สวัสดีครับเพื่อนๆชาวพันทิปทุกท่านครับ ผมอยากจะขอพื้นที่ในการรีวิวครั้งแรก ทริปเที่ยวโอซาก้าครั้งแรกของผมกับแฟนครับ ในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์
เริ่มกันเลย ทริปนี้เราสองคนเลือกใช้บริการ Nokscoot ที่เป็นไฟลท์บินตรงไปลงสนามบิน Kansai International Airport อ่านรีวิวมาเยอะ แอบเสียวๆกับสายการบินนี้อยู่ มาถึงดอนเมืองตั้งแต่ 06.30 น. เวลาบิน 09.25 น. โดยรวมขาไปค่อนข้างประทับใจครับ ที่นั่งสบาย บินตรงเวลาดีมาก โดยที่ไม่รู้เลยว่าขากลับจะมีเซอร์ไพร์สรออยู่ (เดี๋ยวเล่าในตอนท้ายนะครับ 555)
▼ วันที่ 1 Kansai International Airport + ที่พัก + Dotonbori
ไฟลท์ถึงที่ญี่ปุ่นตอน 16:55 น. ทางผมกับแฟนเราเลือกเข้าเมืองโดยใช้รถไฟ Nankai line ซึ่งที่พักของเราสองคน อยู่แถว Shin Imamiya Station กับ Daikokucho Station นั่งยาวต่อเดียวถึงมาลงกันได้เลย
กว่าจะเก็บของกันเสร็จก็ปาไป2ทุ่มแล้ว เลยเลือกจะไปเดินย่านนัมบะ กินข้าวและเดินเล่นกัน
มาถึงย่านนัมบะคนเยอะมาก โดยเฉพาะคนจีนกับคนไทย ผมกับแฟนมายืนถ่ายป้ายไฟกูลิโกะที่จัดว่าเป็นแลนด์มาร์ค ถ่ายยากมาก คนเดินตัดหน้าผ่านไปมาตลอด กว่าจะได้รูปได้มุมโดนแฟนบ่นหูชา 555
หิวแล้วครับ เราเลือกไปกินทาโกะยากิอาหารขึ้นชื่อเมืองโอซาก้า ซึ่งร้านที่ผมไปต่อคิวซื้อมาเป็นร้านป้ายสีขาว คนต่อคิวเยอะพอสมควร ผมว่าตัวทาโกะมันเละไปหน่อยแต่รสชาติอร่อยใช้ได้ครับ
ต่อด้วย Sukiya เชตข้าวหน้าเนื้อพร้อมซุปหอมๆ อร่อยมาก
ก่อนกลับแวะซื้อชาเขียว Starbucks ที่ Family เดินๆต่อไปมาสักพักก็กลับที่พักเตรียมตัวสำหรับวันต่อไป
▼ วันที่ 2 เที่ยวรอบ OSAKA
วันนี้เราสองคนเที่ยวเมืองโอซาก้ากันครับโดยใช้บัตร Osaka Amazing Pass 1 day ครับ เราเลือกไปปราสาทโอซาก้าเป็นที่แรก ลงสถานี Morinomiya Station โดยเราจะผ่านน้ำพุและสวนด้านนอกกันก่อน ซึ่งจะมีซากุระบานอยู่ สวยมากๆ แวะถ่ายรูปกันเกือบทุกต้น555
ก่อนเข้าบริเวณปราสาท อากาศเย็นอย่างนี้แวะเติมพลังกินทาโกะยากิร้อนๆฟินมาก
เดินกันต่อไปสักพักจะเห็นตัวปราสาท ซึ่งสวยมาก ผมว่าประเทศนี้ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวไว้ดีมาก และถ้าใช้บัตรOAP จะเข้าชมด้านในได้ฟรีครับ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ครับ
ออกมาด้านนอกจะมีของกินขาย อากาศเย็นๆยังงี้เลยจัดไอศกรีม Cremia มีความละมุนหอมนุ่มมาก
แวะถ่ายรูปเพลินๆกับต้นซากุระตลอดทาง
เดินถัดมาสักพักจะเจอ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอซาก้า ซึ่งใช้บัตรOAP เข้าฟรีเช่นกัน ซึ่งข้างในก็จะมีโมเดลแสดงประวัติศาสตร์บ้านเมืองของโอซาก้าให้ชม
วิวจากด้านบนมองไปเห็นสวนข้างปราสาทโอซาก้า
เราสองคนก็แวะกินข้าวเที่ยงกันที่ห้าง Keihan City Mall ติดแม่น้ำโอกาวะครับ โซนอาหารติดแม่น้ำ เลือกร้านที่มีเซทข้าวหน้าปลาไหล+อุด้งเย็นครับ บอกเลยว่าปลาไหลนุ่มหอมมันมากเลย เส้นอุด้งนุ่มเด้งมากกกกกก ขนาดแฟนผมไม่ชอบกินเส้นยังกินจนเกลี้ยง
เดินออกจากตัวห้างมาที่ท่าเรือ ล่องเรือชมซากุระแม่น้ำโอกาวะ ใช้บัตร OAPขึ้นได้ฟรี ในช่วงที่ผมไปมีดอกซากุระบานอยู่พอสมควรสวยมากๆ ล่องเรือชมชิวๆเลยคับ
ต่อไปเราสองคนไปชมซากุระกันต่อที่ Japan Mint โรงกษาปณ์ ซึ่งจะเปิดให้ชมในช่วงกลางเดือนเมษายนเท่านั้น ที่นี่ซากุระเป็นพันธุ์บานช้าครับ สวยมากๆซากุระบานเต็มตลอดทาง ซึ่งคนก็เยอะมากๆเช่นกัน
ช่วงเย็นเราแวะไปที่ Osaka Port กันครับเพราะแฟนผมอยากจะขึ้นชิงช้าสวรรค์กับล่องเรือ Santa Maria แต่น่าเสียดายไปไม่ทันเรืออกเลยได้แค่ขึ้นชิงช้าสวรรค์อย่างเดียว เผอิญว่าผมเป็นคนไม่ค่อยถูกกับที่สูงสักเท่าไร เมื่อสุดที่รักอยากขึ้น จะห้ามได้ไง 555 มองไปเห็นวิวแม่น้ำและวิวเมืองรอบๆ ยามเย็น
เริ่มจะมืดพวกผมตัดสินใจไปชมวิวเมืองกันที่ตึกอุเมดะ สกาย ซึ่งชั้นบนของอาคารจะเป็นจุดชมวิว ใช้บัตร OAP เข้าชมได้ฟรีอีกแล้ว ตัวตึกสูงอลังการขึ้นไปด้านบนเห็นวิวเมืองโอซาก้ายามค่ำคืนสวยมากๆเลยครับ
หิวแล้วมื้อดึกวันนี้เป็น ข้าวหน้าเนื้อ ที่ร้าน Yoshinoya รสชาติผมว่าดีกว่าเมืองไทยนะ ราคาก็ไม่ได้หนีกันเท่าไหร่ หิวมาก เลยลืมถ่ายรูปเลยครับ 555 กินเสร็จก็กลับที่พัก เมื่อยขาหนักมากกกก จบวันที่ 2
มาต่อกันนะครับ
▼ วันที่ 3 NARA + KOBE
เนื่องจากทริปเรามีเวลาเหลือไม่กี่วันผมกับแฟนจึงตัดสินใจเที่ยวมันทั้ง นารา และ โกเบ ในวันเดียวไป โดยใช้ Kansai Thru pass ตอนเช้ารีบตื่นเพื่อขึ้นรถไฟไป นารา เหมือนจะนานแต่หลับกับทั้งคู่แปปๆก็ถึงแล้ว พวกผมเลือกไปแค่วัดกวางหรือชื่อเต็มๆ วัดโทไดจิ
เมื่อไปถึงแล้วตัววัดอยู่ห่างสถานีรถไฟไกลพอสมควร เราสองคนเลยตัดสินใจเช่าจักรยานกัน วันนี้อากาศดี ปั่นระหว่างทางจะเห็นน้องกวางน่ารักเดินไปมาเต็มสวนเลย ซึ่งมันดูไม่กลัว คุ้นชินกับผู้คน ถ้าได้กลิ่นอาหารนี่เดินตามไม่เลิก 555

จากนั้นเราก็ปั่นต่อไปยังวัดโทไดจิ ในการจะเข้าวัดต้องเสียเงินแยกต่างหาก บัตร Kansai Thru pass ไม่สามารถใช้เข้าฟรีหรือเป็นส่วนลดนะครับ
พอเดินวนรอบในตัววิหารเสร็จทางออกจะมีเครื่องรางหลายแบบให้เลือกซื้อไปเป็นของฝากเยอะแยะเลยครับ
เดินออกมาด้านนอก ถ่ายรูปกับน้องกวางเพลินๆ ก็เหลือบไปเห็นมีสวนซากุระบานสะพรั่ง สวยงามมาก พวกเราจึงใช้เวลาเก็บภาพเละนั่งเล่นสักพักเลย อากาศดีจริงๆ แฟนบอกให้ 10 10 10 ไปเลยจ้า
ไปต่อครับ รีบปั่นจักรยานไปคืนเช่าไว้แค่ 3 ชั่วโมง จากนั้นแวะกินเบเกอรี่ร้านน่ารักๆ ใกล้กับสถานี รสชาติกลางๆก็อร่อยดีครับ
จุดหมายปลายทางต่อไปเมืองโกเบ นั่งรถไฟยาวจาก นารา ไป โกเบ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ออกจากสถานี หลงกันนิดหน่อย ไปทางสวนซากุระริมคลองที่ตัดผ่านกลางเมือง มีสนามเด็กเล่น ผู้คนมานั่งปิกนิก จัดเบียร์กันแต่หัววันเลย
เดินย้อนกลับไปที่ย่านคิตาโนะ (Kitano) เดินชมหมู่บ้านแบบตะวันตก ที่พักของชาวต่างชาติ
[CR] Review รีวิว ทริปฟินซากุระ เที่ยว โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ Universal 6วัน5คืน + 2 วัน โดน Overbooking จ้า
สวัสดีครับเพื่อนๆชาวพันทิปทุกท่านครับ ผมอยากจะขอพื้นที่ในการรีวิวครั้งแรก ทริปเที่ยวโอซาก้าครั้งแรกของผมกับแฟนครับ ในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์
เริ่มกันเลย ทริปนี้เราสองคนเลือกใช้บริการ Nokscoot ที่เป็นไฟลท์บินตรงไปลงสนามบิน Kansai International Airport อ่านรีวิวมาเยอะ แอบเสียวๆกับสายการบินนี้อยู่ มาถึงดอนเมืองตั้งแต่ 06.30 น. เวลาบิน 09.25 น. โดยรวมขาไปค่อนข้างประทับใจครับ ที่นั่งสบาย บินตรงเวลาดีมาก โดยที่ไม่รู้เลยว่าขากลับจะมีเซอร์ไพร์สรออยู่ (เดี๋ยวเล่าในตอนท้ายนะครับ 555)
▼ วันที่ 1 Kansai International Airport + ที่พัก + Dotonbori
ไฟลท์ถึงที่ญี่ปุ่นตอน 16:55 น. ทางผมกับแฟนเราเลือกเข้าเมืองโดยใช้รถไฟ Nankai line ซึ่งที่พักของเราสองคน อยู่แถว Shin Imamiya Station กับ Daikokucho Station นั่งยาวต่อเดียวถึงมาลงกันได้เลย
กว่าจะเก็บของกันเสร็จก็ปาไป2ทุ่มแล้ว เลยเลือกจะไปเดินย่านนัมบะ กินข้าวและเดินเล่นกัน
มาถึงย่านนัมบะคนเยอะมาก โดยเฉพาะคนจีนกับคนไทย ผมกับแฟนมายืนถ่ายป้ายไฟกูลิโกะที่จัดว่าเป็นแลนด์มาร์ค ถ่ายยากมาก คนเดินตัดหน้าผ่านไปมาตลอด กว่าจะได้รูปได้มุมโดนแฟนบ่นหูชา 555
หิวแล้วครับ เราเลือกไปกินทาโกะยากิอาหารขึ้นชื่อเมืองโอซาก้า ซึ่งร้านที่ผมไปต่อคิวซื้อมาเป็นร้านป้ายสีขาว คนต่อคิวเยอะพอสมควร ผมว่าตัวทาโกะมันเละไปหน่อยแต่รสชาติอร่อยใช้ได้ครับ
ต่อด้วย Sukiya เชตข้าวหน้าเนื้อพร้อมซุปหอมๆ อร่อยมาก
ก่อนกลับแวะซื้อชาเขียว Starbucks ที่ Family เดินๆต่อไปมาสักพักก็กลับที่พักเตรียมตัวสำหรับวันต่อไป
▼ วันที่ 2 เที่ยวรอบ OSAKA
วันนี้เราสองคนเที่ยวเมืองโอซาก้ากันครับโดยใช้บัตร Osaka Amazing Pass 1 day ครับ เราเลือกไปปราสาทโอซาก้าเป็นที่แรก ลงสถานี Morinomiya Station โดยเราจะผ่านน้ำพุและสวนด้านนอกกันก่อน ซึ่งจะมีซากุระบานอยู่ สวยมากๆ แวะถ่ายรูปกันเกือบทุกต้น555
ก่อนเข้าบริเวณปราสาท อากาศเย็นอย่างนี้แวะเติมพลังกินทาโกะยากิร้อนๆฟินมาก
เดินกันต่อไปสักพักจะเห็นตัวปราสาท ซึ่งสวยมาก ผมว่าประเทศนี้ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวไว้ดีมาก และถ้าใช้บัตรOAP จะเข้าชมด้านในได้ฟรีครับ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ครับ
ออกมาด้านนอกจะมีของกินขาย อากาศเย็นๆยังงี้เลยจัดไอศกรีม Cremia มีความละมุนหอมนุ่มมาก
แวะถ่ายรูปเพลินๆกับต้นซากุระตลอดทาง
เดินถัดมาสักพักจะเจอ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอซาก้า ซึ่งใช้บัตรOAP เข้าฟรีเช่นกัน ซึ่งข้างในก็จะมีโมเดลแสดงประวัติศาสตร์บ้านเมืองของโอซาก้าให้ชม
วิวจากด้านบนมองไปเห็นสวนข้างปราสาทโอซาก้า
เราสองคนก็แวะกินข้าวเที่ยงกันที่ห้าง Keihan City Mall ติดแม่น้ำโอกาวะครับ โซนอาหารติดแม่น้ำ เลือกร้านที่มีเซทข้าวหน้าปลาไหล+อุด้งเย็นครับ บอกเลยว่าปลาไหลนุ่มหอมมันมากเลย เส้นอุด้งนุ่มเด้งมากกกกกก ขนาดแฟนผมไม่ชอบกินเส้นยังกินจนเกลี้ยง
เดินออกจากตัวห้างมาที่ท่าเรือ ล่องเรือชมซากุระแม่น้ำโอกาวะ ใช้บัตร OAPขึ้นได้ฟรี ในช่วงที่ผมไปมีดอกซากุระบานอยู่พอสมควรสวยมากๆ ล่องเรือชมชิวๆเลยคับ
ต่อไปเราสองคนไปชมซากุระกันต่อที่ Japan Mint โรงกษาปณ์ ซึ่งจะเปิดให้ชมในช่วงกลางเดือนเมษายนเท่านั้น ที่นี่ซากุระเป็นพันธุ์บานช้าครับ สวยมากๆซากุระบานเต็มตลอดทาง ซึ่งคนก็เยอะมากๆเช่นกัน
ช่วงเย็นเราแวะไปที่ Osaka Port กันครับเพราะแฟนผมอยากจะขึ้นชิงช้าสวรรค์กับล่องเรือ Santa Maria แต่น่าเสียดายไปไม่ทันเรืออกเลยได้แค่ขึ้นชิงช้าสวรรค์อย่างเดียว เผอิญว่าผมเป็นคนไม่ค่อยถูกกับที่สูงสักเท่าไร เมื่อสุดที่รักอยากขึ้น จะห้ามได้ไง 555 มองไปเห็นวิวแม่น้ำและวิวเมืองรอบๆ ยามเย็น
เริ่มจะมืดพวกผมตัดสินใจไปชมวิวเมืองกันที่ตึกอุเมดะ สกาย ซึ่งชั้นบนของอาคารจะเป็นจุดชมวิว ใช้บัตร OAP เข้าชมได้ฟรีอีกแล้ว ตัวตึกสูงอลังการขึ้นไปด้านบนเห็นวิวเมืองโอซาก้ายามค่ำคืนสวยมากๆเลยครับ
หิวแล้วมื้อดึกวันนี้เป็น ข้าวหน้าเนื้อ ที่ร้าน Yoshinoya รสชาติผมว่าดีกว่าเมืองไทยนะ ราคาก็ไม่ได้หนีกันเท่าไหร่ หิวมาก เลยลืมถ่ายรูปเลยครับ 555 กินเสร็จก็กลับที่พัก เมื่อยขาหนักมากกกก จบวันที่ 2
มาต่อกันนะครับ
▼ วันที่ 3 NARA + KOBE
เนื่องจากทริปเรามีเวลาเหลือไม่กี่วันผมกับแฟนจึงตัดสินใจเที่ยวมันทั้ง นารา และ โกเบ ในวันเดียวไป โดยใช้ Kansai Thru pass ตอนเช้ารีบตื่นเพื่อขึ้นรถไฟไป นารา เหมือนจะนานแต่หลับกับทั้งคู่แปปๆก็ถึงแล้ว พวกผมเลือกไปแค่วัดกวางหรือชื่อเต็มๆ วัดโทไดจิ
เมื่อไปถึงแล้วตัววัดอยู่ห่างสถานีรถไฟไกลพอสมควร เราสองคนเลยตัดสินใจเช่าจักรยานกัน วันนี้อากาศดี ปั่นระหว่างทางจะเห็นน้องกวางน่ารักเดินไปมาเต็มสวนเลย ซึ่งมันดูไม่กลัว คุ้นชินกับผู้คน ถ้าได้กลิ่นอาหารนี่เดินตามไม่เลิก 555
จากนั้นเราก็ปั่นต่อไปยังวัดโทไดจิ ในการจะเข้าวัดต้องเสียเงินแยกต่างหาก บัตร Kansai Thru pass ไม่สามารถใช้เข้าฟรีหรือเป็นส่วนลดนะครับ
พอเดินวนรอบในตัววิหารเสร็จทางออกจะมีเครื่องรางหลายแบบให้เลือกซื้อไปเป็นของฝากเยอะแยะเลยครับ
เดินออกมาด้านนอก ถ่ายรูปกับน้องกวางเพลินๆ ก็เหลือบไปเห็นมีสวนซากุระบานสะพรั่ง สวยงามมาก พวกเราจึงใช้เวลาเก็บภาพเละนั่งเล่นสักพักเลย อากาศดีจริงๆ แฟนบอกให้ 10 10 10 ไปเลยจ้า
ไปต่อครับ รีบปั่นจักรยานไปคืนเช่าไว้แค่ 3 ชั่วโมง จากนั้นแวะกินเบเกอรี่ร้านน่ารักๆ ใกล้กับสถานี รสชาติกลางๆก็อร่อยดีครับ
จุดหมายปลายทางต่อไปเมืองโกเบ นั่งรถไฟยาวจาก นารา ไป โกเบ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ออกจากสถานี หลงกันนิดหน่อย ไปทางสวนซากุระริมคลองที่ตัดผ่านกลางเมือง มีสนามเด็กเล่น ผู้คนมานั่งปิกนิก จัดเบียร์กันแต่หัววันเลย
เดินย้อนกลับไปที่ย่านคิตาโนะ (Kitano) เดินชมหมู่บ้านแบบตะวันตก ที่พักของชาวต่างชาติ
จากนั้นไปกินของดีประจำเมือง ซึ่งผมอยากกินมาก นั่นก็คือ เนื้อโกเบ ที่ร้านสเต็กแลนด์ เชฟทำสดๆ เสิร์ฟร้อนๆ รสชาติอร่อย เนื้อนุ่มละลายในปาก ฟินมากกกกกกกก
กินเสร็จเดินออกมา IKUTA ROAD ถ่ายรูปก่อนสักหน่อย
ขากลับเราแวะไปช้อปรองเท้าที่ Yodobashi Umeda และเดินดูของเล่นแปปนึง จากนั้นกลับเข้าที่พักนอนพักแรงสำหรับวันพรุ่งนี้