สารคดีประวัติศาสตร์ BMPT Terminator "นักล่าทหารราบ" ของทัพรัสเซีย

1. แนวคิดและภารกิจหลัก
ยานเกราะ BMPT ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้แนวคิด "ผู้พิทักษ์รถถัง" (Tank Bodyguard) โดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่อุดช่องว่างของรถถังหลัก (MBT) ที่มักตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายในสมรภูมิที่ซับซ้อน ภารกิจของมันคือการ "ชำระล้างพื้นที่" จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยเฉพาะทหารราบที่ติดตั้งอาวุธต่อต้านรถถัง ซึ่งอาวุธของรถถังหลักทั่วไปไม่สามารถรับมือได้อย่างคล่องตัวพอ
2. แรงผลักดันจากบทเรียนราคาแพง
ต้นกำเนิดของ Terminator เกิดจากความสูญเสียอย่างหนักของกองทัพรัสเซียใน 2 สมรภูมิหลัก:
สงครามอัฟกานิสถาน: รถถังหลักไม่สามารถเงยลำกล้องยิงตอบโต้ศัตรูที่อยู่บนหน้าผาสูงได้
สงครามเชเชนครั้งที่หนึ่ง: ในยุทธการเมืองกรอซนีย์ รถถังรัสเซียถูกทำลายอย่างยับเยินจากนักรบที่ซุ่มยิงบนอาคารสูง ขณะที่ยานเกราะเบา (IFV) ก็มีเกราะบางเกินกว่าจะป้องกันตัวเองได้
3. วิวัฒนาการและการเข้าประจำการ
โครงการนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุค 80 ผ่านการสร้างตัวต้นแบบหลายรุ่น เช่น Object 781 และ Object 199 "Ramka" จนมาถึงรุ่นปัจจุบันที่ผลิตโดยโรงงาน UralVagonZavod แม้จะเป็นเทคโนโลยีรัสเซีย แต่ประเทศแรกที่นำเข้าประจำการคือ คาซัคสถาน ในปี 2011 ส่วนกองทัพรัสเซียเองพึ่งจะนำเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในปี 2018
4. การวิเคราะห์ทางเทคนิคและอาวุธยุทโธปกรณ์
BMPT ถูกสร้างบนแชสซีของรถถัง T-72 ทำให้มีเกราะหนาและอะไหล่หาสะดวก โดยมีคลังแสงที่หลากหลายประกอบด้วย:
ปืนใหญ่อัตโนมัติคู่ 2A42 ขนาด 30 มม.: สามารถเลือกยิงกระสุนต่างชนิดจากแต่ละลำกล้องได้ทันที และเงยลำกล้องได้สูงถึง 45 องศา
ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Ataka (AT-9): จำนวน 4 ท่อ ระยะยิง 6 กม. ใช้ทำลายได้ทั้งรถถังและที่มั่นแข็งแรง
เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ AGS-17/30: ติดตั้งด้านหน้าเพื่อกวาดล้างทหารราบในระยะประชิด
ระบบตรวจจับและป้องกัน: มีระบบ Hunter-Killer ที่ผู้บัญชาการช่วยค้นหาเป้าหมายได้ 360 องศา พร้อมเสริมเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด (ERA) รุ่น Relikt และเกราะลูกกรงที่ส่วนท้าย
5. หลักนิยมและยุทธวิธีการรบ
รัสเซียกำหนดสูตรการใช้งานตามสภาพพื้นที่:
การรบในเมือง: ใช้ BMPT 2 คัน คุ้มกันรถถัง 1 คัน (เน้นสอดส่องภัยคุกคามรอบตัว)
พื้นที่เปิด: ใช้ BMPT 1 คัน สนับสนุนรถถัง 2 คัน (เน้นระวังป้องกันทหารราบที่ซุ่มตามป่า)
6. บทพิสูจน์ในสนามรบจริง (ยูเครนและซีเรีย)
ในสงครามยูเครน BMPT ได้แสดงทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน:
ด้านบวก: มีประสิทธิภาพในการยิงกดดันและสร้างความหวาดกลัวให้ทหารราบฝ่ายตรงข้าม
ด้านลบ: ถูกทำลายและได้รับความเสียหายจากการใช้งานผิดหลักนิยม (เคลื่อนที่เกาะกลุ่มเกินไป) และมีจำนวนประจำการน้อยเกินไป (เพียงไม่กี่สิบคัน) ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของสงครามในภาพรวมได้
7. อนาคตและรุ่นอัปเกรด
มีการพัฒนาต่อยอดเป็น Terminator 2 (BMPT-72) ที่ลดจำนวนพลประจำรถลงเหลือ 3 นายเพื่อความคล่องตัวและประหยัดงบ และยังมีแนวคิด Terminator 3 ที่วางแผนจะใช้แชสซีของ T-14 Armata และติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 57 มม. ที่รุนแรงกว่าเดิม
8. บทสรุปสถานะปัจจุบัน
ในขณะนี้ BMPT Terminator ยังคงถูกมองว่าเป็น "ยานรบเฉพาะกิจ" (Niche Vehicle) ที่เก่งในบางสถานการณ์มากกว่าจะเป็นอาวุธปฏิวัติวงการ (Game-Changer) เนื่องจากปัญหาเรื่องจำนวนการผลิตที่จำกัด และความจำเป็นในการฝึกฝนกำลังพลให้เข้าใจยุทธวิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง
สารคดีประวัติศาสตร์ BMPT Terminator "นักล่าทหารราบ" ของทัพรัสเซีย
1. แนวคิดและภารกิจหลัก
ยานเกราะ BMPT ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้แนวคิด "ผู้พิทักษ์รถถัง" (Tank Bodyguard) โดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่อุดช่องว่างของรถถังหลัก (MBT) ที่มักตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายในสมรภูมิที่ซับซ้อน ภารกิจของมันคือการ "ชำระล้างพื้นที่" จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยเฉพาะทหารราบที่ติดตั้งอาวุธต่อต้านรถถัง ซึ่งอาวุธของรถถังหลักทั่วไปไม่สามารถรับมือได้อย่างคล่องตัวพอ
2. แรงผลักดันจากบทเรียนราคาแพง
ต้นกำเนิดของ Terminator เกิดจากความสูญเสียอย่างหนักของกองทัพรัสเซียใน 2 สมรภูมิหลัก:
สงครามอัฟกานิสถาน: รถถังหลักไม่สามารถเงยลำกล้องยิงตอบโต้ศัตรูที่อยู่บนหน้าผาสูงได้
สงครามเชเชนครั้งที่หนึ่ง: ในยุทธการเมืองกรอซนีย์ รถถังรัสเซียถูกทำลายอย่างยับเยินจากนักรบที่ซุ่มยิงบนอาคารสูง ขณะที่ยานเกราะเบา (IFV) ก็มีเกราะบางเกินกว่าจะป้องกันตัวเองได้
3. วิวัฒนาการและการเข้าประจำการ
โครงการนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุค 80 ผ่านการสร้างตัวต้นแบบหลายรุ่น เช่น Object 781 และ Object 199 "Ramka" จนมาถึงรุ่นปัจจุบันที่ผลิตโดยโรงงาน UralVagonZavod แม้จะเป็นเทคโนโลยีรัสเซีย แต่ประเทศแรกที่นำเข้าประจำการคือ คาซัคสถาน ในปี 2011 ส่วนกองทัพรัสเซียเองพึ่งจะนำเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในปี 2018
4. การวิเคราะห์ทางเทคนิคและอาวุธยุทโธปกรณ์
BMPT ถูกสร้างบนแชสซีของรถถัง T-72 ทำให้มีเกราะหนาและอะไหล่หาสะดวก โดยมีคลังแสงที่หลากหลายประกอบด้วย:
ปืนใหญ่อัตโนมัติคู่ 2A42 ขนาด 30 มม.: สามารถเลือกยิงกระสุนต่างชนิดจากแต่ละลำกล้องได้ทันที และเงยลำกล้องได้สูงถึง 45 องศา
ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Ataka (AT-9): จำนวน 4 ท่อ ระยะยิง 6 กม. ใช้ทำลายได้ทั้งรถถังและที่มั่นแข็งแรง
เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ AGS-17/30: ติดตั้งด้านหน้าเพื่อกวาดล้างทหารราบในระยะประชิด
ระบบตรวจจับและป้องกัน: มีระบบ Hunter-Killer ที่ผู้บัญชาการช่วยค้นหาเป้าหมายได้ 360 องศา พร้อมเสริมเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด (ERA) รุ่น Relikt และเกราะลูกกรงที่ส่วนท้าย
5. หลักนิยมและยุทธวิธีการรบ
รัสเซียกำหนดสูตรการใช้งานตามสภาพพื้นที่:
การรบในเมือง: ใช้ BMPT 2 คัน คุ้มกันรถถัง 1 คัน (เน้นสอดส่องภัยคุกคามรอบตัว)
พื้นที่เปิด: ใช้ BMPT 1 คัน สนับสนุนรถถัง 2 คัน (เน้นระวังป้องกันทหารราบที่ซุ่มตามป่า)
6. บทพิสูจน์ในสนามรบจริง (ยูเครนและซีเรีย)
ในสงครามยูเครน BMPT ได้แสดงทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน:
ด้านบวก: มีประสิทธิภาพในการยิงกดดันและสร้างความหวาดกลัวให้ทหารราบฝ่ายตรงข้าม
ด้านลบ: ถูกทำลายและได้รับความเสียหายจากการใช้งานผิดหลักนิยม (เคลื่อนที่เกาะกลุ่มเกินไป) และมีจำนวนประจำการน้อยเกินไป (เพียงไม่กี่สิบคัน) ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของสงครามในภาพรวมได้
7. อนาคตและรุ่นอัปเกรด
มีการพัฒนาต่อยอดเป็น Terminator 2 (BMPT-72) ที่ลดจำนวนพลประจำรถลงเหลือ 3 นายเพื่อความคล่องตัวและประหยัดงบ และยังมีแนวคิด Terminator 3 ที่วางแผนจะใช้แชสซีของ T-14 Armata และติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 57 มม. ที่รุนแรงกว่าเดิม
8. บทสรุปสถานะปัจจุบัน
ในขณะนี้ BMPT Terminator ยังคงถูกมองว่าเป็น "ยานรบเฉพาะกิจ" (Niche Vehicle) ที่เก่งในบางสถานการณ์มากกว่าจะเป็นอาวุธปฏิวัติวงการ (Game-Changer) เนื่องจากปัญหาเรื่องจำนวนการผลิตที่จำกัด และความจำเป็นในการฝึกฝนกำลังพลให้เข้าใจยุทธวิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง