คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 14
....คุณ จขกท. /
...การฝึกการรู้ทันความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ตามแบบข้อ 1. ของคุณ ... สำหรับมือใหม่จะฝึกยาก ถ้าจิตไม่มีรากฐานของความสงบเพียงพอมาก่อนแล้ว เพราะจะทำให้ฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆๆ เหมือนไล่คว้าจับเงาของตนเอง เนื่องจากมันเป็นการไล่ตามจับสัญญาในอดีตที่ปรุงแต่งผ่านไปแล้ว ... การฝึกแบบนี้ เหมาะสำหรับคนที่ฝึกจิตมาชำนาญพอควรแล้ว ชำนาญในการทำสมถะหรือทำความสงบมาดีแล้ว ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยฝึกได้ความสงบมาก่อน
....คุณจึงควรหาทางฝึกกำหนดจิตให้สงบนิ่ง หรือ ฝึกสมถะ ให้ชำนาญก่อน คือ ฝึกกำหนดบังคับจิตให้สงบนิ่งแน่วแน่เป็นกลางวางเฉย นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ถ้าชำนาญแล้วค่อยไปฝึกตามแบบ 1.
....ฝึกสวดมนต์ ดีแล้ว ดีมากๆ ฝึกสวดไปเรื่อยๆๆ... แต่ถ้าจะสวดมนต์ก่อนฝึกจิต ก็ไม่ต้องสวดนานนัก เลือกสวดบทสำคัญๆสักประมาณ ๒๐ นาที ก็เพียงพอ แล้วฝึกสมาธิต่อเลย....แต่ถ้าอยากจะสวดมนต์อย่างเดียว ก็สวดยาวไปได้ตามต้องการ
...การฝึกการรู้ทันความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ตามแบบข้อ 1. ของคุณ ... สำหรับมือใหม่จะฝึกยาก ถ้าจิตไม่มีรากฐานของความสงบเพียงพอมาก่อนแล้ว เพราะจะทำให้ฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆๆ เหมือนไล่คว้าจับเงาของตนเอง เนื่องจากมันเป็นการไล่ตามจับสัญญาในอดีตที่ปรุงแต่งผ่านไปแล้ว ... การฝึกแบบนี้ เหมาะสำหรับคนที่ฝึกจิตมาชำนาญพอควรแล้ว ชำนาญในการทำสมถะหรือทำความสงบมาดีแล้ว ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยฝึกได้ความสงบมาก่อน
....คุณจึงควรหาทางฝึกกำหนดจิตให้สงบนิ่ง หรือ ฝึกสมถะ ให้ชำนาญก่อน คือ ฝึกกำหนดบังคับจิตให้สงบนิ่งแน่วแน่เป็นกลางวางเฉย นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ถ้าชำนาญแล้วค่อยไปฝึกตามแบบ 1.
....ฝึกสวดมนต์ ดีแล้ว ดีมากๆ ฝึกสวดไปเรื่อยๆๆ... แต่ถ้าจะสวดมนต์ก่อนฝึกจิต ก็ไม่ต้องสวดนานนัก เลือกสวดบทสำคัญๆสักประมาณ ๒๐ นาที ก็เพียงพอ แล้วฝึกสมาธิต่อเลย....แต่ถ้าอยากจะสวดมนต์อย่างเดียว ก็สวดยาวไปได้ตามต้องการ
แสดงความคิดเห็น
แยกแยะแนวทางปฏิบัติและผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่ชัดเจน แนะนำทีค่ะ
1. เราฝึกการรู้ทันความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้น และมองดูมันว่า มันไม่ใช่ของเรา มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เช่น มองความทุกข์ มองความโกรธ มองความโลภ การฝึกแบบนี้เพียงอย่างเดียวอย่างต่อเนื่อง จะเป็นหนทางสู่การดับขันธ์ 5 ถูกต้องไหมคะ
2. ถ้าเราฝึกข้อ 1 เป็นประจำ การนั่งสมาธิ ที่บ้านยังจำเป็นหรือไม่คะ ปกติจะนั่งก่อนนอน โดยกำหนดรู้ตามการเต้นของหัวใจ เพราะฝึกยุบหนอ พองหนอ หรือดูลมหายใจ จะรู้สึกว่ายากค่ะ และถ้าเกิดความคิดแล่นไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็จะมองมันว่าความคิดมันเกิดขึ้นตลอดเวลาโดยที่เราตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แล้วก็จะพยายามดึงจิตเรามากำหนดเหมือนเดิม เลยอยากสอบถามว่า ผลที่ได้มันจะแตกต่างจากการฝึกข้อ 1 อย่างไรบ้างคะ
3. เท่าที่เข้าใจ การสวดมนต์ เป็นการฝึกสมาธิ และได้ความสงบ ( ถ้าตรงนี้เราฝึกจากข้อ 1 และ ข้อ 2 ) ดังนั้น การสวดมนต์ยังเพื่อสร้างบุญกุศลให้ตนเอง และแผ่ให้ผู้อื่น ถูกต้องไหมคะ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ