ภิกษุ ท. ! โทษห้าอย่างเหล่านี้ เป็นโทษแห่งภิกษุผู้เข้าไปสู่สกุลเป็น
ปรกติ. ห้าอย่างอะไรเล่า ? ห้าอย่างคือ :-
(๑) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะเที่ยวไปไม่บอกลา.
(๒) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะนั่งร่วมกับผู้หญิงในที่ลับ.
(๓) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะนั่งร่วมกับผู้หญิงในที่กำบัง.
(๔) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะแสดงธรรมแก่มาตุคามเกิน ๕-๖ คำ.
(๕) เธอ ย่อมจะมากไปด้วยความคิดที่หนักไปในทางกาม.
ภิกษุ ท. ! โทษห้าอย่างเหล่านี้แล เป็นโทษแห่งภิกษุผู้เข้าไปสู่สกุล
เป็นปรกติ.
ชาวตะวันตก แปลคำ ๆ นี้ว่า คนถูกตอน, ดู ๆ ก็ยังเข้าใจยากอยู่นั่นเอง. ถ้าจะแปลว่า คนคนเดียวที่
ทำหน้าที่ได้ทั้งสองเพศ ก็ยังมีคำบาลีคำอื่นอีกคำหนึ่ง คือคำว่า “อุภโตพยัญชนกะ” ใช้อยู่ ; จึงเป็นปัญหา
ที่ต้องทิ้งไว้สำหรับการสอบสวนต่อไป.
๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๘๗/๒๒๕.
ผู้ชอบเข้าบ้าน
ปรกติ. ห้าอย่างอะไรเล่า ? ห้าอย่างคือ :-
(๑) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะเที่ยวไปไม่บอกลา.
(๒) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะนั่งร่วมกับผู้หญิงในที่ลับ.
(๓) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะนั่งร่วมกับผู้หญิงในที่กำบัง.
(๔) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะแสดงธรรมแก่มาตุคามเกิน ๕-๖ คำ.
(๕) เธอ ย่อมจะมากไปด้วยความคิดที่หนักไปในทางกาม.
ภิกษุ ท. ! โทษห้าอย่างเหล่านี้แล เป็นโทษแห่งภิกษุผู้เข้าไปสู่สกุล
เป็นปรกติ.
ชาวตะวันตก แปลคำ ๆ นี้ว่า คนถูกตอน, ดู ๆ ก็ยังเข้าใจยากอยู่นั่นเอง. ถ้าจะแปลว่า คนคนเดียวที่
ทำหน้าที่ได้ทั้งสองเพศ ก็ยังมีคำบาลีคำอื่นอีกคำหนึ่ง คือคำว่า “อุภโตพยัญชนกะ” ใช้อยู่ ; จึงเป็นปัญหา
ที่ต้องทิ้งไว้สำหรับการสอบสวนต่อไป.
๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๘๗/๒๒๕.