จิต กับ วิญญาณ อย่างเดียวกันหรือไม่

จิต กับ วิญญาณ อย่างเดียวกันหรือไม่

บางส่วนจากพระสูตร

ความยึดมั่นลูบคลำอย่างแรงกล้า ย่อมไม่มี;
เมื่อความยึดมั่นลูบคลำอย่างแรงกล้าไม่มี,
จิตย่อมจางคลายกำหนัด ในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขารทั้งหลาย ในวิญญาณ
ย่อมหลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่มีความยึดมั่นถือมั่น;
เพราะจิตหลุดพ้นแล้วจิตจึงดำรงอยู่ (ตามสภาพของจิต);
เพราะเป็นจิตที่ดำรงอยู่ จิตจึงยินดีร่าเริงด้วยดี;
เพราะเป็นจิตที่ยินดีร่าเริงด้วยดี จิตจึงไม่หวาดสะดุ้ง;
เมื่อไม่หวาดสะดุ้ง ย่อมปรินิพพาน (ดับรอบ) เฉพาะตนนั่นเทียว
เธอนั้นย่อมรู้ชัดว่า
“ชาติสิ้นแล้ว, พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว,
กิจที่ควรทำ ได้ทำสำเร็จแล้ว,
กิจอื่นที่จะต้องทำเพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มีอีก” ดังนี้.
พุทธวจน ฉบับ ๙ ปฐมธรรม ข้อ ๑๑๖ หน้า ๓๐๖
(ไทย) ขนฺธ. สํ. ๑๗/๔๕/๙๓.

บรรทัดนี้
จิตย่อมจางคลายกำหนัด ในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขารทั้งหลาย ในวิญญาณ

เหมือจิต กับ วิญญาณ คนละอย่างกัน


แต่มีอีกพระสูตร
ภิกษุทั้งหลาย !
ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับ
จะพึงเข้าไปยึดถือเอากาย
อันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้
โดยความเป็นตัวตน ยังดีกว่า
แต่จะเข้าไปยึดถือเอาจิต
โดยความเป็นตัวตน ไม่ดีเลย
ข้อนี้เป็นเพราะเหตุใดเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย !
ข้อนั้นเพราะเหตุว่า
กายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้
ดำรงอยู่ปีหนึ่งบ้าง สองปีบ้าง
สามปีบ้าง สี่ปีบ้าง ห้าปีบ้าง
สิบปีบ้าง ยี่สิบปีบ้าง สามสิบปีบ้าง
สี่สิบปีบ้าง ห้าสิบปีบ้าง
ร้อยปีบ้าง เกินกว่าร้อยปีบ้าง ปรากฏอยู่

ภิกษุทั้งหลาย !
ส่วนสิ่งที่เรียกกันว่า
จิตก็ดี ว่ามโนก็ดี ว่าวิญญาณก็ดีนั้น
ดวงหนึ่งเกิดขึ้น
ดวงหนึ่งดับไป
ตลอดวันตลอดคืน
_________________________________________
ภิกษุทั้งหลาย !
เปรียบเหมือนวานรเมื่อเที่ยวไปอยู่ในป่าใหญ่
ย่อมจับกิ่งไม้ ปล่อยกิ่งนั้น จับกิ่งอื่น
ปล่อยกิ่งที่จับเดิม เหนี่ยวกิ่งอื่น เช่นนี้เรื่อย ๆ ไป
ข้อนี้ฉันใด
ภิกษุทั้งหลาย !
สิ่งที่เรียกกันว่า
จิตก็ดี ว่ามโนก็ดี ว่าวิญญาณก็ดีนั้น
ก็ฉันนั้นเหมือนกัน
ดวงหนึ่งเกิดขึ้น
ดวงหนึ่งดับไป
ตลอดวันตลอดคืน

เหมือนกับว่าจิตกับวิญญาณ อย่างเดียวกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่