
Vincent Van Gogh - Starry Starry Night with Don Mclean
Edvard Munch ได้วาดภาพ The Scream
ภาพที่มีองค์ประกอบที่โดดเด่นมากในปีค.ศ.1893
หลังจากที่ท่านได้เขึยนในไดอารี่ว่า
ท่านได้รับแรงบันดาลใจในวาดภาพนี้
จากการเคลื่อนตัวของก้อนเมฆบนท้องฟ้าสีแดงเดือด
ที่ท่านได้พบเห็นในค่ำคืนวันหนึ่ง
ขณะกำลังเดินกับเพื่อน ๆ ในนอร์เวย์
สภาพบรรยากาศที่โดดเด่นและความจริงที่ว่า
Edvard Munch ระบุว่าได้แรงบันดาลใจจาก
ดวงอาทิตย์ตกที่กำลังจะตกดิน
ได้นำไปสู่ทฤษฏีหลายทฤษฎี
ที่เกี่ยวข้องถึงสาเหตุดังกล่าว
ที่ทำให้ท้องฟ้าดูสับสนวุ่นวาย
ก่อนจะมืดค่ำหลังดวงอาทิตย์ตกดิน

ภูเขาไฟ Krakatoa
หนึ่งในสมมติฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
คือ การที่ Edvard Munch ได้เห็นภาพแบบนี้
เพราะผลกระทบจากการปะทุของภูเขาไฟ
Krakatoa ในอินโดนีเซียในปีค.ศ.1883
https://goo.gl/yFz3tB (ไทย)
ตรงกับรัชสมัยพระปิยะมหาราช(รัชกาลที่ 5)
ซึ่งทำให้เกิดอนุภาคละอองของเหลว ฝุ่น ควัน
เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก
หลังจากที่ภูเขาไฟได้พ่นระบายความร้อน
จนแพร่กระจายไปทั่วทั้งโลกใบนี้
และทำให้โลกมืดครึ้มกับอากาศเย็นไปช่วงเวลาหนึ่ง
พร้อมกับทำให้ดวงอาทิตย์ตอนตกดินมีแสงสีสุกใส
เพราะเกิดจากแสงสะท้อนจากอนุภาคดังกล่าว
ทฤษฎีใหม่ล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นว่า Edvard Munch
ได้รับแรงบันดาลใจ
จากเกลียวเมฆที่หาได้ยากมาก
ที่สร้างคลื่นเมฆลูกแล้วลูกเล่า
และบางลูกคล้ายเปลือกหอยไข่มุก
ที่มักจะพบได้เฉพาะเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและดวงอาทิตย์ตก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวที่เขตละติจูดสูง(ตอนเหนือของยุโรป)
นักวิทยาศาสตร์จาก European Geosciences Union
ที่มีการประชุมประจำปี 2016 ใน Vienna ได้สรุปว่า
สมมุติฐานใหม่ในเรื่องภาพวาดของ Edvard Munch
ได้รับแรงบันดาลใจากจาก Mother-of-pearl Clouds (หรือ Nacreous Clouds)
กลุ่มเมฆผิดปรกติแสงสีเจิดจ้าเหล่านี้
มักจะพบเห็นได้ในช่วงฤดูหนาวช่วงดวงอาทิตย์ตกหรือขึ้น
เมื่อมีแสงสะท้อนจากด้านล่าง
" เรารู้เรื่องดังกล่าวนี้จากการสังเกต
ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ว่า
เมฆที่ปรากฏเป็นหยัก ๆ (รูปคลื่น)
ปรากฏตัวทั่ว Oslo ในช่วงเวลานั้น
และจากบันทึกของ Edvard Munch
ดูเหมือนว่าจะเป็นเหตุการณ์ตามภาพวาด
เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
ตามที่ท่านได้อธิบายได้/ในภาพวาด "
Helene Muri นักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศ
University of Oslo ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางอีเมล์กับ Live Science
ภาพวาดที่โด่งดังในปี 1893
Edvard Munch ได้ระบุว่ารู้สึกเหนื่อยและไม่สบาย
จึงหยุดพักชั่วครู่ขณะเดินกับเพื่อน ๆ
ในช่วงดวงอาทิตย์ตกดินใน Norway
และได้เฝ้ามองดูท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงเดือด
" ผมรู้สึกมีความหลอนผ่านเข้าไปในธรรมชาติ
มันดูเหมือนว่าผมได้ยินเสียงหลอนนั้น
ผมจึงได้วาดภาพนี้และลงสีก้อนเมฆคล้ายสีเลือด "
Munch เขียนไว้ในไดอารี่จากบทสรุปของ The Art Institute of Chicago
ในปีค.ศ. 2014 เกิดปรากฏการณ์
Mother-of-pearl Cloud ก่อตัวขึ้นในช่วงเย็นบนท้องฟ้าของ Oslo
นักอุตุนิยมวิทยา Svein Fikke จาก Lørenskog ใน Norway
ต้องตะลึงกับเกลียวคลื่นของเมฆ สีก้อนเมฆ
และความคล้ายคลึงกับภาพวาดท้องฟ้าของ Munch
" ข้อเท็จจริงที่ว่าคือ กลุ่มเมฆเหล่านี้
จะมองเห็นได้ในช่วงเวลาที่จำกัด
ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นและหลังดวงอาทิตย์ตก
และแสงจะปรากฏค่อนข้างทันทีทันใด
ในช่วงท้องฟ้าที่มืดลงในตอนเย็น
รูปคลื่นของก้อนเมฆได้สนับสนุนสมมุติฐานดังกล่าวนี้
Nacreous Clouds จะก่อตัวในที่สูงที่ชั้น Stratosphere
ระหว่าง 9 และ 16 ไมล์ (15 และ 25 กิโลเมตร) สูงจากพื้นโลก
การปรากฏของเมฆนี้ต้องประจวบเหมาะ
ในสภาพภูมิอากาศ
อุณหภูมิที่เย็นจัดเป็นพิเศษ
ตอนที่เมฆก่อตัวขึ้นและการปรับสมดุลของความชื้น
ฤดูหนาวที่ขั้วโลก ชั้น Stratosphere จะเย็นมาก
นั่นคือ คุณมีแนวโน้มที่จะเห็นเมฆเหล่านี้มากที่สุด
พวกมันมักจะปรากฏตัวทางที่ลมพัดจากเทือกเขา
และลักษณะสภาพภูมิประเทศที่ความดัน/อากาศชื้น
พัดพาขึ้นไปสู่ชั้น Stratosphere
The Scream เป็นผลงานชิ้นเอกที่โดดเด่น
และเป็นเรื่องสนุกที่จะคาดเดาได้ว่า
Munch ต้องการจะพรรณนาอะไร
เราเองก็ไม่ทราบคำตอบที่แน่นอน
แต่มีความคล้ายคลึงของ Nacreous Clouds
ได้บอกว่าถึงความแน่นอนในเรื่องนี้นั่นเอง"
Helene Muri ได้สรุปเรื่องนี้
รายละเอียดเรื่องเมฆ
https://pantip.com/topic/36203570
มารู้จัก "เมฆ" ชนิดต่าง ๆ แบบเข้าใจ ไม่ต้องจำชื่อ Credit : Partita
Maria Sibylla Merian ได้พบเห็น
ในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยพบเห็นในปี ค.ศ. 1705
ศิลปินสตรีชาวเยอรมันและนักธรรมชาตินิยม
ได้วาดรูปภาพแมงมุม Tarantula กำลังกินนกฮัมมิงเบิร์ด
ซึ่งจากภาพวาดดังกล่าวนี้ทำให้มีการตั้งชื่อ
ตระกูลแมงมุมชนิดนี้ว่าเป็นสกุล นักกินนก Birdeaters
ถึงแม้ว่าภาพวาดต้นฉบับนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า
เป็นภาพจากจินตนาการอันใสซื่อ (ไม่มีของจริง)
แม้ว่าความจริงแมงมุม Taruntula นักกินนก
จะสามารถกินนกได้หลายชนิดก็ตาม
ผลงานศิลปะหลายชิ้นที่ที่โดดเด่นมากของ Maria Sibylla Merian
มาจากการร่วมเดินทางไปกับคณะวิทยาศาสตร์ถึงสองปี
ที่คณะนักวิทยาศาสตร์ได้เดินทางไปยัง Suriname
ในช่วงปี ค.ศ.1699 ถึง ค.ศ. 1701
เธอคือผู้ให้ข้อมูลรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงแมลง
ในชนิดที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน
และภาพชีวิตสัตว์ต่าง ๆ ที่เธอวาดภาพไว้
ก็ยังปรากฏพบเห็นอยู่ได้ในทุกวันนี้
หมายเหตุ
ผลงานภาพวาดของเธอเพิ่งจะมีการฉลองครบรอบ 300 ปี
แม้ว่าลูกสาวของเธอจะเป็นผู้ช่วยในการลงสี
และลงรายละเอียดในภาพก็ตาม
แต่งานศิลปภาพวาดของเธอเป็นของจริง
เป็นภาพตามธรรมชาติและยังพบเห็นได้ในทุกวันนี้
แม้ว่า Edvard Munch อาจได้รับแรงบันดาลใจ
จากดวงอาทิตย์ตกเพราะผลกระทบจากภูเขาไฟ
แต่ศิลปินอื่น ๆ ก็อาจเป็นเช่นนั้นได้ด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษา
ภาพวาดภูมิทัศน์ของศิลปินยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
Joseph Mallord William Turner
(หรือรู้จักกันดีในชื่อ J.M.W. Turner)
ท่านมีชื่อเสียงมากกับผลงาน
ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ
ซึ่งแสดงให้เห็นถึง พายุทะเลทราย
ฉากแสงจันทร์และทิวทัศน์บนภูเขา
ผลจากการศึกษาภาพดังกล่าว
ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารปีค.ศ.2014
Atmospheric Chemistry and Physics
ท่านได้วาดภาพดวงอาทิตย์ตกดินที่น่าตื่นตาตื่น
ในปีค.ศ.1816 อังกฤษได้รับผลกระทบ
จากอนุภาคของการปะทุภูเขาไฟ Tambora
https://goo.gl/6kGXoa (ไทย)
ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(รัชกาลที่ 2)
ในปีค.ศ.1815 การระเบิดของภูเขาไฟ Tambora
นับว่าเป็นครั้งรุนแรงที่สุดในโลก
ความหนาวเย็นจากผลของการระเบิดของภูเขาไฟ
เพราะกลุ่มควันเถ้าถ่านเต็มไปหมดในชั้นบรรยากาศ
ทำให้สร้างฤดูกาล
ปีที่ไม่มีฤดูร้อน
ซึ่งนำไปสู่ความหายนะของพืชไร่ที่ปลูก
และการขาดแคลนอาหารอย่างแรง
ในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก
ปีที่ไม่มีฤดูร้อน อาจเป็นแรงบันดาลใจให้
Mary Shelley เขียนนวนิยายเรื่อง Frankenstein
เธอกับ Percy Bysshe Shelley สามีของเธอ
และเพื่อนสนิท Lord Byron ต้องอยู่แต่ภายในคฤหาสน์
เป็นเวลานานถึงหลายวันในช่วงนั้น
เพราะผลจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและชื้นแฉะ
ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงวันหยุดฤดูร้อนในสวิสเซอร์แลนด์
และทั้งสามคนต่างพากันตัดสินใจ
ที่จะมีการแข่งขันเขียนนวนิยายสยองขวัญ
เพื่อผ่านพ้นกาลเวลาที่ไม่ประทับใจในปีนั้น
แบคทีเรียและยีสต์กลายเป็นสี
และอาหารเพาะเลี้ยงเชื้อต่าง ๆ ที่คล้ายวุ้น
กลายเป็นผืนผ้าใบในงานประกวดศิลปะประจำปีของ
American Society for Microbiology's annual Agar Art contest
https://goo.gl/Y21wtL

Growing Bacteria - Sick Science! #210
ในแต่ละปีนักจุลชีววิทยาที่พบข้อบกพร่อง
ในช่วงการทดลอง/ศึกษาตัวอย่างต่าง ๆ
หลายท่านต่างมีความคิดสร้างสรรค์
ที่จะทำให้ผลงานที่บกพร่องเหล่านี้
กลายเป็นผลงานชิ้นเอกภายในจาน Petri
เช่น Mehmet Berkmen กับ Maria Penil
ที่ให้ชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า Neurons
ผู้ชนะงานประกวดนี้มักจะออกเป็นแนววิทยาศาสตร์
ในปี 2016 รางวัลลำดับแรกได้แก่
ภาพของตัวอสุจิผสมพันธุ์กับไข่ใบหนึ่ง
ซึ่งทำมาจากแบคทีเรีย Staphylococcus

The First Race Md Zohorul Islam, DVM, Graduate Student Department of Veterinary Disease Biology
University of Copenhagen, Copenhagen, Denmark
Neurons ได้รับรางวัลสูงสุดในปี 2015
จากภาพตัดขอบแผนที่มหานครนิวยอร์ก
ทำจากจุลินทรีย์และยีสต์ส่วนหนึ่ง
ที่ได้มากจากฟาร์มแห่งหนึ่งในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
Vincent van Gogh กับผลงาน The Starry Night
ที่มองดูค่อนข้างแปลกประหลาด
กับภาพดวงดาว
ที่หมุนรอบและปลายพู่กันที่สลับซับซ้อน
ในปี 2006 นักฟิสิกส์จาก National Autonomous University ใน Mexico
ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการหมุนรอบของดวงดาวดังกล่าว
และได้ลองจำลองแบบแผนดวงดาวให้เสมือนจริง
สิ่งที่พวกเขาพบและตีพิมพ์ในรายงาน Nature ได้ระบุว่า
Vincent van Gogh สามารถอธิบายแบบแผนการไหลวน/หมุนรอบของดวงดาว
ที่ดูสับสนวุ่นวายได้อย่างแม่นยำ - ในระดับทางคณิตศาสตร์
ความเข้าใจด้านฟิสิกส์ที่น่าตื่นตาตื่นใจแบบนี้
ไม่เพียงแต่ปรากฏใน The Starry Night ในปีค.ศ.1889
นักวิจัยหลายท่านยังพบว่ายังมีภาพวาดอื่น ๆ อีก
ที่ Vincent van Gogh ได้วาดขึ้นมา
ในขณะที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนกับอาการทางจิต
และปัญหาสุขภาพจิตด้านอื่น ๆ
ศิลปินท่านนี้ต้องรักษาตัวในสถาบันจิตเวช
หลังจากได้วาดภาพ The Starry Night เสร็จแล้ว
ภาพวาดอีกสองภาพที่เกิดขึ้นไม่นานนัก
ก่อนที่ Van Gogh จะฆ่าตัวตายคือ

Road with Cypress and Star

Wheatfield with Crows
ทั้งสองภาพนี้ได้แสดงภาพลักษณะเดียวกัน
ที่มีทั้งความเที่ยงตรงแม่นยำและสับสนวุ่นวาย
จากการค้นพบภาพทั้งสองนี้ในปี 1990
เรียบเรียง/ที่มา
https://goo.gl/zZBDY4
https://goo.gl/xbt8Oz
5 ภาพงานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวิทยาศาสตร์
Vincent Van Gogh - Starry Starry Night with Don Mclean
Edvard Munch ได้วาดภาพ The Scream
ภาพที่มีองค์ประกอบที่โดดเด่นมากในปีค.ศ.1893
หลังจากที่ท่านได้เขึยนในไดอารี่ว่า
ท่านได้รับแรงบันดาลใจในวาดภาพนี้
จากการเคลื่อนตัวของก้อนเมฆบนท้องฟ้าสีแดงเดือด
ที่ท่านได้พบเห็นในค่ำคืนวันหนึ่ง
ขณะกำลังเดินกับเพื่อน ๆ ในนอร์เวย์
สภาพบรรยากาศที่โดดเด่นและความจริงที่ว่า
Edvard Munch ระบุว่าได้แรงบันดาลใจจาก
ดวงอาทิตย์ตกที่กำลังจะตกดิน
ได้นำไปสู่ทฤษฏีหลายทฤษฎี
ที่เกี่ยวข้องถึงสาเหตุดังกล่าว
ที่ทำให้ท้องฟ้าดูสับสนวุ่นวาย
ก่อนจะมืดค่ำหลังดวงอาทิตย์ตกดิน
ภูเขาไฟ Krakatoa
หนึ่งในสมมติฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
คือ การที่ Edvard Munch ได้เห็นภาพแบบนี้
เพราะผลกระทบจากการปะทุของภูเขาไฟ
Krakatoa ในอินโดนีเซียในปีค.ศ.1883 https://goo.gl/yFz3tB (ไทย)
ตรงกับรัชสมัยพระปิยะมหาราช(รัชกาลที่ 5)
ซึ่งทำให้เกิดอนุภาคละอองของเหลว ฝุ่น ควัน
เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก
หลังจากที่ภูเขาไฟได้พ่นระบายความร้อน
จนแพร่กระจายไปทั่วทั้งโลกใบนี้
และทำให้โลกมืดครึ้มกับอากาศเย็นไปช่วงเวลาหนึ่ง
พร้อมกับทำให้ดวงอาทิตย์ตอนตกดินมีแสงสีสุกใส
เพราะเกิดจากแสงสะท้อนจากอนุภาคดังกล่าว
ทฤษฎีใหม่ล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นว่า Edvard Munch
ได้รับแรงบันดาลใจ จากเกลียวเมฆที่หาได้ยากมาก
ที่สร้างคลื่นเมฆลูกแล้วลูกเล่า
และบางลูกคล้ายเปลือกหอยไข่มุก
ที่มักจะพบได้เฉพาะเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและดวงอาทิตย์ตก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวที่เขตละติจูดสูง(ตอนเหนือของยุโรป)
นักวิทยาศาสตร์จาก European Geosciences Union
ที่มีการประชุมประจำปี 2016 ใน Vienna ได้สรุปว่า
สมมุติฐานใหม่ในเรื่องภาพวาดของ Edvard Munch
ได้รับแรงบันดาลใจากจาก Mother-of-pearl Clouds (หรือ Nacreous Clouds)
กลุ่มเมฆผิดปรกติแสงสีเจิดจ้าเหล่านี้
มักจะพบเห็นได้ในช่วงฤดูหนาวช่วงดวงอาทิตย์ตกหรือขึ้น
เมื่อมีแสงสะท้อนจากด้านล่าง
" เรารู้เรื่องดังกล่าวนี้จากการสังเกต
ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ว่า
เมฆที่ปรากฏเป็นหยัก ๆ (รูปคลื่น)
ปรากฏตัวทั่ว Oslo ในช่วงเวลานั้น
และจากบันทึกของ Edvard Munch
ดูเหมือนว่าจะเป็นเหตุการณ์ตามภาพวาด
เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
ตามที่ท่านได้อธิบายได้/ในภาพวาด "
Helene Muri นักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศ
University of Oslo ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางอีเมล์กับ Live Science
ภาพวาดที่โด่งดังในปี 1893
Edvard Munch ได้ระบุว่ารู้สึกเหนื่อยและไม่สบาย
จึงหยุดพักชั่วครู่ขณะเดินกับเพื่อน ๆ
ในช่วงดวงอาทิตย์ตกดินใน Norway
และได้เฝ้ามองดูท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงเดือด
" ผมรู้สึกมีความหลอนผ่านเข้าไปในธรรมชาติ
มันดูเหมือนว่าผมได้ยินเสียงหลอนนั้น
ผมจึงได้วาดภาพนี้และลงสีก้อนเมฆคล้ายสีเลือด "
Munch เขียนไว้ในไดอารี่จากบทสรุปของ The Art Institute of Chicago
ในปีค.ศ. 2014 เกิดปรากฏการณ์
Mother-of-pearl Cloud ก่อตัวขึ้นในช่วงเย็นบนท้องฟ้าของ Oslo
นักอุตุนิยมวิทยา Svein Fikke จาก Lørenskog ใน Norway
ต้องตะลึงกับเกลียวคลื่นของเมฆ สีก้อนเมฆ
และความคล้ายคลึงกับภาพวาดท้องฟ้าของ Munch
" ข้อเท็จจริงที่ว่าคือ กลุ่มเมฆเหล่านี้
จะมองเห็นได้ในช่วงเวลาที่จำกัด
ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นและหลังดวงอาทิตย์ตก
และแสงจะปรากฏค่อนข้างทันทีทันใด
ในช่วงท้องฟ้าที่มืดลงในตอนเย็น
รูปคลื่นของก้อนเมฆได้สนับสนุนสมมุติฐานดังกล่าวนี้
Nacreous Clouds จะก่อตัวในที่สูงที่ชั้น Stratosphere
ระหว่าง 9 และ 16 ไมล์ (15 และ 25 กิโลเมตร) สูงจากพื้นโลก
การปรากฏของเมฆนี้ต้องประจวบเหมาะ ในสภาพภูมิอากาศ
อุณหภูมิที่เย็นจัดเป็นพิเศษ
ตอนที่เมฆก่อตัวขึ้นและการปรับสมดุลของความชื้น
ฤดูหนาวที่ขั้วโลก ชั้น Stratosphere จะเย็นมาก
นั่นคือ คุณมีแนวโน้มที่จะเห็นเมฆเหล่านี้มากที่สุด
พวกมันมักจะปรากฏตัวทางที่ลมพัดจากเทือกเขา
และลักษณะสภาพภูมิประเทศที่ความดัน/อากาศชื้น
พัดพาขึ้นไปสู่ชั้น Stratosphere
The Scream เป็นผลงานชิ้นเอกที่โดดเด่น
และเป็นเรื่องสนุกที่จะคาดเดาได้ว่า
Munch ต้องการจะพรรณนาอะไร
เราเองก็ไม่ทราบคำตอบที่แน่นอน
แต่มีความคล้ายคลึงของ Nacreous Clouds
ได้บอกว่าถึงความแน่นอนในเรื่องนี้นั่นเอง"
Helene Muri ได้สรุปเรื่องนี้
รายละเอียดเรื่องเมฆ https://pantip.com/topic/36203570
มารู้จัก "เมฆ" ชนิดต่าง ๆ แบบเข้าใจ ไม่ต้องจำชื่อ Credit : Partita
Maria Sibylla Merian ได้พบเห็น
ในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยพบเห็นในปี ค.ศ. 1705
ศิลปินสตรีชาวเยอรมันและนักธรรมชาตินิยม
ได้วาดรูปภาพแมงมุม Tarantula กำลังกินนกฮัมมิงเบิร์ด
ซึ่งจากภาพวาดดังกล่าวนี้ทำให้มีการตั้งชื่อ
ตระกูลแมงมุมชนิดนี้ว่าเป็นสกุล นักกินนก Birdeaters
ถึงแม้ว่าภาพวาดต้นฉบับนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า
เป็นภาพจากจินตนาการอันใสซื่อ (ไม่มีของจริง)
แม้ว่าความจริงแมงมุม Taruntula นักกินนก
จะสามารถกินนกได้หลายชนิดก็ตาม
ผลงานศิลปะหลายชิ้นที่ที่โดดเด่นมากของ Maria Sibylla Merian
มาจากการร่วมเดินทางไปกับคณะวิทยาศาสตร์ถึงสองปี
ที่คณะนักวิทยาศาสตร์ได้เดินทางไปยัง Suriname
ในช่วงปี ค.ศ.1699 ถึง ค.ศ. 1701
เธอคือผู้ให้ข้อมูลรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงแมลง
ในชนิดที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน
และภาพชีวิตสัตว์ต่าง ๆ ที่เธอวาดภาพไว้
ก็ยังปรากฏพบเห็นอยู่ได้ในทุกวันนี้
หมายเหตุ
ผลงานภาพวาดของเธอเพิ่งจะมีการฉลองครบรอบ 300 ปี
แม้ว่าลูกสาวของเธอจะเป็นผู้ช่วยในการลงสี
และลงรายละเอียดในภาพก็ตาม
แต่งานศิลปภาพวาดของเธอเป็นของจริง
เป็นภาพตามธรรมชาติและยังพบเห็นได้ในทุกวันนี้
แม้ว่า Edvard Munch อาจได้รับแรงบันดาลใจ
จากดวงอาทิตย์ตกเพราะผลกระทบจากภูเขาไฟ
แต่ศิลปินอื่น ๆ ก็อาจเป็นเช่นนั้นได้ด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษา
ภาพวาดภูมิทัศน์ของศิลปินยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
Joseph Mallord William Turner
(หรือรู้จักกันดีในชื่อ J.M.W. Turner)
ท่านมีชื่อเสียงมากกับผลงาน
ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ
ซึ่งแสดงให้เห็นถึง พายุทะเลทราย
ฉากแสงจันทร์และทิวทัศน์บนภูเขา
ผลจากการศึกษาภาพดังกล่าว
ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารปีค.ศ.2014
Atmospheric Chemistry and Physics
ท่านได้วาดภาพดวงอาทิตย์ตกดินที่น่าตื่นตาตื่น
ในปีค.ศ.1816 อังกฤษได้รับผลกระทบ
จากอนุภาคของการปะทุภูเขาไฟ Tambora https://goo.gl/6kGXoa (ไทย)
ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(รัชกาลที่ 2)
ในปีค.ศ.1815 การระเบิดของภูเขาไฟ Tambora
นับว่าเป็นครั้งรุนแรงที่สุดในโลก
ความหนาวเย็นจากผลของการระเบิดของภูเขาไฟ
เพราะกลุ่มควันเถ้าถ่านเต็มไปหมดในชั้นบรรยากาศ
ทำให้สร้างฤดูกาล ปีที่ไม่มีฤดูร้อน
ซึ่งนำไปสู่ความหายนะของพืชไร่ที่ปลูก
และการขาดแคลนอาหารอย่างแรง
ในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก
ปีที่ไม่มีฤดูร้อน อาจเป็นแรงบันดาลใจให้
Mary Shelley เขียนนวนิยายเรื่อง Frankenstein
เธอกับ Percy Bysshe Shelley สามีของเธอ
และเพื่อนสนิท Lord Byron ต้องอยู่แต่ภายในคฤหาสน์
เป็นเวลานานถึงหลายวันในช่วงนั้น
เพราะผลจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและชื้นแฉะ
ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงวันหยุดฤดูร้อนในสวิสเซอร์แลนด์
และทั้งสามคนต่างพากันตัดสินใจ
ที่จะมีการแข่งขันเขียนนวนิยายสยองขวัญ
เพื่อผ่านพ้นกาลเวลาที่ไม่ประทับใจในปีนั้น
แบคทีเรียและยีสต์กลายเป็นสี
และอาหารเพาะเลี้ยงเชื้อต่าง ๆ ที่คล้ายวุ้น
กลายเป็นผืนผ้าใบในงานประกวดศิลปะประจำปีของ
American Society for Microbiology's annual Agar Art contest https://goo.gl/Y21wtL
Growing Bacteria - Sick Science! #210
ในแต่ละปีนักจุลชีววิทยาที่พบข้อบกพร่อง
ในช่วงการทดลอง/ศึกษาตัวอย่างต่าง ๆ
หลายท่านต่างมีความคิดสร้างสรรค์
ที่จะทำให้ผลงานที่บกพร่องเหล่านี้
กลายเป็นผลงานชิ้นเอกภายในจาน Petri
เช่น Mehmet Berkmen กับ Maria Penil
ที่ให้ชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า Neurons
ผู้ชนะงานประกวดนี้มักจะออกเป็นแนววิทยาศาสตร์
ในปี 2016 รางวัลลำดับแรกได้แก่
ภาพของตัวอสุจิผสมพันธุ์กับไข่ใบหนึ่ง
ซึ่งทำมาจากแบคทีเรีย Staphylococcus
The First Race Md Zohorul Islam, DVM, Graduate Student Department of Veterinary Disease Biology
University of Copenhagen, Copenhagen, Denmark
Neurons ได้รับรางวัลสูงสุดในปี 2015
จากภาพตัดขอบแผนที่มหานครนิวยอร์ก
ทำจากจุลินทรีย์และยีสต์ส่วนหนึ่ง
ที่ได้มากจากฟาร์มแห่งหนึ่งในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
Vincent van Gogh กับผลงาน The Starry Night
ที่มองดูค่อนข้างแปลกประหลาด กับภาพดวงดาว
ที่หมุนรอบและปลายพู่กันที่สลับซับซ้อน
ในปี 2006 นักฟิสิกส์จาก National Autonomous University ใน Mexico
ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการหมุนรอบของดวงดาวดังกล่าว
และได้ลองจำลองแบบแผนดวงดาวให้เสมือนจริง
สิ่งที่พวกเขาพบและตีพิมพ์ในรายงาน Nature ได้ระบุว่า
Vincent van Gogh สามารถอธิบายแบบแผนการไหลวน/หมุนรอบของดวงดาว
ที่ดูสับสนวุ่นวายได้อย่างแม่นยำ - ในระดับทางคณิตศาสตร์
ความเข้าใจด้านฟิสิกส์ที่น่าตื่นตาตื่นใจแบบนี้
ไม่เพียงแต่ปรากฏใน The Starry Night ในปีค.ศ.1889
นักวิจัยหลายท่านยังพบว่ายังมีภาพวาดอื่น ๆ อีก
ที่ Vincent van Gogh ได้วาดขึ้นมา
ในขณะที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนกับอาการทางจิต
และปัญหาสุขภาพจิตด้านอื่น ๆ
ศิลปินท่านนี้ต้องรักษาตัวในสถาบันจิตเวช
หลังจากได้วาดภาพ The Starry Night เสร็จแล้ว
ภาพวาดอีกสองภาพที่เกิดขึ้นไม่นานนัก
ก่อนที่ Van Gogh จะฆ่าตัวตายคือ
Road with Cypress and Star
Wheatfield with Crows
ทั้งสองภาพนี้ได้แสดงภาพลักษณะเดียวกัน
ที่มีทั้งความเที่ยงตรงแม่นยำและสับสนวุ่นวาย
จากการค้นพบภาพทั้งสองนี้ในปี 1990
เรียบเรียง/ที่มา
https://goo.gl/zZBDY4
https://goo.gl/xbt8Oz