จริงๆก็การเขียนรีวิวครั้งนี้ไม่ยาวหรอกนะคะ เป็นการเขียนรีวิวความทรงจำของนักเดินทางหน้าใหม่ที่มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียวครั้งแรก โดยอาศัยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆที่เค้าเที่ยวเก่งกันแล้ว ^^ นิดหน่อยมั้ง แต่ก็อยากให้เพื่อนๆทุกคนที่เที่ยวกันบ่อยๆ ได้มีโอกาสพิจารณาเมืองนี้เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่อยากให้ทุกคนได้ไปเที่ยวกันค่า ที่นี่คือเมือง คิรูน่า สวีเดนค่ะ หลายคนว่ามันคือทางผ่านที่ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ บ้างไปผ่าน abisko เพื่อไปตามล่าหาแสงเหนือ แต่ที่นี่ก็เห็นบ้างเหมือนกันนะ แต่!! เราไม่เห็นน่ะ
เราลงมาจาก abisko ที่เราไปดูแสงเหนือมา แบบ ไปวันเดียว วันแรกเจอเลย!! ตามกระทู้นี้เลยค่า
https://pantip.com/topic/36385548
จากนั้นเราก็เดินทางโดยรถไฟลงมาที่คิรูน่า เพื่อวางแผนเที่ยวที่ ice hotel แล้วก็เดินเล่นรอบเมือง ส่วนที่เหลือคือผลพลอยได้อ่ะ
เปิดตัวด้วย ภาพ ตัวเมืองคิรูน่ายามเช้าละกันค่า^^

ที่เห็นอยู่นี่คือสถานีรถบัสของเมืองนี้ค่ะ คล้ายๆหมอชิตบ้านเราเนี่ยล่ะ แต่มีความเงียบสงบได้อีก แล้วก็จะเหมือนๆกันไปหมด สังเกตง่ายๆคือ ท่ารถ จะอยู่ตรงข้ามกับศูนย์ราชการของที่นี่ค่ะ ถ้ามองเห็นตึกนี้คือต้องเจอสถานีรถบัสแน่นอน แล้วทีนี้จะไปไหนต่อก็ได้^^

มึความเป็นเอกลักษณ์ที่เห็นนาฬิกาเรือนขนาดใหญ่ที่ทำด้วยเหล็กค่ะ อุตสาหกรรมหลักของเมืองนี้คือ เหมืองเหล็กขนาดใหญ่ค่ะ เหมือง LKAB ขนแร่เหล็กส่งไปยังนอร์เวย์ ทางเส้นทางรถไฟที่เรามาจาก abisko นั่นล่ะค่ะ

จะมีคล้ายๆรูปปั้น บ่งถึงความเป็นมาและสภาพชีวิตของชุมชนกระจายอยู่ตามแยกต่างๆ พอให้ได้เห็นและสงสัยบ้างค่ะ
แต่เรามาเริ่มด้วย ศูนย์ราชการฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถบัสกันดีกว่า

ก็แบบว่าหนาว ก็แบบว่า เดินดุ่มๆเข้าไปหลบความหนาวตอนกลางวันที่ระดับติดลบ 11 องศา หลบลม หลบหิมะ ด้วยความหิวโหย 5555 สรุปขอที่พักพิงหลบภัยหนาวแป๊บนึง ก็เลยได้มาเจอกับศูนย์ราชการของที่นี่ค่ะ ที่นี่เค้าจะจัดแสดงเกี่ยวกับความเป็นมาของเมือง ประเพณี วัฒนธรรม อาชีพ ลักษณะการอยู่อาศัยของคนในท้องถิ่น ก็เดินดูเรื่อยๆค่ะ มีทั้งหมด 4 ชั้น เดินไปเรือยๆ เจองานหลายชิ้นเชียว ส่วนใหญ่จะเป็นภาพถ่าย ภาพเขียนค่ะ ต้องมองให้มันเป็นศิลปะนะคะ ถึงจะถูกต้อง

นี่ก็ภาพชุดชนเผ่าซามีค่ะ มีด้ายแดงผูกนิ้วก้อยด้วย น่าจะมีที่มาน่ะค่ะ แต่ก็ยังไม่ว่างหาสักทีว่ามันหมายถึงอะไร
ตามด้วยภาพถ่ายเมืองคิรูน่า ยามกลางคืนค่ะ เจ้าตัวคิดว่า สวยมากกกก อยากถ่ายได้อย่างนี้มั่ง 555

ส่วนภาพสุดท้ายนี้ คิดว่า เราต้องมองให้มันเป็นศิลปะค่ะ

จากนั้นเริ่มเหนื่อย แต่เพราะว่าเย็นแล้วร้านขายน้ำด้านล่างปิดค่า แต่อย่างที่บอก คนที่นี่ใจดีมาก เค้าเอาน้ำเปล่าที่ผสมโซดาที่ เราเข้าใจว่าคือน้ำเปล่าให้เราฟรีๆเลย จริงๆอยากดื่มน้ำเปล่า ลืมไปว่า สามารถเปิดก๊อกในห้องน้ำทานได้นี่นา น้ำที่นี่สะอาดค่ะ สามารถรองทานได้หมดเลย กรอกไว้เลย น้ำไม่มีกลิ่นหรือสีที่ผิดปรกติค่ะ หลบลม หลบหิมะได้สักพัก ก็พร้อมที่จะผจญภัยต่อก่อนที่จะมืด

ที่นี่เลยค่ะ kiruna church โบสถ์เมืองคิรูน่า ซึ่งเป็นโบสถ์ไม้สักทั้งหลัง และสมบูรณ์ที่สุด หอระฆังที่เห็นทางขวามือ ลั่นดังมากกก ได้ยินทั่วเมืองทีเดียว

สภาพยานแม่ก่อนร่อนลงจอด เอ้ยย ไม่ใช่ค่ะ หอระฆังนะคะ สวยงามทีเดียว ลักษณะโบสถ์และหอระฆังที่นี่จะคล้ายๆกันค่ะ จะเห็น mini kiruna church ที่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งซามีอีกที
ส่วนด้านล่างนี่ก็ ส่วนของตัวโบสถ์ค่ะ

เราพักที่นี่ สอง คืนค่ะ มีความชอบตรงที่ที่พัก spis Mc ock duk อยู่ตรงข้ามโบสถ์เลย เราได้มีโอกาสเข้าชมได้ตลอดเลยค่ะ มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมไม้ทั้งหลัง แข็งแรงทนทานดี เดินเล่นรอบเมืองได้หลายรอบมากกก อากาศเย็นมาก ถ่ายรูปได้น้อยมากก

นอกจากKiruna เป็นเมืองที่สงบเงียบๆแล้วที่นี่ยังมีศูนย์วิจัยทางอวกาศด้วยค่ะ มีโอกาสได้ไปจอดรถบัสที่หน้าสถาบันเลย ตอนที่ไป ice hotel เค้าจะทำคล้ายๆรูปปั้นตามจัตุรัสเล็กๆ แสดงความเป็นมาของเมือง บ้านก็เป็นรูปคนขนแร่ บ้างก็ทำเป็นจรวดค่ะ มีความน่ารักไปอีกแบบ
ส่วนที่เห็นไกลๆ นั่นคือเหมืองเหล็กค่ะ เหมือง LCAB อุตสาหกรรมหลักของเมืองเลย

คล้ายๆบ้านขนมปังของสโนว์ไวท์มั้ยคะ จริงๆ ตอนนี้กำลังหลงทางค่ะ เพื่อนที่hostel ถามว่า เรามีแพลนจะไปเที่ยวยังไงที่ไหน เราก็บอกเค้าไปเหมือนเดิมว่า ไม่มีแพลน กะเดินเข้าป่า หาที่มืดๆดูแสงเหนือที่ kiruna ดูก่อน สรุปเดินกันจนเมื่อยค่ะ เพราะเค้าขอติดตามเรามาด้วยเลยได้รูปคนละรูปสองรูปตอนมืดๆนี่ล่ะ ส่วนแสงเหนือที่นี่เหรอคะ เสียใจมากก ไม่เจอเลยค่ะ เพราะเห็นว่าอ่อนพอควร แต่พอเรากลับมาที่สต๊อกโฮม หลังจากนั้น 2 วันเพื่อนเกาหลีคนนี้ของเราก็เห็นว่าถ่ายได้นะคะ ดีมากๆเลย
เป็นว่าถึงแม้ว่าเราจะไม่เห็นแสงเหนือ แต่เราก็ได้ถ่ายดาวแทนละกันค่ะ

นี่เป็นบริเวณหลังโบสถ์ที่คิรูน่าเลย เค้าบอกว่าเคยมีคนถ่ายแสงเหนือได้แถวนี้ สวยมากกกก
ก็จบกันไปกับวันแรกที่เมือง คิรูน่าค่ะ พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยว พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง sami camp กับ Ice hotel กันค่ะ^^
[CR] เที่ยว ICE HOTEL พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งของชนเผ่าซามี ที่ Kiruna sweden..
เราลงมาจาก abisko ที่เราไปดูแสงเหนือมา แบบ ไปวันเดียว วันแรกเจอเลย!! ตามกระทู้นี้เลยค่า
https://pantip.com/topic/36385548
จากนั้นเราก็เดินทางโดยรถไฟลงมาที่คิรูน่า เพื่อวางแผนเที่ยวที่ ice hotel แล้วก็เดินเล่นรอบเมือง ส่วนที่เหลือคือผลพลอยได้อ่ะ
เปิดตัวด้วย ภาพ ตัวเมืองคิรูน่ายามเช้าละกันค่า^^
ที่เห็นอยู่นี่คือสถานีรถบัสของเมืองนี้ค่ะ คล้ายๆหมอชิตบ้านเราเนี่ยล่ะ แต่มีความเงียบสงบได้อีก แล้วก็จะเหมือนๆกันไปหมด สังเกตง่ายๆคือ ท่ารถ จะอยู่ตรงข้ามกับศูนย์ราชการของที่นี่ค่ะ ถ้ามองเห็นตึกนี้คือต้องเจอสถานีรถบัสแน่นอน แล้วทีนี้จะไปไหนต่อก็ได้^^
มึความเป็นเอกลักษณ์ที่เห็นนาฬิกาเรือนขนาดใหญ่ที่ทำด้วยเหล็กค่ะ อุตสาหกรรมหลักของเมืองนี้คือ เหมืองเหล็กขนาดใหญ่ค่ะ เหมือง LKAB ขนแร่เหล็กส่งไปยังนอร์เวย์ ทางเส้นทางรถไฟที่เรามาจาก abisko นั่นล่ะค่ะ
จะมีคล้ายๆรูปปั้น บ่งถึงความเป็นมาและสภาพชีวิตของชุมชนกระจายอยู่ตามแยกต่างๆ พอให้ได้เห็นและสงสัยบ้างค่ะ
แต่เรามาเริ่มด้วย ศูนย์ราชการฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถบัสกันดีกว่า
ก็แบบว่าหนาว ก็แบบว่า เดินดุ่มๆเข้าไปหลบความหนาวตอนกลางวันที่ระดับติดลบ 11 องศา หลบลม หลบหิมะ ด้วยความหิวโหย 5555 สรุปขอที่พักพิงหลบภัยหนาวแป๊บนึง ก็เลยได้มาเจอกับศูนย์ราชการของที่นี่ค่ะ ที่นี่เค้าจะจัดแสดงเกี่ยวกับความเป็นมาของเมือง ประเพณี วัฒนธรรม อาชีพ ลักษณะการอยู่อาศัยของคนในท้องถิ่น ก็เดินดูเรื่อยๆค่ะ มีทั้งหมด 4 ชั้น เดินไปเรือยๆ เจองานหลายชิ้นเชียว ส่วนใหญ่จะเป็นภาพถ่าย ภาพเขียนค่ะ ต้องมองให้มันเป็นศิลปะนะคะ ถึงจะถูกต้อง
นี่ก็ภาพชุดชนเผ่าซามีค่ะ มีด้ายแดงผูกนิ้วก้อยด้วย น่าจะมีที่มาน่ะค่ะ แต่ก็ยังไม่ว่างหาสักทีว่ามันหมายถึงอะไร
ตามด้วยภาพถ่ายเมืองคิรูน่า ยามกลางคืนค่ะ เจ้าตัวคิดว่า สวยมากกกก อยากถ่ายได้อย่างนี้มั่ง 555
ส่วนภาพสุดท้ายนี้ คิดว่า เราต้องมองให้มันเป็นศิลปะค่ะ
จากนั้นเริ่มเหนื่อย แต่เพราะว่าเย็นแล้วร้านขายน้ำด้านล่างปิดค่า แต่อย่างที่บอก คนที่นี่ใจดีมาก เค้าเอาน้ำเปล่าที่ผสมโซดาที่ เราเข้าใจว่าคือน้ำเปล่าให้เราฟรีๆเลย จริงๆอยากดื่มน้ำเปล่า ลืมไปว่า สามารถเปิดก๊อกในห้องน้ำทานได้นี่นา น้ำที่นี่สะอาดค่ะ สามารถรองทานได้หมดเลย กรอกไว้เลย น้ำไม่มีกลิ่นหรือสีที่ผิดปรกติค่ะ หลบลม หลบหิมะได้สักพัก ก็พร้อมที่จะผจญภัยต่อก่อนที่จะมืด
ที่นี่เลยค่ะ kiruna church โบสถ์เมืองคิรูน่า ซึ่งเป็นโบสถ์ไม้สักทั้งหลัง และสมบูรณ์ที่สุด หอระฆังที่เห็นทางขวามือ ลั่นดังมากกก ได้ยินทั่วเมืองทีเดียว
สภาพยานแม่ก่อนร่อนลงจอด เอ้ยย ไม่ใช่ค่ะ หอระฆังนะคะ สวยงามทีเดียว ลักษณะโบสถ์และหอระฆังที่นี่จะคล้ายๆกันค่ะ จะเห็น mini kiruna church ที่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งซามีอีกที
ส่วนด้านล่างนี่ก็ ส่วนของตัวโบสถ์ค่ะ
เราพักที่นี่ สอง คืนค่ะ มีความชอบตรงที่ที่พัก spis Mc ock duk อยู่ตรงข้ามโบสถ์เลย เราได้มีโอกาสเข้าชมได้ตลอดเลยค่ะ มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมไม้ทั้งหลัง แข็งแรงทนทานดี เดินเล่นรอบเมืองได้หลายรอบมากกก อากาศเย็นมาก ถ่ายรูปได้น้อยมากก
นอกจากKiruna เป็นเมืองที่สงบเงียบๆแล้วที่นี่ยังมีศูนย์วิจัยทางอวกาศด้วยค่ะ มีโอกาสได้ไปจอดรถบัสที่หน้าสถาบันเลย ตอนที่ไป ice hotel เค้าจะทำคล้ายๆรูปปั้นตามจัตุรัสเล็กๆ แสดงความเป็นมาของเมือง บ้านก็เป็นรูปคนขนแร่ บ้างก็ทำเป็นจรวดค่ะ มีความน่ารักไปอีกแบบ
ส่วนที่เห็นไกลๆ นั่นคือเหมืองเหล็กค่ะ เหมือง LCAB อุตสาหกรรมหลักของเมืองเลย
คล้ายๆบ้านขนมปังของสโนว์ไวท์มั้ยคะ จริงๆ ตอนนี้กำลังหลงทางค่ะ เพื่อนที่hostel ถามว่า เรามีแพลนจะไปเที่ยวยังไงที่ไหน เราก็บอกเค้าไปเหมือนเดิมว่า ไม่มีแพลน กะเดินเข้าป่า หาที่มืดๆดูแสงเหนือที่ kiruna ดูก่อน สรุปเดินกันจนเมื่อยค่ะ เพราะเค้าขอติดตามเรามาด้วยเลยได้รูปคนละรูปสองรูปตอนมืดๆนี่ล่ะ ส่วนแสงเหนือที่นี่เหรอคะ เสียใจมากก ไม่เจอเลยค่ะ เพราะเห็นว่าอ่อนพอควร แต่พอเรากลับมาที่สต๊อกโฮม หลังจากนั้น 2 วันเพื่อนเกาหลีคนนี้ของเราก็เห็นว่าถ่ายได้นะคะ ดีมากๆเลย
เป็นว่าถึงแม้ว่าเราจะไม่เห็นแสงเหนือ แต่เราก็ได้ถ่ายดาวแทนละกันค่ะ
นี่เป็นบริเวณหลังโบสถ์ที่คิรูน่าเลย เค้าบอกว่าเคยมีคนถ่ายแสงเหนือได้แถวนี้ สวยมากกกก
ก็จบกันไปกับวันแรกที่เมือง คิรูน่าค่ะ พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยว พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง sami camp กับ Ice hotel กันค่ะ^^