ ซึ่งเป็นงานที่เคยทำ และมีความสุข ท้ายที่สุดถ้ายังหางานที่ match ไม่ได้ ก็คงปล่อยเช่า Condo ที่กรุงเทพ ก็จะได้ cash flow เข้ามา ค่าเช่าหักลบเงินที่ต้องจ่ายจะเหลือในระดับนึงที่สามารถกลับไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัดได้ครับ แล้วก็รับงานสอนพิเศษที่ต่างจังหวัดควบคู่กันไป
ปิดท้ายบทสนทนาว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถออกจากงานได้ โดยที่ไม่มีงานใหม่รองรับ แต่เพราะการวางแผนทางการเงินที่ดีในระดับนึง ทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกลับไปทำงานที่ไม่สนุกหรือไม่ชอบ ก็สามารถรองานที่ใช่ได้
เคยออกเพราะเบื่อนายมาก โดยที่ยังไม่ได้งานใหม่ ว่างงานอยู่เกือบปี
จริงๆ จะว่าว่างก็ไม่เชิง เพราะ happy มาก ช่วง 4 เดือนแรกแทบจะไม่ได้สมัครงานอะไรเลย
เคยโดนคำถามแบบนี้เหมือนกัน ช่วงเริ่มหางานอย่างจริงจัง เมื่อผ่านมา 4 เดือน
Phase 1
==> ผมก็ตอบตามความจริงว่าช่วงแรก อยากพัก อยากเที่ยว อยากหามุมมอง ประสบการณ์ใหม่ๆ จากการเดินทาง เพราะก็ทำงานมาตลอด ออกจากที่เก่าก็เริ่มที่ใหม่ทันดี พอถึงจุดนึงก็คิดว่าควรจะหยุดพักบ้าง ก่อนจะถึงวัยเกษียณ แล้วก็ออกเดินทาง
Phase 2
==> พอมาหางาน ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้งาน แต่งานยังไม่ match เพราะองค์ประกอบหลายๆ อย่างเช่น JD, Location, Wage, PฺBoss ก็เลยเลือกที่จะไม่ทำ ไม่อยากทำเพื่อขั้นเวลา เพราะไม่เป็นผลดีกับทั้งคนจ้างและตัวเอง ผมมองว่าเราจะไปกันที่คนที่ต้องการและเหมาะกับงานนั้นจริงๆ แล้วก็บอกคนที่ถามตามตรงว่า ก่อนที่จะตัดสินใจลาออก ผมทำ financial planning ไว้ดี แล้วก็ค่อนข้างมั่นใจมากว่าด้วยความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถที่มี จะสามารถ หางานทำได้ภายใน 1 ปี
Phase 3 ถ้าถามต่อว่าใน 1 ปีหางานไม่ได้จะทำไง?
==> ก็ยังมีเงินเก็บเหลืออยู่ทั้ง cash และ asset สามารถใช้ cash ได้แบบประหยัดหน่อยได้อีก 1 ปี ในระหว่างนี้อาจจะรับงานสอนพิเศษ ซึ่งเป็นงานที่เคยทำ และมีความสุข ท้ายที่สุดถ้ายังหางานที่ match ไม่ได้ ก็คงปล่อยเช่า Condo ที่กรุงเทพ ก็จะได้ cash flow เข้ามา ค่าเช่าหักลบเงินที่ต้องจ่ายจะเหลือในระดับนึงที่สามารถกลับไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัดได้ครับ แล้วก็รับงานสอนพิเศษที่ต่างจังหวัดควบคู่กันไป
ปิดท้ายบทสนทนาว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถออกจากงานได้ โดยที่ไม่มีงานใหม่รองรับ แต่เพราะการวางแผนทางการเงินที่ดีในระดับนึง ทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกลับไปทำงานที่ไม่สนุกหรือไม่ชอบ ก็สามารถรองานที่ใช่ได้
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ทรัพยากรบุคคล
มนุษย์เงินเดือน
ถ้าโดนถามว่า คุณหางานมาตั้งหลายเดือน ทำไมไม่มีใครรับคุณเลย
ความเป็นจริงก็คือ ในรอบปีที่แล้วคุณเปลี่ยนงานมาสองที่ โดยที่ล่าสุดเป็นความโชคร้ายที่ดันไปเจอเจ้านายไม่ดี คุณเลยต้องลาออกมาโดยไม่มีงานรองรับเพราะไม่อยากเสียสุขภาพจิต
คุณจะตอบว่าไงดีครับ