ไม่รู้สิครับใจคอไม่ดีเลย เหมือนเรากำลังตกเป็นตัวประกันยังไงก็ไม่รู้
วันนี้ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยเถอะ ความคิดเห็นนี้เขียนจากความรู้สึกของผมเองล้วนๆนะครับ ไม่ได้ชี้นำใครนะครับ ยังไงผมก็เคารพการตัดสินใจของท่านเสมอ ในกรณีนี้ผมเองก็ว่าจะไม่ยุ่งแล้วจริงๆ แต่มันก็มีลางสังหรณ์ว่าถ้าเราตัดสินใจผิดหรือทำอะไรผิด เราอาจจะถูกล๊อกเป้าเอาไว้ก็ได้
ถ้าท่าน นายก จะไปจริงๆตามคำเชิญละก็ เป็นตัวแทนของประเทศ ผมอยากจะแนะนำให้เรา แสดงท่าทีที่เป็นกลางครับ ไม่ว่าจะยังไง หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ให้แสดงท่าทีที่เป็นกลางไว้เท่านั้นครับ คือทางรอดของเรา เพราะว่าหากเราตัดสินใจที่จะไปอเมริกาแล้วนั้นผมเองก็สังหรณ์ใจว่า ทางเปียงยาง คงจะล๊อคเป้าอะไรไว้บางอย่างให้ลงมาตกในประเทศของเรา ผมเองก็ไม่นึกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างมันจะอยู่ใกล้เราขนาดนี้ และเหตุการณ์นี้อาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ก็ได้ที่จะเกิดหรือไม่เกิดสงคราม ด้วยความเคารพนะครับนี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่เกี่ยวกับใครและไม่ต้องการชี้นำใครแค่แสดงความคิดเห็นเท่านั้น ว่าทางคุณทรัมป์ก็คงจะหาที่ลงนั่นแหละ แต่แกก็คงจะหาคนกลางที่มาช่วยแกลง และเผอิญก็เป็นท่านนายกที่ถูกเลือก อย่าลืมนะครับ ว่าประเทศแถบนี้มีมาเลเซียอยู่หนึ่งประเทศที่พิพาทรุนแรงกับเกาหลีเหนืออยู่ ถ้าสิงคโปร แถลงการเข้าข้างสหรัฐ ก็คงไม่เท่าใหร่ แต่ถ้ามีไทยเข้าข้างด้วยละก็ ประเทศแถบนี้ก็จะเป็นประเทศแถบสีแดงไปทั้งแถบเลยทันที ที่จะเป็นเป้าในการทดสอบระยะขีปนาวุธพอดิบพอดี ยังไงก็เป็นกลางเข้าไว้ครับ ถ้าจะแนะนำก็ให้แนะนำว่าทุกฝ่ายควรจะหารือเจรจากันด้วยสันติวิธี ให้หาประเทศที่เป็นกลางในการเจรจา น่าจะเป็นประเทศสวิทเซอร์แลนด์ ถ้าหาไม่ได้ก็เอาประเทศเรานี่แหละ เป็นตัวกลางในการแก้ปัญหา โดยการเชิญตัวแทนผู้นำชาติต่างๆทั้งโลกมาช่วยกันไกล่เกลี่ยจะดีที่สุด และแนะนำผลดีผลร้ายของการมีระเบิดนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง และรวมไปถึงการรวมเกาหลีด้วยแหละ ทุกวันนี้ผมก็ว่าเค้าคงอยากจะรวมกันแหละแต่ก็คงไม่ได้เพราะมันมีเรื่องหลายอย่างอยู่เยอะ ก็เอาหลักการปรองดองเอาไปใช้สิครับในส่วนของความผิดอาญาต่างๆในเกาหลีเหนือให้เป็นโมฆะทั้งหมด เพราะความจริงก็คือมันเป็นมรดกตกทอดที่เค้าต้องแบกรับไว้ ตั้งแต่สมัยร้อยกว่าปีที่แล้วส่วนเรื่องตำแหน่งต่างๆนั้นก็ให้คงไว้ เพราะคงไม่มีใครยอมแน่หากรวมแล้วจะไม่เหลืออะไรเลย กำแพงก็ทำลายลงเสีย ประชาชนต่างก็พากันไปมาหาสู่กันอย่างอิสระ เป็นประเทศเดียวที่มีสองรัฐ แบบสหรัฐก็ได้หยวนๆทั้งสองฝ่าย หากสำเร็จท่านนายกก็จะได้บันทึกในประวัติศาตร์เกาหลีว่ามีส่วนที่ให้เกาหลีรวมกันเป็นหนึ่งในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยอีกครั้ง มันก็ต้องมีร่างสัญญาด้วย เพิ่อเป็นหลักประกันให้เค้า ถ้าทำได้ ท่านนายก จะเป็นคนแรกที่สร้างประวัติศาสต์หน้าใหม่ของโลกเลยครับ แต่เราจะเลือกข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด เพราะเลือกสหรัฐ เราก็อาจจะถูกล๊อกเป้า 70กว่าล้านคนนี่อันตรายหมดครับ แต่หากเลือกจีน ก็ไม่ได้อีก โดนอีกแน่นอน เลยขอแนะนำให้ในที่นี้ว่า ในความคิดผมนะครับ รัฐบาลของเราขอวางตัวเป็นกลาง และขอเลือกวิธีการในการเจรจาให้ทุกฝ่ายได้พบทางออกโดยการเชิญตัวแทนของทั้งโลกมาเจรจาที่เรา ทั้งนี้หากว่าสงครามเกิด ดินแดนของเราถือว่าเป็นดินแดนแห่งสันติ ทุกคนที่เป็นผู้ขัดแย้งกันสามารถเข้ามาหลบภัยได้โดยไม่มีการทำร้ายกัน และทางเราก็มีเสบียงมากพอ(ข้าว)ที่จะช่วยทุกคนได้ในเวลาคับขัน โดย ทางเราจะเรียกเก็บเงินจากรัฐบาลของท่านในภายหลัง สงครามจบ โดย ไทยแลนด์ ออฟสใมล์
นี่คือความคิดที่ผมคิดไว้นะครับ เลยอยากถ่ายทอดออกมา ส่วนสมาชิกท่านใดมีความเห็นประการใดก็โพสต์ได้ แต่ในแนวทางที่สร้างสรรค์นะครับ หากใครจะเอามัน นิดๆพอได้ แต่ขนาดหัวชนฝาชนิดที่อยากสร้างตัวตนด้วยความแตกต่างละก็ ขอให้ตั้งกระทู้ใหม่เองนะครับ เพราะเรื่องนี้มันหวาดเสียวน่าดูตรงที่มีการล๊อคเป้านี่แหละ ทางออกตรงนี้ จึงสวยงามที่สุด แฮปปี้กันทุกฝ่าย อยู่รอดปลอดภัยกันทุกคนทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัว นายก เองนะครับ ว่าจะดำเนินการในทางใหน ส่วนตัวผมก็ทางใหนก็ได้ขอเพียงให้ตัวผมและคนอีก 70 กว่าล้านคนอยู่รอดปลอดภัย และไม่ถูกล๊อกเป้าเป็นพอครับ ชีวิตของพวกเราขึ้นอยู่กับท่านแล้วครับ ... .. ...
กรณีที่ คุณ ทรัมป์ เชิญ นายกไปร่วมกันหารือเรื่องเกาหลีเหนือนี่ ในความคิดผม ว่าเราควรมีท่าทีเป็นกลางนะ
วันนี้ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยเถอะ ความคิดเห็นนี้เขียนจากความรู้สึกของผมเองล้วนๆนะครับ ไม่ได้ชี้นำใครนะครับ ยังไงผมก็เคารพการตัดสินใจของท่านเสมอ ในกรณีนี้ผมเองก็ว่าจะไม่ยุ่งแล้วจริงๆ แต่มันก็มีลางสังหรณ์ว่าถ้าเราตัดสินใจผิดหรือทำอะไรผิด เราอาจจะถูกล๊อกเป้าเอาไว้ก็ได้
ถ้าท่าน นายก จะไปจริงๆตามคำเชิญละก็ เป็นตัวแทนของประเทศ ผมอยากจะแนะนำให้เรา แสดงท่าทีที่เป็นกลางครับ ไม่ว่าจะยังไง หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ให้แสดงท่าทีที่เป็นกลางไว้เท่านั้นครับ คือทางรอดของเรา เพราะว่าหากเราตัดสินใจที่จะไปอเมริกาแล้วนั้นผมเองก็สังหรณ์ใจว่า ทางเปียงยาง คงจะล๊อคเป้าอะไรไว้บางอย่างให้ลงมาตกในประเทศของเรา ผมเองก็ไม่นึกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างมันจะอยู่ใกล้เราขนาดนี้ และเหตุการณ์นี้อาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ก็ได้ที่จะเกิดหรือไม่เกิดสงคราม ด้วยความเคารพนะครับนี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่เกี่ยวกับใครและไม่ต้องการชี้นำใครแค่แสดงความคิดเห็นเท่านั้น ว่าทางคุณทรัมป์ก็คงจะหาที่ลงนั่นแหละ แต่แกก็คงจะหาคนกลางที่มาช่วยแกลง และเผอิญก็เป็นท่านนายกที่ถูกเลือก อย่าลืมนะครับ ว่าประเทศแถบนี้มีมาเลเซียอยู่หนึ่งประเทศที่พิพาทรุนแรงกับเกาหลีเหนืออยู่ ถ้าสิงคโปร แถลงการเข้าข้างสหรัฐ ก็คงไม่เท่าใหร่ แต่ถ้ามีไทยเข้าข้างด้วยละก็ ประเทศแถบนี้ก็จะเป็นประเทศแถบสีแดงไปทั้งแถบเลยทันที ที่จะเป็นเป้าในการทดสอบระยะขีปนาวุธพอดิบพอดี ยังไงก็เป็นกลางเข้าไว้ครับ ถ้าจะแนะนำก็ให้แนะนำว่าทุกฝ่ายควรจะหารือเจรจากันด้วยสันติวิธี ให้หาประเทศที่เป็นกลางในการเจรจา น่าจะเป็นประเทศสวิทเซอร์แลนด์ ถ้าหาไม่ได้ก็เอาประเทศเรานี่แหละ เป็นตัวกลางในการแก้ปัญหา โดยการเชิญตัวแทนผู้นำชาติต่างๆทั้งโลกมาช่วยกันไกล่เกลี่ยจะดีที่สุด และแนะนำผลดีผลร้ายของการมีระเบิดนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง และรวมไปถึงการรวมเกาหลีด้วยแหละ ทุกวันนี้ผมก็ว่าเค้าคงอยากจะรวมกันแหละแต่ก็คงไม่ได้เพราะมันมีเรื่องหลายอย่างอยู่เยอะ ก็เอาหลักการปรองดองเอาไปใช้สิครับในส่วนของความผิดอาญาต่างๆในเกาหลีเหนือให้เป็นโมฆะทั้งหมด เพราะความจริงก็คือมันเป็นมรดกตกทอดที่เค้าต้องแบกรับไว้ ตั้งแต่สมัยร้อยกว่าปีที่แล้วส่วนเรื่องตำแหน่งต่างๆนั้นก็ให้คงไว้ เพราะคงไม่มีใครยอมแน่หากรวมแล้วจะไม่เหลืออะไรเลย กำแพงก็ทำลายลงเสีย ประชาชนต่างก็พากันไปมาหาสู่กันอย่างอิสระ เป็นประเทศเดียวที่มีสองรัฐ แบบสหรัฐก็ได้หยวนๆทั้งสองฝ่าย หากสำเร็จท่านนายกก็จะได้บันทึกในประวัติศาตร์เกาหลีว่ามีส่วนที่ให้เกาหลีรวมกันเป็นหนึ่งในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยอีกครั้ง มันก็ต้องมีร่างสัญญาด้วย เพิ่อเป็นหลักประกันให้เค้า ถ้าทำได้ ท่านนายก จะเป็นคนแรกที่สร้างประวัติศาสต์หน้าใหม่ของโลกเลยครับ แต่เราจะเลือกข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด เพราะเลือกสหรัฐ เราก็อาจจะถูกล๊อกเป้า 70กว่าล้านคนนี่อันตรายหมดครับ แต่หากเลือกจีน ก็ไม่ได้อีก โดนอีกแน่นอน เลยขอแนะนำให้ในที่นี้ว่า ในความคิดผมนะครับ รัฐบาลของเราขอวางตัวเป็นกลาง และขอเลือกวิธีการในการเจรจาให้ทุกฝ่ายได้พบทางออกโดยการเชิญตัวแทนของทั้งโลกมาเจรจาที่เรา ทั้งนี้หากว่าสงครามเกิด ดินแดนของเราถือว่าเป็นดินแดนแห่งสันติ ทุกคนที่เป็นผู้ขัดแย้งกันสามารถเข้ามาหลบภัยได้โดยไม่มีการทำร้ายกัน และทางเราก็มีเสบียงมากพอ(ข้าว)ที่จะช่วยทุกคนได้ในเวลาคับขัน โดย ทางเราจะเรียกเก็บเงินจากรัฐบาลของท่านในภายหลัง สงครามจบ โดย ไทยแลนด์ ออฟสใมล์
นี่คือความคิดที่ผมคิดไว้นะครับ เลยอยากถ่ายทอดออกมา ส่วนสมาชิกท่านใดมีความเห็นประการใดก็โพสต์ได้ แต่ในแนวทางที่สร้างสรรค์นะครับ หากใครจะเอามัน นิดๆพอได้ แต่ขนาดหัวชนฝาชนิดที่อยากสร้างตัวตนด้วยความแตกต่างละก็ ขอให้ตั้งกระทู้ใหม่เองนะครับ เพราะเรื่องนี้มันหวาดเสียวน่าดูตรงที่มีการล๊อคเป้านี่แหละ ทางออกตรงนี้ จึงสวยงามที่สุด แฮปปี้กันทุกฝ่าย อยู่รอดปลอดภัยกันทุกคนทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัว นายก เองนะครับ ว่าจะดำเนินการในทางใหน ส่วนตัวผมก็ทางใหนก็ได้ขอเพียงให้ตัวผมและคนอีก 70 กว่าล้านคนอยู่รอดปลอดภัย และไม่ถูกล๊อกเป้าเป็นพอครับ ชีวิตของพวกเราขึ้นอยู่กับท่านแล้วครับ ... .. ...