10 ทหารกล้าในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ได้ทำวีรกรรมสุดแสนจะเหลือเชื่อ

สงครามได้ให้หลายสิ่งไว้กับมนุษย์ เช่น ความตาย โรคระบาด ความเจ็บปวด และ บทเรียน แต่บางคนเป็นทหารในสงครามแล้วคนเหล่านั้นสามารถรอดกลับมาได้ พวกเขาคือวีรบุรุษสงคราม และบางคนเป็นวีรบุรุษสุดเท่มหาเทพระดับทำให้แรมโบ้ดูเหมือนเด็กอนุบาลถือปืนฉีดน้ำ หรือ ทำให้ คนอึดตายยากอย่าง บรูซ วิลลิส ยังต้องเรียกพ่อเลยทีเดียว
ทหารกล้าทั้ง 10 นายนี้ได้ทำสิ่งที่เหลือเชื่อและทำให้โฉมหน้าของประวัติศาสตร์จากน่าเบื่อกลายเป็นน่าสนใจในทันที และนี่คือชื่อและวีรกรรมที่เขาได้กระทำครับ

คนแรก:เดิร์ค เจ.วุง (Dirk J. Vlug)

เดิร์ด จ. วุง เกิดในปี 1916 เป็นทหารประจำการกองพลทหารราบที่ 126 ยศสิบตรี แห่งกองทัพบกสหรัฐ ประจำอยู่ในฟิลิปปินส์ ในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ.1945 สิ่งกีดขวางบนถนนที่เขาและหน่วยของเขาได้ประจำอยู่นั้นถูกโจมตีโดยทหารญี่ปุ่น ทำให้เขาต้องประจำตำแหน่งและยิงสวนกลับ โดยเขามีเครื่องยิงจรวดพร้อมจรวดจำนวน 5 ลูก เขาถูกยิงกดโดยปืนกลของศัตรู แต่เขาบรรจุเครื่องยิงจรวดของเขาโดยลำพัง และสามารถทำลายรถถังญี่ปุ่นไปได้ 1 คัน

บางคนอาจจะบอกว่าแค่นี้เองเหรอ แต่ไม่ใช่แค่นี้ครับ เขาฆ่าคนประจำปืนกลรถถังคันที่ 2 โดยใช้ปืนพก .45 ของเขาและก็ทำลายรถถังคันที่ 2 ไปได้สำเร็จโดยใช้จรวดอีก 1 ลูก แต่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เขาเห็นรถถังศัตรูมาอีก 3 คันขับมาตามถนน เขาไปเข้าจากด้านข้างและจัดการยิงจรวดลูกที่ 3 ทำลายรถถังคันหน้าสุดก่อน ตามด้วยรถถังคันกลางด้วยจรวดลูกที่ 4 และส่งรถถังคันสุดท้ายลงสู่ขุมนรกได้สำเร็จด้วยจรวดลูกสุดท้าย ทั้งหมดแล้วเขาทำลายรถถัง 5 คันโดยใช้จรวด 5 ลูก ด้วยตัวคนเดียว
บางคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า 1 shot 1 kill แต่นี้ 1 rocket 1 tank ครับ

ภาพของเขากับ 1 ใน 5 ของรถถังที่เขาทำลายได้

คนที่ 2:ชาร์ล คาร์เพนเทอร์(Charles Carpenter)

ตอนแรกผมก็นึกในใจ "ชาร์ล ช่างไม้?(คาร์เพนเทอร์แปลว่าช่างไม้)" แต่เขาไม่ใช่ช่างไม้เลยครับ พันโท ชาร์ล คาร์เพนเทอร์ ฉายาของเขาคือ "ชาร์ล บาซูก้า" ฉายานี้เขาไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เขาเป็นนักบินสอดแนมของกองทัพบกสหรัฐซึ่งมีหน้าที่คือบินสำรวจข้าศึกในยุทธการลอริยองต์ในฝรั่งเศสในปี 1944 แต่เขาเบื่อหน่ายที่ภารกิจของเขาไม่มีแอ๊คชั่นการต่อสู้อะไรเลย ทำให้รู้สึกหัวหมอขึ้นมาเลยจัดการเอาเครื่องบินสอดแนมของเขาที่คล้ายกับเครื่องบินโปรยยาฆ่าแมลงดังรูปด้านบน มาติดปืนบาซูก้าที่ปีกเครื่องบินข้างละ 3 กระบอกรวมทั้งหมด 6 กระบอก (คิดได้ไง อมยิ้ม20)
เครื่องยิงจรวดบาซูก้า

แล้วก็ตั้งชื่อเครื่องบินว่า"โรซี่นักยิงจรวด" หลังจากนั้นเขาก็เสริฟความหายนะให้ทหารเยอรมันหลายต่อหลายภารกิจบินของเขา และเขาไปบินไปคนเดียวไม่มีใครคุ้มกันด้วย เขาจัดการรถถังเยอรมันไปได้อย่างน้อย 6 คันและรถหุ้มเกราะอีกนับไม่ถ้วนจนจบสงคราม ด้วยเครื่องบินสอดแนมที่ติดบาซูก้า 6 กระบอกไว้ที่ปีก

"โรซี่นักยิงจรวด"



คนที่ 3:เจมส์ ฮิลล์(James Hill)

พลจัตวา เจมส์ ฮิลล์ นายทหารอังกฤษท่านนี้เป็นผู้บัญชาการกองพันทหารพลร่มที่ 1 แห่งกองทัพบกอังกฤษ ประจำการในแอฟริกาเหนือ ขณะที่กองพันของเขาพยายามจะยึดเนินเขาแห่งหนึ่งจากพวกอิตาเลียน เขาทำสิ่งที่บ้าที่สุดในชีวิตเขาเมื่อวันที่ 22 พฤษจิกายน 1942 ทหารบางคนอาจจะคิดว่าการสู้กับทหารอิตาเลียนที่แทบไม่มีประสบการณ์สู้รบเลยเป็นอะไรที่ง่ายแสนจะง่าย แต่การจะทำลายรถถังของพวกอิตาเลียน 3 คันนั้นไม่เหมือนกับการปอกกล้วยเข้าปากหรอกนะ เขาพบว่ากองพันของเขาสู้อยู่กับตำแหน่งที่มีการป้องกันโดยพวกเยอรมันและพวกอิตาเลียนอย่างแน่นหนา รวมถึงทหารอิตาเลียน 300 นายกับรถถังเบาอีก 3 คัน

ฮิลล์วางแผนจะไล่ต้อนให้ข้าศึกถอยไปติดกับสนามทุ่นระเบิดข้างหลังพวกเขาที่ให้ทหารช่างเตรียมไว้ แต่กลับกลายเป็นว่าคลังระเบิดเกิดอุบัติเหตุขึ้นทำให้ทหารช่างตายไป 25-27 นายซะก่อนที่จะได้เตรียมสนามทุ่นระเบิด และตอนนี้เขาได้ปะทะกับแนวป้องกันข้าศึกอย่างดุเดือดพร้อมกับรถถังอิตาเลียนอีก 3 คันสนับสนุนข้าศึกอยู่ ตอนนั้นเขาต้องคิดและทำให้ไวก่อนที่ทหารของเขากับตัวเขาเองจะไปได้เที่ยวปรโลกแบบไปไม่กลับซะก่อน แล้วทั้งตัวเขามีแค่ปืนลูกโม่ Webley เพียงกระบอกเดียว

ปืนลูกโม่ Webley

แล้วเขาก็ตัดสินใจวิ่งเข้าชาร์จไปหารถถัง 3 คันนั้น แล้วเขาก็ฝ่าดงกระสุนเข้าไปได้ แล้วก็จัดการ "จี้" รถถังทั้ง 2 คันโดยเอาปืนลูกโม่ของเขานั้นแหละ จี้เข้าไปในช่องมองของรถถัง แต่แทนที่พลขับรถถังจะหยิบปืนออกมายิงสวน กลับกลายเป็นว่ายอมจำนนให้ฮิลล์แต่โดยดี และขณะที่เขากำลังวิ่งไปหาคันที่ 3 เขาถูกยิง 3 นัด แต่ก็ยังรอดมาได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเขาก็ให้โอกาสให้ทหารของเขาโต้กลับโดยหลอกล่อไม่ให้รถถังสนใจทหารของเขากองพันทหารของเขายึดเนินได้สำเร็จแล้วก็รีบนำตัวเขาโรงพยาบาลทันที

คนที่ 4:ฟริทซ์ คริสเตนน์(Fritz Christen)

ฟริทซ์เป็นทหารแห่งกองพลหน่วยรบ SS ของฮิตเลอร์ที่โด่งดัง ระหว่างสงครามหน่วยนี้ได้ทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการเจาะทะลุทะลวงผ่านแนวข้าศึกและมีประสบการณ์การรบมากกว่าหน่วยอื่นๆของเยอรมัน มันเป็นเช้าวันที่ 24 พฤษจิกายน 1941 ฟริทซ์ได้ประจำปืนใหญ่ต่อต้านรถถัง 50 มม. ระหว่างการปะทะ ทหารโซเวียตได้จัดการฆ่าทหารที่ประจำปืนของเขาได้หมด แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เขาประจำปืน 50 มม.กระบอกนั้นเพียงคนเดียว โดยไม่มีทั้งน้ำ อาหาร หรือการหลับเลย ตลอดระยะเวลา 3 วันที่เขาดิ้นรนต่อสู้ ฟริทซ์ได้ทำลายรถถังโซเวียตไป 13 คัน และฆ่าทหารไปอีกเกือบ 100 นายด้วยตัวคนเดียว

ปืนใหญ่ต่อต้านรถถัง 50 มม.

คนที่ 5:อีวาน พาวรอวิช(Ivan Pavlovich)

คนนี้อาจจะคล้ายๆกับสตีเว่น ซีกัลในหนังเรื่ิอง Under Siege เขาเป็นพ่อครัวประจำกรมรถถังที่ 91 แห่งกองทัพแดง วันหนึ่งในเดือนสิงหาคม ปี 1941 ขณะที่เขากำลังทำมื้อเย็นอยู่นั้น เขาเหลือบไปเห็นรถถังคันหนึ่งจอดนิ่งในทุ่งหญ้าหลังห้องครัว

ไม่รอช้า เขารีบวิ่งไปหยิบปืนไรเฟิลกับขวานเล่มนึง แล้วก็ซุ่มรอให้พลขับรถถังออกมาให้หมดซะก่อน จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าหาทหารเยอรมันอย่างไม่กลัวตาย ทหารเยอรมันเห็นชายชาวรัสเซียถือขวานวิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในรถถังแล้วก็เริ่มยิงปืนกลหน้าใส่เขา เขาจัดการเอาขวานทุบลำกล้องปืนจนงอจนปืนยิงไม่ได้ จากนั้นเขาก็ตะโกน"ไปเอาระเบิดมา เราจะระเบิดรถถังคันนี้ซะ" เพื่อให้พลขับรถถังคิดว่าทหารกองทัพแดงกำลังล้อมพวกเขาอยู่ พลรถถังคันนั้นยอมออกมาแต่โดยดี โดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อเลย

คนที่ 6:ออเบรย์ โคเซ่นส์(Aubrey Cosens)

เกิดที่แลตช์ฟอร์ด รัฐออนแทรีโอ แคนาดา ในวันที่ 21 พฤษภาคม 1921 ออเบรย์ เป็นทหารในกรม Queen's Own Rifles of Canada ในสงครามเขาถูกส่งไปใกล้กับชายแดนเนเธอร์แลนด์-เยอรมนี วันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ ปี 1945 เขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วถึงความเป็นคนแคนาดาอย่างแท้จริงที่ต้องทำยังไงเมื่อต้องยึดฐานที่มั่นศัตรูด้วยตัวเขาเพียงคนเดียว หมวดของเขาถูกตีโต้กลับอย่างหนักโดยทหารเยอรมันหลังจากที่พยายามจะยึดโรงนา 3 หลังที่ถูกยึดโดยทหารเยอรมัน เขาออกคำสั่งให้เปลี่ยนที่กำบังเพราะถูกยิงกดอย่างหนัก แล้วก็สั่งให้หมวดของเขายิงกดไปที่โรงนาหลังหนึ่งแล้วก็ออกคำสั่งรถถังคันสุดท้ายของฝั่งเขาให้พุ่งเข้าไปชนที่โรงนาทันที พอรถถังพุ่งเข้าไปชนกำแพงโรงนาจนเป็นรู เขาก็จัดการวิ่งเขาไปยึดโรงนาเพียงคนเดียวจัดการฆ่าและจับเชลยได้หลายนาย แล้วหลังจากนั้นก็ใช้วิธีเดียวกันจัดการโรงนาที่ 2 และ 3 แล้วทั้งหมดเขาพุ่งเข้าไปยึดด้วยตัวคนเดียว โดยให้หมวดของเขาเฝ้าอยู่ข้างนอก แต่ความบ้าบิ่นของเขาก็ต้องจบลงเพราะหลังจากยึดโรงนาทั้ง 3 หลังได้สำเร็จ เขาก็ถูกสไนเปอร์ยิงเข้าที่หัวจนเสียชีวิต

คนที่ 7:Havildar Lachhiman Gurung(ชื่อท่านนี้อ่านไม่ออกครับ อมยิ้ม20)

เกิดที่เนปาล วันที่ 30 ธันวาคม 1917 เป็นทหารพลปืนไรเฟิลในหน่วยกรูข่าที่ 8 แห่งกองทัพบริติชอินเดีย ทหารกรูข่าสูงเพียงแค่ 150 เซนติเมตรท่านนี้ได้แสดงความดุร้ายต่อทหารญี่ปุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ วันที่ 12-13 พฤษภาคม 1945 เขาประจำอยู่แนวหน้าสุดของหมวดของเขาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพม่าใกล้ชายแดนอินเดีย ขณะนั้นเอง เขาถูกทหารญี่ปุ่นอย่างน้อย 200 นาย เข้าโจมตีจุดที่เขาประจำอยู่ แล้วทหารญี่ปุ่นก็ขว้างระเบิดมือตกใส่ข้างหลังเขา 3 ลูก

ระเบิด Type 97 ของญี่ปุ่น

เขาจัดการหยิบระเบิดบนพื้นมาขว้างกลับ แต่ขณะที่กำลังขว้างลูกที่ 3 ระเบิดก็ระเบิดใส่มือเขาซะก่อน ทำให้แขนขวาของเขาขาดทันที แต่ด้วยความเป็นเดชไอ้ด้วนของแท้ เกือบ 4 ชั่วโมงที่เขาประจำตำแหน่งนั้น เขายิง บรรจุ แล้วยิง ซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยแขนซ้ายข้างเดียวจนกระทั่งกำลังเสริมมาถึง พบศพทหารญี่ปุ่นถึง 31 นายรอบๆตำแหน่งของเขา เขาฆ่าทหารพวกนั้นทั้งหมด ด้วยแขนข้างเดียว

คนที่ 8:ลีโอ เมเจอร์(Leo Major)

ทหารแคนาดาท่านนี้ประจำในหน่วย Régiment de la Chaudière เกิดในปี 1921 เขายังเขาร่วมรบในสงครามเกาหลีอีกด้วย คืนหนึ่งในวันที่ 13 เมษายน 1945 เพื่อรักษาเมืองซโวลเลอในเนเธอร์แลนด์ไว้จากการทิ้งเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร เขาอาสาที่จะปลดปล่อยเมืองนี้ทั้งเมือง ด้วยตัวคนเดียว เที่ยงคืนนั้นเอง คู่หูของเขาถูกยิงตายด้วยปืนกลประจำรถหุ้มเกราะขณะที่กำลังเดินเขาไปในเมือง เมเจอร์จึงไปคนเดียว เขาจัดการยึดรถหุ้มเกราะคันนั้นที่ยิงเพื่อนเขา แล้วก็ขับไปที่ร้านเหล้ากลางเมือง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของเยอรมันกำลังดื่มอย่างหนักหลังจากออกเวร เขาก็ตรงไปบอกนายทหารท่านนั้นว่าภายใน 6 โมงเช้า ปืนใหญ่จะระดมยิงใส่เมืองทันทีถ้ายังไม่ยอมจำนน แล้วเขาก็วิ่งออกจากร้าน แล้วก็จัดการยิงปืนกลแล้วก็ขว้างระเบิดไปตามถนน เขาทำเสียงดังพอที่จะลวงให้ทหารเยอรมันนึกว่าพวกแคนาดาเข้าโจมตี ทำให้ทหารเยอรมันยอมจำนนต่อเขาทุกจุดโดยใช้กลลวงนี้ เขาจัดการนำเชลยออกไปจากชานเมือง 10 รอบเพื่อรอให้ทหารแคนาดามารับตัวเชลยไป แล้วเขายังเจอกองบังคับการของพวกเกสตาโป(ตำรวจลับนาซี)ภายในเมืองอีกด้วย หลังจากนั้นเขาก็เข้าไปกราดยิงใส่ตำรวจลับพวกนั้นทั้งหมด 8 นาย ตายไป 4 นาย ส่วนที่เหลือนั้นวิ่งหนีออกจากเมืองทันที ในเวลา ตี 4 ครึ่ง พวกเยอรมันออกจากเมืองทั้งหมด ทำให้เมืองรอดจากการทิ้งระเบิดมาได้

คนที่ 9:วอร์เรน จี.เอช. เครซี(Warren G.H. Crecy)


ผู้บัญชาการรถถังแห่งกองพันรถถังที่ 761 แห่งกองทัพบกสหรัฐ ได้ฉายาว่า "Baddest Man in the 761st" จากวีรกรรมของเขาในวันที่ 10 พฤษจิกายน 1944 แนวหน้าของอเมริกันแห่งนึงถูกซุ่มโจมตี เขาได้ขับรถถังพุ่งเข้าไปหวังจะช่วยเพื่อนของเขา แต่ก็มีทหารเยอรมันยิงพันแซร์เชร็คใส่รถถังของเขาทำให้รถถังของเขาตายสนิท มีไฟลุกออกมาจากท้ายรถถัง

พันแซร์เชร็ค
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่