เรื่องมันมีอยู่ว่า..
เรารู้จักรุ่นพี่คนนึงอยู่คณะเดียวกัน ในตอนแรกเราแทบไม่ได้สนใจเขา จนเริ่มสังเกตว่า เออ คนนี้มองเรา เดินมาคุยกับเราบ่อยจัง (ตอนนั้นเราจำชื่อจำหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำ) เลยได้คุยกันบ้าง รู้แค่ว่าเป็นรุ่นพี่ชื่ออะไร เป็นพี่ที่ดีคอยดูแลน้องๆ ปีอื่นๆก็นับถือเขามาก จนวันนึงไปกินเลี้ยงร้านเหล้ากัน พี่เขาก็ไปด้วย เราก็พอได้คุยกันบ้างตามประสารุ่นพี่รุ่นน้อง เราก็เลยขอเฟสเขา ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย คือเรากำลังไล่แอดเฟสรุ่นพี่พอดี ก็เลยขอของเขาด้วย
หลังจากแอดเฟสไปได้คืนนึง เราก็โพสเกี่ยวกับเรื่องที่เราเครียด เขาก็ทักแชทมา ให้คำแนะนำนู่นนี่ แล้วก็เริ่มชวนคุยเรื่องอื่น เช่นทำอะไร กินไรยัง อาบน้ำยังเนี่ย บลาๆๆ เราก็งงๆ แต่ก็ตอบไปตามปกติ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้
แรกๆ เราคุยแชทกันทุกวันตั้งแต่เช้าถึงมืดติดต่อมาเกือบอาทิตย์ ช่วงนั้นไม่ได้เจอกันเลย เราก็เริ่มคิดแหละ ว่ามันแปลกๆ แต่พอได้มาเจอหน้ากัน เขามาช่วยงาน เราก็ไม่กล้าเข้าไปคุย เขาก็ไม่มาทัก เราก็โพสเฟสประมาณว่า ในแชทคุยทำไมตัวจริงไม่คุย เขาก็กดไลค์ แล้วก็เดินเข้ามาคุยกับเราเลย ไม่ได้พูดถึงโพสนะ แต่ก็คงรู้แหละว่าเราหมายถึงเขา ตอนนั้นเราใจสั่นเลย เหมือนรู้สึกว่าบางอย่างมันเกิดขึ้นแล้วแหละ...
ในแชทของเรา เราคุยกันทุกวัน เกือบจะทั้งวันเลย ตอบกลับกันเร็วมากๆ ทั้งเขาและเราไม่เคยส่งประโยคที่จะเป็นการตัดจบบทสนทนา ไม่เคยปล่อยให้อีกฝ่ายรอนาน เขาเริ่มส่งรูปนู่นนี่มาให้ดู บอกว่าไปไหน กลับยังไง กี่โมง เราก็คิดแหละว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมาบอกเรา หรือเราจำเป็นต้องรู้ แต่พอมันมีอะไรแบบนี้เรายอมรับเลยว่าเราหวั่นไหวมาก เอาไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็บอกว่าเขาต้องคิดอะไรกับเราแน่เลย
เราพยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเอง บอกตัวเองตลอดว่าเขาอาจไม่ได้คิดอะไร เราคุยกันแต่ในแชทพอเจอกันจริงๆก็ไม่ได้คุยกัน แต่ก็มองกันตลอด เขาพยายามเดินมาเฉียดๆเรา มาคุยกับเราแต่ก็แค่เวลาสั้นๆ (ไม่ถึงสองนาทีได้มั้ง) เราก็คิดว่ามันคงไม่มีอะไรหรอก แต่ลึกๆเราก็หวังแหละว่าเขาต้องคิดอะไรกับเราบ้าง การที่คนๆนึงที่รู้จักกันไม่นาน แต่ซื้อของขวัญวันเกิดให้ ชวนไปเที่ยว ไปนู่นไปนี่ ทำอะไรหลายๆอย่างที่รุ่นพี่ไม่จำเป็นต้องทำให้รุ่นน้องขนาดนี้ แต่มันเกิดขึ้นกับเรา ในตอนนั้นเรารู้ตัวเลยว่า เราชอบเขาจริงๆแล้วล่ะ
เราคุยกันตั้งแต่เช้า จนถึงบอกฝันดี ตื่นมาก็ผลัดกันทักอีกฝ่ายไป อะไรแบบนี้เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหลายเดือน จนวันนึงเราเริ่มรู้สึกได้ถึงอะไรที่เปลี่ยนไป...
จริงๆมันก็ไม่ได้ชัดเจนอะไรมากหรอก เรารู้สึกได้ด้วยเซ้นท์ของผู้หญิงล่ะมั้ง 55555555 ก็ยังคุยกันทุกวันนะ แต่เขาตอบช้าลง เราเริ่มรู้สึกว่าอะไรบางอย่างมันไม่เหมือนเดิม ช่วงนั้นเพื่อนก็เริ่มถามไงว่าเมื่อไรจะบอกชอบเขา เราก็ยังไม่อยากบอก อยากใช้เวลามากกว่านี้อีกหน่อย อยากให้มันชัวร์มากกว่านี้
และแล้ววันนึงเขาก็โพสเกี่ยวกับจะจีบสาวมั้ง เราก็แซว เราหวังให้เขาปฏิเสธเหมือนทุกทีว่าไม่มีอะไร แต่คราวนี้ไม่ เขาเลี่ยงที่จะตอบแล้วก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น เราเริ่มหวั่นใจแล้ว หลังจากนั้นไม่กี่วัน เราก็ไปเที่ยวกับเพื่อน ก็แชทกับเขาตามปกติ แต่วันนั้นเขาตอบช้ามากๆ หายไปครึ่งวันเลยได้มั้ง แล้วก็กลับมาบอกว่าออกไปเที่ยว เราแซวว่าไปกับสาวหรอ...
ค่ะ เขาไปเที่ยวกับสาว เขาบอกเราพร้อมกับแชทที่เหมือนเขินๆ ตอนนั้นมือสั่น ใจกระตุก เพื่อนก็บอกให้ใจเย็นๆ เขาอาจจะไปกับเพื่อนหรือน้อง แต่เรารู้... เรารู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่ เราคุยกับเขามาหลายเดือน ทำไมเราจะไม่รู้ว่าอะไรเปลี่ยนไป ตอนนั้นเรารู้เลยว่ามันไม่ดีแล้ว
คืนนั้นเรากลับหอ เราทบทวนตัวเองมาตลอดทางกลับ สุดท้ายเราก็ตัดสินใจว่า วันนี้เราจะบอกชอบเขา
เราคุยกับเพื่อนว่าจะรอเขากลับบ้านก่อนแล้วค่อยคุยกัน เพื่อนก็คอยถามตลอดว่าเป็นไงบ้าง เหมือนแสตนบายรอเซฟเราเลย 55555555 เราก็ทักแชทไปคุยกับเขาว่าไปเที่ยวเป็นไงบ้าง... เขาเล่ามาแบบที่เราสัมผัสได้แม้จะไม่ได้ยินเสียงว่าเขามีความสุขแค่ไหน ไปเที่ยวด้วยกันสนุกมากแค่ไหน เขาเล่าตอนที่เขาขอจีบคนนั้น
ใจมันเหมือนพังไปเลยค่ะ ไม่ไหวแล้ว เราร้องไห้ออกมาหนักมาก โชคดีที่ตอนนั้นเมทไม่อยู่ เราร้องไม่หยุด เล่าให้เพื่อนฟังเพื่อนก็ด่าเขานะคะ แต่ตอนนั้นเราไม่ได้สนใจอะไรแล้ว เรารู้แค่ว่ามันเจ็บ ไม่โอเคเลย ทำไมมันเป็นแบบนี้ แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร ทิชชู่หมดไปเป็นม้วนเลยค่ะ น้ำตาเราไหลไม่หยุด แต่เราก็ยังตอบแชทเขาเหมือนแซวๆไปด้วย แล้วเราก็บอกเขาว่า ขอคุยด้วยหน่อย จะโทรไป เขาก็โอเค
เราตัดสินใจโทรไปบอกชอบเขาค่ะ เราว่าเขาก็คงงงๆแหละ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร นอกจากหัวเราะแล้วก็ขอบคุณ เขาไม่พูดอะไรเกี่ยวกับที่เราบอกชอบเขาอีกเลย เขาชวนเราคุยเรื่องอื่น แต่ตอนนั้นเราไม่ไหวแล้ว เราขอวางเขาก็ไม่ยอมวางสักที เสียงเราสั่นมากๆ ไม่รู้เขารู้สึกไหม จนเราต้องขอวางหูก่อนแล้วก็ตัดสายไปเลย เขาก็ทักแชทมาคุยกับเราเหมือนปกติ เรียกเราน้องสาว เราตอบไปว่า ใครน้องสาว ไม่ได้อยากเป็น เขาก็คงเงิบไปแหละ เราก็เติมว่าล้อเล่นไป ตอนนั้นรู้สึกสตรองมากๆ
เรากลับมาคุยในแชทกับเพื่อน สิ่งที่เราคิดและบอกเพื่อนไปคือ
เขาเข้ามาในชีวิตเราทำไม จริงๆเราไม่จำเป็นต้องรู้จักกันด้วยซ้ำ เราไม่ได้มีอะไรที่จะเกี่ยวข้องกันเลย เราอยู่ของเราเฉยๆ ถ้าเราเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อนเราจะไม่ว่าอะไรเลยถ้ามันเป็นแบบนี้ แต่นี่เราเปล่า เขาเป็นคนเข้ามาหาเรา เขามาทำแบบนี้กับเราทำไม มาทำให้เรารู้สึกทำไมถ้าจะไม่ได้คิดอะไร
เพื่อนเราบางคนก็บอกนะ ว่าถ้าไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาจะคุยกับใครก็ไม่ผิด เราก็พยายามจะเข้าใจนะ ก็รู้แหละว่าไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย แต่ไม่รู้สิ เราไม่เคยทำแบบนั้นเลยไม่รู้ว่าเข้าใจได้มากแค่ไหน เรามองว่าต่อให้ไม่มีแฟนก็ไม่ควรไปเล่นกับความรู้สึกใคร คุณอาจจะเสาะหาใครสักคนที่ถูกใจไปเรื่อยๆได้ แต่ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกคนอื่นเป็นเครื่องมือ ทดลองดูซิว่าโอเคไหม ถ้าไม่ก็หาคนอื่น คุณโอเคที่จะทำแบบนั้น แต่เราไม่โอเคที่จะต้องโดนทำแบบนั้น
แล้วหลังจากวันนั้นเราก็ไม่เคยทักเขาไปอีกเลย เขาก็พยายามทักเรามาสองสามครั้งนะ แต่เราก็ตัดบทไป เราไม่ได้รู้สึกว่าเกลียดเขานะ แต่แค่ไม่อยากคุย ไม่อยากกลับไปอยู่จุดเดิม เราตัดสินใจทันทีว่าจะตัดใจตั้งแต่รู้ว่าเขาไปกับคนอื่น นี่เป็นวิธีในแบบของเรา พอได้มาเจอกันอีกเราเมินเขาเลย ไม่รู้ว่าทำแบบนี้แย่มากไหม แต่เราไม่อยากมองหน้าเขาเลย บางครั้งเราก็รู้สึกผิดนะ แต่เราเลือกที่จะปกป้องความรู้สึกตัวเองมากกว่า สักวันเราอาจจะกลับมาคุยกันได้ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้
คิดว่าเราทำผิดไหมคะที่ทำแบบนี้?
เราผิดไหมคะที่ตัดสินใจไม่คุยกับเขาอีก?
เรารู้จักรุ่นพี่คนนึงอยู่คณะเดียวกัน ในตอนแรกเราแทบไม่ได้สนใจเขา จนเริ่มสังเกตว่า เออ คนนี้มองเรา เดินมาคุยกับเราบ่อยจัง (ตอนนั้นเราจำชื่อจำหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำ) เลยได้คุยกันบ้าง รู้แค่ว่าเป็นรุ่นพี่ชื่ออะไร เป็นพี่ที่ดีคอยดูแลน้องๆ ปีอื่นๆก็นับถือเขามาก จนวันนึงไปกินเลี้ยงร้านเหล้ากัน พี่เขาก็ไปด้วย เราก็พอได้คุยกันบ้างตามประสารุ่นพี่รุ่นน้อง เราก็เลยขอเฟสเขา ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย คือเรากำลังไล่แอดเฟสรุ่นพี่พอดี ก็เลยขอของเขาด้วย
หลังจากแอดเฟสไปได้คืนนึง เราก็โพสเกี่ยวกับเรื่องที่เราเครียด เขาก็ทักแชทมา ให้คำแนะนำนู่นนี่ แล้วก็เริ่มชวนคุยเรื่องอื่น เช่นทำอะไร กินไรยัง อาบน้ำยังเนี่ย บลาๆๆ เราก็งงๆ แต่ก็ตอบไปตามปกติ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้
แรกๆ เราคุยแชทกันทุกวันตั้งแต่เช้าถึงมืดติดต่อมาเกือบอาทิตย์ ช่วงนั้นไม่ได้เจอกันเลย เราก็เริ่มคิดแหละ ว่ามันแปลกๆ แต่พอได้มาเจอหน้ากัน เขามาช่วยงาน เราก็ไม่กล้าเข้าไปคุย เขาก็ไม่มาทัก เราก็โพสเฟสประมาณว่า ในแชทคุยทำไมตัวจริงไม่คุย เขาก็กดไลค์ แล้วก็เดินเข้ามาคุยกับเราเลย ไม่ได้พูดถึงโพสนะ แต่ก็คงรู้แหละว่าเราหมายถึงเขา ตอนนั้นเราใจสั่นเลย เหมือนรู้สึกว่าบางอย่างมันเกิดขึ้นแล้วแหละ...
ในแชทของเรา เราคุยกันทุกวัน เกือบจะทั้งวันเลย ตอบกลับกันเร็วมากๆ ทั้งเขาและเราไม่เคยส่งประโยคที่จะเป็นการตัดจบบทสนทนา ไม่เคยปล่อยให้อีกฝ่ายรอนาน เขาเริ่มส่งรูปนู่นนี่มาให้ดู บอกว่าไปไหน กลับยังไง กี่โมง เราก็คิดแหละว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมาบอกเรา หรือเราจำเป็นต้องรู้ แต่พอมันมีอะไรแบบนี้เรายอมรับเลยว่าเราหวั่นไหวมาก เอาไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็บอกว่าเขาต้องคิดอะไรกับเราแน่เลย
เราพยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเอง บอกตัวเองตลอดว่าเขาอาจไม่ได้คิดอะไร เราคุยกันแต่ในแชทพอเจอกันจริงๆก็ไม่ได้คุยกัน แต่ก็มองกันตลอด เขาพยายามเดินมาเฉียดๆเรา มาคุยกับเราแต่ก็แค่เวลาสั้นๆ (ไม่ถึงสองนาทีได้มั้ง) เราก็คิดว่ามันคงไม่มีอะไรหรอก แต่ลึกๆเราก็หวังแหละว่าเขาต้องคิดอะไรกับเราบ้าง การที่คนๆนึงที่รู้จักกันไม่นาน แต่ซื้อของขวัญวันเกิดให้ ชวนไปเที่ยว ไปนู่นไปนี่ ทำอะไรหลายๆอย่างที่รุ่นพี่ไม่จำเป็นต้องทำให้รุ่นน้องขนาดนี้ แต่มันเกิดขึ้นกับเรา ในตอนนั้นเรารู้ตัวเลยว่า เราชอบเขาจริงๆแล้วล่ะ
เราคุยกันตั้งแต่เช้า จนถึงบอกฝันดี ตื่นมาก็ผลัดกันทักอีกฝ่ายไป อะไรแบบนี้เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหลายเดือน จนวันนึงเราเริ่มรู้สึกได้ถึงอะไรที่เปลี่ยนไป...
จริงๆมันก็ไม่ได้ชัดเจนอะไรมากหรอก เรารู้สึกได้ด้วยเซ้นท์ของผู้หญิงล่ะมั้ง 55555555 ก็ยังคุยกันทุกวันนะ แต่เขาตอบช้าลง เราเริ่มรู้สึกว่าอะไรบางอย่างมันไม่เหมือนเดิม ช่วงนั้นเพื่อนก็เริ่มถามไงว่าเมื่อไรจะบอกชอบเขา เราก็ยังไม่อยากบอก อยากใช้เวลามากกว่านี้อีกหน่อย อยากให้มันชัวร์มากกว่านี้
และแล้ววันนึงเขาก็โพสเกี่ยวกับจะจีบสาวมั้ง เราก็แซว เราหวังให้เขาปฏิเสธเหมือนทุกทีว่าไม่มีอะไร แต่คราวนี้ไม่ เขาเลี่ยงที่จะตอบแล้วก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น เราเริ่มหวั่นใจแล้ว หลังจากนั้นไม่กี่วัน เราก็ไปเที่ยวกับเพื่อน ก็แชทกับเขาตามปกติ แต่วันนั้นเขาตอบช้ามากๆ หายไปครึ่งวันเลยได้มั้ง แล้วก็กลับมาบอกว่าออกไปเที่ยว เราแซวว่าไปกับสาวหรอ...
ค่ะ เขาไปเที่ยวกับสาว เขาบอกเราพร้อมกับแชทที่เหมือนเขินๆ ตอนนั้นมือสั่น ใจกระตุก เพื่อนก็บอกให้ใจเย็นๆ เขาอาจจะไปกับเพื่อนหรือน้อง แต่เรารู้... เรารู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่ เราคุยกับเขามาหลายเดือน ทำไมเราจะไม่รู้ว่าอะไรเปลี่ยนไป ตอนนั้นเรารู้เลยว่ามันไม่ดีแล้ว
คืนนั้นเรากลับหอ เราทบทวนตัวเองมาตลอดทางกลับ สุดท้ายเราก็ตัดสินใจว่า วันนี้เราจะบอกชอบเขา
เราคุยกับเพื่อนว่าจะรอเขากลับบ้านก่อนแล้วค่อยคุยกัน เพื่อนก็คอยถามตลอดว่าเป็นไงบ้าง เหมือนแสตนบายรอเซฟเราเลย 55555555 เราก็ทักแชทไปคุยกับเขาว่าไปเที่ยวเป็นไงบ้าง... เขาเล่ามาแบบที่เราสัมผัสได้แม้จะไม่ได้ยินเสียงว่าเขามีความสุขแค่ไหน ไปเที่ยวด้วยกันสนุกมากแค่ไหน เขาเล่าตอนที่เขาขอจีบคนนั้น
ใจมันเหมือนพังไปเลยค่ะ ไม่ไหวแล้ว เราร้องไห้ออกมาหนักมาก โชคดีที่ตอนนั้นเมทไม่อยู่ เราร้องไม่หยุด เล่าให้เพื่อนฟังเพื่อนก็ด่าเขานะคะ แต่ตอนนั้นเราไม่ได้สนใจอะไรแล้ว เรารู้แค่ว่ามันเจ็บ ไม่โอเคเลย ทำไมมันเป็นแบบนี้ แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร ทิชชู่หมดไปเป็นม้วนเลยค่ะ น้ำตาเราไหลไม่หยุด แต่เราก็ยังตอบแชทเขาเหมือนแซวๆไปด้วย แล้วเราก็บอกเขาว่า ขอคุยด้วยหน่อย จะโทรไป เขาก็โอเค
เราตัดสินใจโทรไปบอกชอบเขาค่ะ เราว่าเขาก็คงงงๆแหละ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร นอกจากหัวเราะแล้วก็ขอบคุณ เขาไม่พูดอะไรเกี่ยวกับที่เราบอกชอบเขาอีกเลย เขาชวนเราคุยเรื่องอื่น แต่ตอนนั้นเราไม่ไหวแล้ว เราขอวางเขาก็ไม่ยอมวางสักที เสียงเราสั่นมากๆ ไม่รู้เขารู้สึกไหม จนเราต้องขอวางหูก่อนแล้วก็ตัดสายไปเลย เขาก็ทักแชทมาคุยกับเราเหมือนปกติ เรียกเราน้องสาว เราตอบไปว่า ใครน้องสาว ไม่ได้อยากเป็น เขาก็คงเงิบไปแหละ เราก็เติมว่าล้อเล่นไป ตอนนั้นรู้สึกสตรองมากๆ
เรากลับมาคุยในแชทกับเพื่อน สิ่งที่เราคิดและบอกเพื่อนไปคือ
เขาเข้ามาในชีวิตเราทำไม จริงๆเราไม่จำเป็นต้องรู้จักกันด้วยซ้ำ เราไม่ได้มีอะไรที่จะเกี่ยวข้องกันเลย เราอยู่ของเราเฉยๆ ถ้าเราเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อนเราจะไม่ว่าอะไรเลยถ้ามันเป็นแบบนี้ แต่นี่เราเปล่า เขาเป็นคนเข้ามาหาเรา เขามาทำแบบนี้กับเราทำไม มาทำให้เรารู้สึกทำไมถ้าจะไม่ได้คิดอะไร
เพื่อนเราบางคนก็บอกนะ ว่าถ้าไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาจะคุยกับใครก็ไม่ผิด เราก็พยายามจะเข้าใจนะ ก็รู้แหละว่าไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย แต่ไม่รู้สิ เราไม่เคยทำแบบนั้นเลยไม่รู้ว่าเข้าใจได้มากแค่ไหน เรามองว่าต่อให้ไม่มีแฟนก็ไม่ควรไปเล่นกับความรู้สึกใคร คุณอาจจะเสาะหาใครสักคนที่ถูกใจไปเรื่อยๆได้ แต่ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกคนอื่นเป็นเครื่องมือ ทดลองดูซิว่าโอเคไหม ถ้าไม่ก็หาคนอื่น คุณโอเคที่จะทำแบบนั้น แต่เราไม่โอเคที่จะต้องโดนทำแบบนั้น
แล้วหลังจากวันนั้นเราก็ไม่เคยทักเขาไปอีกเลย เขาก็พยายามทักเรามาสองสามครั้งนะ แต่เราก็ตัดบทไป เราไม่ได้รู้สึกว่าเกลียดเขานะ แต่แค่ไม่อยากคุย ไม่อยากกลับไปอยู่จุดเดิม เราตัดสินใจทันทีว่าจะตัดใจตั้งแต่รู้ว่าเขาไปกับคนอื่น นี่เป็นวิธีในแบบของเรา พอได้มาเจอกันอีกเราเมินเขาเลย ไม่รู้ว่าทำแบบนี้แย่มากไหม แต่เราไม่อยากมองหน้าเขาเลย บางครั้งเราก็รู้สึกผิดนะ แต่เราเลือกที่จะปกป้องความรู้สึกตัวเองมากกว่า สักวันเราอาจจะกลับมาคุยกันได้ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้
คิดว่าเราทำผิดไหมคะที่ทำแบบนี้?