แยกแยะแนวทางปฏิบัติและผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่ชัดเจน แนะนำทีค่ะ

เป็นผู้ฝึกใหม่นะคะ ที่ผ่านมาก็หาอ่านและฟังจากพระอาจารย์หลายๆ ท่าน  แต่ยังแยกแยะข้อปฏิบัติและผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่ชัดเจน เลยมีข้อสงสัยที่อยากขอคำแนะนำค่ะ

1. เราฝึกการรู้ทันความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้น และมองดูมันว่า มันไม่ใช่ของเรา มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป  เช่น มองความทุกข์ มองความโกรธ มองความโลภ   การฝึกแบบนี้เพียงอย่างเดียวอย่างต่อเนื่อง  จะเป็นหนทางสู่การดับขันธ์ 5  ถูกต้องไหมคะ  

2. ถ้าเราฝึกข้อ 1 เป็นประจำ  การนั่งสมาธิ ที่บ้านยังจำเป็นหรือไม่คะ  ปกติจะนั่งก่อนนอน โดยกำหนดรู้ตามการเต้นของหัวใจ เพราะฝึกยุบหนอ พองหนอ หรือดูลมหายใจ จะรู้สึกว่ายากค่ะ  และถ้าเกิดความคิดแล่นไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็จะมองมันว่าความคิดมันเกิดขึ้นตลอดเวลาโดยที่เราตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ  แล้วก็จะพยายามดึงจิตเรามากำหนดเหมือนเดิม   เลยอยากสอบถามว่า ผลที่ได้มันจะแตกต่างจากการฝึกข้อ 1 อย่างไรบ้างคะ  

3.  เท่าที่เข้าใจ การสวดมนต์ เป็นการฝึกสมาธิ และได้ความสงบ  ( ถ้าตรงนี้เราฝึกจากข้อ 1 และ ข้อ 2  )  ดังนั้น การสวดมนต์ยังเพื่อสร้างบุญกุศลให้ตนเอง และแผ่ให้ผู้อื่น ถูกต้องไหมคะ

ขอบคุณมากๆ ค่ะ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 14
....คุณ จขกท. /

...การฝึกการรู้ทันความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ตามแบบข้อ 1. ของคุณ ... สำหรับมือใหม่จะฝึกยาก  ถ้าจิตไม่มีรากฐานของความสงบเพียงพอมาก่อนแล้ว  เพราะจะทำให้ฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆๆ  เหมือนไล่คว้าจับเงาของตนเอง  เนื่องจากมันเป็นการไล่ตามจับสัญญาในอดีตที่ปรุงแต่งผ่านไปแล้ว ...  การฝึกแบบนี้  เหมาะสำหรับคนที่ฝึกจิตมาชำนาญพอควรแล้ว  ชำนาญในการทำสมถะหรือทำความสงบมาดีแล้ว  ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยฝึกได้ความสงบมาก่อน

....คุณจึงควรหาทางฝึกกำหนดจิตให้สงบนิ่ง หรือ ฝึกสมถะ ให้ชำนาญก่อน  คือ ฝึกกำหนดบังคับจิตให้สงบนิ่งแน่วแน่เป็นกลางวางเฉย  นานที่สุดเท่าที่จะนานได้  ถ้าชำนาญแล้วค่อยไปฝึกตามแบบ 1.

....ฝึกสวดมนต์ ดีแล้ว  ดีมากๆ ฝึกสวดไปเรื่อยๆๆ... แต่ถ้าจะสวดมนต์ก่อนฝึกจิต  ก็ไม่ต้องสวดนานนัก  เลือกสวดบทสำคัญๆสักประมาณ ๒๐ นาที ก็เพียงพอ  แล้วฝึกสมาธิต่อเลย....แต่ถ้าอยากจะสวดมนต์อย่างเดียว ก็สวดยาวไปได้ตามต้องการ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่