มีวันนี้ เพราะสิ่งที่เรียกว่า Money Game ให้....

(ยืมล็อกอินรุ่นน้องมานะคะ อยากเล่าให้ฟังกันจริงๆ จะได้เปลี่ยนชีวิตเหมือนเรา)


มีเงิน ใครๆก็ชอบ หรือจะปฏิเสธ เราก็เช่นกันที่ใฝ่ฝันว่าอยากมีเงิน

ถ้าจะให้ขายของผิดกฎหมาย ขายยาบ้า ค้ามนุษย์ก็ตาม ไม่ค่ะ เพราะเรารู้ตัวเราเป็นไทยพุทธ ว่าอะไรที่ผิดเราจะไม่เข้าไปยุ่ง

แต่งานประจำที่ทำอยู่ ก็ใช่ว่าจะสร้างความร่ำรวยแก่ชีวิตได้ เพราะก็ได้เงินเท่าเดิมทุกเดือน ความหวังที่อยากจะไปส่งตังค์ให้บุพการีสบาย เราไปเที่ยวได้เกร๋ๆ กินอะไรเกร๋ๆ ก็คงอีกยาวไกล หรืออาจต้องตายไปก่อน เลยหาช่องทางการลงทุน ที่ไม่ต้องเสียงานประจำ อย่ามาแนะนำให้ไปลงทุนขายลูกชิ้นขายหมูปิ้งหลังเลิกงาน คือ งานที่ทำต้องออกต่างจังหวัดแบบกำหนดแน่นอนไม่ได้ การแนะนำเช่นนี้นั้น อิมโพสสิเบิ้ลค่ะ แล้วก็มาเจอกับการลงทุนในตลาดหุ้น ที่ตอบโจทย์ของความรวยเวอร์วังมากมาย เลยเริ่มศึกษา (เยอะมากๆ จนจะฝันถึงปีเตอร์ ลินช์) จนกระทั่งเปิดพอร์ต อ่านงบการเงินเป็น และเริ่มค้าขายในตลาดมาตั้งแต่ตอนนั้น

ก็กำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง ตระหนกตกใจเป็นเม่าใหม่ตามกระแส ต้องเปิดดูพอร์ตเกือบตลอดเวลา (ตอนเล่นแรกๆนะ) ใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเหมือนแต่ก่อน ถ้าวันไหนตัวแดงตอนปิดตลาด คืนนั้นแทบจะนอนไม่หลับ (นี่ไม่ได้เวอร์น่ะ ลองถามคนลองลงทุนแรกๆดูก็รู้) และมีรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกัน(คนนี้แหละ ตัวสำคัญของเรื่องเลย ขอเรียกว่าพี่ผิงละกัน) แกก็เริ่มเล่นหุ้นเป็นพร้อมๆกับเรา ปรึกษากัน โต๊ะอยู่ติดกันเลย และตลาดหุ้นนี่แหละ ทำให้เราสนิทกันมากๆ เพราะเข้าใจอารมณ์ และพูดภาษาเดียวกัน

เล่าย้อนมาตอนต้นปี 58 ตอน U ชื่อดัง(ตอนนี้ถูกจับแล้ว)เข้ามาดังในประเทศใหม่ๆ มีรุ่นพี่มหาลัย เคยโทรมาชวน บอกว่าลงทุน 500S นะ ได้ผลตอบแทนอย่างโน้นอย่างงี้ ยิ่งชวนคนยิ่งมีเปอร์เซ็นต์ได้ แต่ตอนนั้นไม่สนใจค่ะ คิดว่าชอบลงทุนในตลาดหุ้นมากกว่า และไม่มีเงินก้อนด้วย เลยปฏิเสธได้อย่างสบายใจ

แต่ต่อมาค่ะ ก็ปรึกษากันกับพี่ผิงนี่แหละ เรื่องตลาดหุ้น เพิ่งรู้ว่าเขาลงทุนกับ U นี่ด้วย แกก็คุยให้ฟัง ว่าได้ตลอด นี่ แป๊บเดียวก็ได้อีกล่ะ ชวนพี่อีกคน เงินก็โอนเข้ามาเลย ลองบ้างไหมล่ะ ตอนนั้นเราก็ไม่ ยังไงก็ไม่ ชอบตลาดหุ้นมากกว่า ยืนยันนอนยัน

แล้วก็มาถึงจุดพลิกผัน ที่ตลาดหุ้นไทยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นี่ถ้าหัวใจไม่แข็งแรงคงวายตายไปแล้ว เราก็เครียด พี่ผิงแกก็พูดคำนึงมาว่า

“จะมาเสียเวลาเล่นหุ้นอยู่ทำไม เดี๋ยวก็ได้ เดี๋ยวก็เสีย ทำไมไม่มาลงกับพี่ ไม่มีความเสี่ยง มีแต่ได้ มันเป็นหลักประกันอีกทางหนึ่ง พี่รักน่ะ ถึงบอก” แล้วแกก็มีหลักฐาน ว่าเงินก็โอนเข้ามาจริงๆ พี่ไม่ใช่คนเชื่ออะไรง่ายๆ ตัวนี้พี่มั่นใจว่าเขาไม่ได้หลอก มีบริษัท ที่ตั้ง ทะเบียนชัดเจน บริษัทก็ไปมาแล้ว ตอนนั้นแกลงเงินไป แสนกว่า ได้กลับมาเกือบๆห้าแสนมั้ง(ถ้าจำไม่ผิด) เพราะคำพูดว่า จะมาเสียเวลาอยู่ทำไม เป็นจุดเริ่มต้น ที่เข้าสู่วงการนี้ (คิดตลอดว่าไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ แค่การลงทุนที่ผลตอบแทนสูง)

เราลงไปแค่ขั้นต่ำ 17500 บาททันที

“อ้าว เอาเงินมาจากไหนย่ะ ไหนหล่อนบอกว่าไม่มีเงินก้อน” เราคิดว่าคนอ่านต้องถาม

อารมณ์เหมือนซื้อเครื่องสำอางที่โฆษณาว่าใช้แล้วหน้าสวยเหมือนมิว นิษฐานั่นแหละค่ะ คือ ไม่ว่ามันจะราคาเท่าไหร่ ฉันจะต้องสอยมาให้ได้ คือ ปัญญาเกิดขึ้นมาจากไหนไม่รู้ คิดแต่ว่าเราจะหาเงินก้อนนี้มาได้ยังไง ทางบ้าน ทางธนาคาร มีใครให้ยืม หามาทุกทาง

แล้วเราก็ได้มาจ้า เงิน 17500 บาทอ่ะเหรอ ยืมพ่อมาก่อนจ้า ไม่ได้บอกพ่อว่าเอาไปทำอะไร แต่ก็ลูกนั่นแหละ แกก็โอนมาให้ง่ายๆ
เราเอาเงินให้พี่ผิงด้วยหัวใจที่พองโตอย่างมีความหวัง หนึ่งแสนเป็นห้าแสน แล้วถ้าเงินได้ขนาดนั้น เราจะเอาไปซื้ออะไรดี ส่งให้พ่อแม่เดือนเท่าไหร่ดี (มโนหนักมากอีบ้า 555)

พอเอาเงินให้เค้าไปสมัครแล้ว เราก็หาสิคะ หาอะไร หาพวกสิ หาตามเว็บ หาใครคนไหนเคยลง เป็นยังไง คนรอบตัวใครลงบ้าง ก็หาเพื่อปรึกษากัน จะลงอีกดีไหม จะหาเงินที่ไหนมาลง เราคิดว่าเราลงขั้นต่ำ ได้ผลตอบแทนน้อย จึงต้องไปกู้มาลงอีก ตอนนั้นรวมเสียไป 35000
แต่โชคไม่ได้เข้าข้างเรา ตอนนั้นเริ่มมีข่าวละว่า ไอ้ U กำลังระส่ำระสาย บางสายงานบอกให้ถอนเงินออก แต่เราก็ยังมั่นใจอยู่ เราต้องเชื่อมั่นในผู้นำของเรา(นำลงเหว) ว่าไม่เป็นไรหรอกมั้ง ตอนนั้นได้กลับมาทีละ 2 พัน 4 พัน ก็ดีใจ แต่หลังๆนี่เออไม่ได้ล่ะ ทุกอย่างมันนิ่งไปหมด เหรียญจากที่เคยขึ้นแรงๆ คนได้เงินรัวๆ ก็เริ่มช้าลง ยิ่งคนได้เงินช้า ก็พากันตกใจ เทขายกันกระจาย ตอนนั้นยังโลกสวย วิ่งในทุ่งลาเวนเดอร์จ้าคิดว่าเดี๋ยวมันก็คงกลับมา เราคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น (คิดย้อนไปไม่น่าจะวิ่งในทุ่งหญ้าน่ะ คิดว่าคงกินหญ้ามากกว่า) แต่ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา แกนนำก็ทยอยโดนจับ --! ส่วนดิฉัน นอนหลับไม่เต็มอิ่มเลยสักวัน จากที่เคยหลับง่ายๆ หัวถึงหมอนก็ไม่รอดล่ะ กลับกังวลและโทษตัวเอง จะหาเรื่องใส่ตัวทำไมว่ะ อยู่ดีๆไม่ต้องเสียอะไร นี่กลับต้องมาเสียเงินดื้อๆ ก่อนนอนเคยอธิษฐานดีๆ ขอให้มีแต่ความสุข พ่อแม่แข็งแรง โน่นนี่นั่น แต่กลับต้องเปลี่ยนคำอธิษฐานจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคยนับถือตั้งแต่เกิดมา ขอให้ลูกได้เงินกลับมาด้วยเถิดๆ ได้มาลูกจะขอแบ่งไปทำบุญทำทานก่อนเลย ใจมันคิดถึงแต่เงิน เงิน เงิน คิดเลยว่า ทำไมเราถึงทุกข์ได้ถึงขนาดนี้

มันทุกข์มาก เลยต้องโทรไปปรึกษารุ่นพี่มหาลัยคนแรก (ขอแทนชื่อว่า พี่แพท) พี่แพทก็ให้คำปรึกษาได้ดีค่ะ แต่ถ้าย้อนไปได้ ขอเรียกว่า ดีเกี้ยๆเลยละกัน ว่า “น้องไม่ลงตอนที่พี่บอกหล่ะ มาลงตอนที่เค้าจะเลิกแล้ว ก็เสียสิ เดี๋ยวถ้ามีตัวใหม่มาจะหาให้ จะได้ลงเป็นคนแรกๆเลย” แล้วแกก็ทำตามคำพูด มีแชร์ตัวใหม่มา U-M (ตั้งชื่อซะหรูหรา สุดท้ายก็เหมือนกัน) แกก็แนะนำให้เราลงเงิน ด้วยความที่อยากได้คืน เอาไปโปะตัวแรกที่ขาดทุน ก็ลงไป ตามสเต็ปเดิมเป๊ะ แต่ตัวนี้ ไม่ได้กลับมาสักบาท แต่โดนแจ้งความก่อน สุดท้าย ก็เงินสูญอีก สรุป เราลงเงินกับบริษัทพวกนี้ไป 5 บริษัท โดนหลอกไป 3 ได้กำไรมา 2 แต่หักลบแล้ว ไม่คุ้มทั้งเงินทั้งเสียสุขภาพจิต ขึ้นๆลงๆ จนจะเป็นไพโลลาร์ (เวลาเสียเงินก็นอนไม่หลับ เวลาได้เงินมาก็มีความสุขโคตรๆเหมือนคนที่เราแอบชอบมาสารภาพรัก ประมาณนั้นจริง)

แล้วจะให้ไปแจ้งความเอาไหม บอกตรงๆว่า อายค่ะ ไม่กล้าจะบอกใครด้วยซ้ำว่าโดนกับของพวกนี้ กลัวโดนด่าว่าโง่(เออ ยอมรับ) เพราะบางคนเคยเตือนแล้ว เราก็ไม่เชื่อ และเชื่อว่าถึงแจ้งความ ก็คงไม่ได้อะไรกลับมา เสียเวลา เสียเงิน เสียชื่อเข้าไปอีก

ขอเตือนอีกนิดว่า บางทีของพวกนี้ไม่ได้บอกเราตรงๆหรอก ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่น่ะ เอาสินค้ามาบังหน้า เอาระบบลงทุน ตลาดหุ้น ipo ที่จีนบ้าง ตอนแรกเราจะไม่รู้หรอก แต่พอได้เงิน เราจะยอมรับของพวกนี้เอง

ส่วนคนที่ชวนเราอ่ะเหรอ พี่ผิง คนที่ชวนเราเข้าสู่วงการครั้งแรก ก็คงไม่รู้หรอกว่าเราเจ็บจากคำพูดพี่เขามากขนาดไหน แต่ด้วยความที่เป็นพี่ที่นับถือ เวลาเราเดือดร้อนให้ความช่วยเหลือโดนไม่หวังผลตอบแทน แกเช็คเราตลอดว่า ได้เงินคืนจากตัวที่แกชวนตัวแรกหรือยัง ซึ่งเราโกหกไปว่า ไม่ต้องห่วง ได้คืนมาแล้ว เพราะไม่อยากให้แกรู้สึกผิด

ส่วนพี่แพท แกชวนเราลงตัวที่ 4 เราได้กำไรกลับมา ตอนนั้นดีใจโคตร และไว้ใจสุดๆ พอแกชวนลงตัวที่ 5 ตัวนี้ พี่รับประกัน เลยลงไปอย่างร่าเริง แต่ผลไม่เป็นอย่างที่คิด วันที่ตกลงกันไว้ว่าต้องได้ แกกลับผลัดไปเรื่อยๆ เราเจอหน้า ทวงถาม แกก็ทำเป็นนึกได้ บอกขอเวลาก่อน พี่ติดคนอื่นอยู่เยอะ เดี๋ยวขอหมุนก่อน แล้วก็ไม่กล้าทวงอีกเลย จากคนที่เคยสนิทกัน แต่ตอนนี้ไม่สนิทใจ เจอหน้ากัน สวัสดีแต่ความรู้สึกมันอยากเดินหนีไปให้ไกลมากๆ ได้โทษตัวเองว่า ไม่น่าโลภเลยเรา เงินก็เสีย เพื่อนก็เสีย

สุดท้าย เงินหมด ยังคิดเลยว่าถ้าตัดใจทิ้งเงินตั้งแต่ตัวแรกและมันยุ่งกับของพวกนี้อีก คงไม่เจ็บหนักขนาดนี้ แล้วเราผ่านเรื่องนี้มาได้ยังไง เพราะคนรอบข้าง เพราะงาน เพราะเวลา มันค่อยๆทำให้อะไรดีขึ้น ผ่านมาสองปี ค่อยทำใจได้ และจุดเปลี่ยนของเรื่องนี้คือ ได้มีโอกาสไปวิปัสสนา นั่งสมาธิฟังธรรม พระอาจารย์ท่านเทศน์เรื่องศีล เรื่องการพนัน ท่านบอกว่า อย่าไปยุ่งกับการพนัน ไม่ดี คิดแต่จะทำให้คนอื่น ship หาย สุดท้ายก็จะ ship หายเอง ตอนแรกฟังแล้วไม่เข้าใจ ท่านก็ขยายความว่า เราเข้าไปร่วมวงพนัน มีใครอยากที่จะเสียบ้าง มีแต่คนอยากจะได้ แล้วการที่ตัวเองได้ คนอื่นก็ต้องเสีย นั่นคือการทำให้คนอื่น ship หาย ต่อไปทำอะไรก็จะไม่เจริญ

ค่ะ จุกมาก ซึ้งในรสพระธรรม นี่ยังคิดเลยว่า ในการที่เราไม่ได้เงินมาจากของพวกนี้ ดีแล้ว จะให้ไปยุ่งก็ไม่เอาอีกแล้ว เข็ดค่ะ นอนก็หลับไม่สนิท นี่กลับมาคิดถึงตอนนี้เลยว่า ไม่ต้องไปหวังจะรวยทางลัดหรอก ได้มาก็อยู่ไม่นาน ไม่ได้มีความสุข การที่ได้เงินเดือนที่มาจากงานสุจริต ไม่ต้องเสียอะไร กินอิ่มนอนหลับนี่แบบ โคตรจะมีความสุขแล้ว เชื่อเถอะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่