รูมเมท 231

ผมชื่อ N ครับ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อน ผมได้ย้ายเข้าไปอยู่ในหอของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งครับ ผมจึงได้รู้จักกับคนคนหนึ่ง เขาชื่อ T ครับ เขากับผมเป็นรูมเมทกันครับ (หอในมีรูมเมททั้งหมด 3คน รวมกับผมก็เป็น 4 คน) ซึ่ง T ไม่ได้เป็นรูมเมทของผมโดยตรงครับเขาอยู่ชั้ย 4 ครับ ส่วนผมอยู่ชั้น 2  เขาเป็นเพื่อนกับเมทอีกคนที่อยู่ในห้องเดียวกับผม เเต่เขามาอยู่แทนเมทอีกคนที่เขาไม่ค่อยอยู่ครับ เขาเลยกลายเป็นเมทคนที่ 3 ของห้อง แรกๆผมก็ไม่ค่อยสนิทกับพวกเขาหรอกครับ เพราะผมเป็นเกย์ครับ ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะรังเกียจคนอย่างผม ผมเลยไม่ค่อยคุยอะไรกับพวกเขาสักเท่าไหร่ เวลาจะเข้าห้องผมก็จะเกร็งๆ ทำตัวไม่ค่อยถูก แต่พอเขาเริ่มคุย เริ่มชวนผมไปนุ้นไปนี่ ก็ทำให้ผมกล้าคุยกับเขา อ๊อ! ลืมเล่าอีกเรื่องครับ ครั้งแรกที่ผมเจอกับ T ผมไม่ชอบเขาเอามากๆครับ ครั้งแรกที่เจอกันมันช่างไม่น่าประทับใจเอาซ่ะเลย เขาเข้ามาปิดประตูเสียงดังแล้วก็บ่นว่าร้อน ผมเลยไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ แต่เวลาผ่านไปความไม่ชอบนั้นมันก็เริ่มหายไป มีช่วงหนึ่งครับ มันเป็นช่วงรับน้อง ผมกับเขาค่อนข้างที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย เพราะเขาไม่มีมอไซค์ครับ ผมก็ต้องไปส่งเขา บางทีเขาก็ไปส่งผม เพื่อนๆที่เห็นผมกับเขาไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆก็คิดว่าผมกับเขาเป็นแฟนกัน แต่ผมก็บอกพวกเขาตลอดว่าไม่ใช่ อาจจะเพราะ T เป็นคนค่อนข้างจะขาว เขาคงคิดว่า T เป็นเหมือนผมแหละครับ ผมกับ T เราเรียนคนละสาขากันนะครับ วันเวลาผ่านไปผมกับเขาก็สนิทกันระดับหนึ่ง (เค้าคงคิดแบบเดียวกันกับผมมั้งงครับ) จากที่นอนคนละเตียงกัน เขาก็ขึ้นมานอนเตียงเดียวกับผม ทั้งๆที่เตียงหอในมันก็ไม่ได้กว้างอะไรมากมาย เตียงหอในจะเป็นเตียงเหล็ก 2 ชั้น ผมนอนชั้นบนครับ เขาก็ขึ้นมานอนกับผม ทีแรกก็คิดว่าคงมานอนเล่น แต่ไม่ใช่ครับ เค้ามานอนกับผมเลย ซึ่งมันทำให้คนคิดและจิตนาการไปต่างๆนาๆ และมันไม่ใช่ครั้งเดียวนะครับ เค้าทำอย่างนี้อยู่บ่อยๆ เราคงสนิทกันจนถึงขั้นที่สามารถใส่เสื้อของกันและกันได้ และการจินตนาการของผมทำให้ผมเผลอไปชอบเขาเข้าครับ เค้าเป็นคนที่ชอบทักเฟสบุ๊กมาว่าทำอะไร อยู่ไหน จะกลับหอตอนไหน ตอนเย็นกินอะไร ผมกับเขาทำชอบทำอาหารกินด้วยกันครับ และเราก็กินข้าวด้วยกัน 2 คนบ่อย ผมกับเขาก็สนิทกันขึ้นอีกระดับ และผมก็คงชอบเขามากกว่าเดิม ช่วงเวลาที่มีเขาอยู่ในชีวิตผมมันมีความสุขมากเลยครับ และเขาก็ได้เลิกกับแฟนเขาที่คบกันมาหลายปี เขาก็คุยหลายเรื่องกับผม รวมถึงเรื่องแฟนเก่าเขาด้วยครับ ผมก็เป็นผู้ฟังที่ดี และคอยให้คำปรึกษาตลอด อาจจะดีบ้างไม่ดีบ้าง ฮาๆ ผมยอบรับว่าตอนนั้นผมชอบเขาอย่างจริงจัง อาจเพราะผมไม่เคยมีคนมาทำแบบนี้กับผม และความสุขที่หอมหวานของผมมันก็เริ่มที่จะมีความทุกข์เข้ามาแทรก เขามีคนคุยคนใหม่ครับ เขาก็มาเล่าให้ผมฟังตลอดว่าเขาคุยกับคนนั้นคนนี้ การที่เขามาเล่าให้ฟังมันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดครับ เพราะอะไรผมก็ไม่รู้ ผมชอบชวนเขาทะเลาะบ่อยๆ เรื่องนิดๆหน่อยๆผมก็โกรธ ผมก็งอลเขาครับ แต่ผมก็ทำไรไม่ได้ ได้แต่เพ้อลงเฟสบุ๊ค เค้าก็กดไลค์ คอมเม้นอยู่บ่อยๆ เขาคงไม่คิดว่าผมหมายถึงเขาหรอกครับ เพราะเขาคงไม่คิดว่าผมเป็นเกย์ แต่ก็มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมอยากจะบอกความจริงกับเขา จึงให้เพื่อนผมเป็นคนบอก ว่าผมเป็นเกย์ เขาจะมีปัญหาอะไรไม๊ เขาจะเลิกคบผมไหม เขาก็ตอบว่าไม่เป็นไร ก็เพื่อนกัน อีกอย่างเค้าก็รู้มาสักพักแล้ว มีคนบอกเขามาแบบนี้เหมือนกัน ตอนนั้นผมคิดว่าชีวิตผมโอเคสุดๆ ที่มีเพื่อนสนิทผู้ชายที่รู้ว่าผมเป็นเกย์และยอมรับผมได้ ผมมีความสุขมากๆครับ ผมอยากบอกเขาเหลือเกินว่าผมชอบเขา แต่ผมก็เลือกที่จะไม่บอกครับ เพราะผมรู้ดีว่าเขาคงไม่มีวันที่จะมาชอบผม ผมอยากที่จะรักษาความสัมพันธ์ของผมกับเขาไว้แค่ฐานะเพื่อนครับ และเวลาก็ผ่านมา 1 เทอม ผมกับเขาก็ยังคงคุยกันเหมือนเดิม แต่ผมกับเขาไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยเหมือนเทอมแรกแล้วครับ เพราะเขามีเพื่อนที่สาขาที่สนิทแล้วไปไหนมาไหนกันบ่อย ผมก็ไม่ได้คิดอะไรครับ ยังไงเราก็เจอกันที่ห้องอยู่ดี แต่หลังจากนั้นผมยอมรับเลยว่าผมไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไหร่ เพราะอะไรผมก็ไม่รู้ ผมเลยตัดสินใจเก็บของกลับไปอยู่บ้าน ผมกลับไปอยู่บ้านได้อาทิตย์นึงครับ ผมก็กลับมาอยู่ที่หอเหมือนเดิม และก็มาถึงช่วงเวลาที่ผมทุกข์สุดๆ คือเค้าได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งครับ เขาเรียนอยู่ที่หนองคาย  T เขาก็มาเล่าให้ผมฟังเหมือนเดิมครับ แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้รู้สึกยินดีอะไรกับเขาเลย  ผมเคยบอกเขาว่า ให้เขากลับไปคบกับแฟนเก่าเขาครับ ทั้งๆที่ผมก็ชอบเขา ผมคิดตอนนั้นว่า ผมไม่อยากให้เขาคบกับใครเลย ผมอยากให้เขากลับไปคบกับแฟนเก่าเขาแค่คนเดียว ไม่รู้ทำไมเหมือนกันครับ ผมโอเคที่จะเห็นเขามีความสุขกับคนเก่าของเขามากกว่าคนใหม่ แต่แฟนเก่าเขาก็ได้มีแฟนใหม่ไปแล้วครับ เขาเลยเลือกที่จะคุยกับคนใหม่ และเหมือนว่าเขาจะจริงจังกับคนๆนี้เอามากๆ ไม่เหมือนคนที่ผ่านๆมาที่เขาเคยเล่าให้ผมฟัง อาทิตย์สุดท้ายของการอยู่หอในของผมกับเขาไกล้จะหมดลงแล้วครับ ความสุขที่ผมเคยได้รับจากเขาทุกวันมันไกล้หมดลงแล้วครับ ผมกับเขาคงต้องแยกย้ายกันไปตามทางของใครของมัน เพราะผมกับเขาไม่ได้เรียนสาขาเดียวกัน ผมก็ทำใจแล้วแหละครับ อาทิตย์ของการสอบไฟนอล ผมยอมรับเลยว่าผมทำข้อสอบไม่รู้เรื่องเลย ผมคิดถึงแต่เขา คิดถึงเวลาที่ผมกับเขาจะแยกกัน และมันก็เป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ที่สุดสำหรับผมครับ ทุกคืนเขาจะคุยโทรศัพท์กับคนคนนั้นที่เขากำลังคุย และดูเหมือนว่าพวกเขาคงจะตกลงปลงใจที่จะคบหากันแล้ว ผมเจ็บมากครับเหมือนโดนพรากคนรักไป(แต่มันไม่ใช่) 2 วันสุดท้ายของผมกับเขา ผมได้แต่นอนร้องไห้คิดถึงวันที่เราจะต้องแยกกัน และในวันนั้นผมก็ได้ตัดสินใจขนของออกจากหอใน เพราะผมไม่อยากเจ็บและทุกข์ไปมากกว่านี้ ผมเลยออกจากหอในภายในวันนั้นเลย แต่มันไม่ได้จบลงแค่นั้นครับ ผมกลับมานอนที่บ้านผมก็มานอนร้องไห้เพราะผมคิดถึงเขาเอามากๆและยิ่งเห็นแฟนเขาโพสถึงเขายิ่งทำให้ผมเจ็บไปมากกว่าเดิม ผมย้ายออกมา 3 วันแล้วครับ ไม่มีวันไหนที่ผมไม่ร้องไห้ ผมเคยคิดนะครับว่าผมจะบอกเขาว่าผมคิดยังไงกับเขา แต่ผมก็กลัวเสียเพื่อน ผมเลยตัดสินใจที่จะไม่บอก และปล่อยให้เขามีความสุขต่อไป ส่วนผมได้แต่ร้องให้ที่เห็นเขามีความสุขกัยคนที่เขารัก และในตอนนั้นผมก็คิดเลยว่าผมไม่ได้แค่ชอบเขาแล้วแหละผมว่าผมรักเขาเข้าแล้ว ผมตัดสินใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อไป ถึงมันจะทุกข์แต่ผมก็ยังมีเขาอยู่ในชีวิตผม ผมยังสามารถคุยกับเขาได้ทุกวัน(ในฐานะเพื่อน) ผมก็พอใจแล้วครับ ชีวิตนี้ผมคงรักใครไม่ได้เท่าเขาอีกแล้ว อนาคตจะเป็นยังไงผมไม่รู้ วันข้างหน้าเขาอยาจจะรู้เรื่องนี้เข้า แต่ผมก็จะจดจำและรักเขาคนเดียว ตลอดไป….
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่